Logo
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContact
Post Listing
Post Listing
Homeday
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContactFavorites
HOMEDAY Logo

Thailand's #1 trusted all-in-one real estate platform. Find your dream home, premium condos, or invest in property easily right here.

DBD Registered

Main Menu

  • Home
  • Buy Property
  • Rent Property
  • New Projects
  • Top Locations
  • Real Estate Articles
  • User Guide
  • Contact Us

Property Types

  • Condo
  • House
  • Townhouse
  • Land

Contact Us

  • Phone090-916-9993Daily 9:00 AM - 6:00 PM
  • Email[email protected]
  • Office159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    Nonthaburi 11110, Thailand

Popular Searches

Sukhumvit CondoBTS CondoBangna HouseCheap TownhouseKhao Yai LandRatchada Condo for RentNonthaburi Second-hand HouseNew Condo ReviewHome LoanLand AppraisalInvestment PropertyPost Property for Free

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

Terms & ConditionsPrivacy PolicySitemap
Add LINE Sticky

การโอนบ้านต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และใครเป็นคนจ่าย?

Homeday
22 เมษายน 2568
2 min read
Share:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 22/4/2568

การโอนบ้านต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และใครเป็นคนจ่าย?

Related Articles

Recommended Projects

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
New Project

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

Starts at 11,990,000 THB
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
Ready to Move In

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

Starts at 25,900,000 THB
มหกรรมบ้านและคอนโด
การซื้อบ้านไม่ได้จบเพียงแค่การจ่ายเงินค่าบ้านเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายสำคัญที่เกิดขึ้นในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินอีกด้วย หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าค่าโอนบ้านนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง และใครเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนใด บทความนี้จะพาทุกคนเจาะลึกเรื่องค่าธรรมเนียมโอนบ้าน วิธีคำนวณแบบง่ายๆ พร้อมเผยเคล็ดลับสำคัญที่จะช่วยให้คุณวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน
Article Image

ค่าโอนบ้านคืออะไร และประกอบด้วยอะไรบ้าง?

ค่าโอนบ้าน คือค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ณ สำนักงานที่ดินในวันที่โอนกรรมสิทธิ์บ้านจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ โดยไม่ได้มีเพียงแค่ค่าธรรมเนียมการโอนเท่านั้น แต่ยังประกอบไปด้วยค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกหลายรายการ ซึ่งคนที่กำลังมองหาบ้านควรทำความเข้าใจเพื่อเตรียมเงินให้พร้อม
ค่าใช้จ่ายในการโอนบ้านประกอบด้วย 5 รายการหลักๆ ได้แก่:
1. ค่าธรรมเนียมการโอน: คิดในอัตรา 2% ของราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นการคิดจากราคาประเมินที่กรมธนารักษ์กำหนด ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริง 2. ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ: คิดในอัตรา 3.3% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า) โดยจะต้องเสียค่าภาษีนี้เมื่อขายบ้านภายในระยะเวลา 5 ปีนับแต่วันที่ได้มา 3. ค่าอากรแสตมป์: คิดในอัตรา 0.5% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า) แต่หากเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ 4. ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: เป็นภาษีที่หัก ณ ที่จ่าย โดยคิดตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ซึ่งจะเป็นแบบอัตราก้าวหน้าหรือแบบขั้นบันได และขึ้นอยู่กับวิธีการที่ได้มาและระยะเวลาที่ถือครอง 5. ค่าจดจำนอง: คิดในอัตรา 1% ของวงเงินกู้ทั้งหมด หากเป็นการซื้อขายด้วยเงินสด ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้
Article Image

ใครต้องรับผิดชอบค่าโอนบ้าน และจ่ายเท่าไร?

