กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
รวมบทความเกี่ยวกับการปฐมพยาบาล จำนวน 3 บทความ เรียงจากวันที่เผยแพร่ล่าสุด เลือกอ่านสรุปแต่ละเรื่องเพื่อค้นหาข้อมูลที่ตรงกับความสนใจ และตรวจวันที่ในบทความก่อนนำข้อมูลราคาและโครงการไปใช้
เลือดกำเดาไหลเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อย และมักทำให้ผู้ประสบเกิดความวิตกกังวล แม้ว่าในหลายกรณีจะไม่ใช่อาการที่ร้ายแรง แต่การเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้สามารถป้องกันและจัดการกับอาการได้อย่างถูกต้อง 1. สภาพอากาศแห้งและอุณหภูมิต่ำ อากาศแห้งและหนาวเป็นสาเหตุสำคัญของเลือดกำเดาไหล เยื่อบุจมูกจะแห้งและแตกง่าย ทำให้เส้นเลือดเปราะและแตกออก ความชื้นต่ำในอากาศทำให้เยื่อบุจมูกขาดการหล่อเลี้ยง ส่งผลให้เกิดรอยแตกและเลือดออกได้ง่าย 2. การบอบช้ำหรือกระแทกบริเวณใบหน้า การได้รับบาดเจ็บโดยตรงที่บริเวณจมูก ไม่ว่าจะจากการเล่นกีฬา อุบัติเหตุ หรือการกระแทกโดยไม่คาดคิด สามารถทำให้เส้นเลือดในโพรงจมูกแตกและเกิดเลือดกำเดาไหลได้ 3. โรคความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตสูงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เส้นเลือดในจมูกมีแรงดันมากเกินไป ส่งผลให้เส้นเลือดเปราะและแตกง่าย ผู้ที่มีปัญหาความดันโลหิตสูงควรควบคุมระดับความดันอย่างสม่ำเสมอ 4. การใช้ยาบางประเภท ยาบางชนิด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาสเตียรอยด์ และยาลดความดัน อาจส่งผลให้เส้นเลือดเปราะและมีโอกาสแตกง่ายขึ้น 5. โรคภูมิแพ้และการติดเชื้อทางเดินหายใจ การติดเชื้อหวัด ภูมิแพ้ หรือโรคติดเชื้อในโพรงจมูก ทำให้เยื่อบุจมูกอักเสบและบวม ส่งผลให้เส้นเลือดง่ายต่อการแตก 6. การแคะหรือแกะจมูกบ่อยครั้ง นิสัยการแคะหรือแกะจมูกบ่อยๆ ทำลายเยื่อบุจมูกและเส้นเลือด ก่อให้เกิดบาดแผลเล็กๆ ที่อาจนำไปสู่เลือดกำเดาไหลได้ 7. ความเครียดและความวิตกกังวล ความเครียดสูงส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและการไหลเวียนเลือด ทำให้ความดันโลหิตเปลี่ยนแปลงและเพิ่มโอกาสเกิดเลือดกำเดาไหล 8. สภาวะทางพันธุกรรม บางคนมีโครงสร้างหลอดเลือดที่บอบบางตามพันธุกรรม ทำให้มีโอกาสเกิดเลือดกำเดาไหลได้ง่ายกว่าคนปกติ 9. การสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ทำลายเยื่อบุจมูกและลดความชื้น [...]
