The Palm (copy)

นางพญาเสือโคร่งคืออะไร? ทำไมถึงได้ชื่อว่าซากุระเมืองไทย และวิธีปลูกที่ถูกต้อง

นางพญาเสือโคร่งหรือชมพูภูพิงค์เป็นไม้ดอกที่สร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็นด้วยดอกสีชมพูสวยงามที่บานสะพรั่งในช่วงฤดูหนาว จนได้รับฉายาว่า “ซากุระเมืองไทย” ด้วยความสวยงามที่ไม่แพ้ดอกซากุระของญี่ปุ่น หลายท่านอาจสงสัยว่าจะสามารถนำมาปลูกในสวนบ้านได้หรือไม่ ต้องดูแลอย่างไร และมีประโยชน์อื่นๆ นอกเหนือจากความสวยงามหรือไม่ บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับนางพญาเสือโคร่งอย่างละเอียด พร้อมเคล็ดลับการปลูกและดูแลที่ถูกต้อง

นางพญาเสือโคร่งคือต้นไม้ชนิดใด และทำไมถึงได้ชื่อว่าซากุระเมืองไทย?

นางพญาเสือโคร่ง หรือ ชมพูภูพิงค์ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Prunus cerasoides D.Don จัดอยู่ในวงศ์ Rosaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับกุหลาบ พีช และแอปเปิ้ล เป็นพันธุ์ไม้ที่พบได้ในเขตเทือกเขาหิมาลัย ตั้งแต่ประเทศปากีสถาน อินเดีย เนปาล ภูฏาน พม่า และภาคเหนือของประเทศไทย

ที่มาของชื่อ “ซากุระเมืองไทย” เนื่องจากลักษณะของดอกที่มีความคล้ายคลึงกับดอกซากุระของญี่ปุ่น ทั้งสีสันและการบานสะพรั่งเต็มต้นในช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ นางพญาเสือโคร่งจะผลัดใบก่อนออกดอก ทำให้เห็นดอกชมพูบานสะพรั่งเต็มต้น สร้างทัศนียภาพที่สวยงามคล้ายทุ่งซากุระ

ในประเทศไทย นางพญาเสือโคร่งพบได้เฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย และน่าน ในระดับความสูงตั้งแต่ 800-2,300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งมีสภาพอากาศเย็นเหมาะสมต่อการเจริญเติบโต

ลักษณะเด่นของนางพญาเสือโคร่งที่ทำให้นิยมปลูกมีอะไรบ้าง?

นางพญาเสือโคร่งมีลักษณะเด่นหลายประการที่ทำให้เป็นที่นิยมในการนำมาปลูกเป็นไม้ประดับ ดังนี้

  1. ลำต้นและเปลือก – เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ สูงได้ถึง 15-30 เมตร เปลือกลำต้นมีสีน้ำตาลแดงหรือสีน้ำตาลอมเทา มักแตกเป็นลายตามขวางและหลุดล่อนเป็นแถบ ทำให้มีความสวยงามแม้ในช่วงที่ไม่มีดอก
  2. ใบ – ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่หรือรูปใบหอก ขอบใบจักฟันเลื่อย ใบอ่อนมีสีน้ำตาลแดงซึ่งให้ความสวยงามอีกรูปแบบหนึ่ง
  3. ดอก – ดอกออกเป็นกระจุกหรือช่อแบบซี่ร่ม มี 2-4 ดอกต่อช่อ ดอกมีสีชมพูหรือสีขาว ขนาดดอกบาน 1-2 เซนติเมตร ออกดอกพร้อมกันทั้งต้นหลังจากผลัดใบ สร้างทัศนียภาพที่สวยงามตระการตา
  4. ผล – ผลเป็นแบบผลผนังชั้นในแข็ง มีสีแดงเมื่อสุก ซึ่งเพิ่มความสวยงามให้กับต้นไม้
  5. ช่วงการออกดอก – ออกดอกในช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) เป็นช่วงที่พืชอื่นๆ หลายชนิดไม่ออกดอก จึงโดดเด่นเป็นพิเศษ

จะปลูกนางพญาเสือโคร่งให้เติบโตสวยงามได้อย่างไร?

