Loading...
Loading...

4/29/2025 • by Homeday
พิธีทำบุญขึ้นบ้านใหม่เป็นประเพณีที่คนไทยให้ความสำคัญและปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน เพราะเชื่อว่าจะช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับเจ้าของบ้านและสมาชิกทุกคน สำหรับใครที่เพิ่งซื้อบ้านหรือกำลังวางแผนย้ายเข้าบ้านใหม่ในปี 2568 นี้ บทความนี้จะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ทั้งเรื่องของฤกษ์ยาม สิ่งของที่ต้องเตรียม และวิธีทำพิธีอย่างถูกต้อง เพื่อให้การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในบ้านหลังใหม่ของคุณเต็มไปด้วยความเจริญรุ่งเรืองและความสุข ความหมายและความสำคัญของพิธีทำบุญขึ้นบ้านใหม่ พิธีทำบุญขึ้นบ้านใหม่เป็นพิธีกรรมตามความเชื่อที่ช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับเจ้าของบ้านและสมาชิกทุกคนเมื่อย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหม่ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ทุกคนอยู่เย็นเป็นสุข เจริญรุ่งเรือง มีทรัพย์สินเงินทอง และห่างไกลจากภัยอันตรายและโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ โดยทั่วไปแล้ว พิธีทำบุญขึ้นบ้านใหม่มักจะเป็นงานขนาดเล็กที่เชิญเฉพาะคนสำคัญและคนใกล้ชิดมาร่วมงาน มีการนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีภายในบ้าน สวดมนต์ ทำบุญถวายภัตตาหาร และถวายสังฆทาน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อยู่อาศัย การทำบุญขึ้นบ้านใหม่ถือเป็นประเพณีที่คนไทยให้ความสำคัญ เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังเป็นการแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกปักรักษาบ้านและสมาชิกทุกคนด้วย ฤกษ์ยามที่เหมาะสมสำหรับทำบุญขึ้นบ้านใหม่ในปี 2568 การเลือกฤกษ์ยามที่ดีถือเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญของการทำบุญขึ้นบ้านใหม่ เพราะเชื่อว่าการเริ่มต้นด้วยวันเวลาที่ดีจะนำมาซึ่งสิ่งดีๆ ตามมา โดยสามารถเลือกฤกษ์ได้หลายวิธี ดังนี้ ฤกษ์สะดวก สำหรับคนที่ไม่สามารถหาฤกษ์ที่ลงตัวกับตารางเวลาของตัวเองและแขกได้ สามารถเลือกใช้ฤกษ์สะดวกเพื่อความราบรื่นในการทำพิธี แต่ควรหลีกเลี่ยงวันเสาร์ เนื่องจากตามโหราศาสตร์ไทย วันเสาร์เกี่ยวข้องกับความโศกเศร้า จึงไม่เหมาะกับพิธีมงคล ฤกษ์มงคลของไทย ตามหลักโหราศาสตร์ไทย มีฤกษ์มงคล 3 ประเภทที่เหมาะกับการทำบุญขึ้นบ้านใหม่: มหัทธโนฤกษ์ – ช่วยส่งเสริมด้านความร่ำรวย ภูมิปาโลฤกษ์ – ช่วยส่งเสริมด้านความมั่นคงและปลอดภัย สมโณฤกษ์ – ช่วยส่งเสริมด้านความสงบร่มเย็นและความสุข ฤกษ์ตามวันเกิด [...]

