Top Origin

จระเข้ คอร์ปอเรชั่น โตแกร่ง 9.5% กางโรดแมปสู้ศึกเศรษฐกิจไทย รักษาเบอร์หนึ่งมาร์เก็ตแชร์ตลาดกาวซีเมนต์และกาวยาแนว ลุยตลาดต่างประเทศเต็มสูบ ตั้งเป้ายอดขาย ตปท. เป็น 16%

กรุงเทพฯ 30 กรกฎาคม 2568 — บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ตัวจริงนวัตกรรมก่อสร้างครบวงจรด้วยสินค้าคุณภาพครอบคลุมงานก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่งตั้งแต่รากฐานถึงหลังคา เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2568 เติบโต 9.5% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า และคาดว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจไทยและการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้น บริษัทยืนหยัดด้วยแนวคิด “Build Today, Beyond Tomorrow” สร้างวันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่ยั่งยืนกว่า ผ่านนวัตกรรมสินค้าก่อสร้างที่มีคุณภาพได้มาตรฐานในทุกกระบวนการผลิต ความสำเร็จในปีนี้เกิดจากแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการรับมือความท้าทายและการรองรับดีมานด์ใหม่ ๆ ทั้งการเพิ่มขึ้นของความต้องการวัสดุก่อสร้างสำหรับงานซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว การเติบโตอย่างต่อเนื่องของโครงการก่อสร้างภาครัฐและอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการขยายตัวในตลาดต่างประเทศและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เริ่มสร้างยอดขายได้ดี

ดร. จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เผยว่า “แบรนด์จระเข้ ยังคงครองความเป็นเจ้าตลาดในกลุ่มนวัตกรรมกาวซีเมนต์และกาวยาแนวที่มีมูลค่าตลาด 5,500 ล้านบาท ด้วยส่วนแบ่งตลาดกว่า 50% ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีก่อสร้างมีเติบโตโดดเด่นที่ 24% โดยที่ตั้งเป้ารายได้จากกลุ่มนี้ไว้ที่ 900 ล้านบาท ในปี 2568 จระเข้ ดำเนินแผนขยายธุรกิจระยะยาวในตลาดต่างประเทศ พร้อมเดินหน้าขยายฐานลูกค้าและเสริมช่องทางจัดจำหน่ายผ่านร้านค้ากว่า 3,000 แห่งทั้งในไทยและต่างประเทศ”

ตลาดก่อสร้างไทยในปี 2568 แสดงสัญญาณทรงตัวถึงติดลบเล็กน้อย มูลค่าตลาดก่อสร้างรวมอยู่ที่ 1.4 ล้านล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนโดยภาครัฐและเอกชน และการท่องเที่ยว ขณะที่ตลาดวัสดุเคมีก่อสร้าง เช่น กาวซีลแลนต์ และกันซึม เติบโตมากกว่า 5.5% ต่อปี และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 5% (CAGR) ไปจนถึง 2030 สะท้อนโอกาสขยายตัวที่มั่นคงในระยะยาว

มูลค่าการลงทุนก่อสร้างภาครัฐคาดว่าจะขยายตัว 3-5% ในปีนี้ จากการลงทุนก่อสร้างเมกะโปรเจกต์ทั้งโครงการเดิมและใหม่ อาทิ โปรเจกต์ท่าเรือ ทางด่วน รถไฟความเร็วสูง และโครงสร้างพื้นฐานในแถบอีอีซี ส่วนภาคเอกชนมีแนวโน้มหดตัว -4 ถึง -5.6 % นอกจากนี้ ตลาดวัสดุก่อสร้างยังได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ทำให้เกิดความต้องการซ่อมแซมเร่งด่วน โดยพบว่าผู้ว่าจ้างให้ความสำคัญกับสินค้าคุณภาพที่มีมาตรฐานความปลอดภัยและความสามารถในการรับมือภัยพิบัติมากขึ้น

ดร. จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์ กล่าวว่า “ท่ามกลางการเติบโตอย่างช้า ๆ แต่มั่นคงของวงการก่อสร้าง เรามองเห็นทิศทางความต้องการในวัสดุคุณภาพสูง ยิ่งเฉพาะหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เจ้าของบ้านและทุกองค์กรต่างหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานที่มั่นคงและการซ่อมแซมที่จะมอบความคงทนและปลอดภัยในระยะยาว นอกจากนี้ ยังพบว่าความยั่งยืน ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการพิจารณา โดยวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมคาดจะเติบโต 5-6% ในช่วงปี 2568-2572 ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จระเข้ มั่นใจในการปรับตัวรับดีมานด์และรักษาตำแหน่งผู้นำด้วยนวัตกรรมที่ตอบโจทย์เทรนด์และความต้องการที่หลากหลายของตลาดในประเทศและภูมิภาค”