การปลูกนางพญาเสือโคร่งให้เติบโตสวยงามมีขั้นตอนสำคัญดังนี้:

การเลือกพื้นที่ปลูก

นางพญาเสือโคร่งต้องการแสงแดดเต็มที่ ประมาณ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อการเจริญเติบโตที่ดีที่สุด ควรเลือกพื้นที่โล่งแจ้ง มีแสงส่องถึงตลอดวัน แต่ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีลมแรง เพราะกิ่งอาจหักได้ง่าย

การเตรียมดิน

ดินที่เหมาะสมควรเป็นดินร่วน มีการระบายน้ำดี อุดมสมบูรณ์ และมีความเป็นกรดเล็กน้อย (pH ประมาณ 5.5-6.5) ควรเตรียมดินโดยการผสมปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอก เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์และปรับปรุงโครงสร้างของดิน โดยนางพญาเสือโคร่งสามารถทนต่อดินที่มีปูนเล็กน้อย แต่หากมีปูนมากเกินไปอาจทำให้ใบเหลืองได้

การขยายพันธุ์

สามารถขยายพันธุ์ได้หลายวิธี ดังนี้:

  1. การเพาะเมล็ด – เก็บเมล็ดจากผลสุก นำมาตากให้แห้ง จากนั้นเก็บในภาชนะปิดที่มีซิลิกาเจลดูดความชื้น ก่อนนำไปแช่น้ำเย็นที่อุณหภูมิ 2-5 องศาเซลเซียสประมาณ 6 สัปดาห์ (stratification) เพื่อทำลายการพักตัว จากนั้นจึงนำไปเพาะในวัสดุเพาะที่มีความชื้นพอเหมาะ
  2. การตอนกิ่ง – เลือกกิ่งที่มีอายุ 1-2 ปี ทำการตอนในช่วงต้นฤดูฝน
  3. การปักชำ – ใช้กิ่งกึ่งแข็งกึ่งอ่อน ตัดยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร จุ่มฮอร์โมนเร่งราก และปักชำในวัสดุปลูกที่ระบายน้ำดี

การปลูก

  1. ขุดหลุมปลูกให้มีขนาดใหญ่กว่าระบบรากของต้นกล้าประมาณ 2-3 เท่า
  2. ผสมดินปลูกด้วยปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอกที่สลายตัวดีแล้ว
  3. วางต้นกล้าในหลุม โดยให้คอรากอยู่ระดับเดียวกับผิวดิน
  4. กลบดินและกดให้แน่น
  5. รดน้ำให้ชุ่มทันทีหลังปลูก
  6. คลุมโคนต้นด้วยวัสดุคลุมดิน เช่น ฟางหรือใบไม้แห้ง เพื่อรักษาความชื้น

การดูแลรักษาต้นนางพญาเสือโคร่งให้แข็งแรงทำได้อย่างไร?

การดูแลรักษาต้นนางพญาเสือโคร่งให้เจริญเติบโตแข็งแรงและออกดอกสวยงาม มีวิธีการดังนี้:

การให้น้ำ

  1. ช่วงแรกหลังปลูก – ให้น้ำสม่ำเสมอทุก 1-2 วัน เพื่อให้ระบบรากเจริญเติบโตดี
  2. ช่วงเติบโตปกติ – ลดความถี่ในการให้น้ำ โดยให้น้ำเมื่อดินเริ่มแห้ง
  3. ช่วงแล้ง – ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ แต่ระวังอย่าให้น้ำท่วมขัง
  4. ช่วงออกดอก – ให้น้ำพอประมาณ ไม่ให้มากเกินไป เพื่อให้ดอกบานสวยงาม

