กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
รวมบทความเกี่ยวกับพืชสมุนไพร จำนวน 6 บทความ เรียงจากวันที่เผยแพร่ล่าสุด เลือกอ่านสรุปแต่ละเรื่องเพื่อค้นหาข้อมูลที่ตรงกับความสนใจ และตรวจวันที่ในบทความก่อนนำข้อมูลราคาและโครงการไปใช้
ต้นตะโกเป็นไม้ยืนต้นพันธุ์ไทยแท้ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Diospyros rhodocalyx Kurz อยู่ในตระกูล EBENACEAE ชื่อภาษาอังกฤษเรียกว่า Ebony และมีชื่อท้องถิ่นหลากหลาย เช่น ตะโกนา, นมงัว, มะโก, มะถ่านไฟผี, โก, ตองโก และพญาช้างดำ ต้นตะโกเป็นไม้ต้นขนาดกลางที่สูงได้ถึง 15 เมตร มีลำต้นสีดำแตกเป็นสะเก็ดหนา ใบเดี่ยวสีเขียวเรียงสลับกัน รูปไข่ กว้างประมาณ 2.5-7 เซนติเมตร ยาว 3-12 เซนติเมตร ออกดอกแยกเพศ ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อเล็กประมาณ 3 ดอก ส่วนดอกเพศเมียเป็นดอกเดี่ยว ผลทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-3 เซนติเมตร ผลอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดง ขอบคุณภาพจาก : kapook ต้นตะโกมีความสำคัญทางวัฒนธรรมอย่างไร ต้นตะโกถือเป็นไม้มงคลที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมไทยมาช้านาน ในประวัติศาสตร์การสร้างพระเมรุมาศสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต้นตะโกได้รับการเลือกเป็นพรรณไม้หลักมากกว่า 200,000 ต้น เพื่อประดับพระเมรุมาศ 4 การเลือกใช้ต้นตะโกเป็นเพราะต้นไม้ชนิดนี้ทนทานต่อทุกสภาพอากาศและสื่อถึงแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ความเชื่อเรื่องไม้มงคลในประเทศไทยมีรากฐานมาจากความเชื่อดั้งเดิมก่อนการเข้ามาของศาสนาพุทธ คนโบราณมีความเชื่อในการกราบไหว้ต้นไม้ใหญ่ เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของอารักษ์และวิญญาณบรรพบุรุษ เนื่องจากต้นตะโกมีอายุยืนและทนทานต่อความแห้งแล้งได้ดี [...]
การปลูกมะกรูดในกระถางเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดแต่ต้องการใบมะกรูดสดใช้ประกอบอาหาร มะกรูดเป็นพืชสมุนไพรในตระกูลส้มที่มีใบหอมเฉพาะตัวและให้ประโยชน์หลากหลาย ทั้งในด้านอาหาร สุขภาพ และความงาม การเรียนรู้วิธีการปลูกและดูแลที่ถูกต้องจะช่วยให้ได้ต้นมะกรูดที่แข็งแรงและให้ผลผลิตดีตลอดปี ขอบคุณภาพจาก : อาณาจักรต้นไม้ การเตรียมอุปกรณ์และวัสดุปลูกมะกรูดจากเมล็ด การปลูกมะกรูดจากเมล็ดต้องเริ่มจากการเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างครบถ้วน ผลมะกรูดแก่หรือผลที่ร่วงธรรมชาติจะให้เมล็ดที่มีความสมบูรณ์สูงสุด อุปกรณ์พื้นฐานประกอบด้วยมีดคม ช้อนสำหรับคว้านเมล็ด ถาดสำหรับผึ่งเมล็ด และแก้วพลาสติกสำหรับเพาะกล้า วัสดุปลูกที่สำคัญคือกระถางดินเผาซึ่งให้การระบายอากาศดีกว่ากระถางพลาสติก ดินปลูกควรเป็นดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี ผสมกับปุ๋ยคอกหรือมูลสัตว์ในอัตราส่วนที่เหมาะสม การเพิ่มกาบมะพร้าวสับลงในกระถางจะช่วยในการระบายน้ำและรักษาความชุ่มชื้น สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการเจริญเติบโต สามารถเลือกใช้วัสดุปลูกแบบผสมที่ประกอบด้วยดินปลูกคุณภาพสูง 50% เพอร์ไลต์หรือทรายหยาบ 25% และปุ๋ยหมักหรือมูลสัตว์ 25% ขอบคุณภาพจาก : LadyNongDiary เทคนิคการเตรียมเมล็ดและการเพาะต้นกล้า การเตรียมเมล็ดมะกรูดต้องทำอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เมล็ดเสียหาย เริ่มจากการฝานผลมะกรูดแก่ออกให้เนื้อในแยกจากกัน แล้วใช้ช้อนคว้านเมล็ดออกมาอย่างนุ่มนวล การล้างเมล็ดด้วยน้ำสะอาดเพื่อขจัดเยื่อหุ้มที่เหนียวเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้เมล็ดงอกได้ดีขึ้น การผึ่งเมล็ดให้แห้งใต้แสงแดดเป็นเวลา 2-4 วันจะช่วยเตรียมเมล็ดให้พร้อมสำหรับการเพาะ ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปลูกคือปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อน เมื่อพืชมีการเจริญเติบโตที่แข็งแรง การใส่เมล็ดลงในดินที่เตรียมไว้ควรรดน้ำให้ชุ่มแต่ไม่แฉะเกินไป และวางไว้ในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงพอประมาณ วิธีการย้ายต้นกล้าและการปลูกในกระถางถาวร เมื่อต้นกล้ามะกรูดเริ่มออกใบ 3-4 ใบแล้ว จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการย้ายไปปลูกในถุงเพาะกล้า ในระยะนี้ต้นกล้าต้องการการดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการรักษาความชุ่มชื้นและการได้รับแสงแดดที่เพียงพอ การใช้ถุงดำสำหรับเพาะกล้าจะช่วยให้รากเจริญเติบโตได้ดีและต้นกล้าแข็งแรงจนสูงประมาณ 30 เซนติเมตร การย้ายต้นกล้าไปยังกระถางถาวรควรทำเมื่อต้นกล้ามีความแข็งแรงสมบูรณ์แล้ว ดินในกระถางควรเป็นดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ยคอกในอัตราส่วนเท่าๆ กัน [...]
ดอกเดซี่เป็นดอกไม้ขนาดเล็กที่มีเสน่ห์พิเศษ ด้วยกลีบดอกสีขาวบริสุทธิ์และใจกลางสีเหลืองสดใส ดอกไม้ชนิดนี้ไม่เพียงแต่สวยงามเท่านั้น แต่ยังมีความหมายลึกซึ้งและประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ จากการที่ใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความบริสุทธิ์ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในด้านการแพทย์และเครื่องสำอาง ดอกเดซี่จึงเป็นพืชดอกที่มีคุณค่าหลากหลายและเป็นที่นิยมทั่วโลกมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ดอกเดซี่มีต้นกำเนิดมาจากไหนและมีประวัติอย่างไร? ดอกเดซี่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและหลากหลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์หลักที่เรารู้จักกันดี คือ เดซี่อังกฤษ (English Daisy) ที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Bellis perennis มีถิ่นกำเนิดในแถบยุโรปตะวันตก กลาง และเหนือ ในขณะที่สายพันธุ์อื่นๆ เช่น Thymophylla tenuiloba หรือที่เรียกกันว่า Golden Fleece กลับมีต้นกำเนิดจากเม็กซิโกและรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา หลักฐานทางประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าดอกเดซี่มีความสำคัญต่อมนุษย์มาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยพบเครื่องประดับบนศีรษะของคนชั้นสูงที่ทำจากหินแกะสลักเป็นรูปดอกเดซี่ที่ปราสาทแห่งหนึ่งในประเทศกรีซ ซึ่งมีอายุราวประมาณ 4,000 ปี นอกจากนี้ยังมีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าดอกเดซี่มีความเกี่ยวข้องกับอารยธรรมมนุษย์มาตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณ8 ที่มาของชื่อ “เดซี่” นั้นมีความน่าสนใจ เดิมทีชาวอังกฤษเรียกดอกไม้ชนิดนี้ว่า “Day’s Eye” ซึ่งแปลว่า “ดวงตาของกลางวัน” เนื่องจากเป็นดอกไม้ที่บานเฉพาะในช่วงเช้าและปิดตัวลงเมื่อดวงอาทิตย์ตก ชื่อนี้ได้ถูกเรียกเพี้ยนมาเรื่อยๆ จนกลายเป็น “Daisy” อย่างที่ใช้กันในปัจจุบัน นักเขียนชื่อดังอย่าง Geoffrey Chaucer เคยเรียกดอกไม้นี้ว่า “eye of the day” [...]
ดอกอัญชันเป็นพืชที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยดอกสีน้ำเงินสวยงามและสารแอนโทไซยานินที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย การปลูกและดูแลต้นอัญชันทำได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพืชสวยงามและได้ประโยชน์ใช้สอยในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการนำมาทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ สีผสมอาหารธรรมชาติ หรือใช้ประโยชน์ทางการแพทย์แผนโบราณ ดอกอัญชันคืออะไร และมีต้นกำเนิดจากที่ไหน ดอกอัญชันมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Clitoria ternatea L. เป็นพืชในตระกูลถั่ว (Fabaceae) ที่มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า butterfly pea หรือ blue pea ซึ่งสะท้อนถึงรูปทรงดอกที่คล้ายปีกผีเสื้อและสีน้ำเงินที่โดดเด่น ในประเทศไทยมีชื่อเรียกที่หลากหลายตามภูมิภาค เช่น แดงชัน ในเชียงใหม่ เอื้องชัน ในภาคเหนือ และอังจัน ในบางพื้นที่ เกี่ยวกับถิ่นกำเนิดของดอกอัญชันนั้นมีความขัดแย้งกันในข้อมูลทางวิชาการ แหล่งข้อมูลบางแห่งระบุว่ามีต้นกำเนิดในแถบอเมริกาใต้ ในขณะที่บางแหล่งอ้างถึงแถบเอเชียเขตร้อน การศึกษาทางพฤกษศาสตร์สมัยใหม่ชี้ให้เห็นว่าชื่อวิทยาศาสตร์ “ternatea” อาจมาจากเกาะ Ternate ในหมู่เกาะอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นสถานที่ที่นักพฤกษศาสตร์ Linnaeus ได้ตัวอย่างพืชชนิดนี้มาศึกษา ปัจจุบันดอกอัญชันแพร่กระจายไปทั่วโลกในเขตร้อนและกึ่งร้อน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และหมู่เกาะแปซิฟิก ความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพอากาศที่หลากหลาย การผสมเกสรเองได้ และความสามารถในการตรึงไนโตรเจนทำให้พืชชนิดนี้เจริญเติบโตได้ดีในหลายพื้นที่ ลักษณะเด่นของดอกอัญชันที่ควรรู้จัก ดอกอัญชันเป็นไม้เลื้อยล้มลุกที่มีลักษณะโดดเด่นหลายประการ ลำต้นมีความยาวประมาณ 3-5 เมตร ปกคลุมด้วยขนนุ่ม สามารถเลื้อยได้ไกลถึง 20 [...]
ฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรไทยที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังจากการระบาดของโรคติดต่อต่างๆ ที่ทำให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพและสมุนไพรกันมากขึ้น การปลูกฟ้าทะลายโจรไม่เพียงแต่ให้ประโยชน์ทางสุขภาพ แต่ยังสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่ต้องการผลิตสมุนไพรเพื่อขายได้อีกด้วย พืชชนิดนี้มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Andrographis paniculata และมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละภาคของประเทศไทย เช่น หญ้ากันงู เมฆทะลายฟ้าสะท้าน สามสิบดี ฟ้าสาง หรือน้ำลายพังพอน ฟ้าทะลายโจรมีลักษณะอย่างไรและเลือกสายพันธุ์แบบไหนดี? ฟ้าทะลายโจรเป็นพืชล้มลุกที่มีความสูงประมาณ 30-70 เซนติเมตร มีรสขมทุกส่วนของต้น กิ่งใบมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม ใบมีสีเขียวเข้มผิวมัน ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่งและซอกใบ กลีบดอกสีขาว โคนกลีบติดกัน ปลายแยก 2 ปาก ปากบนมี 3 กลีบ และมีเส้นสีม่วง-แดงพาดอยู่ มีผลเป็นฝัก เมื่อแก่จะมีสีน้ำตาล ด้านในมีเมล็ดจำนวนมาก พืชชนิดนี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เมื่อต้นมีอายุประมาณ 3-5 เดือน โดยใช้ได้ทั้งต้น ใบสด และใบแห้ง สายพันธุ์ฟ้าทะลายโจรที่นำมาปลูกมี 3 สายพันธุ์หลัก คือ สายพันธุ์จากกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ให้ค่าน้ำหนักสดเฉลี่ยต่อต้นสูงสุด สายพันธุ์จากระยอง และสายพันธุ์จากศรีสะเกษ จากการศึกษาวิจัยพบว่า สายพันธุ์พิจิตร 4-4 ให้ผลผลิตน้ำหนักสดเฉลี่ย 3,374 [...]
ต้นโกสนเป็นไม้ประดับยอดนิยมที่โดดเด่นด้วยใบหลากสีสันสวยงาม นอกจากความสวยงามแล้ว โกสนยังมีความเชื่อเรื่องความเป็นมงคล ช่วยเสริมบารมี และปกป้องคุ้มครองผู้อยู่อาศัย ที่สำคัญคือมีประโยชน์ทางสมุนไพรและสามารถนำมาประกอบอาหารได้อีกด้วย โกสนมีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกปลูกตามความชอบ แต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งรูปทรงและสีสันของใบ แม้จะเป็นไม้ที่ต้องการการดูแลพิเศษบ้าง แต่หากเข้าใจธรรมชาติและวิธีการดูแลที่ถูกต้อง ก็จะทำให้ต้นโกสนเจริญเติบโตสวยงามและอยู่กับเราไปนานๆ ลักษณะทั่วไปของต้นโกสน ไม้ประดับสีสันสวยงาม โกสน (Croton) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Codiaeum variegatum อยู่ในวงศ์ Euphorbiaceae หรือวงศ์ยางพารา เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดจากหลายประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย อินเดียตอนใต้ และหมู่เกาะแปซิฟิกตะวันตก ลักษณะเป็นไม้พุ่มไม่ผลัดใบขนาดกลาง มีความสูงประมาณ 2-5 เมตร ลำต้นตั้งตรง เปลือกสีน้ำตาลเทา แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มทรงกลม ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ลักษณะใบแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ มีทั้งรูปร่างกลม ยาวแคบ หรือบิดเป็นเกลียว กว้างประมาณ 0.5-8 เซนติเมตร ยาวประมาณ 5-30 เซนติเมตร ปลายใบอาจแหลมหรือมน โคนใบสอบ ขอบใบเรียบหรือหยักเป็นคลื่น สีของใบมีหลากหลายตั้งแต่เขียว เหลือง ส้ม ชมพู แดง ไปจนถึงม่วงและดำ [...]