ในการโอนกรรมสิทธิ์บ้าน ค่าใช้จ่ายต่างๆ จะถูกแบ่งความรับผิดชอบระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยไม่มีกฎที่ชัดเจนว่าใครต้องจ่ายส่วนไหน แต่เป็นการตกลงร่วมกันระหว่างทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้วมักมีการแบ่งความรับผิดชอบดังนี้:
1. ค่าธรรมเนียมการโอน (2%): โดยปกติแล้ว ผู้ซื้อและผู้ขายจะแบ่งกันจ่ายคนละครึ่ง คือฝ่ายละ 1% ของราคาประเมิน อย่างไรก็ตาม บางกรณีอาจมีข้อตกลงให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับผิดชอบทั้งหมด 2. ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ (3.3%): ส่วนใหญ่เป็นความรับผิดชอบของผู้ขาย เนื่องจากเป็นภาษีที่เกิดจากการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้ขายครอบครองบ้านไม่เกิน 5 ปี 3. ค่าอากรแสตมป์ (0.5%): โดยทั่วไปเป็นความรับผิดชอบของผู้ขาย แต่จะต้องเสียก็ต่อเมื่อไม่ได้เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 4. ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: เป็นความรับผิดชอบของผู้ขาย เนื่องจากเป็นภาษีที่เกิดจากรายได้จากการขาย 5. ค่าจดจำนอง (1%): เป็นความรับผิดชอบของผู้ซื้อ เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการกู้เงินเพื่อซื้อบ้าน
Article Image

ขั้นตอนการโอนบ้านมีอะไรบ้าง?

การโอนกรรมสิทธิ์บ้านมีขั้นตอนสำคัญที่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายควรทราบ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่น โดยขั้นตอนทั้งหมดประกอบด้วย:
1. แจ้งความประสงค์โอนบ้าน: ติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ที่สำนักงานที่ดินและรับบัตรคิว 2. ตรวจสอบเอกสาร: เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารที่จำเป็นสำหรับการโอน ซึ่งประกอบด้วย: โฉนดที่ดินฉบับเงิน บัตรประชาชนพร้อมสำเนา 1 ชุด ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา 1 ชุด หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ) สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนสมรสของคู่สมรส (กรณีสมรส) 3. ประเมินทุนทรัพย์: เจ้าหน้าที่จะประเมินทุนทรัพย์และคำนวณค่าธรรมเนียมการโอน 4. ชำระค่าธรรมเนียม: ผู้ซื้อและผู้ขายชำระค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามที่ได้ตกลงกันไว้ 5. พิมพ์สลักหลังโฉนด: เจ้าหน้าที่พิมพ์สลักหลังโฉนดและให้ผู้โอนตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นจึงมอบโฉนดและสัญญาซื้อขายให้ผู้ซื้อ หากผู้ซื้อกู้เงินจากธนาคาร เจ้าหน้าที่ธนาคารจะเป็นผู้เก็บโฉนดไว้จนกว่าจะผ่อนบ้านหมด
Article Image

มาตรการลดหย่อนค่าโอนบ้านปี 2568 มีอะไรบ้าง?

ปัจจุบันภาครัฐได้ออกมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยมีการลดหย่อนค่าธรรมเนียมในการโอนบ้านและจดจำนอง ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนซื้อบ้าน โดยมาตรการดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้:
1. ลดค่าธรรมเนียมโอนบ้าน: จากเดิม 2% เหลือเพียง 0.01% สำหรับบ้านที่มีราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ทั้งบ้านใหม่และบ้านมือสอง 2. ลดค่าจดจำนอง: จากเดิม 1% เหลือเพียง 0.01% สำหรับบ้านที่มีราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ทั้งบ้านใหม่และบ้านมือสอง
มาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ดังนั้น หากคุณกำลังวางแผนซื้อบ้าน นี่อาจเป็นโอกาสดีที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายในการโอนบ้านได้อย่างมาก

กรณีไหนที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ?

ภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงถึง 3.3% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน อย่างไรก็ตาม มีหลายกรณีที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีนี้ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ขายได้มาก โดยกรณีที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ ได้แก่:
1. ขายบ้านที่ถือครองเกิน 5 ปี: หากผู้ขายถือครองบ้านนานเกิน 5 ปีนับจากวันที่ได้มา (นับรวม 1,825 วัน) จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 2. มีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี: หากผู้ขายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี (365 วัน) จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ โดยสามารถนับรวมแต่ละช่วงเวลาได้ 3. ได้รับอสังหาริมทรัพย์ทางมรดก: การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางมรดกจะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 4. ถูกเวนคืน: กรณีถูกเวนคืนที่ดิน จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 5. โอนให้ทายาทโดยธรรมหรือบุตรชอบด้วยกฎหมาย: การโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ทายาทโดยธรรมหรือบุตรชอบด้วยกฎหมายโดยไม่มีค่าตอบแทน จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
Article Image

เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปโอนบ้านให้ราบรื่น?

การเตรียมตัวที่ดีก่อนไปโอนบ้านจะช่วยให้กระบวนการทั้งหมดเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่มีปัญหาเกิดขึ้น โดยสิ่งที่ควรเตรียมมีดังนี้:
1. เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน: สำหรับผู้ขาย: โฉนดที่ดินตัวจริง, บัตรประชาชนพร้อมสำเนา, ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา, เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสมรส (ถ้ามี) สำหรับผู้ซื้อ: บัตรประชาชนพร้อมสำเนา, ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา, เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสมรส (ถ้ามี), หลักฐานการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคาร (กรณีกู้) 2. เตรียมเงินให้พร้อม: ควรเตรียมเงินให้พร้อมสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ต้องจ่าย ณ สำนักงานที่ดิน โดยสามารถเตรียมเป็นเงินสด แคชเชียร์เช็ค หรือตามวิธีที่สำนักงานที่ดินกำหนด 3. ตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน: ควรตกลงกับอีกฝ่ายให้ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนใด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในวันโอน 4. ตรวจสอบราคาประเมิน: ควรตรวจสอบราคาประเมินของกรมธนารักษ์ล่วงหน้า เพื่อให้ทราบค่าใช้จ่ายที่แท้จริงที่ต้องเสีย 5. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจในขั้นตอนใด ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การโอนเป็นไปอย่างถูกต้องและไม่มีปัญหาในภายหลัง 6. นัดหมายวันเวลาให้ชัดเจน: ควรนัดหมายวันเวลาที่จะไปโอนให้ชัดเจน และควรไปถึงสำนักงานที่ดินก่อนเวลานัดหมาย เพื่อให้มีเวลาเตรียมตัวและตรวจสอบเอกสารอีกครั้ง
Article Image

วิธีคำนวณค่าโอนบ้านอย่างง่าย มีขั้นตอนอย่างไร?

การคำนวณค่าโอนบ้านอาจดูซับซ้อน แต่หากเข้าใจหลักการพื้นฐานแล้ว ก็สามารถคำนวณได้ไม่ยาก ซึ่งสามารถแบ่งขั้นตอนการคำนวณตามแต่ละรายการได้ดังนี้:
1. ค่าธรรมเนียมการโอน (2%): คำนวณจากราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตัวอย่าง: บ้านราคาประเมิน 2 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมโอน = 2,000,000 x 2% = 40,000 บาท ตามมาตรการลดหย่อน: 2,000,000 x 0.01% = 200 บาท (สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท) 2. ค่าจดจำนอง (1%): คำนวณจากวงเงินกู้ทั้งหมด ตัวอย่าง: กู้ซื้อบ้าน 1.5 ล้านบาท ค่าจดจำนอง = 1,500,000 x 1% = 15,000 บาท ตามมาตรการลดหย่อน: 1,500,000 x 0.01% = 150 บาท (สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท) 3. ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ (3.3%): คำนวณจากราคาขายหรือราคาประเมิน (แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า) ตัวอย่าง: บ้านราคาขาย 2.5 ล้านบาท ราคาประเมิน 2 ล้านบาท ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ = 2,500,000 x 3.3% = 82,500 บาท หากได้รับยกเว้น (ถือครองเกิน 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี) ก็ไม่ต้องเสียภาษีนี้ 4. ค่าอากรแสตมป์ (0.5%): คำนวณจากราคาขายหรือราคาประเมิน (แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า) ตัวอย่าง: บ้านราคาขาย 2.5 ล้านบาท ราคาประเมิน 2 ล้านบาท ค่าอากรแสตมป์ = 2,500,000 x 0.5% = 12,500 บาท หากเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว ก็ไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ 5. ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: คำนวณตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามวิธีการได้มาและระยะเวลาการถือครอง
โดยรวมแล้ว หากเป็นบ้านที่มีราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท และอยู่ในช่วงมาตรการลดหย่อน ค่าใช้จ่ายในการโอนจะถูกลงมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ ซึ่งเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนซื้อบ้าน

สรุป

การซื้อขายบ้านไม่ได้มีเพียงแค่การจ่ายค่าบ้านเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในวันโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งทั้งผู้ซื้อและผู้ขายควรทำความเข้าใจเพื่อเตรียมตัวให้พร้อม ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ประกอบด้วยค่าธรรมเนียมการโอน ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ ค่าอากรแสตมป์ ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และค่าจดจำนอง โดยแต่ละรายการจะมีผู้รับผิดชอบที่แตกต่างกันไปตามข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย
นอกจากนี้ ปัจจุบันยังมีมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมโอนบ้านและจดจำนองจากภาครัฐ ซึ่งเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนซื้อบ้าน โดยมาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569
ดังนั้น หากคุณกำลังวางแผนซื้อบ้าน ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้ดี เพื่อให้สามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างถูกต้องและไม่เกิดปัญหาในวันโอนกรรมสิทธิ์
#สาระ #การเงิน #ค่าโอนบ้าน #ค่าธรรมเนียมโอนบ้าน #ภาษีธุรกิจเฉพาะ #การโอนกรรมสิทธิ์ #ค่าจดจำนอง #ซื้อบ้าน #มาตรการลดหย่อนค่าโอนบ้าน #กรมที่ดิน #อสังหาริมทรัพย์ #ค่าอากรแสตมป์
Related Topics:
#ภาษีธุรกิจเฉพาะ
#ค่าจดจำนอง
#การเงิน
#ซื้อบ้าน
#ค่าโอนบ้าน
#ค่าธรรมเนียมโอนบ้าน
#อสังหาริมทรัพย์
#Mehome
#การโอนกรรมสิทธิ์
#มีบ้านต้องมีโฮม
#ค่าอากรแสตมป์
#มาตรการลดหย่อนค่าโอนบ้าน
#สาระ
#กรมที่ดิน

Disclaimer: This article is provided for general information purposes for the Homeday website by Homeday Group Co., Ltd. The company makes no promises or guarantees regarding the content, nor can it certify its suitability for any specific purpose. To the extent permitted by law, we will make our best effort to ensure that the information appearing in this article is accurate, reliable, and complete at the time of preparation. Such information should not be used immediately for financial, real estate investment, or legal decision-making. Readers should not rely on the information in this article as a substitute for advice from trained professionals who can analyze your specific facts and circumstances. The company shall not be held liable if you choose to use the information for your decision-making.

Like this article? Share it!

Share:FacebookXLINE

-

out of 5

Reviews & Ratings

(0 reviews)

No reviews yet. Be the first to review this article!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
New Project

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

Starts at 1,990,000 THB
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
Ready to Move In

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

Starts at 1,690,000 THB
ทั่วไป
HOMEDAY
See all
การขายฝากที่ดินคืออะไร? และเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับใครบ้าง?
ทั่วไป

การขายฝากที่ดินคืออะไร? และเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับใครบ้าง?

การขายฝากที่ดินเป็นการทำสัญญาซื้อขายโฉนดที่ดินรูปแบบพิเศษ ที่ผู้ขายฝากสามารถไถ่ถอนคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยกระบวนการทำงานคือ ผู้ขายฝากโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่ผู้รับซื้อฝากเพื่อแลกกับเงินก้อน และผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ถอนที่ดินคืนได้ภายในระยะเวลาที่ระบุในสัญญา ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ไม่ต่ำกว่า 1 ปี และไม่เกิน 10 ปี สำหรับอสังหาริมทรัพย์ การขายฝากที่ดินเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังต้องการใช้เงินด่วนแต่ไม่อยากเสียกรรมสิทธิ์ในที่ดินไปอย่างถาวร เมื่อทำสัญญาขายฝากแล้ว ผู้รับซื้อฝากจะได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดินทันที แต่ผู้ขายฝากยังมีสิทธิไถ่ถอนคืนได้ตามเงื่อนไข อย่างไรก็ตาม หากผู้ขายฝากไม่สามารถไถ่ถอนที่ดินคืนภายในระยะเวลาที่กำหนด ที่ดินจะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากโดยสมบูรณ์ ข้อดีของการขายฝากที่ดินที่ควรพิจารณา การขายฝากที่ดินมีข้อดีหลายประการที่อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากมูลค่าที่ดินของตน ข้อดีที่สำคัญมีดังนี้ ได้รับเงินอย่างรวดเร็ว การขายฝากที่ดินช่วยให้ผู้ขายฝากได้รับเงินอย่างรวดเร็ว โดยทั่วไปใช้เวลาเพียง 1-7 วันเท่านั้น ซึ่งเร็วกว่าการขายขาดที่อาจต้องรอหาผู้ซื้อที่เหมาะสม ทำให้เป็นแหล่งเงินทุนฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพเมื่อต้องการใช้เงินเร่งด่วน สามารถไถ่ถอนเรียกคืนกรรมสิทธิ์ได้ ข้อดีที่สำคัญที่สุดของการขายฝากที่ดินคือ ผู้ขายฝากยังมีโอกาสได้รับที่ดินคืนเมื่อนำเงินมาไถ่ถอนภายในระยะเวลาที่กำหนด ทำให้ไม่ต้องสูญเสียที่ดินไปอย่างถาวร หากสามารถหาเงินมาชำระคืนได้ในอนาคต ได้วงเงินสูงกว่าการจำนอง การขายฝากที่ดินมักได้รับวงเงินประมาณ 40-70% ของราคาตลาด ซึ่งสูงกว่าการจำนองที่โดยทั่วไปได้รับเพียง 20-30% ของราคาตลาดเท่านั้น ทำให้เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการเงินในจำนวนที่มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกัน การขายฝากที่ดินไม่จำเป็นต้องมีคนค้ำประกัน และไม่มีการตรวจสอบประวัติทางการเงินของผู้ขายฝาก ทำให้เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่อาจมีประวัติทางการเงินไม่ดีนัก หรือไม่สามารถหาผู้ค้ำประกันได้ ยังใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ ผู้ขายฝากยังสามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ตามปกติจนกว่าจะถึงกำหนดไถ่ถอน ต่างจากการขายขาดที่ต้องสูญเสียสิทธิการใช้ประโยชน์ทันที ทำให้ยังคงอาศัยหรือทำประโยชน์บนที่ดินนั้นได้ ข้อควรระวังและข้อเสียของการขายฝากที่ดิน แม้การขายฝากที่ดินจะมีข้อดีหลายประการ แต่ก็มีข้อควรระวังและข้อเสียที่ผู้ขายฝากควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ ดังนี้ [...]

2 นาที
สัญญาจะซื้อจะขายสำคัญอย่างไร? เตรียมตัวอย่างไรก่อนซื้อบ้านให้ถูกกฎหมาย?
ทั่วไป

สัญญาจะซื้อจะขายสำคัญอย่างไร? เตรียมตัวอย่างไรก่อนซื้อบ้านให้ถูกกฎหมาย?

สัญญาจะซื้อจะขายเป็นเอกสารสำคัญในกระบวนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ เพราะเป็นหลักฐานทางกฎหมายที่ผูกมัดทั้งสองฝ่ายและช่วยคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของทุกฝ่าย บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับสัญญาจะซื้อจะขาย รายละเอียดสำคัญที่ควรมีในสัญญา และสิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนทำสัญญาประเภทนี้ ความหมายของสัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขาย หรือ คำมั่นในการซื้อขาย คือรูปแบบของสัญญาการซื้อขายที่เกิดขึ้นระหว่างคู่สัญญาในวันทำสัญญา โดยมีการตกลงกันว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ หรือซื้อขายอย่างถูกกฎหมายให้จบสิ้นในอนาคต เพื่อรอให้ถึงวัน-เวลาที่เหมาะสม เช่น เงินอนุมัติผ่าน คอนโด บ้านหรืออาคารที่ตกลงจะซื้อนั้นสร้างเสร็จเรียบร้อย กล่าวง่ายๆ คือสัญญาที่ผู้ซื้อยังไม่มีกรรมสิทธิ์ครอบครอง แต่แจ้งไว้ก่อนว่าจะมีการซื้อขายเกิดขึ้นในอนาคตแน่นอน การทำสัญญาจะซื้อจะขายเป็นสัญญาที่ยังไม่มอบกรรมสิทธิ์ให้กับผู้ซื้อ แต่มีเจตนาที่จะซื้อขาย หรือโอนกรรมสิทธิ์ในอนาคตต่อไป ซึ่งสัญญารูปแบบนี้สามารถใช้เพียงการตกลงกันแบบไม่เป็นลายลักษณ์อักษรได้ แต่การมีหนังสือสัญญาจะเป็นหลักฐานที่สำคัญในกรณีที่มีฝ่ายใดผิดสัญญา สัญญาจะซื้อจะขายแตกต่างจากสัญญาซื้อขายอย่างไร สัญญาจะซื้อจะขายและสัญญาซื้อขายมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในแง่ของเวลาที่เกิดขึ้น ผลทางกฎหมาย และเจตนาในการทำสัญญา สัญญาจะซื้อจะขาย เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของกระบวนการซื้อขาย เมื่อผู้ซื้อสนใจในทรัพย์สินและต้องการจับจองไว้ แต่ยังไม่พร้อมทำการโอนกรรมสิทธิ์ ด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น รอการอนุมัติสินเชื่อ หรือรอให้การก่อสร้างแล้วเสร็จ สัญญานี้มีผลทางกฎหมายแม้ตกลงด้วยปากเปล่า แต่การทำเป็นลายลักษณ์อักษรจะช่วยเป็นหลักฐานที่ชัดเจนกว่า สัญญาซื้อขาย หรือที่เรียกว่า “สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด” เป็นสัญญาที่เกิดขึ้นเมื่อทั้งสองฝ่ายพร้อมโอนกรรมสิทธิ์แล้ว และจะมีผลทางกฎหมายต่อเมื่อมีการจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ดินเท่านั้น ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ ผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องใช้หนังสือสัญญาทั้ง 2 ฉบับ คือทั้งสัญญาจะซื้อจะขาย และสัญญาซื้อขาย ร่วมกัน ยกเว้นกรณีที่ตกลงซื้อขายแล้วไปสำนักงานที่ดินพร้อมกัน เพื่อจ่ายเงินสดและโอนกรรมสิทธิ์ให้กันในทันที [...]

2 นาที
การไถ่ถอนจำนองบ้านทำอย่างไร? เตรียมเอกสารและค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
ทั่วไป

การไถ่ถอนจำนองบ้านทำอย่างไร? เตรียมเอกสารและค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

การผ่อนบ้านจนครบถ้วนหรือชำระหนี้จนหมดเป็นความสำเร็จที่น่ายินดี แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่ายังมีขั้นตอนสำคัญตามมาคือการ “ไถ่ถอนจำนอง” ซึ่งเป็นกระบวนการทางกฎหมายเพื่อให้กรรมสิทธิ์ในบ้านกลับมาเป็นของเราอย่างสมบูรณ์ บทความนี้จะอธิบายทุกขั้นตอนการไถ่ถอนจำนอง เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คุณสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น ไถ่ถอนจำนองคืออะไร? ทำไมต้องดำเนินการ? ไถ่ถอนจำนองคือกระบวนการที่เกิดขึ้นเมื่อเจ้าของบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้จดทะเบียนจำนองไว้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ ได้ผ่อนชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว จึงต้องดำเนินการไถ่ถอนเพื่อให้การจำนองสิ้นสุดลงตามกฎหมาย เมื่อเราทำสัญญากู้ซื้อบ้าน ทางธนาคารจะให้เราจดทะเบียนจำนองเพื่อเป็นหลักประกัน โดยเจ้าหน้าที่กรมที่ดินจะจดบันทึกไว้ด้านหลังโฉนดในส่วนของสารบัญจดทะเบียนว่าใครเป็นผู้จำนอง และใครเป็นผู้รับจำนอง เมื่อเราผ่อนหมดแล้ว จำเป็นต้องไปจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่กรมที่ดิน เพื่อแก้ไขเอกสารสิทธิและระบุว่าไม่มีการจำนองหรือปลอดจำนองแล้ว มีวิธีไถ่ถอนจำนองกี่แบบ? ต่างกันอย่างไร? การไถ่ถอนจำนองสามารถทำได้ 2 วิธี โดยแต่ละวิธีมีรายละเอียดแตกต่างกัน: วิธีที่ 1: ผู้จำนองและผู้รับจำนองไปดำเนินการพร้อมกัน วิธีนี้คือการที่ทั้งผู้จำนอง (เจ้าของบ้าน) และผู้รับจำนอง (ธนาคาร) ไปที่สำนักงานที่ดินพร้อมกัน เพื่อยื่นคำขอจดทะเบียนไถ่ถอนจำนอง ซึ่งจะเป็นการยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันในการไถ่ถอนจำนอง เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและดำเนินการตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว จะทำการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองในที่ดินแปลงนั้น วิธีที่ 2: ผู้มีสิทธิในที่ดินหรือผู้มีสิทธิไถ่ถอนไปดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว อีกวิธีหนึ่งคือ ผู้มีสิทธิในที่ดินหรือผู้มีสิทธิไถ่ถอนเพียงฝ่ายเดียวสามารถไปที่สำนักงานที่ดิน โดยนำหลักฐานที่ผู้รับจำนองได้ทำเป็นหนังสือหลังสัญญาจำนองฉบับผู้รับจำนอง ระบุว่าได้มีการไถ่ถอนจากจำนองแล้ว และมีการชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว ไปยื่นขอจดทะเบียนไถ่ถอนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดิน ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างสำหรับการไถ่ถอนจำนอง? เพื่อให้การไถ่ถอนจำนองเป็นไปอย่างราบรื่น คุณจำเป็นต้องเตรียมเอกสารสำคัญต่างๆ ให้ครบถ้วน ดังนี้: หลักฐานสัญญาจำนองที่ทำเป็นหนังสือระหว่างผู้จำนองและผู้รับจำนอง ที่มีการสลักหลังสัญญาให้ไถ่ถอนจำนองได้ เพื่อเป็นหลักฐานว่าได้ชำระสินไถ่เรียบร้อยแล้ว [...]

1 นาที
ค่าโอนที่ดิน บ้าน คอนโด เสียเท่าไหร่ในปี 2568? พร้อมวิธีคำนวณและเอกสารที่ต้องเตรียม
ทั่วไป

ค่าโอนที่ดิน บ้าน คอนโด เสียเท่าไหร่ในปี 2568? พร้อมวิธีคำนวณและเอกสารที่ต้องเตรียม

การโอนที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียม เป็นเรื่องที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าการโอนกรรมสิทธิ์นั้นมีค่าใช้จ่ายมากมายที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า ซึ่งแตกต่างกันไปตามประเภทของการโอน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขาย การโอนให้ลูก คู่สมรส หรือญาติ รวมถึงการโอนมรดก บทความนี้จะรวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมโอนที่ดิน บ้าน และคอนโดล่าสุดในปี 2568 พร้อมเอกสารที่ต้องใช้และขั้นตอนการโอน เพื่อช่วยให้คุณเตรียมความพร้อมได้อย่างครบถ้วน เอกสารอะไรบ้างที่ต้องเตรียมในการโอนอสังหาริมทรัพย์? การโอนอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กรณีหลัก คือ การโอนในนามบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยมีรายละเอียดดังนี้ การโอนในนามบุคคลธรรมดา สำหรับการโอนในนามบุคคลธรรมดา ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องเตรียมเอกสารไม่เหมือนกัน เอกสารที่ผู้ซื้อต้องเตรียม: บัตรประชาชนพร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลพร้อมสำเนา (ถ้ามี) เอกสารที่ผู้ขายต้องเตรียม: โฉนดที่ดินที่ต้องการขาย บัตรประชาชนพร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลพร้อมสำเนา (ถ้ามี) หนังสือยินยอมจากคู่สมรส (กรณีมีคู่สมรส) ทะเบียนสมรสพร้อมสำเนา (กรณีมีคู่สมรส) ใบสำคัญการหย่าพร้อมสำเนา (กรณีหย่าร้าง) หากให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่: ใบมอบอำนาจที่ดิน (ทด.21) สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ การโอนในนามนิติบุคคล สำหรับการโอนในนามนิติบุคคล จำเป็นต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้: [...]

3 นาที
See all
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent