Loading...
Loading...

2/21/2022 • by Homeday
เก็บออมตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยทำงาน การเริ่มเก็บเร็วเท่ากับเงินออมนั้นจะมากกว่าคนที่เริ่มเก็บช้า ควรเริ่มการออมเงินตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยทำงานค่ะ อย่างน้อย 10-20% ของเงินเดือน แยกไว้เป็น

2/15/2022 • by Homeday
DIY ธนบัตร ใครที่มีความคิดสร้างสรรค์ ชอบการออกแบบไอเดียเจ๋งๆ เราขอแนะนำวิธีการพับกระดาษ เปลี่ยนจากกระดาษธรรมดาเป็นการพับธนบัตร 20 บาท 50 บาท 100 บาท 500 บาท หรือ

8/15/2025 • by Homeday
ในยุคที่การเป็นแฟนด้อมและ “การติ่ง” ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความหลงใหลอีก แต่กลายเเป็นไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่งของคน Gen Z ที่ทั้งจริงจังและใช้เงินไม่แพ้งานอดิเรกอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการซื้ออัลบั้มหลายเวอร์ชันเพื่อล่าการ์ดสุ่ม จองบัตรคอนเสิร์ตราคาหลักพันหลักหมื่น ไปจนถึงการบินตามศิลปินไปต่างประเทศ หรือลงทุนทำโปรเจ็กต์ป้ายวันเกิดทั่วกรุงเทพฯ หลายคนรักศิลปินจนพร้อมควักเงินโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ก่อนจะรู้ตัวอีกทีก็ต้องใช้ชีวิตสิ้นเดือนแบบเครียดๆ หรือหนักกว่านั้นคือมีหนี้จากการ “เปย์แบบไม่วางแผน” แต่ความรักที่ดีควรสร้างความสุข ไม่ใช่ความเครียดทางการเงิน และแน่นอนว่าการเป็นติ่งสามารถอยู่ร่วมกับการบริหารเงินอย่างยั่งยืนได้ หากรู้จักวางแผนอย่างชาญฉลาดรู้จักตัวเองก่อนว่าเป็นติ่งแบบไหนไม่ใช่ติ่งทุกคนจะเปย์เหมือนกัน บางคนเป็นสายบินตามไอดอลข้ามประเทศ บางคนเลือกซัพพอร์ตแบบเงียบๆ ค่อยๆ ซื้อทีละชิ้น ในขณะที่บางคนเน้นทำโปรเจ็กต์หรือซื้ออัลบั้มเพื่อเข้าแฟนไซน์ วัยรุ่น Gen Z จำนวนไม่น้อยยอมจ่ายหนักเพียงเพื่อได้คุยกับศิลปิน 1 นาที ซึ่งถ้าไม่มีการวางแผนการเงินให้ดี อาจกลายเป็นภาระในระยะยาวปัญหาใหญ่ของติ่งสายเปย์หลายคนพบว่าเงินเดือนหมดตั้งแต่ต้นเดือน ไม่มีเงินเก็บ และบางคนถึงขั้นใช้บัตรเครดิตกดเงินสดหรือกู้ยืมมาซื้อบัตรคอนเสิร์ต ยิ่งถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น เจ็บป่วย หรือต้องย้ายที่อยู่กะทันหัน ปัญหาทางการเงินจะยิ่งทวีคูณ ดังนั้น ทางรอดของติ่งยุคใหม่คือ “เปย์อย่างมีสติ” และ “แยกอารมณ์ออกจากแผนการเงิน”บริหารเงินแบบติ่งฉลาด ทำอย่างไร?เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการจัดลำดับความสำคัญของชีวิตก่อน ใช้สูตรการแบ่งเงินแบบ 50/30/20 หรือ 60/20/20 คือ1. 50–60% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ที่อยู่อาศัย [...]

4/15/2024 • by Homeday
จะดีแค่ไหนถ้าการซื้อบ้านสักหลังไม่ต้องรอให้พร้อม มีเงินเก็บเป็นก้อนค่อยซื้อแนวคิดการเปลี่ยนข้อจำกัดเป็นโอกาสของ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ในวันที่การซื้อบ้านทำได้ยากขึ้น แบงก์ปล่อยกู้เป็นไปอย่างเข้มงวด และดอกเบี้ยสูง พลิกมาเป็นบริการทางการเงินที่ครบวงจรรูปแบบใหม่ในชื่อ “LivNex เช่าออม

4/17/2025 • by Homeday
เงินดาวน์บ้านเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัย เพราะเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า นอกจากจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยเงินกู้แล้ว ยังเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น บทความนี้จะอธิบายเรื่องเงินดาวน์บ้านให้เข้าใจตั้งแต่ความหมาย จำนวนเงินที่ต้องเตรียม รูปแบบการจ่ายดาวน์ ไปจนถึงวิธีแก้ปัญหาเมื่อวางเงินดาวน์แล้วกู้ไม่ผ่าน เงินดาวน์บ้านคืออะไร เงินดาวน์บ้าน คือ เงินก้อนที่ผู้ซื้อต้องจ่ายให้กับเจ้าของบ้านหรือโครงการก่อนทำสัญญากู้สินเชื่อกับธนาคาร เพื่อเป็นหลักประกันและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขาย โดยทั่วไปเงินดาวน์จะอยู่ที่ 5-30% ของราคาบ้าน เงินดาวน์นี้จะถูกนำไปหักออกจากมูลค่าบ้านทั้งหมด ทำให้ยอดเงินกู้ลดลง ช่วยลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว และเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย เงินดาวน์มีความแตกต่างกันตามสถานะของบ้าน ดังนี้: กรณีบ้านพร้อมอยู่ สำหรับบ้านที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งบ้านมือหนึ่งและบ้านมือสอง ผู้ซื้อต้องเตรียมวางเงินดาวน์เต็มจำนวนก่อนการเซ็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ จึงจะสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์ ปัจจุบันโครงการบ้านใหม่หลายแห่งมักมีโปรโมชันฟรีเงินดาวน์เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อด้วย กรณีบ้านยังสร้างไม่เสร็จ สำหรับบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จะมีการทำสัญญาจะซื้อจะขายระหว่างสองฝ่าย โดยโครงการส่วนใหญ่มักเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสามารถทยอยผ่อนดาวน์ได้ตามระยะเวลาที่ตกลงกัน รูปแบบการจ่ายเงินดาวน์บ้านมีกี่แบบ การจ่ายเงินดาวน์บ้านมีทั้งหมด 3 รูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินของผู้ซื้อที่แตกต่างกัน ดังนี้ จ่ายดาวน์บ้านแบบครั้งเดียว การจ่ายดาวน์บ้านแบบครั้งเดียว คือ การชำระเงินดาวน์บ้านเป็นเงินก้อนในครั้งเดียวจบ ส่วนใหญ่มักใช้กับบ้านหรือโครงการที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ พร้อมให้เข้าอยู่เรียบร้อยแล้ว หลังจากจ่ายเงินดาวน์แบบครั้งเดียวเสร็จ ผู้ซื้อสามารถทำเรื่องสัญญากู้สินเชื่อกับธนาคาร โอนกรรมสิทธิ์ และย้ายเข้าอยู่ได้ทันที รูปแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินเก็บก้อนใหญ่พร้อมจ่าย และต้องการเข้าอยู่ในบ้านได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยไม่ต้องรอระยะเวลาการก่อสร้าง ผ่อนดาวน์บ้านแบบเท่ากันทุกงวด การผ่อนดาวน์บ้านแบบเท่ากันทุกงวด ส่วนใหญ่มักใช้กับบ้านหรือโครงการที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยทั่วไปจะให้เวลาผ่อนดาวน์ประมาณ [...]

1/31/2021 • by Homeday
ใครๆก็อยากมีเงินเก็บเพื่อไว้ใช้ยามฉุกเฉินกันใช่ไหมคะ ซึ่งในวันนี้แอดมินจะมาแชร์ไอเดียการออมเงินทั้ง 4 วิธี ! ตามมาดูกันเลยค่ะ1. ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายเ

2/19/2025 • by Homeday
เมื่อความรักสุกงอมแล้วการวางแผนซื้อเรือนหอร่วมกันถือเป็นก้าวสำคัญของชีวิตคู่ เนื่องจากการมีบ้านเป็นของตัวเองนอกจากจะสร้างความมั่นคงแล้วยังเป็นสัญลักษณ์การเริ่มต้นสร้างครอบครัวอีกด้วย สอดคล้องกับข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดที่อยู่อาศัย DDproperty Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุดของดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย พบว่าผู้บริโภคเกือบ 1 ใน 3 (31%) ตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับพ่อแม่และบุตรหลานเมื่อขยายครอบครัว รวมถึงการวางแผนระยะยาวสำหรับผู้ที่มีแผนแต่งงานสร้างครอบครัว ส่อง 4 ปัจจัยสำคัญที่คู่รักควรพิจารณาเมื่อซื้อเรือนหอ การซื้อบ้านใหม่เป็นเรือนหอถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่คู่รักต้องพิจารณาร่วมกันหลายด้าน เนื่องจากเป็นการสร้างภาระผูกพันทางการเงินระยะยาวร่วมกัน ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) ชวนคู่รักมาสำรวจปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อบ้านใหม่เป็นเรือนหอ เพื่อให้สามารถเลือกที่อยู่อาศัยได้ตอบโจทย์ความต้องการของทั้งสองฝ่ายมากที่สุด ดังนี้ 1. ตั้งงบประมาณให้เหมาะสมกับรายได้ สิ่งแรกที่คู่รักต้องทำคือการตั้งงบประมาณเรือนหอในฝันให้ชัดเจน โดยพิจารณาจากรายได้และค่าใช้จ่ายของทั้งสองคนรวมกัน เพื่อนำมาคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ต่อเดือนหากต้องยื่นกู้สินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยจากธนาคาร ขณะเดียวกันควรสร้างประวัติทางการเงินให้ดี หลีกเลี่ยงการมีประวัติค้างชำระซึ่งจะส่งผลต่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อได้ นอกจากนี้ยังต้องมีเงินเก็บเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ ค่าตกแต่งบ้าน เป็นต้น ทั้งนี้ การกำหนดงบประมาณซื้อที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับความสามารถทางการเงินจะช่วยให้คู่รักเลือกบ้านได้ตรงตามกำลังทรัพย์ และไม่สร้างภาระทางการเงินในอนาคต 2. เลือกทำเลให้ตอบโจทย์ ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ คู่รักทั้งสองฝ่ายควรเลือกทำเลเรือนหอให้สามารถเดินทางสะดวกทั้งในการไปทำงานหรือใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบ เช่น ใกล้สวนสาธารณะ ใกล้แหล่งช็อปปิ้ง หากวางแผนมีบุตรในอนาคตก็ควรเลือกที่อยู่อาศัยที่ไม่ไกลจากสถานศึกษา หรือหากมีสัตว์เลี้ยงก็ควรพิจารณาโครงการบ้าน/คอนโดมิเนียมที่เลี้ยงสัตว์ได้ [...]

2/18/2025 • by Homeday
เมื่อความรักสุกงอมแล้วการวางแผนซื้อเรือนหอร่วมกันถือเป็นก้าวสำคัญของชีวิตคู่ เนื่องจากการมีบ้านเป็นของตัวเองนอกจากจะสร้างความมั่นคงแล้วยังเป็นสัญลักษณ์การเริ่มต้นสร้างครอบครัวอีกด้วย สอดคล้องกับข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดที่อยู่อาศัย DDproperty Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุดของดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย พบว่าผู้บริโภคเกือบ 1 ใน 3 (31%) ตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับพ่อแม่และบุตรหลานเมื่อขยายครอบครัว รวมถึงการวางแผนระยะยาวสำหรับผู้ที่มีแผนแต่งงานสร้างครอบครัว ส่อง 4 ปัจจัยสำคัญที่คู่รักควรพิจารณาเมื่อซื้อเรือนหอ การซื้อบ้านใหม่เป็นเรือนหอถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่คู่รักต้องพิจารณาร่วมกันหลายด้าน เนื่องจากเป็นการสร้างภาระผูกพันทางการเงินระยะยาวร่วมกัน ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) ชวนคู่รักมาสำรวจปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อบ้านใหม่เป็นเรือนหอ เพื่อให้สามารถเลือกที่อยู่อาศัยได้ตอบโจทย์ความต้องการของทั้งสองฝ่ายมากที่สุด ดังนี้ ตั้งงบประมาณให้เหมาะสมกับรายได้ สิ่งแรกที่คู่รักต้องทำคือการตั้งงบประมาณเรือนหอในฝันให้ชัดเจน โดยพิจารณาจากรายได้และค่าใช้จ่ายของทั้งสองคนรวมกัน เพื่อนำมาคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ต่อเดือนหากต้องยื่นกู้สินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยจากธนาคาร ขณะเดียวกันควรสร้างประวัติทางการเงินให้ดี หลีกเลี่ยงการมีประวัติค้างชำระซึ่งจะส่งผลต่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อได้ นอกจากนี้ยังต้องมีเงินเก็บเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ ค่าตกแต่งบ้าน เป็นต้น ทั้งนี้ การกำหนดงบประมาณซื้อที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับความสามารถทางการเงินจะช่วยให้คู่รักเลือกบ้านได้ตรงตามกำลังทรัพย์ และไม่สร้างภาระทางการเงินในอนาคต เลือกทำเลให้ตอบโจทย์ ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ คู่รักทั้งสองฝ่ายควรเลือกทำเลเรือนหอให้สามารถเดินทางสะดวกทั้งในการไปทำงานหรือใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบ เช่น ใกล้สวนสาธารณะ ใกล้แหล่งช็อปปิ้ง หากวางแผนมีบุตรในอนาคตก็ควรเลือกที่อยู่อาศัยที่ไม่ไกลจากสถานศึกษา หรือหากมีสัตว์เลี้ยงก็ควรพิจารณาโครงการบ้าน/คอนโดมิเนียมที่เลี้ยงสัตว์ได้ (Pet-Friendly) มีสิทธิประโยชน์หรือมีส่วนกลางที่อำนวยความสะดวกสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ [...]

3/4/2025 • by Homeday
การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของคนทำงานหลายคน แต่ด้วยราคาบ้านที่สำคัญที่สุดคือต้องศึกษาทำเลและโครงการให้ดีครับ ดูว่ามีแผนพัฒนาอะไรในอนาคต เพราะนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว บ้านยังเป็นการลงทุนระยะยาวด้วย และอีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือการวางแผนรับมือกับดอกเบี้ยที่อาจปรับขึ้นในอนาคตครับ ควรประเมินความสามารถในการผ่อนในกรณีที่ดอกเบี้ยสูงขึ้น และวางแผนการเงินให้รองรับได้ ถ้าเตรียมตัวให้พร้อมตามนี้ การกู้ซื้อบ้านหลังแรกก็ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดครับ แค่ต้องวางแผนให้ดีและมีวินัยทางการเงินูงขึ้นทุกปี ทำให้การซื้อบ้านด้วยเงินสดเป็นเรื่องยาก การกู้ซื้อบ้านจึงเป็นทางเลือกที่นิยมมากที่สุด แต่หลายคนอาจสงสัยว่าต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ และต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง มาดูกันว่าเราควรวางแผนอย่างไรให้ได้บ้านในฝัน เงินเก็บที่ต้องมีก่อนกู้ซื้อบ้าน การกู้ซื้อบ้านไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องมีเงินเก็บเลย เพราะยังมีค่าใช้จ่ายอีกหลายส่วนที่ต้องจ่ายด้วยเงินสด ดังนี้ เงินดาวน์ โดยทั่วไปธนาคารจะให้กู้ประมาณ 90-95% ของราคาบ้าน นั่นหมายความว่าเราต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 5-10% ของราคาบ้าน เช่น บ้านราคา 3 ล้านบาท ต้องมีเงินดาวน์ประมาณ 150,000-300,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคารและประวัติทางการเงินของผู้กู้ ค่าใช้จ่ายในการโอน ประกอบด้วยค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดจำนอง และภาษีต่างๆ โดยรวมแล้วประมาณ 2-3% ของราคาบ้าน ในกรณีบ้านราคา 3 ล้านบาท จะมีค่าใช้จ่ายในการโอนประมาณ 60,000-90,000 บาท เงินสำรองสำหรับตกแต่งบ้าน ควรมีเงินสำรองสำหรับค่าตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าประมาณ 10-15% ของราคาบ้าน หรือประมาณ [...]

3/4/2025 • by Homeday
การเตรียมความพร้อมด้านการเงิน การซื้อคอนโดต้องเริ่มจากการประเมินความพร้อมทางการเงินเป็นอันดับแรก ควรมีการวางแผนการเงินอย่างรัดกุมและรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถรับภาระค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว เงินดาวน์และเงินผ่อน โดยทั่วไป เงินดาวน์คอนโดจะอยู่ที่ประมาณ 10-20% ของราคาคอนโด ดังนั้นหากคอนโดราคา 2 ล้านบาท ต้องเตรียมเงินดาวน์ 200,000-400,000 บาท นอกจากนี้ ควรประเมินความสามารถในการผ่อนชำระรายเดือน โดยค่าผ่อนไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้ต่อเดือน เพื่อให้มีเงินเหลือสำหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน ค่าใช้จ่ายแฝงที่ต้องเตรียม นอกจากเงินดาวน์และค่าผ่อน ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องเตรียมไว้: ค่าจดจำนอง และค่าโอนกรรมสิทธิ์ ประมาณ 1-2% ของราคาคอนโด ค่าส่วนกลางรายเดือน คิดตามขนาดพื้นที่ห้อง ค่าเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งภายใน ค่าประกันอัคคีภัย ค่าสาธารณูปโภครายเดือน การเลือกทำเลที่ตั้ง ทำเลที่ตั้งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการเลือกซื้อคอนโด เพราะส่งผลต่อทั้งคุณภาพชีวิตและมูลค่าการลงทุนในอนาคต ความสะดวกในการเดินทาง พิจารณาระยะทางและเวลาในการเดินทางไปทำงาน สถานศึกษา หรือสถานที่สำคัญในชีวิตประจำวัน ควรเลือกทำเลที่อยู่ใกล้ระบบขนส่งมวลชน เช่น รถไฟฟ้า BTS หรือ MRT เพื่อความสะดวกในการเดินทาง และเพิ่มโอกาสในการเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สินในอนาคต สิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ ควรสำรวจสิ่งอำนวยความสะดวกในรัศมี 1-2 กิโลเมตรรอบโครงการ [...]

4/23/2025 • by Homeday
มนุษย์เงินเดือนกับความท้าทายในการวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณเป็นเรื่องที่หลายคนมักมองข้าม หลายคนใช้ชีวิตไปวันๆ โดยไม่ได้คำนึงถึงอนาคตระยะยาว ทำให้เมื่อถึงวัยเกษียณกลับไม่มีเงินเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิต การวางแผนเกษียณที่ดีจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เรามีชีวิตหลังเกษียณอย่างมีความสุข ไม่เป็นภาระให้กับลูกหลาน และสามารถใช้ชีวิตได้ตามไลฟ์สไตล์ที่ต้องการ บทความนี้จะพาทุกท่านไปเรียนรู้เคล็ดลับการวางแผนเกษียณสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ทำได้จริง เพื่อให้มีเงินใช้ไม่หมดตลอดช่วงชีวิตหลังเกษียณ ทำไมต้องเริ่มวางแผนเกษียณตั้งแต่วันนี้? ความจริงที่หลายคนอาจยังไม่ตระหนักคือ ยิ่งเริ่มวางแผนเกษียณเร็ว ยิ่งมีโอกาสสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคตได้มากขึ้น การวางแผนเกษียณไม่ใช่เรื่องของคนที่ใกล้จะเกษียณเท่านั้น แต่เป็นกระบวนการที่ควรเริ่มตั้งแต่วันแรกที่เราเริ่มทำงาน เหตุผลสำคัญที่ต้องวางแผนเกษียณตั้งแต่เนิ่นๆ คือ พลังของการทบต้นของเงินลงทุน เงินที่เราเก็บออมไว้จะงอกเงยผ่านดอกผลการลงทุน และดอกผลนั้นก็จะสร้างดอกผลต่อไปเรื่อยๆ ยิ่งเราให้เวลากับกระบวนการนี้มากเท่าไร เงินของเราก็จะเติบโตได้มากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ การวางแผนเกษียณยังมีประโยชน์อีกหลายประการ ทั้งการเตรียมความพร้อมด้านการเงิน การสร้างวินัยการออมที่ดี การวางแผนปลดหนี้ก่อนเกษียณ การดูแลตัวเองได้โดยไม่เป็นภาระให้ครอบครัว และการมีอิสระในการใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ที่ต้องการหลังเกษียณ กำหนดอายุเกษียณและระยะเวลาหลังเกษียณอย่างสมเหตุสมผล ก้าวแรกของการวางแผนเกษียณคือการกำหนดอายุที่จะเกษียณและคาดการณ์ระยะเวลาหลังเกษียณให้ชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราวางแผนการเงินได้อย่างเหมาะสม คนส่วนใหญ่มักกำหนดอายุเกษียณที่ 60 ปี ตามเกณฑ์ทั่วไป แต่บางคนอาจต้องการเกษียณเร็วขึ้นหรือทำงานต่อไปหลังจากนั้น ในการประเมินระยะเวลาหลังเกษียณ คุณสามารถพิจารณาจากประวัติอายุขัยของคนในครอบครัวและสุขภาพของตัวเอง แต่มีคำแนะนำว่าควรบวกเพิ่ม 5-10 ปีจากที่คาดการณ์ไว้ เพื่อให้มีเงินสำรองเพียงพอ โดยทั่วไปมักกำหนดระยะเวลาหลังเกษียณไว้ที่ 20-25 ปี ยิ่งคุณเริ่มวางแผนเร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีเวลาให้เงินทำงานมากขึ้นเท่านั้น หากเริ่มต้นวางแผนตั้งแต่อายุ 22 ปี เมื่อเทียบกับการเริ่มต้นตอนอายุ 30 ปี ความแตกต่างของระยะเวลา [...]

10/1/2025 • by Homeday
ดีลเด็ด! คนรายได้น้อยไม่มีเงินเดือนประจำก็ผ่อนบ้านได้ BAM เปิดตัวโครงการ “ทรัพย์มหาชน” เพื่อบ้านของคนสู้ชีวิต สร้างโอกาสใหม่ให้คนไทยเข้าถึง “บ้าน” อย่างแท้จริง ในราคาจับต้องได้ ผ่อนตรง กับ BAM แบบสบาย ๆ เริ่มต้นเพียง 500 บาท ต่อเดือนระยะเวลานาน 20 ปี อัตราดอกเบี้ยพิเศษปีแรก 0% ปิดยอดภายใน 3 ปี รับโปรโมชันฟรีค่าธรรมเนียมการโอน จัดเต็มขนมาให้เลือกทั้งบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ รวมถึงที่ดินทำเลดีทั่วประเทศ เริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นปี 2568 ตอกย้ำความมุ่งมั่น ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยให้ดีขึ้น ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ผู้นำด้านบริหารสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เปิดเผยว่า ความท้าทายจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน และที่อยู่อาศัยราคาแพงขึ้น รวมถึงรายได้ที่ไม่แน่นอนและอาชีพอิสระ เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเข้าถึง “บ้าน” ของคนไทยจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานนอกระบบกว่า 20 ล้านคนที่ไม่มีรายได้ประจำหรือผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงานและมีรายได้น้อย [...]