ในช่วงที่อุณหภูมิลดต่ำลง มนุษย์เรามักจะรู้สึกได้ถึงผลกระทบต่อร่างกายและปรับตัวด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่น แต่สำหรับสัตว์เลี้ยงของเรา พวกเขาต้องพึ่งพาเจ้าของในการดูแลและปกป้องจากภัยของอากาศหนาว อากาศเย็นส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงหลายชนิดแตกต่างกันไป ทั้งสุนัข แมว นก กระต่าย และสัตว์เลี้ยงอื่นๆ บทความนี้จะอธิบายถึงผลกระทบของอากาศหนาวต่อสัตว์เลี้ยงแต่ละประเภท และวิธีการดูแลพวกเขาให้อบอุ่นและปลอดภัยในช่วงอากาศเย็น ผลกระทบของอากาศหนาวต่อสุนัข สุนัขแต่ละสายพันธุ์มีความทนทานต่ออากาศหนาวแตกต่างกัน บางสายพันธุ์เช่น ไซบีเรียน ฮัสกี้ เซนต์เบอร์นาร์ด หรืออลาสกัน มาลามิวท์ มีขนหนาสองชั้นที่ช่วยปกป้องจากอากาศเย็นได้ดีกว่า ในขณะที่สุนัขขนสั้นอย่าง บอกเซอร์ กรีฮาวด์ หรือชิวาว่า จะทนต่ออากาศหนาวได้น้อยกว่า การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา เมื่ออากาศหนาว ระบบร่างกายของสุนัขจะทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่ พวกเขาจะใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังนี้: การเผาผลาญอาหารเพิ่มขึ้น: สุนัขจะใช้พลังงานมากขึ้นในการรักษาความอบอุ่นของร่างกาย ทำให้ต้องการอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะสุนัขที่อาศัยอยู่นอกบ้านหรือออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นเวลานาน ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น: เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น สุนัขจะรู้สึกหิวบ่อยขึ้น เจ้าของอาจสังเกตเห็นว่าสุนัขกินอาหารมากขึ้นในช่วงฤดูหนาว ขนเปลี่ยนแปลง: สุนัขหลายสายพันธุ์จะเปลี่ยนขนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฤดูหนาว โดยจะมีขนชั้นในที่หนาขึ้นเพื่อเพิ่มการเก็บความร้อน ผิวแห้งและระคายเคือง: อากาศแห้งและเย็นอาจทำให้ผิวของสุนัขแห้งและแตก โดยเฉพาะบริเวณอุ้งเท้าที่สัมผัสกับพื้นผิวเย็นหรือสารเคมีละลายน้ำแข็ง โรคที่มักพบในช่วงอากาศหนาว อากาศหนาวอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคบางชนิดในสุนัข: ไข้หวัด: เช่นเดียวกับมนุษย์ สุนัขสามารถเป็นไข้หวัดได้ในช่วงอากาศหนาว แม้ว่าไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัดในสุนัขจะแตกต่างจากในมนุษย์ ข้ออักเสบ: สุนัขที่มีอายุมากหรือมีปัญหาข้อต่อมักจะมีอาการปวดข้อมากขึ้นในช่วงอากาศหนาว เนื่องจากความดันบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงและความเย็นที่ทำให้กล้ามเนื้อเกร็ง ภาวะตัวเย็นเกิน [...]
การเลี้ยงแมวเป็นสัตว์เลี้ยงนั้น นอกจากความน่ารักและความผูกพันที่มีต่อกันแล้ว สิ่งสำคัญที่ผู้เลี้ยงต้องใส่ใจคือสุขภาพของน้องแมว เพราะแมวไม่สามารถบอกความรู้สึกหรืออาการเจ็บป่วยได้โดยตรง การสังเกตอาการผิดปกติจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้เราทราบว่าเมื่อไหร่ควรพาน้องแมวไปพบสัตวแพทย์ อาการฉุกเฉินที่ต้องรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที ในบางครั้งแมวอาจแสดงอาการป่วยที่รุนแรงและต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วน อาการเหล่านี้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ไม่ควรรอ: หายใจลำบากหรือหอบ การหายใจเร็วผิดปกติ มากกว่า 40 ครั้งต่อนาที อ้าปากหายใจ หน้าอกบุ๋มเวลาหายใจ เสียงหายใจดังผิดปกติ ชัก หมดสติ หรือล้มลง กล้ามเนื้อกระตุก ตัวแข็ง น้ำลายฟูมปาก ไม่รู้สึกตัว อาเจียนหรือท้องเสียรุนแรง อาเจียนติดต่อกันมากกว่า 24 ชั่วโมง มีเลือดปนในอาเจียน ท้องเสียรุนแรงและมีเลือดปน อาการที่ต้องพบสัตวแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง บางอาการอาจไม่ถึงขั้นฉุกเฉิน แต่ก็ควรได้รับการตรวจรักษาภายใน 1 วัน: ไม่กินอาหารหรือน้ำ ปฏิเสธอาหารนานเกิน 24 ชั่วโมง ไม่ดื่มน้ำเลยใน 12 ชั่วโมง แสดงความสนใจอาหารแต่ไม่ยอมกิน ปัสสาวะผิดปกติ ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ ปัสสาวะมีเลือดปน พยายามปัสสาวะแต่ทำไม่ได้ ร้องเสียงดังขณะปัสสาวะ อาการบาดเจ็บจากการต่อสู้หรืออุบัติเหตุ มีแผลเปิด กระดูกหัก ขาเจ็บหรือเดินกะเผลก บวมตามร่างกาย การสังเกตพฤติกรรมผิดปกติ [...]