4/24/2025 • by Homeday
การตัดสินใจซื้อบ้านเป็นหนึ่งในการลงทุนครั้งสำคัญของชีวิต ที่คนส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบ หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือวิธีการชำระเงิน โดยมีทางเลือกหลักๆ คือการซื้อด้วยเงินสดหรือการผ่อนชำระผ่านสินเชื่อจากธนาคาร แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป และเหมาะกับคนละกลุ่ม บทความนี้จะช่วยให้คุณได้เข้าใจถึงประโยชน์และข้อควรพิจารณาของการซื้อบ้านด้วยเงินสด เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและเหมาะสมกับสถานะทางการเงินของคุณ ข้อดีของการซื้อบ้านด้วยเงินสดที่คุณอาจไม่เคยรู้ การซื้อบ้านด้วยเงินสดนั้นมีข้อดีหลายประการที่หลายคนอาจมองข้าม เริ่มต้นจากความสะดวกในขั้นตอนการดำเนินการที่น้อยกว่าการขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน เพราะคุณไม่จำเป็นต้องเตรียมเอกสารมากมาย เพียงแค่บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านเท่านั้น ไม่ต้องใช้เอกสารแสดงรายได้หรือเอกสารอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการยื่นขอสินเชื่อ ทำให้กระบวนการทั้งหมดรวดเร็วและไม่ยุ่งยาก นอกจากนี้การซื้อบ้านด้วยเงินสดยังทำให้คุณไม่ต้องลุ้นผลการพิจารณาสินเชื่อจากธนาคาร ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สร้างความเครียดให้กับผู้ซื้อเป็นอย่างมาก เพราะโอกาสที่การขอสินเชื่อจะไม่ผ่านนั้นมีอยู่เสมอ แต่เมื่อคุณตัดสินใจซื้อด้วยเงินสด คุณสามารถเป็นเจ้าของบ้านได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือการประหยัดเงินจากการไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในการผ่อนบ้าน ในบางกรณี ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญาเงินกู้อาจมีมูลค่าสูงถึงร้อยละ 50-100 ของราคาบ้าน นั่นหมายความว่าคุณอาจต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกเท่าตัวหรือมากกว่านั้นเมื่อเทียบกับการซื้อด้วยเงินสด การตัดปัญหาเรื่องดอกเบี้ยออกไปจึงช่วยประหยัดเงินได้อย่างมหาศาล การซื้อบ้านเงินสดยังมีข้อดีอีกประการคือคุณไม่ต้องเสียค่าจดจำนอง ซึ่งโดยปกติแล้วจะเท่ากับร้อยละ 1 ของวงเงินกู้ เช่น หากกู้ 2 ล้านบาท คุณต้องจ่ายค่าจดจำนองประมาณ 20,000 บาท ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายที่คุณสามารถประหยัดได้เมื่อซื้อบ้านด้วยเงินสด อีกหนึ่งข้อดีที่สำคัญคือสิทธิพิเศษที่อาจได้รับจากโครงการ หลายโครงการมักมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อบ้านด้วยเงินสด เช่น ส่วนลดพิเศษ การลดค่าโอน หรือแม้กระทั่งการแถมเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับการซื้อบ้านของคุณ ใครเหมาะสมกับการซื้อบ้านเงินสด? เช็คลิสต์ก่อนตัดสินใจ การซื้อบ้านด้วยเงินสดอาจไม่เหมาะกับทุกคน การตัดสินใจซื้อบ้านด้วยเงินสดจำเป็นต้องประเมินความพร้อมและสถานะทางการเงินของตนเองให้ถี่ถ้วน กลุ่มคนที่เหมาะสมกับการซื้อบ้านเงินสดคือผู้ที่มี “เงินเย็น” [...]

4/23/2025 • by Homeday
การโอนบ้านและที่ดินใหู้กเป็นอีกหนึ่งการวางแผนที่พ่อแม่หลายครอบครัวคิดไว้ในใจ เพื่อมอบสินทรัพย์มีค่าให้กับบุตรหลาน อีกทั้งยังเป็นการวางแผนภาษีและสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวในระยะยาว ในปี 2568 นี้ การโอนทรัพย์สินยังคงมีรายละเอียดและขั้นตอนที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้องและราบรื่น บทความนี้จะนำเสนอขั้นตอน เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการโอนบ้านและที่ดินให้ลูก เพื่อให้คุณสามารถเตรียมตัวได้อย่างครบถ้วนและมั่นใจ ทำไมการโอนบ้านให้ลูกจึงแตกต่างจากการรับมรดก? การโอนบ้านหรือที่ดินให้ลูกในขณะที่พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่มีความแตกต่างจากการยกทรัพย์สินให้เป็นมรดกอย่างชัดเจน กล่าวคือ การโอนทรัพย์สินหมายถึงการที่ผู้ให้มีเจตนายกทรัพย์สินให้กับผู้รับในขณะที่ผู้ให้ยังมีชีวิตอยู่ ขณะที่มรดกจะเกิดขึ้นหลังจากเจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิตไปแล้ว ประเด็นสำคัญอีกประการคือ ผู้ให้สามารถยกบ้านและที่ดิน หรือสิ่งอื่นๆ ให้กับผู้รับโดยไม่จำเป็นต้องมีค่าตอบแทนใดๆ การโอนบ้านให้ลูกในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่มีประโยชน์หลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการลดภาระภาษีตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ ที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ซึ่งกำหนดให้ผู้ครอบครองที่ดินประเภทต่างๆ หรือเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ ที่มีมูลค่าเกินเกณฑ์ยกเว้นภาษี จำเป็นต้องเสียภาษีตามมูลค่าของทรัพย์สินในอัตราที่กำหนด การโอนบ้านและที่ดินให้บุตรจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยกระจายการครอบครองสินทรัพย์และช่วยลดภาระภาษีได้ นอกจากนี้ การโอนทรัพย์สินยังช่วยลดปัญหาความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในเรื่องมรดกในอนาคต รวมถึงทำให้พ่อแม่ได้เห็นลูกหลานได้ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่มอบให้ ซึ่งสร้างความอุ่นใจได้เป็นอย่างดี เอกสารใดบ้างที่ต้องเตรียมสำหรับการโอนบ้านให้ลูก? การเตรียมเอกสารเพื่อโอนบ้านหรือที่ดินให้ลูกนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 5 รูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเป็นผู้ไปดำเนินการในวันโอน ดังนี้ 1. กรณีพ่อและแม่มาโอนพร้อมกัน เมื่อทั้งพ่อและแม่จะมาโอนที่ดินให้ลูกพร้อมกัน เอกสารที่ต้องเตรียมประกอบด้วย: โฉนดที่ดินตัวจริง บัตรประชาชนของพ่อและแม่ พร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านของพ่อและแม่ [...]

