Logo
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContact
Post Listing
Post Listing
Homeday
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContactFavorites
HOMEDAY Logo

Thailand's #1 trusted all-in-one real estate platform. Find your dream home, premium condos, or invest in property easily right here.

DBD Registered

Main Menu

  • Home
  • Buy Property
  • Rent Property
  • New Projects
  • Top Locations
  • Real Estate Articles
  • User Guide
  • Contact Us

Property Types

  • Condo
  • House
  • Townhouse
  • Land

Contact Us

  • Phone090-916-9993Daily 9:00 AM - 6:00 PM
  • Email[email protected]
  • Office159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    Nonthaburi 11110, Thailand

Popular Searches

Sukhumvit CondoBTS CondoBangna HouseCheap TownhouseKhao Yai LandRatchada Condo for RentNonthaburi Second-hand HouseNew Condo ReviewHome LoanLand AppraisalInvestment PropertyPost Property for Free

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

Terms & ConditionsPrivacy PolicySitemap
Add LINE Sticky

การโอนบ้านและที่ดินให้ลูกในปี 2568 ทำอย่างไร? มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

Homeday
23 เมษายน 2568
2 min read
Share:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 23/4/2568

การโอนบ้านและที่ดินให้ลูกในปี 2568 ทำอย่างไร? มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

Related Articles

Recommended Projects

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
New Project

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

Starts at 11,990,000 THB
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
Ready to Move In

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

Starts at 25,900,000 THB
มหกรรมบ้านและคอนโด
การโอนบ้านและที่ดินใหู้กเป็นอีกหนึ่งการวางแผนที่พ่อแม่หลายครอบครัวคิดไว้ในใจ เพื่อมอบสินทรัพย์มีค่าให้กับบุตรหลาน อีกทั้งยังเป็นการวางแผนภาษีและสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวในระยะยาว ในปี 2568 นี้ การโอนทรัพย์สินยังคงมีรายละเอียดและขั้นตอนที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้องและราบรื่น บทความนี้จะนำเสนอขั้นตอน เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการโอนบ้านและที่ดินให้ลูก เพื่อให้คุณสามารถเตรียมตัวได้อย่างครบถ้วนและมั่นใจ
Article Image

ทำไมการโอนบ้านให้ลูกจึงแตกต่างจากการรับมรดก?

การโอนบ้านหรือที่ดินให้ลูกในขณะที่พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่มีความแตกต่างจากการยกทรัพย์สินให้เป็นมรดกอย่างชัดเจน กล่าวคือ การโอนทรัพย์สินหมายถึงการที่ผู้ให้มีเจตนายกทรัพย์สินให้กับผู้รับในขณะที่ผู้ให้ยังมีชีวิตอยู่ ขณะที่มรดกจะเกิดขึ้นหลังจากเจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิตไปแล้ว ประเด็นสำคัญอีกประการคือ ผู้ให้สามารถยกบ้านและที่ดิน หรือสิ่งอื่นๆ ให้กับผู้รับโดยไม่จำเป็นต้องมีค่าตอบแทนใดๆ
การโอนบ้านให้ลูกในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่มีประโยชน์หลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการลดภาระภาษีตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ ที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ซึ่งกำหนดให้ผู้ครอบครองที่ดินประเภทต่างๆ หรือเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ ที่มีมูลค่าเกินเกณฑ์ยกเว้นภาษี จำเป็นต้องเสียภาษีตามมูลค่าของทรัพย์สินในอัตราที่กำหนด การโอนบ้านและที่ดินให้บุตรจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยกระจายการครอบครองสินทรัพย์และช่วยลดภาระภาษีได้
นอกจากนี้ การโอนทรัพย์สินยังช่วยลดปัญหาความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในเรื่องมรดกในอนาคต รวมถึงทำให้พ่อแม่ได้เห็นลูกหลานได้ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่มอบให้ ซึ่งสร้างความอุ่นใจได้เป็นอย่างดี
Article Image

เอกสารใดบ้างที่ต้องเตรียมสำหรับการโอนบ้านให้ลูก?