การใส่ปุ๋ย

  1. ช่วงต้นฤดูเติบโต – ใส่ปุ๋ยสูตรสมดุล (NPK เท่ากัน) เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตทั่วไป
  2. ระหว่างฤดูเติบโต – ใส่ปุ๋ยทุก 4-6 สัปดาห์
  3. ก่อนออกดอก – ใส่ปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัสสูง เพื่อส่งเสริมการออกดอก

การตัดแต่ง

  1. ตัดแต่งกิ่งในช่วงปลายฤดูหนาวหรือต้นฤดูใบไม้ผลิ ก่อนที่การเจริญเติบโตใหม่จะเริ่มขึ้น
  2. ตัดกิ่งที่ตายหรือเป็นโรค และกิ่งที่ไขว้กันออก เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของอากาศและลดความเสี่ยงต่อโรค
  3. หลังจากออกดอก ควรตัดช่อดอกที่บานแล้วออก เพื่อกระตุ้นการผลิดอกใหม่ในฤดูถัดไป

การป้องกันโรคและแมลง

นางพญาเสือโคร่งอาจเผชิญกับปัญหาโรคและแมลงบางชนิด ได้แก่:

  1. โรคราน้ำค้าง – พ่นด้วยสารป้องกันเชื้อรา และเพิ่มการไหลเวียนอากาศโดยการตัดแต่งกิ่ง
  2. โรคใบจุด – กำจัดใบที่เป็นโรคออก และพ่นสารป้องกันเชื้อรา
  3. แมลงศัตรูพืช – ตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอและใช้วิธีกำจัดที่เหมาะสม โดยเน้นวิธีธรรมชาติก่อนใช้สารเคมี

นางพญาเสือโคร่งมีประโยชน์อย่างไรบ้าง นอกจากความสวยงาม?

นอกจากความสวยงามที่ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับแล้ว นางพญาเสือโคร่งยังมีประโยชน์หลากหลายประการ:

ด้านการแพทย์และสมุนไพร

  1. เปลือกต้น – มีสารแทนนิน อัลคาลอยด์ และฟลาโวนอยด์ ที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ต้านเชื้อจุลินทรีย์ และมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ
  2. เมล็ด – ใช้รักษาโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะและโรคนิ่ว
  3. ใบและกิ่ง – มีการศึกษาพบฤทธิ์ในการป้องกันอาการต่อมลูกหมากโต (BPH)

ด้านนิเวศวิทยา

  1. การฟื้นฟูป่า – นางพญาเสือโคร่งถูกจัดให้เป็น “พรรณไม้โครงสร้าง” (framework species) ที่เหมาะสำหรับการฟื้นฟูป่าดิบในพื้นที่แห้งตามฤดูกาล
  2. ระบบนิเวศ – ดอกและผลเป็นแหล่งอาหารสำคัญสำหรับผึ้ง ผีเสื้อ นก และสัตว์ป่า ช่วยสนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพ

ด้านเศรษฐกิจ

  1. ไม้ – เนื้อไม้มีคุณภาพดี สามารถนำไปใช้ทำเฟอร์นิเจอร์และงานไม้ประณีตได้
  2. การท่องเที่ยว – แหล่งท่องเที่ยวที่มีการปลูกนางพญาเสือโคร่งจำนวนมาก เช่น ดอยอินทนนท์ ดอยอ่างขาง ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากในช่วงฤดูดอกไม้บาน สร้างรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่น

นางพญาเสือโคร่งเป็นพรรณไม้ที่มีคุณค่าทั้งด้านความสวยงาม การแพทย์ นิเวศวิทยา และเศรษฐกิจ การปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งไม่เพียงแต่สร้างความสวยงามให้กับสวนหรือพื้นที่ปลูกเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยในการอนุรักษ์พันธุ์ไม้และส่งเสริมระบบนิเวศที่สมดุลอีกด้วย แม้ว่าจะมีข้อจำกัดในเรื่องของสภาพอากาศที่ต้องการความเย็น แต่ด้วยเทคนิคการปลูกและการดูแลที่ถูกต้อง ผู้สนใจสามารถปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งในพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อชื่นชมความงามของ “ซากุระเมืองไทย” ได้


#สาระ #นางพญาเสือโคร่ง #ซากุระเมืองไทย #การปลูกต้นไม้ #ไม้ดอกสวย #พรรณไม้ไทย #Prunus cerasoides #การจัดสวน

อ่านเพิ่ม
The Palm (copy)
Sidebar
บทความล่าสุด
ORN แย้ม Q4/68 โตทะลุเป้า Backlog แน่น 2,603.70 ลบ. เดินหน้าเพิ่มยอดขาย
ข่าวสาร
“BLACK FRIDAY ช้อปติดสปีดที่เซ็นทรัล” วันแรกคึกคักทั่วไทย ลดทั้งศูนย์สูงสุด 90% ดีลแรงสุดปี ถึง 1 ธ.ค. 2568
ข่าวสาร
สัมผัสเสน่ห์มัทฉะแต่ละภูมิภาคของญี่ปุ่น กับความต่างที่ชัดเจนในงาน “Taste of Tea: The Aesthetic of Matcha Origin” ระหว่าง 3-9 ธันวาคมนี้ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แล้วจะรู้ว่า… “มัทฉะ” … ไม่เหมือนกัน
ข่าวสาร
BAM ร่วมส่งต่อความห่วงใยให้เด็กๆ กลุ่มเปราะบาง มอบเงินสนับสนุนพันธกิจมูลนิธิสายเด็ก 1387
ข่าวสาร
ลวดลายแผ่นทองสู่จินตนาการของคนรุ่นใหม่… BMN เชิญชวนชื่นชมภาพวาดลายรดน้ำ จากฝีมือเยาวชนไทย ที่ตีความความรุ่งเรืองแห่งรัตนโกสินทร์อย่างมีชีวิตชีวา ในนิทรรศการ “สืบสายลายรัก ณ Metro Art สถานี MRT พหลโยธิน
ข่าวสาร
รีวิวโครงการ
รีวิว เดอะ ซิกเนเจอร์ กรุงเทพกรีฑา (The Signature Krungthepkreetha) เปิดตัวบ้านรุ่นใหม่ New Kaiteki Series เพดานสูง 3.2 เมตร ทำเลบ้านหรูใกล้โรงเรียนนานาชาติ Brighton College และ Wellington College
Review
รีวิว ไลฟ์ พหลฯ-ลาดพร้าว (Life Phahon-Ladprao) คอนโดใหม่ แต่งครบ พร้อมอยู่ ยูนิตน้อย ทำเล North CBD ห้าแยกลาดพร้าว ตรงข้าม The Central พหลโยธิน
Review
รีวิว เดอะ ซิกเนเจอร์ สุขุมวิท 77 (The Signature Sukhumvit 77) บ้านหรูระดับ Super Luxury บททำเลอ่อนนุช-ลาดกระบัง
Review
รีวิว เคฟ เพลย์กราวด์ ลาดพร้าว-บดินทรเดชา (Kave Playground Ladprao-Bodindecha) คอนโดใหม่ Fully Furnished ติดบดินทรเดชาฯ ส่วนกลางจัดเต็ม 60 รายการ และโซน Pet-Friendly แยกตึก
Review
รีวิว ศุภาลัย เลค วิลล์ จันทบุรี (Supalai Lake Ville Chanthaburi) บ้านหรูสไตล์ Tropical Modern ใจกลางธรรมชาติริมทะเลสาบกว่า 10 ไร่ พร้อมฟังก์ชันครบครัน รองรับชีวิตระดับพรีเมียมในทำเลศักยภาพที่ดีที่สุดของจันทบุรี
Review
Loading..