1/24/2024 • by Homeday
เมื่อมีการก่อสร้างบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะดำเนินการติดตั้งไฟฟ้าและน้ำประปาได้ เราจะต้องดำเนินการยื่นคำขอเพื่อให้มีเลขที่บ้านเสียก่อน ซึ่งการขอเลขที่บ้านมีขั้นตอนการดำเนินการคือเจ้าบ้านจะต้องแจ้งต่อนายทะเบียนเพื่อขอเลขที่บ้านภายใน 15 วัน นับแต่วันที่สร้างเสร็จ เมื่อนายทะเบียนรับคำร้องพร้อมหลั

10/14/2022 • by Homeday
@homeday.co.th 🛠️10 ขั้นตอนซ่อมแซมบ้านหลังน้ำท่วม🏚️ #น้ําท่วม #ซ่อมบ้าน #ซ่อมบ้านน้ําท่วม #รีโนเวทบ้าน #รู้หรือไม่ #บ้านพัง #น้ําท่วมบ้าน ♬ Chill Vi

4/3/2025 • by Homeday
เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนทั่วไป พร้อมกับคำถามด้านมาตรฐานความปลอดภัย แสนสิริร่วมกับพาร์ตเนอร์ระดับประเทศตลอดซัพพลายเชน เจาะลึกมาตรฐานงานก่อสร้างอาคารสูง มั่นใจการทำงานของผู้เชี่ยวชาญในประเทศไทย ความปลอดภัยของลูกบ้านคือสิ่งที่เราไม่สามารถประนีประนอมได้ อุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทุกโครงการของแสนสิริผ่านกระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวด เริ่มตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการส่งมอบ มีขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน มีการสุ่มตรวจจากองค์กรภายนอก โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่า “ทุกโครงการของแสนสิริ” มีความแข็งแรงและปลอดภัยสูงสุด เมื่อปี 2560 แสนสิริ ได้สนับสนุนสถาบันการศึกษาชั้นนำภาครัฐ ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหน่วยงานเอกชนบริษัทผู้ร่วมออกแบบชั้นนำ 8 แห่ง ร่วมจัดทำ “แนวทางปฏิบัติการออกแบบโครงสร้างในอาคารสูง” เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานให้แก่วิศวกรที่ได้รับการว่าจ้างจากแสนสิริในการออกแบบวิศวกรรมโครงสร้างและการตรวจสอบการคำนวณงานออกแบบดังกล่าวให้มีแนวทางในการปฏิบัติงานเป็นที่ยอมรับร่วมกัน เนื้อหาส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ผลของแรงแผ่นดินไหว แรงลม และการออกแบบฐานรากสำหรับอาคารสูงสอดคล้องตามมาตรฐานที่มีอยู่ในประเทศไทยและนำมาตรฐานในต่างประเทศมาอ้างอิงเพิ่มเติม ซึ่งได้มีการรีวิวและปรับปรุงให้สอดคล้องตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ด้านกระบวนการก่อสร้างโครงการของแสนสิริจะผ่านการตรวจสอบทุกๆ ขั้นตอน โดยทีม Quality Control ตลอดจนกระบวนการทำงานประกอบไปด้วยภาคเอกชนที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรม ร่วมกันเช็คข้อมูลในแต่ละขั้นตอนเพื่อยืนยันว่าการออกแบบและก่อสร้างมีความแข็งแรงและปลอดภัยสอดคล้องตามข้อบังคับอาคารตามกฎกระทรวงปี 2550 ว่าด้วยการกำหนดการรับน้ำหนัก ความต้านทาน และความคงทนของอาคาร, มาตรฐานการออกแบบอาคารต้านทานการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว [...]