การเตรียมเอกสารเพื่อโอนบ้านหรือที่ดินให้ลูกนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 5 รูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเป็นผู้ไปดำเนินการในวันโอน ดังนี้

1. กรณีพ่อและแม่มาโอนพร้อมกัน

เมื่อทั้งพ่อและแม่จะมาโอนที่ดินให้ลูกพร้อมกัน เอกสารที่ต้องเตรียมประกอบด้วย:
• โฉนดที่ดินตัวจริง • บัตรประชาชนของพ่อและแม่ พร้อมสำเนา • ทะเบียนบ้านของพ่อและแม่ พร้อมสำเนา • ใบจดทะเบียนสมรส

2. กรณีพ่อหรือแม่มาโอนคนเดียว

หากมีเพียงพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งมาดำเนินการ จะต้องมีเอกสารของคู่สมรสที่ไม่ได้มาเพิ่มเติม ได้แก่:
• สำเนาบัตรประชาชนพร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง • สำเนาทะเบียนบ้านพร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง • หนังสือยินยอมคู่สมรสทำนิติกรรม

3. กรณีลูกไปโอนที่ดินพร้อมกับพ่อแม่

หากลูกสามารถไปดำเนินการด้วยตนเอง จะต้องนำเอกสารเหล่านี้ไปด้วย:
• บัตรประชาชนของลูก พร้อมสำเนา • ทะเบียนบ้านของลูก พร้อมสำเนา

4. กรณีลูกมอบอำนาจให้คนอื่นมาแทน

ในกรณีที่ลูกไม่สามารถมาดำเนินการได้ และต้องการมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาแทน จะต้องเตรียมเอกสารดังนี้:
• สำเนาบัตรประชาชนของลูกพร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง • สำเนาทะเบียนบ้านของลูกพร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง • บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ • ใบมอบอำนาจกรมที่ดิน (ท.ด.21)

5. กรณีโอนโดยผู้จัดการมรดก

หากเจ้าของที่ดินเสียชีวิตแล้ว และมีผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลหรือพินัยกรรม จะต้องใช้เอกสารดังนี้:
• คำสั่งศาล คำพิพากษา หรือพินัยกรรมที่ตั้งให้ผู้ขอเป็นผู้จัดการมรดก • หลักฐานการตายของเจ้ามรดก • ทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวของผู้จัดการมรดก • โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
Article Image

ค่าใช้จ่ายในการโอนบ้านและที่ดินให้ลูกปี 2568 ต้องจ่ายเท่าไหร่?

ค่าใช้จ่ายในการโอนบ้านและที่ดินให้ลูกนั้นจะแตกต่างกันไปตามสถานะทางกฎหมายของบุตร โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย และบุตรที่มิชอบด้วยกฎหมาย

ค่าใช้จ่ายในการโอนให้ลูกที่ชอบด้วยกฎหมาย

ลูกที่ชอบด้วยกฎหมาย คือบุตรที่เกิดระหว่างพ่อแม่ที่จดทะเบียนสมรสกัน เมื่อต้องการโอนบ้านหรือที่ดินให้ จะมีค่าใช้จ่ายหลักๆ ดังนี้:
• ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน: 0.5% ของราคาประเมิน • ค่าจดทะเบียนโอนที่ดิน: 0.5% ของราคาประเมิน • ค่าอากรแสตมป์: 0.5% ของราคาประเมิน • ค่าพยาน: 20 บาท • ค่าคำขอ: 5 บาท • ค่าอากรคู่ฉบับ: 5 บาท • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: 5% ของราคาประเมิน เฉพาะส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท
ข้อดีของการโอนให้ลูกที่ชอบด้วยกฎหมายคือ แม้ว่าพ่อแม่จะถือครองที่ดินเพียงไม่กี่ปี ก็ไม่เข้าข่ายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ตามข้อยกเว้นของกรมสรรพากร กรณีนี้จึงมีอัตราภาษีโอนที่ดินที่ต่ำที่สุด

ค่าใช้จ่ายในการโอนให้ลูกที่มิชอบด้วยกฎหมาย

ลูกที่มิชอบด้วยกฎหมาย คือบุตรที่เกิดในระหว่างที่พ่อแม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส หรือพ่อไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตร เมื่อต้องการโอนบ้านหรือที่ดินให้ จะมีค่าใช้จ่ายดังนี้:
• ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน: 0.5% ของราคาประเมิน • ค่าอากรแสตมป์ 0.5% หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ของราคาประเมิน (อย่างใดอย่างหนึ่ง) • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามขั้นบันไดจากราคาประเมิน หักค่าใช้จ่ายได้ 50%
ค่าใช้จ่ายในกรณีนี้จะสูงกว่าการโอนให้ลูกที่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามอัตราปกติ ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีในส่วนที่ไม่เกิน 20 ล้านบาทเหมือนกรณีแรก
Article Image

ขั้นตอนการโอนบ้านและที่ดินให้ลูกต้องทำอย่างไร?

การโอนบ้านและที่ดินให้ลูกมีขั้นตอนดำเนินการที่สำนักงานที่ดินในเขตพื้นที่ที่ทรัพย์สินตั้งอยู่ โดยมีขั้นตอนหลักๆ 5 ขั้นตอน ดังนี้

1. รับบัตรคิวและเตรียมเอกสาร

เมื่อไปถึงสำนักงานที่ดิน คุณจะต้องหยิบบัตรคิวเพื่อรอตรวจเอกสารกับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ หรือหยิบใบคำขอพร้อมแนบเอกสารที่เตรียมมาทั้งหมดตามรายการที่กล่าวมาข้างต้น

2. ส่งคำร้องและยื่นเอกสาร

นำเอกสารและใบคำขอยื่นให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วน หลังจากตรวจเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะให้บัตรคิวเพื่อไปดำเนินเรื่องต่อที่ฝ่ายชำนาญงาน

3. ยื่นเรื่องที่ฝ่ายชำนาญงาน

เมื่อถึงคิวของคุณ จะต้องไปดำเนินการที่ฝ่ายชำนาญงาน ซึ่งมีขั้นตอนย่อยดังนี้:
• ลงลายมือชื่อทั้งผู้โอน (พ่อ-แม่) และผู้รับโอน (ลูก) • เจ้าหน้าที่จะทำการประเมินราคาที่ดิน และคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ • ได้รับใบแจ้งค่าใช้จ่ายเพื่อนำไปชำระที่ฝ่ายการเงิน

4. ชำระเงินที่ฝ่ายการเงิน

นำใบแจ้งค่าใช้จ่ายไปชำระเงินที่ฝ่ายการเงิน เมื่อชำระเงินแล้ว คุณจะได้รับใบเสร็จรับเงิน โดยใบเสร็จสีฟ้าพ่อแม่ต้องเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนใบเสร็จสีเหลืองเจ้าหน้าที่จะเก็บไว้ดำเนินการต่อ

5. รับโฉนดที่ดินที่สลักหลังแล้ว

นำใบเสร็จไปยื่นที่ฝ่ายชำนาญงานอีกครั้ง เจ้าหน้าที่จะพิมพ์ข้อมูลสลักหลังโฉนดและให้ตรวจสอบรายละเอียดความถูกต้องทั้งหมด เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย การโอนที่ดินให้บุตรจะเสร็จสมบูรณ์ และคุณจะได้รับโฉนดที่ดินที่มีการเปลี่ยนชื่อเรียบร้อยแล้ว
Article Image

การโอนบ้านให้ลูกช่วยลดภาระภาษีได้อย่างไร?

การโอนบ้านและที่ดินให้ลูกสามารถช่วยลดภาระภาษีได้หลายประการ โดยเฉพาะภายใต้ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ ซึ่งกำหนดให้ผู้ที่ครอบครองที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างต้องเสียภาษีตามมูลค่าของทรัพย์สิน
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่นี้มีผลให้เจ้าของที่ดินที่มีมูลค่ามากกว่า 50 ล้านบาท หรือผู้ที่ถือครองที่ดินมากกว่า 1 แปลง ต้องเสียภาษีตั้งแต่บาทแรก และยิ่งถือครองที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ก็ยิ่งต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้น
การโอนบ้านและที่ดินให้กับลูกหรือญาติพี่น้องจึงเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยกระจายการถือครองทรัพย์สิน ทำให้สามารถลดภาระภาษีที่ต้องจ่ายในแต่ละปีได้ แม้จะต้องเสียค่าโอนที่ดินครั้งหนึ่ง แต่ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับการเสียภาษีทรัพย์สินในอัตราสูงทุกปี
นอกจากนี้ ในกรณีการโอนให้ลูกที่ชอบด้วยกฎหมาย ยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีพิเศษคือไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับมูลค่าทรัพย์สินที่ไม่เกิน 20 ล้านบาท และไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% แม้ว่าจะถือครองทรัพย์สินมาไม่ถึง 5 ปีก็ตาม
Article Image

ข้อควรระวังในการโอนบ้านและที่ดินให้ลูก

แม้ว่าการโอนบ้านและที่ดินให้ลูกจะมีประโยชน์หลายประการ แต่ก็มีข้อควรระวังที่ควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจโอน ดังนี้

1. การสูญเสียอำนาจในการควบคุมทรัพย์สิน

เมื่อโอนบ้านหรือที่ดินให้ลูกแล้ว คุณจะไม่มีอำนาจทางกฎหมายเหนือทรัพย์สินนั้นอีกต่อไป หากในอนาคตมีความจำเป็นต้องนำทรัพย์สินไปทำธุรกรรมใดๆ จะไม่สามารถทำได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูก

2. ความเสี่ยงจากปัญหาครอบครัวในอนาคต

หากลูกมีปัญหาทางการเงิน หย่าร้าง หรือมีหนี้สิน ทรัพย์สินที่โอนให้ไปแล้วอาจตกอยู่ในความเสี่ยง เช่น ถูกนำไปคำนวณเป็นสินสมรสในกรณีหย่าร้าง หรือถูกเจ้าหนี้บังคับคดีในกรณีมีหนี้สิน

3. ผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ

การโอนทรัพย์สินทั้งหมดให้ลูกอาจส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณของพ่อแม่ ควรพิจารณาให้รอบคอบและอาจเลือกโอนทรัพย์สินเพียงบางส่วนเท่านั้น เพื่อรักษาความมั่นคงทางการเงินของตนเองไว้

4. การวางแผนภาษีที่ไม่เหมาะสม

การโอนทรัพย์สินเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายอาจมีความเสี่ยง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือทนายความก่อนดำเนินการ เพื่อให้แน่ใจว่าการวางแผนภาษีของคุณเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม

สรุป

การโอนบ้านและที่ดินให้ลูกเป็นการวางแผนทางการเงินและภาษีที่มีประโยชน์หากดำเนินการอย่างรอบคอบ ในปี 2568 ขั้นตอนการโอนยังคงต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด โดยค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันระหว่างการโอนให้ลูกที่ชอบด้วยกฎหมายและลูกที่มิชอบด้วยกฎหมาย
การโอนทรัพย์สินให้ลูกนั้นมีทั้งประโยชน์ในการลดภาระภาษีและช่วยกระจายการถือครองทรัพย์สิน แต่ก็มีข้อควรระวังที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ เช่น การสูญเสียอำนาจในการควบคุมทรัพย์สิน และผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงินในอนาคต
สุดท้ายนี้ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือภาษีก่อนดำเนินการโอนทรัพย์สิน จะช่วยให้คุณวางแผนได้อย่างรัดกุมและได้รับประโยชน์สูงสุดจากการโอนบ้านและที่ดินให้ลูกของคุณ
#สาระ #การเงิน #โอนบ้านให้ลูก #โอนที่ดินให้ลูก #ค่าโอนบ้าน2568 #ภาษีที่ดิน #ขั้นตอนโอนบ้าน #วางแผนภาษี #มรดกตกทอด #กรมที่ดิน #ลดภาษีที่ดิน #โอนกรรมสิทธิ์
Related Topics:
#มรดกตกทอด
#โอนที่ดินให้ลูก
#การเงิน
#ลดภาษีที่ดิน
#โอนบ้านให้ลูก
#วางแผนภาษี
#Mehome
#ค่าโอนบ้าน2568
#ภาษีที่ดิน
#มีบ้านต้องมีโฮม
#โอนกรรมสิท
#สาระ
#กรมที่ดิน
#ขั้นตอนโอนบ้าน

Disclaimer: This article is provided for general information purposes for the Homeday website by Homeday Group Co., Ltd. The company makes no promises or guarantees regarding the content, nor can it certify its suitability for any specific purpose. To the extent permitted by law, we will make our best effort to ensure that the information appearing in this article is accurate, reliable, and complete at the time of preparation. Such information should not be used immediately for financial, real estate investment, or legal decision-making. Readers should not rely on the information in this article as a substitute for advice from trained professionals who can analyze your specific facts and circumstances. The company shall not be held liable if you choose to use the information for your decision-making.