ด้านตลาดวัสดุก่อสร้างในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) ยังคงแสดงศักยภาพการเติบโตที่น่าสนใจ แม้จะเผชิญความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศเมียนมา กัมพูชา และเวียดนาม คาดการณ์เติบโต 5-7% ในปี 2568 ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน สะพาน ระบบน้ำและไฟฟ้า ที่ช่วยดันความต้องการวัสดุก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง การค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับ CLMV มีแนวโน้มขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้านเวียดนามโดดเด่นด้วยแนวโน้มเติบโตดีที่สุดในกลุ่ม เนื่องจากได้ประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตของต่างชาติมายังเวียดนาม พร้อมด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและนิคมอุตสาหกรรม ขณะที่เมียนมาเผชิญเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่สร้างความต้องการวัสดุก่อสร้างจากไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะปูนซีเมนต์และเหล็ก กลุ่มประเทศ CLMV จึงยังคงเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพการเติบโตโดดเด่นสำหรับธุรกิจไทยที่ต้องการขยายตลาดต่างประเทศ

 

จระเข้ เดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดย ดร. จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์ เล่าว่า “ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายแบ่งเป็น 90% ในประเทศ แบ่งเป็นช่องทาง Traditional Trade 62% และ Modern Trade 38% ซึ่งจระเข้มีเป้าหมายในการพัฒนาและยกระดับศักยภาพคู่ค้าอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคู่ค้า “จระเข้ช็อป (JORAKAY SHOP)” ที่เป็นส่วนสำคัญในการผลักดันผลิตภัณฑ์ “จระเข้” ไปยังผู้ใช้งาน ทั้งช่างก่อสร้าง ผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้รับเหมาเฉพาะทาง (Applicator) และผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการขายและการตลาดครบวงจรอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ ต่างประเทศมีสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 10% โดยเราตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนต่างประเทศเป็น 16% ผ่านการขยายสินค้าในตลาดเดิมและการเจาะตลาดใหม่ กลยุทธ์หลักคือการเสริมสร้างเครือข่ายพันธมิตรท้องถิ่นและการกระจายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่ายหลัก พร้อมเสริมความแข็งแกร่งช่องทางค้าปลีก ปัจจุบันสินค้าของเรามีจำหน่ายใน 17 ประเทศ การขยายสู่ตลาดต่างประเทศคือการสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจที่จะช่วยให้จระเข้เติบโตแบบก้าวกระโดดในอนาคต”

หนึ่งในเทรนด์สำคัญในวงการวัสดุก่อสร้างปี 2568 ยังคงเป็นความยั่งยืนและสุขภาวะที่ดี โดยผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับวัสดุที่ลดการปล่อยคาร์บอนและวัสดุที่ปลอดภัยต่อคนและสิ่งแวดล้อม โดยจระเข้ ตอบรับเทรนด์นี้มาอย่างยาวนาน ภายใต้วิสัยทัศน์ “Sustainable Building Innovation” จระเข้ มุ่งพัฒนานวัตกรรมที่มีคุณภาพ ปลอดภัยต่อสุขภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดร. จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์ กล่าวย้ำว่า “จระเข้ ยึดมั่นในเป้าหมายความยั่งยืนอย่างจริงจัง ปัจจุบันเรามีสัดส่วน Green Products กว่า 63% และตั้งเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง แผนยุทธศาสตร์ของเราคือการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ. 2050 และบรรลุ Net Zero ในปี 2065 ตลอดกว่า 33 ปีในการดำเนินธุรกิจ จระเข้ ตระหนักอยู่เสมอว่า ความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือก แต่คือเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจและสังคมให้เดินหน้าไปด้วยกันอย่างมั่นคง”

จระเข้ จะไม่หยุดแค่การเป็นผู้นำตลาดในด้านยอดขาย แต่บริษัทมุ่งมั่นขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่อุตสาหกรรม ด้วยวิสัยทัศน์ในการยกระดับสังคมด้วยการส่งมอบทั้งนวัตกรรมและ “การสร้างคน”  โดยศูนย์ฝึกอบรมและทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน จระเข้ อะคาเดมี่ (Jorakay Academy Training Center) ได้ประสบความสำเร็จในการส่งต่อองค์ความรู้ สร้างช่างรุ่นใหม่และยกระดับมาตรฐานวงการก่อสร้างไทย ไม่เพียงเท่านั้น จระเข้ ต่อยอดสู่การพัฒนาแรงงานระดับภูมิภาคผ่านโปรเจกต์ “Crocodile Tiler X” เวทีชิงแชมป์ช่างปูกระเบื้องระดับภูมิภาคอาเซียน ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำบทบาทของจระเข้ ในฐานะผู้นำมาตรฐานงานปูกระเบื้องระดับภูมิภาค ด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่ในการพัฒนา เติบโต ต่อยอด จระเข้ เดินหน้าเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ให้อุตสาหกรรมก่อสร้างที่ยั่งยืน เพื่อสร้างโลกที่ดีกว่าสำหรับคนรุ่นต่อไป

อ่านเพิ่ม
Sidebar
The Palm (copy)
บทความล่าสุด
เบนท์ลีย์ แบงค็อก ดึงเสน่ห์ British Cars & Cuisine เนรมิต Exclusive Lunch Dining with Gordon Ramsay
ข่าวสาร
ไฮเออร์ ประเทศไทย พร้อมทะยานสู่โกลบอลแบรนด์ ทุ่มงบปี 69 กว่า 1,200 ลบ. ขยายเครือข่าย “จุดจำหน่าย ดีลเลอร์ โมเดิร์นเทรด และออนไลน์” ทั่วประเทศ พร้อมเปิดตัว ไลน์อัปผลิตภัณฑ์กว่า 50 รายการ เร่งเครื่องสู่ AI Smart Home Ecosystem เต็มพอร์ต
ข่าวสาร
มากกว่าพื้นที่ แต่คือโมเมนต์ดีๆ เดอะ ปาร์ค รวมพลเชลตี้ ในงาน“The Shelties Soirée” เติมเต็ม Pet-Friendly Community ใจกลางเมือง
ข่าวสาร
SC x openbooks ส่งต่อ “คุณค่าของชีวิต” เชื่อมโยงคอมมูนิตี้ผ่านการอ่าน คัดสรร 2 หนังสือระดับโลก ฉบับ Limited Edition พร้อมจับจองเฉพาะใน Book Fair 2026
ข่าวสาร
โรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จัดพิธีเชิญเสาเอก “โรบินสันไลฟ์สไตล์ หนองคาย” เดินหน้าพัฒนาแลนด์มาร์กใหม่ มูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท บนทำเลยุทธศาสตร์แห่งการเชื่อมโยงภูมิภาคโดยรอบ ช่วยยกระดับเศรษฐกิจ การค้า และไลฟ์สไตล์ของจังหวัดหนองคาย
ข่าวสาร
รีวิวโครงการ
รีวิว เดอะ แพลนท์ นครปฐม (The Plant Nakornpathom) บ้านเดี่ยว บ้านแฝดสไตล์ Modern Barn House หนึ่งเดียวในนครปฐม เพียง 5 นาที* ถึงเซ็นทรัล นครปฐม
Review
รีวิว บ้านพฤกษา มหิดล-ศาลายา (Baan Pruksa Mahidol-Salaya) โครงการสไตล์ใหม่ Wize Minimal ใกล้ม.มหิดล ใจกลางศาลายา ทาวน์โฮมพื้นที่กว้าง ใหญ่กว่าคอนโด 3 เท่า* จอดรถในบ้านเป็นส่วนตัวไม่ต้องแย่งใคร พร้อมเข้าอยู่ ครบทุกความต้องการ
Review
รีวิว เดอะ ซิกเนเจอร์ กรุงเทพกรีฑา (The Signature Krungthepkreetha) เปิดตัวบ้านรุ่นใหม่ New Kaiteki Series เพดานสูง 3.2 เมตร ทำเลบ้านหรูใกล้โรงเรียนนานาชาติ Brighton College และ Wellington College
Review
รีวิว ไลฟ์ พหลฯ-ลาดพร้าว (Life Phahon-Ladprao) คอนโดใหม่ แต่งครบ พร้อมอยู่ ยูนิตน้อย ทำเล North CBD ห้าแยกลาดพร้าว ตรงข้าม The Central พหลโยธิน
Review
รีวิว เดอะ ซิกเนเจอร์ สุขุมวิท 77 (The Signature Sukhumvit 77) บ้านหรูระดับ Super Luxury บททำเลอ่อนนุช-ลาดกระบัง
Review
Loading..