3/3/2025 • by Homeday
การตัดหนังหน้าท้องและการดูดไขมันเป็นสองวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ในการแก้ไขปัญหาสัดส่วนและผิวหนังส่วนเกิน ซึ่งทั้งสองวิธีนี้ก็มีความแตกต่างกันในด้านวิธีการ ขั้นตอน และผลลัพธ์ ทำให้หลายคนอาจรู้สึกลังเลว่าจะเลือกแบบไหนดี บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจถึงความแตกต่าง และช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองได้ง่ายขึ้น ตัดหนังหน้าท้องกับดูดไขมันต่างกันยังไง แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง การแก้ไขปัญหาหน้าท้องหย่อนคล้อยหรือมีไขมันสะสมเฉพาะจุด สามารถเลือกได้ทั้งการตัดหนังหน้าท้องและการดูดไขมัน แต่ทั้งสองวิธีนี้เหมาะกับการแก้ปัญหาที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ตัดหนังหน้าท้อง การตัดหนังหน้าท้องเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหนังหย่อนคล้อยมาก เช่น หลังการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วหรือหลังการตั้งครรภ์ วิธีนี้แพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อตัดหนังส่วนเกินและไขมันส่วนเกินออก พร้อมกับการกระชับกล้ามเนื้อหน้าท้องเพื่อให้ได้สัดส่วนที่เรียบตึง ผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องหน้าท้องที่หย่อนคล้อยและผิวไม่กระชับได้อย่างถาวร แต่ต้องอาศัยการพักฟื้นและมีรอยแผลผ่าตัดที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ดูดไขมัน การดูดไขมันเหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด เช่น หน้าท้อง ต้นแขน หรือต้นขา โดยไม่เน้นแก้ปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อย การดูดไขมันจะใช้เทคนิค Body-Jet ซึ่งใช้พลังน้ำในการสลายไขมัน ทำให้เจ็บน้อยและเสียเลือดน้อย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนโดยไม่ต้องการผ่าตัดใหญ่ แต่อย่างไรก็ตาม การดูดไขมันนั้นไม่สามารถแก้ปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อยได้ เปรียบเทียบการตัดหนังหน้าท้องกับการดูดไขมัน เลือกแบบไหนดี การเลือกวิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัญหาและความต้องการของแต่ละคน ในบทความนี้จึงได้นำข้อมูลของทั้งการตัดหนังหน้าท้องและการดูดไขมันมาเปรียบเทียบในแต่ละด้านเพื่อให้เห็นความแตกต่างได้ชัดเจนขึ้น ผลลัพธ์ต่างกันยังไง การตัดหนังหน้าท้องให้ผลลัพธ์ที่เห็นชัดเจนในเรื่องความกระชับของผิวหนังและการปรับรูปร่างหน้าท้องอย่างถาวร ส่วนการดูดไขมันจะช่วยลดไขมันเฉพาะจุดและปรับสัดส่วน แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อยได้ วิธีไหนเหมาะกับใคร การตัดหนังหน้าท้องเหมาะกับผู้ที่มีผิวหนังหย่อนคล้อยหรือกล้ามเนื้อหน้าท้องไม่กระชับ ส่วนการดูดไขมันเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดไขมันส่วนเกินในจุดที่ลดยากและมีผิวที่ยังยืดหยุ่นดี แต่ละวิธีมีข้อห้ามอะไรบ้าง การตัดหนังหน้าท้องไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัวที่อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวหรือการผ่าตัด เช่น โรคหัวใจหรือโรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ ส่วนการดูดไขมันควรหลีกเลี่ยงในผู้ที่มีปัญหาเลือดแข็งตัวผิดปกติ พักฟื้นนานแค่ไหน การตัดหนังหน้าท้องต้องพักฟื้นประมาณ 2-4 สัปดาห์ [...]

4/17/2025 • by Homeday
การเป็นเจ้าของบ้านเป็นความฝันของใครหลายคน แต่การเตรียมตัวเพื่อยื่นกู้สินเชื่อบ้านเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แค่เลือกบ้านที่ชอบและยื่นเรื่องขอกู้เท่านั้น บทความนี้รวบรวมเทคนิคสำคัญในการเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ พร้อมวิธีคำนวณวงเงินกู้ที่เหมาะสมกับรายได้ของคุณ เพื่อให้ได้รับการอนุมัติสินเชื่อบ้านอย่างราบรื่นและได้วงเงินสูงตามที่ต้องการ รู้ก่อนกู้: วิธีคำนวณวงเงินสินเชื่อบ้านที่เหมาะกับคุณ การประเมินความสามารถในการกู้ซื้อบ้านด้วยตัวเองเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ ก่อนที่จะไปติดต่อสถาบันการเงิน ซึ่งช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้เหมาะสมและเลือกบ้านที่อยู่ในงบประมาณของตัวเอง มาดูวิธีคำนวณวงเงินกู้กันดังนี้ ขั้นตอนที่ 1: ประเมินรายได้ของตัวเอง รายได้เป็นปัจจัยหลักที่สถาบันการเงินใช้ในการพิจารณาวงเงินกู้สูงสุดที่คุณสามารถขอได้ โดยทั่วไปแล้ว สถาบันการเงินมักกำหนดให้ภาระผ่อนชำระต่อเดือนไม่ควรเกิน 40% ของรายได้สุทธิ ตัวอย่างการคำนวณ: หากคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน ค่างวดผ่อนบ้านสูงสุดที่คุณสามารถรับภาระได้คือ 30,000 × 40% = 12,000 บาทต่อเดือน ขั้นตอนที่ 2: นำภาระหนี้สินมาหักออก หากคุณมีภาระหนี้อื่นๆ อยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถหรือผ่อนสินค้าต่างๆ สถาบันการเงินจะนำภาระหนี้เหล่านี้มาหักออกจากรายได้ เพื่อประเมินความสามารถในการผ่อนชำระที่แท้จริง ตัวอย่างการคำนวณ: รายได้ 30,000 บาทต่อเดือน มีภาระผ่อนรถ 6,000 บาทต่อเดือน รายได้สุทธิหลังหักภาระหนี้ = 30,000 – 6,000 = 24,000 บาท [...]

9/12/2022 • by Homeday
2. เตรียมพร้อมรับมือกับ ‘รถส่วนตัว’ ในช่วงเวลาน้ำท่วม นำรถไปฝากไว้ที่บริษัท บ้านเพื่อน หรือบ้านญาติ ที่ไม่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมการจอดบนสะพาน ทำได้ในบางพื้นที่ค่ะ จะต้องไม่จอดซ้อนคัน เพื่อให้เหลือช่องทางเดิ

3/13/2025 • by Homeday
การล้างชามอาหารสัตว์เลี้ยงทุกมื้อเป็นเรื่องสำคัญที่หลายคนมักละเลย แต่มีผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของเพื่อนขนปุยของเรา การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ แต่ยังเป็นการแสดงความรักและใส่ใจต่อสัตว์เลี้ยงอีกด้วย เหตุผลหลักของการล้างชามอาหารอย่างสม่ำเสมอ 1. การสะสมของแบคทีเรียและเชื้อโรค ชามอาหารที่ไม่ได้ล้างทำความสะอาดจะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแบคทีเรียอันตราย เศษอาหารที่ติดค้างจะเริ่มเน่าเสียและก่อให้เกิดการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่เป็นอันตราย เช่น ซาลโมเนลลา อีโคไล และแบคทีเรียชนิดอื่นๆ ที่สามารถทำให้สัตว์เลี้ยงเจ็บป่วยได้ 2. การป้องกันโรคทางเดินอาหาร เชื้อโรคที่สะสมในชามอาหารสามารถก่อให้เกิดปัญหาทางเดินอาหารอย่างรุนแรง อาการท้องเสีย อาเจียน และโรคติดเชื้อต่างๆ อาจเกิดขึ้นได้จากการใช้ชามอาหารที่ไม่สะอาด 3. การป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ เศษอาหารที่ตกค้างจะส่งกลิ่นเหม็นหืนและไม่น่าดึงดูด ซึ่งอาจทำให้สัตว์เลี้ยงรังเกียจและปฏิเสธการรับประทานอาหาร การล้างชามทุกมื้อช่วยขจัดกลิ่นและความสกปรกออกไป วิธีการล้างชามอาหารที่ถูกต้อง เลือกอุปกรณ์ทำความสะอาด ใช้น้ำยาล้างจานที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง เตรียมฟองน้ำหรือแปรงล้างเฉพาะสำหรับชามสัตว์เลี้ยง หลีกเลี่ยงการใช้ฟองน้ำหรืออุปกรณ์ล้างจานร่วมกับภาชนะของคนในครัวเรือน ขั้นตอนการล้าง เทเศษอาหารที่เหลือทิ้ง ล้างด้วยน้ำอุ่นและน้ำยาล้างจาน ขัดให้ทั่วทั้งด้านในและด้านนอกของชาม ล้างน้ำยาออกให้สะอาด เช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาด หรือควํ่าไว้ให้แห้งตามธรรมชาติ ความถี่ในการล้างชาม อาหารเปียก ล้างทันทีหลังการรับประทานอาหารทุกครั้ง ไม่ควรปล่อยให้เศษอาหารแห้งติดชาม อาหารแห้ง ล้างอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เปลี่ยนน้ำในชามให้สดใหม่เสมอ ข้อควรระวังเพิ่มเติม วัสดุของชาม ชามสแตนเลสและเซรามิกล้างทำความสะอาดง่ายกว่าชามพลาสติก ชามพลาสติกมีโอกาสสะสมแบคทีเรียได้มากกว่า ความถี่ในการเปลี่ยนชาม ตรวจสอบสภาพชามเป็นประจำ เปลี่ยนชามเมื่อมีรอยขีดข่วน สึกหรอ [...]

2/20/2025 • by Homeday
บมจ. เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าไอทีรายใหญ่ของประเทศไทย แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ “Canon PowerShot GOLF” อุปกรณ์เสริมที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การเล่นกอล์ฟ ด้วยเทคโนโลยีการวัดระยะทางที่แม่นยำ พร้อมฟีเจอร์ถ่ายภาพและบันทึกข้อมูลการเล่นแบบครบวงจร Canon PowerShot GOLF โดดเด่นด้วยโหมด Slope Mode ที่สามารถคำนวณระยะทางจริงของลูกกอล์ฟ รวมถึงความสูงของสนามได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้นักกอล์ฟวางแผนกลยุทธ์และเลือกใช้ไม้กอล์ฟได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟังก์ชันซูมดิจิทัลสูงสุด 2 เท่า ช่วยให้มองเห็นพินและธงได้อย่างชัดเจนในระยะ 7 – 800 หลา โดยมีระบบป้องกันภาพสั่นไหวและฟังก์ชันสั่นแจ้งเตือนเมื่อวัดระยะทางสำเร็จ อีกหนึ่งความพิเศษคือฟังก์ชัน Pin-Locking และ Continuous Range-Finding ซึ่งช่วยจับเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยระบบจะสแกนเป้าหมายและแสดงระยะห่างทันทีเมื่อกดปุ่มครึ่งหนึ่ง เหมาะสำหรับนักกอล์ฟที่ต้องการความแม่นยำสูงสุดในทุกช็อต นอกเหนือจากการวัดระยะ Canon PowerShot GOLF ยังสามารถถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ พร้อมบันทึกข้อมูลระยะทางสำหรับการดูย้อนหลัง และมีระบบเสียงช่วยบันทึกการเล่น เพื่อการวิเคราะห์เกมอย่างมืออาชีพ โหมดบันทึกใช้งานง่ายใน 3 ขั้นตอน ได้แก่ เปิดโหมดเลเซอร์ เลือกโหมดวัดระยะหรือวัดระยะพร้อมถ่ายภาพ และกดปุ่มเพื่อบันทึกภาพหรือวิดีโอพร้อมข้อมูลระยะทาง [...]

6/29/2021 • by Homeday
? ใครมีแผนอยากจะซื้อบ้านสักหลังเป็นของตัวเองแต่ยังสงสัย ไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างวันนี้แอดมินจะมา แนะนำ 5 ขั้นตอน? เตรียมตัวกู้บ้านผ่านฉลุย