Like this article? Share it!

Share:FacebookXLINE

-

out of 5

Reviews & Ratings

(0 reviews)

No reviews yet. Be the first to review this article!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
New Project

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

Starts at 1,990,000 THB
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
Ready to Move In

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

Starts at 1,690,000 THB
ทั่วไป
HOMEDAY
See all
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี 2568 คำนวณอย่างไร? พร้อมวิธีจ่ายให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ทั่วไป

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี 2568 คำนวณอย่างไร? พร้อมวิธีจ่ายให้ถูกต้องตามกฎหมาย

การเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นหน้าที่ของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทุกคน ในปี 2568 มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางประการและขยายเวลาการชำระภาษี ผู้เป็นเจ้าของบ้าน คอนโด ที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างต่างๆ จำเป็นต้องเข้าใจรายละเอียดการคำนวณภาษี อัตราการจัดเก็บ และวิธีชำระภาษีอย่างถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงเบี้ยปรับและดอกเบี้ยที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคืออะไร และเริ่มใช้เมื่อไหร่? ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือที่หลายคนเรียกสั้นๆ ว่า “ภาษีที่ดิน” เป็นภาษีที่จัดเก็บเป็นรายปีตามมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562 และเริ่มจัดเก็บภาษีครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นมา โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นผู้จัดเก็บภาษี ภาษีนี้เข้ามาแทนที่ภาษีโรงเรือนและที่ดิน รวมถึงภาษีบำรุงท้องถิ่นแบบเดิม เพื่อให้การจัดเก็บภาษีมีความเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการคำนวณภาษีจะใช้มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นฐานในการคิดคำนวณ แบ่งเป็น 3 รายการคือ ที่ดิน – ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง – ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์สิ่งปลูกสร้าง สิ่งปลูกสร้างที่เป็นห้องชุด – ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุด โดยองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นจะประกาศราคาประเมินทุนทรัพย์และอัตราภาษีที่เรียกเก็บในแต่ละปี ซึ่งราคาประเมินทุนทรัพย์นี้จะเป็นราคาเดียวกันกับราคาประเมินทุนทรัพย์ของกรมที่ดิน ประเภทของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จำแนกอย่างไร? ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแบ่งออกเป็น 4 ประเภทตามลักษณะการใช้ประโยชน์ ได้แก่: 1. ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย [...]

3 นาที
ภาษีที่ดินและคอนโดต้องจ่ายเท่าไหร่? อัพเดทกฎใหม่ปี 2568 ที่เจ้าของอสังหาฯ ต้องรู้
ทั่วไป

ภาษีที่ดินและคอนโดต้องจ่ายเท่าไหร่? อัพเดทกฎใหม่ปี 2568 ที่เจ้าของอสังหาฯ ต้องรู้

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือที่หลายคนเรียกว่า “ภาษีคอนโด” เป็นเรื่องที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทุกคนต้องให้ความสำคัญ เพราะการไม่เข้าใจหรือละเลยการชำระภาษีอาจนำมาซึ่งค่าปรับและปัญหาทางกฎหมายได้ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจเรื่องภาษีที่ดินและคอนโดอย่างละเอียด พร้อมอัพเดทข้อมูลล่าสุดของปี 2568 ที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ควรรู้ ภาษีที่ดินและคอนโดคืออะไร? ทำไมต้องเสีย? ภาษีที่ดินและคอนโดที่เราพูดถึงกันนั้น คือ “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” ที่จัดเก็บเป็นรายปีตามราคาประเมินของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อนำรายได้ไปพัฒนาท้องถิ่นและลดการเก็งกำไรที่ดิน โดยเริ่มมีการบังคับใช้ในปี 2562 และเริ่มจัดเก็บภาษีตั้งแต่ปี 2563 น่าสนใจว่าในช่วงปี 2563-2564 ที่ผ่านมา ได้มีการปรับลดการจัดเก็บภาษีลงถึง 90% เพื่อช่วยบรรเทาภาระให้กับผู้เสียภาษีในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา ได้มีการยกเลิกมาตรการปรับลดดังกล่าวและกลับมาจัดเก็บภาษีในอัตราปกติแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังคงมีการลดหย่อนภาษีในบางกรณีก็ตาม ใครบ้างที่ต้องเสียภาษีคอนโด? ผู้เช่าต้องจ่ายหรือไม่? ผู้ที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีคอนโด หรือภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คือ บุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงห้องชุดหรือคอนโดมิเนียม ไม่ว่าจะครอบครองเพื่อพักอาศัยหรือปล่อยเช่าก็ตาม หลายคนอาจสงสัยว่า ถ้าเช่าคอนโดอยู่ จะต้องเสียภาษีคอนโดหรือไม่? คำตอบคือไม่ต้องเสีย เพราะหน้าที่ในการชำระภาษีเป็นของเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือผู้ให้เช่านั่นเอง อย่างไรก็ตาม ผู้เช่าควรคำนึงไว้ด้วยว่า หากเจ้าของคอนโดมีภาระภาษีเพิ่มขึ้น อาจส่งผลให้มีการปรับขึ้นค่าเช่าได้ในอนาคต อัตราภาษีคอนโดปี 2568 เปลี่ยนแปลงอย่างไร? อัตราภาษีคอนโดในปี 2568 ยังคงเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดตั้งแต่ปี [...]

