Top Origin

MGC-ASIA คืนฟอร์ม โชว์กำไรสุทธิ Q4/67 ทะยาน 888.40% 3 ธุรกิจ EV – Alpha X – Howden Maxi ผนึกกำลัง สร้าง New S-curve ดันธุรกิจโต

บมจ.มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือ MGC-ASIA ประกาศคืนฟอร์ม หลังโชว์งบผลงานไตรมาส 4/2567 มีรายได้รวมแตะ 5,977 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 95.20 เพิ่มขึ้น 888.40% ส่งผลให้ EBITDA แตะ 468 ล้านบาท เติบโต 23% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา (QoQ) รับอานิสงส์ 3 ธุรกิจ ผนึกกำลังสร้างมูลค่าเพิ่มสู่ New S-curve ทั้ง ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า
ที่ยอดส่งมอบรถ XPENG – ZEEKR พุ่งต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจบริการด้านการเงิน ALPHA X เร่ง เดินเกมรุกเจาะกลุ่ม Wealth Lending และกลุ่มธุรกิจบริการประกันภัย Howden Maxi สยายปีกเจาะลูกค้ากลุ่มโรงไฟฟ้า – พลังงานหมุนเวียน ส่งผลเชิงบวกหนุนภาพรวมธุรกิจโต

MGC-ASIA คืนฟอร์ม โชว์กำไรสุทธิ Q4/67 ทะยาน 888.40% 3 ธุรกิจ EV – Alpha X – Howden Maxi ผนึกกำลัง สร้าง New S-curve ดันธุรกิจโต

บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย ถึงผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4/2567 (ตุลาคม-ธันวาคม 2567) บริษัทฯ มีรายได้รวม 5,977 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2567 ที่ผ่านมา(QoQ) และมีกำไรสุทธิ 95.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 888.40% (QoQ) ส่งผลให้มีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) แตะ 468 ล้านบาท เติบโต 23% (QoQ) ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของรายได้จากกลุ่มธุรกิจจำหน่ายยานยนต์ที่เพิ่มขึ้น จากการส่งมอบรถยนต์ที่รับจองในงาน MOTOR EXPO และรับรู้ส่วนแบ่งกำไร ของบริษัทร่วมทุน นีโอ โมบิลิตี้ เอเชีย (Neo Mobility Asia) ที่มีการส่งมอบรถยนต์ในช่วงไตรมาสที่ 4/2567 อีกทั้งการรับรู้กำไรธุรกิจ Alpha X เป็นไตรมาสแรกจากการขยายพอร์ตสินเชื่อ Wealth Lending ที่เติบโตเพิ่มขึ้น 45% เมื่อเทียบจากปีก่อน ขณะที่ธุรกิจ Howden Maxi เติบโตเพิ่มขึ้น 2% จากการขยายพอร์ต สู่ลูกค้ารายใหญ่เข้ามาให้บริการเพิ่มขึ้น ทั้งนี้จากอัตราการเติบโตในไตรมาสดังกล่าว ส่งผลให้ ผลการดำเนินงานของ MGC-ASIA ในปี 2567 มีรายได้รวม 20,334 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 145.60 ล้านบาท และ EBITDA ที่ระดับ 1,631 ล้านบาท เติบโต 4% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลประกอบการในไตรมาส 4/2567 ของบริษัทฯ มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากการขับเคลื่อนใน 3 ธุรกิจ ที่สร้าง New S-curve สู่การกระจายพอร์ตรายได้ สู่การเติบโตอย่างโดดเด่น โดยการเติบโตดังกล่าวมาจาก ธุรกิจจำหน่ายยานยนต์ ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจาก มีการส่งมอบรถยนต์ที่รับจองในงาน MOTOR EXPO และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทุน จากบริษัท นีโอ โมบิลิตี้ เอเชีย จำกัด ที่ให้บริการทั้งจัดจำหน่าย และธุรกิจเกี่ยวเนื่องในกลุ่มธุรกิจ EV ทั้งหมด ที่ได้ทยอยส่งมอบรถในไตรมาสที่ 4/2567 ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น

โดยเฉพาะ XPENG ซึ่งเป็นยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-เทค และ ZEEKR ยานยนต์ไฟฟ้า พรีเมียม-ลักชัวรี่ ที่มีกระแสตอบรับดีมาก ทำให้ยอดจองซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในปี 2567 มียอดส่งมอบกว่า 1,000 คัน และยังมียอดจองที่รอส่งมอบในไตรมาสถัดไปอีกหลายร้อยคัน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีรายได้จากกลุ่มธุรกิจให้บริการหลังการขาย โดยเฉพาะ MMS Car Services & Tire ศูนย์บริการซ่อมบำรุงรถยนต์แบบครบวงจร (One-Stop Service) โดยมีจำนวนการให้บริการซ่อมบำรุงรถยนต์อิสระเพิ่มขึ้นตามจำนวน Car Parc ด้วยกลยุทธ์การให้บริการครบทุกเรื่องการดูแลรถยนต์ ตอกย้ำถึงศักยภาพการให้บริการด้านการจัดการ งานบริการซ่อมได้ครอบคลุมทุกมิติ ตามมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ในส่วนกลุ่มธุรกิจให้บริการรถเช่า และพนักงานขับ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นตามจำนวนรถยนต์ในฟลีต โดย บริษัท มาสเตอร์ คาร์ เร้นเทิล จำกัด (MCR ) หนึ่งในผู้นำด้านการให้บริการรถเช่าระยะยาว สามารถเสริมพอร์ตรายได้ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ภายใต้การขายรถมือสองกว่า 1,000 คัน ขณะที่ ซิกท์ รถเช่า ประเทศไทย (SIXT) ผู้ให้บริการรถเช่าระยะสั้น สำหรับบุคคลทั่วไป ก็ปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสอดรับภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกในปีที่ผ่านมาเติบโต ทั้งเทรนด์ การท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศที่มีการฟื้นตัว ส่งผลให้ยอดนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาเที่ยว ในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยดังกล่าวส่งผลเชิงบวกต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ขณะเดียวกัน ปี 2568 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คาดว่า จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศกว่า 37.5 ล้านคน เติบโต 5.6% ซึ่งจะทำให้ภาคการท่องเที่ยวในประเทศเติบโตขึ้น โดยจะส่งผลเชิงบวกต่ออัตราการเข้าพักในโรงแรม รวมถึงธุรกิจรถเช่า ที่จะเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะที่ธุรกิจให้บริการด้านการเงิน ภายใต้ บริษัท อัลฟา เอกซ์ จำกัด (Alpha X) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกับ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และมีกำไรสุทธิเป็นปีแรก จากกลยุทธ์สร้างการเติบโตด้วยการรุกตลาดสินเชื่อ Wealth Lending เจาะกลุ่มลูกค้า High Net Worth ทำให้พอร์ตการให้สินเชื่อเติบโตกว่า 45% เมื่อเทียบกับปีก่อน ประกอบกับการมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและต้นทุนในการดำเนินงาน ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานลดลงกว่า 10% รวมทั้งการปรับลดการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยง ทำให้ต้นทุนทางด้านเครดิตลดลงมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน

นอกจากนี้ ธุรกิจบริการประกันภัย ที่บริหารงานโดย บริษัท ฮาวเด้น แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด (Howden Maxi) ในปีงบประมาณช่วงเดือนตุลาคม 2566 ถึง กันยายน 2567 บริษัทฯ สามารถทำรายได้แตะระดับ 337 ล้านบาท เติบโต 2% และ มีกำไรสุทธิ 99 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้เป็นผลมาจากการเติบโตของกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ รวมถึงการขยายพอร์ตไปยังกลุ่มลูกค้ารายใหม่มากขึ้น โดยทีม ที่สามารถสร้างรายได้เข้าเป้า โดยเฉพาะทีมอัญมณีเครื่องประดับ, ทีมงานศิลปะ และทีมงานโครงการพิเศษ

อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2568 ดร.สัณหวุฒิ กล่าวตอกย้ำว่า“บริษัทฯ ยังคงวางกลยุทธ์สู่การต่อยอดการเติบโตใน 3 ธุรกิจสู่การสร้าง New S-curve อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างอัตราผลตอบแทนอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจบริการด้านการเงิน Alpha X ที่จะมุ่งเน้นการเติบโตการให้สินเชื่อ Wealth Lending ในอัตราที่เพิ่มขึ้น พร้อมปรับปรุงกระบวนการและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และควบคุมผลขาดทุนด้านเครดิตโดยการนำเสนอการแก้ปัญหาในการชำระหนี้ที่ยั่งยืนให้กับลูกค้า ขณะที่ด้านธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า XPENG และ ZEEKR บริษัทฯ มีแนวโน้มส่งมอบรถอย่างต่อเนื่อง ตามเทรนด์รถ EV ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน”

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในงาน บางกอกอินเตอร์แนชั่นนัล มอเตอร์โชว์ ที่เมืองทองธานี และเริ่มส่งมอบ XPENG X9 รถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะ พวงมาลัยขวาล็อตแรกของโลก ที่ได้กระแสตอบรับอย่างท่วมท้น อีกกว่า 500 คัน ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมนี้ เป็นต้นไป ส่วนธุรกิจบริการประกันภัยของ Howden Maxi บริษัทฯ ก็ยังคงขยายการให้บริการที่หลากหลาย และเข้าไปเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ มากขึ้น ควบคู่กับการให้ความสำคัญในการหาพันธมิตรทางธุรกิจสู่การขยายโอกาสทางธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

อ่านเพิ่ม
The Palm (copy)
Sidebar
บทความล่าสุด
เมกาบางนา เดินหน้าสร้างคอมมูนิตี้คนรักสัตว์เลี้ยง ชวนเปิดโลกผ่านมุมมองของเพื่อนซี้สี่ขา ในงาน “MEGA PET DAY 2026 : SEE THE WORLD THROUGH MY PAWS” วันที่ 14–15 มี.ค. 69 ณ เมกา พาร์ค เมกาบางนา
ข่าวสาร
AssetWise ผนึกกำลัง 8 แบงก์พันธมิตร มอบสินเชื่อสุดพิเศษ ดอกเบี้ยต่ำสุด 1.59% ต่อปีในปีแรก** หรือ ผ่อนต่ำเพียงล้านละ 2,500 บาท*** ในงาน AssetWise Funtastic Deal
ข่าวสาร
TOA ผงาดคว้ารางวัล ‘Corporate of the Year’ ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน ตอกย้ำเบอร์ 1 ผู้นำนวัตกรรม Total Solution เพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน
ข่าวสาร
“เซ็นทรัลพัฒนา” วางศิลาฤกษ์ ‘เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส’ นับถอยหลังสู่แลนด์มาร์กมิกซ์ยูสแห่งใหม่ของขอนแก่น เตรียมเปิด 20 พฤษภาคม 2569
ข่าวสาร
SC พลิกเกมรีแบรนด์ใหญ่ “มากกว่าที่อยู่อาศัย” ชู 3 เครื่องยนต์ธุรกิจ ดันสัดส่วนกำไรจากธุรกิจนอกที่อยู่อาศัยเกิน 30% ปี 2573 และมั่นใจแบ็กล็อกแกร่ง หนุนเป้ารายได้รวมปี 2569 ทะลุ 25,500 ล้าน
ข่าวสาร
รีวิวโครงการ
รีวิว เดอะ แพลนท์ นครปฐม (The Plant Nakornpathom) บ้านเดี่ยว บ้านแฝดสไตล์ Modern Barn House หนึ่งเดียวในนครปฐม เพียง 5 นาที* ถึงเซ็นทรัล นครปฐม
Review
รีวิว บ้านพฤกษา มหิดล-ศาลายา (Baan Pruksa Mahidol-Salaya) โครงการสไตล์ใหม่ Wize Minimal ใกล้ม.มหิดล ใจกลางศาลายา ทาวน์โฮมพื้นที่กว้าง ใหญ่กว่าคอนโด 3 เท่า* จอดรถในบ้านเป็นส่วนตัวไม่ต้องแย่งใคร พร้อมเข้าอยู่ ครบทุกความต้องการ
Review
รีวิว เดอะ ซิกเนเจอร์ กรุงเทพกรีฑา (The Signature Krungthepkreetha) เปิดตัวบ้านรุ่นใหม่ New Kaiteki Series เพดานสูง 3.2 เมตร ทำเลบ้านหรูใกล้โรงเรียนนานาชาติ Brighton College และ Wellington College
Review
รีวิว ไลฟ์ พหลฯ-ลาดพร้าว (Life Phahon-Ladprao) คอนโดใหม่ แต่งครบ พร้อมอยู่ ยูนิตน้อย ทำเล North CBD ห้าแยกลาดพร้าว ตรงข้าม The Central พหลโยธิน
Review
รีวิว เดอะ ซิกเนเจอร์ สุขุมวิท 77 (The Signature Sukhumvit 77) บ้านหรูระดับ Super Luxury บททำเลอ่อนนุช-ลาดกระบัง
Review
Loading..