2 นาที
จ่ายดอกเบี้ยบ้านอย่างไร ช่วยลดหย่อนภาษีได้มากที่สุด?
ทั่วไป

จ่ายดอกเบี้ยบ้านอย่างไร ช่วยลดหย่อนภาษีได้มากที่สุด?

การซื้อบ้านเป็นหนึ่งในความฝันของคนส่วนใหญ่ แต่การต้องกู้เงินจากสถาบันการเงินมาซื้อบ้านก็มาพร้อมกับภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเป็นระยะเวลายาวนาน อย่างไรก็ตาม มีข่าวดีสำหรับผู้ที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ เพราะดอกเบี้ยบ้านที่จ่ายไปนั้นไม่สูญเปล่า สามารถนำมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามที่กฎหมายกำหนด ช่วยบรรเทาภาระภาษีและอาจทำให้ได้รับเงินคืนภาษีมากขึ้นอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับวิธีการใช้ประโยชน์จากดอกเบี้ยบ้านเพื่อลดหย่อนภาษีให้ได้มากที่สุด พร้อมเงื่อนไขและข้อควรระวังต่างๆ ที่ควรทราบ เหตุใดดอกเบี้ยบ้านจึงนำมาลดหย่อนภาษีได้? รัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อกระตุ้นและจูงใจให้ประชาชนทำกิจกรรมทางการเงินที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ โดยการส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญ มาตรการสิทธิลดหย่อนภาษี หรือ Tax Deductions คือสิทธิประโยชน์ที่ช่วยให้ผู้มีรายได้เสียภาษีน้อยลงเมื่อทำการคำนวณภาษี เป็นการบรรเทาภาระทางภาษี และอาจทำให้ได้รับเงินคืนจากภาษีมากขึ้น นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังช่วยป้องกันการยื่นภาษีผิดพลาดและส่งเสริมให้ประชาชนหมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ไม่เพียงแต่การซื้อบ้านเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลงทุนในตลาดหุ้น การออมระยะยาว หรือการทำประกันชีวิตที่ล้วนมีสิทธิลดหย่อนภาษีเช่นกัน ดอกเบี้ยบ้านประเภทไหนที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้? ไม่ใช่ดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทที่จะนำมาลดหย่อนภาษีได้ ดอกเบี้ยที่จะนำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ต้องมีเงื่อนไขสำคัญ 3 ประการ ดังนี้ 1. วัตถุประสงค์เพื่อที่อยู่อาศัยเท่านั้น ต้องเป็นการกู้เงินที่มีวัตถุประสงค์เพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม หรืออาคารชุดต่างๆ ต้องซื้อไว้เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยจริง หากเป็นการซื้อเพื่อการลงทุนหรือการพาณิชย์จะไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 2. ต้องมีการกู้ยืมและจำนอง ต้องมีการกู้ยืมและจำนองกับสถาบันการเงิน โดยจำนองทรัพย์สินที่เป็นที่อยู่อาศัยนั้นเป็นหลักประกัน เช่น บ้าน คอนโด หรืออาคารที่สร้างบนที่ดินเพื่ออยู่อาศัย ซึ่งในสัญญาเงินกู้จะระบุเงื่อนไขนี้อย่างชัดเจน หากเป็นเพียงการซื้อด้วยเงินสด ผ่อนตรงกับเจ้าของโครงการ [...]

2 นาที
ดอกเบี้ยบ้านนำไปลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่? เงื่อนไขและวิธีการที่คุณควรรู้ก่อนยื่นภาษี
ทั่วไป

ดอกเบี้ยบ้านนำไปลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่? เงื่อนไขและวิธีการที่คุณควรรู้ก่อนยื่นภาษี

การซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัยเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของชีวิต ส่วนใหญ่มักใช้วิธีกู้เงินจากสถาบันการเงิน ซึ่งต้องจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นรายเดือน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าดอกเบี้ยบ้านสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้? บทความนี้จะอธิบายเงื่อนไขและขั้นตอนการนำดอกเบี้ยบ้านไปลดหย่อนภาษีอย่างละเอียด พร้อมแนะนำวิธีคำนวณและการยื่นภาษีออนไลน์ที่ทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ดอกเบี้ยบ้านคืออะไร? ทำไมจึงสำคัญในการลดหย่อนภาษี ดอกเบี้ยบ้าน คือ ค่าตอบแทนที่ผู้กู้ต้องจ่ายให้กับสถาบันการเงินเมื่อกู้ยืมเงินเพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย โดยจะมีอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันไปตามนโยบายของแต่ละสถาบันการเงิน รวมถึงปัจจัยด้านเครดิตของผู้กู้ ระยะเวลาการกู้ยืม และสภาวะเศรษฐกิจในช่วงนั้นๆ การนำดอกเบี้ยบ้านมาลดหย่อนภาษีถือเป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่รัฐบาลให้กับประชาชน เพื่อส่งเสริมการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง อีกทั้งยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้ผู้เสียภาษีประหยัดเงินได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะในช่วงแรกของการผ่อนบ้านที่สัดส่วนของดอกเบี้ยมักจะสูงกว่าเงินต้น ดอกเบี้ยบ้านลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่? หลายคนอาจสงสัยว่าดอกเบี้ยบ้านสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้มากน้อยเพียงใด คำตอบคือ คุณสามารถนำดอกเบี้ยบ้านมาลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีภาษี นั่นหมายความว่า หากคุณจ่ายดอกเบี้ยบ้านในปีภาษีนั้นเป็นจำนวน 80,000 บาท คุณก็สามารถนำไปลดหย่อนได้เต็มจำนวน แต่หากคุณจ่ายดอกเบี้ยบ้านเกิน 100,000 บาท เช่น 120,000 บาท คุณจะสามารถนำไปลดหย่อนได้เพียง 100,000 บาทเท่านั้น การลดหย่อนภาษีด้วยดอกเบี้ยบ้านนี้จะช่วยลดฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของคุณ ซึ่งจะส่งผลให้คุณเสียภาษีน้อยลง หรืออาจได้รับเงินภาษีคืนมากขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราภาษีเงินได้ของคุณด้วย ใครบ้างที่มีสิทธิลดหย่อนภาษีจากดอกเบี้ยบ้าน? ไม่ใช่ว่าทุกคนที่ผ่อนบ้านจะสามารถนำดอกเบี้ยไปลดหย่อนภาษีได้ ผู้ที่มีสิทธิใช้การลดหย่อนภาษีจากดอกเบี้ยบ้านจะต้องเป็นผู้ที่มีชื่อเป็นผู้กู้หรือผู้กู้ร่วมในสัญญากู้ยืมเงินเท่านั้น หากคุณเป็นเพียงผู้ร่วมจ่ายค่าบ้านแต่ไม่ได้มีชื่อเป็นผู้กู้หรือผู้กู้ร่วม คุณจะไม่สามารถนำดอกเบี้ยบ้านไปลดหย่อนภาษีได้ นอกจากนี้ แม้ว่าคุณจะเป็นสามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกับผู้กู้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากไม่ได้มีชื่อเป็นผู้กู้ร่วม ก็จะไม่สามารถนำดอกเบี้ยบ้านไปลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน [...]

2 นาที
See all
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent