Loading...
Loading...

4/17/2025 • by Homeday
ภาระผ่อนบ้านเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายหลักที่คนส่วนใหญ่ต้องแบกรับยาวนานถึง 20-30 ปี ส่งผลให้เงินส่วนใหญ่ถูกนำไปชำระดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น หลายคนจึงมองหาวิธีปลดภาระหนี้นี้ให้เร็วขึ้น นอกจากจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้อย่างมหาศาลแล้ว ยังทำให้มีอิสรภาพทางการเงินเร็วขึ้นอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับเทคนิคการผ่อนบ้านให้หมดเร็ว วิธีคำนวณระยะเวลาในการผ่อน รวมถึงเรื่องที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำสินเชื่อบ้าน เพื่อวางแผนการเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มผ่อนบ้าน การซื้อบ้านด้วยเงินสดอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นไปได้สำหรับทุกคน การผ่อนบ้านจึงเป็นทางเลือกที่นิยมมากกว่า แต่ก่อนตัดสินใจกู้เงินซื้อบ้าน มีปัจจัยสำคัญหลายประการที่ควรพิจารณาเพื่อให้การผ่อนชำระเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ การประเมินสถานะทางการเงิน การประเมินสถานะทางการเงินเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมากก่อนตัดสินใจผ่อนบ้าน คุณควรสำรวจรายรับรายจ่ายอย่างละเอียด เพราะเป็นตัวกำหนดความสามารถในการชำระหนี้ ตามหลักการวางแผนการเงินที่ดี ภาระหนี้ทั้งหมดไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ นั่นหมายความว่า หากคุณมีรายได้สุทธิ 50,000 บาทต่อเดือน ภาระหนี้ทั้งหมดที่รวมทั้งการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือหนี้บัตรเครดิต ไม่ควรเกิน 20,000 บาท นอกจากนี้ คุณยังต้องมีเงินออมสำหรับเป็นเงินดาวน์ และควรมีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่าย เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การตกงาน หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินทางการแพทย์ การเลือกบ้านที่มีราคาเหมาะสม การเลือกบ้านที่มีราคาเหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้เป็นส่วนสำคัญของการกู้ซื้อบ้าน สถาบันการเงินจะประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ก่อนอนุมัติวงเงิน โดยมีหลักการประเมินคร่าวๆ ดังนี้: กรณีไม่มีภาระหนี้: วงเงินกู้มักอยู่ที่ประมาณ 60 เท่าของรายได้ต่อเดือน เช่น หากมีรายได้ 45,000 [...]

2/21/2022 • by Homeday
เก็บออมตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยทำงาน การเริ่มเก็บเร็วเท่ากับเงินออมนั้นจะมากกว่าคนที่เริ่มเก็บช้า ควรเริ่มการออมเงินตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยทำงานค่ะ อย่างน้อย 10-20% ของเงินเดือน แยกไว้เป็น

8/15/2025 • by Homeday
ในยุคที่การเป็นแฟนด้อมและ “การติ่ง” ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความหลงใหลอีก แต่กลายเเป็นไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่งของคน Gen Z ที่ทั้งจริงจังและใช้เงินไม่แพ้งานอดิเรกอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการซื้ออัลบั้มหลายเวอร์ชันเพื่อล่าการ์ดสุ่ม จองบัตรคอนเสิร์ตราคาหลักพันหลักหมื่น ไปจนถึงการบินตามศิลปินไปต่างประเทศ หรือลงทุนทำโปรเจ็กต์ป้ายวันเกิดทั่วกรุงเทพฯ หลายคนรักศิลปินจนพร้อมควักเงินโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ก่อนจะรู้ตัวอีกทีก็ต้องใช้ชีวิตสิ้นเดือนแบบเครียดๆ หรือหนักกว่านั้นคือมีหนี้จากการ “เปย์แบบไม่วางแผน” แต่ความรักที่ดีควรสร้างความสุข ไม่ใช่ความเครียดทางการเงิน และแน่นอนว่าการเป็นติ่งสามารถอยู่ร่วมกับการบริหารเงินอย่างยั่งยืนได้ หากรู้จักวางแผนอย่างชาญฉลาดรู้จักตัวเองก่อนว่าเป็นติ่งแบบไหนไม่ใช่ติ่งทุกคนจะเปย์เหมือนกัน บางคนเป็นสายบินตามไอดอลข้ามประเทศ บางคนเลือกซัพพอร์ตแบบเงียบๆ ค่อยๆ ซื้อทีละชิ้น ในขณะที่บางคนเน้นทำโปรเจ็กต์หรือซื้ออัลบั้มเพื่อเข้าแฟนไซน์ วัยรุ่น Gen Z จำนวนไม่น้อยยอมจ่ายหนักเพียงเพื่อได้คุยกับศิลปิน 1 นาที ซึ่งถ้าไม่มีการวางแผนการเงินให้ดี อาจกลายเป็นภาระในระยะยาวปัญหาใหญ่ของติ่งสายเปย์หลายคนพบว่าเงินเดือนหมดตั้งแต่ต้นเดือน ไม่มีเงินเก็บ และบางคนถึงขั้นใช้บัตรเครดิตกดเงินสดหรือกู้ยืมมาซื้อบัตรคอนเสิร์ต ยิ่งถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น เจ็บป่วย หรือต้องย้ายที่อยู่กะทันหัน ปัญหาทางการเงินจะยิ่งทวีคูณ ดังนั้น ทางรอดของติ่งยุคใหม่คือ “เปย์อย่างมีสติ” และ “แยกอารมณ์ออกจากแผนการเงิน”บริหารเงินแบบติ่งฉลาด ทำอย่างไร?เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการจัดลำดับความสำคัญของชีวิตก่อน ใช้สูตรการแบ่งเงินแบบ 50/30/20 หรือ 60/20/20 คือ1. 50–60% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ที่อยู่อาศัย [...]

12/9/2025 • by Homeday
“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีเป็นฤดูกาลจับจ่ายที่สำคัญ โดยหมวดช้อปปิ้ง อาทิ เสื้อผ้า ของใช้ รวมถึงของขวัญปีใหม่มีการเติบโตสูง เคทีซีจึงจับมือห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ดิวตี้ฟรี ร้านแฟชั่นและซูเปอร์มาร์เก็ต มอบความคุ้มค่าด้วยการใช้คะแนนสะสม KTC FOREVER เป็น “เครื่องมือแบ่งเบาภาระ” เพื่อช่วยสมาชิกเพิ่มอำนาจซื้อในช่วงปลายปี นายสรชัช ศรีลมูล ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวว่า คะแนนสะสมไม่ใช่เพียงของรางวัลอีกต่อไป แต่เป็นกลไกทางการเงินที่ช่วยให้สมาชิกบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปลายปีที่มีการจับจ่ายสูงขึ้น การใช้คะแนน KTC FOREVER ในรูปแบบต่างๆ จะช่วยให้สมาชิกวางแผนการเงินได้ดีขึ้น เพิ่มความคุ้มค่า และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน สิทธิพิเศษสำหรับการใช้คะแนน KTC FOREVER 1) ห้างสรรพสินค้า ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 – วันที่ 31 มกราคม 2569 แลกคะแนนเท่ายอดใช้จ่าย [...]

3/19/2025 • by Homeday
การจดทะเบียนสมรสเป็นก้าวสำคัญในชีวิตคู่ ซึ่งมิใช่เพียงแค่พิธีการทางกฎหมาย แต่ยังเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ร่วมกันอย่างเป็นทางการ การเตรียมตัวอย่างรอบคอบจะช่วยให้คู่รักก้าวผ่านช่วงเวลานี้ได้อย่างราบรื่นและมีความสุข 1. ความพร้อมทางการเงิน: รากฐานที่มั่นคง การวางแผนทางการเงินเป็นหัวใจสำคัญก่อนการจดทะเบียนสมรส คู่รักควรทำความเข้าใจสถานะทางการเงินของกันและกัน ประกอบด้วย: การเปิดเผยรายได้และหนี้สินอย่างตรงไปตรงมา การวางแผนงบประมาณร่วมกัน การกำหนดเป้าหมายทางการเงินระยะสั้นและระยะยาว การตัดสินใจเรื่องบัญชีเงินฝากร่วม 2. การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา: กุญแจแห่งความเข้าใจ การสื่อสารที่ชัดเจนและซื่อสัตย์เป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง ครอบคลุมถึง: การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเปิดเผย การรับฟังและเข้าใจความรู้สึกของคู่สมรส การจัดการความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ การแสดงความรู้สึกและความต้องการอย่างตรงไปตรงมา 3. เป้าหมายชีวิตร่วมกัน: การวางแผนอนาคต การกำหนดทิศทางชีวิตร่วมกันเป็นสิ่งสำคัญ ประกอบด้วย: การพูดคุยเกี่ยวกับความฝันและเป้าหมายส่วนตัว การวางแผนครอบครัว การตัดสินใจเรื่องอาชีพและการพัฒนาตนเอง การวางแผนการเงินเพื่ออนาคต 4. ความเข้าใจทางกฎหมาย: สิทธิและหน้าที่ การทำความเข้าใจกฎหมายการสมรสมีความสำคัญ ครอบคลุม: สิทธิและหน้าที่ของคู่สมรส การแบ่งทรัพย์สินระหว่างสมรส การรับมรดก การทำพินัยกรรม 5. การวางแผนที่อยู่อาศัย: รังรักแห่งความสุข การเตรียมพื้นที่อยู่อาศัยร่วมกันต้องคำนึงถึง: การเลือกทำเลที่เหมาะสม งบประมาณในการจัดหาที่พัก การออกแบบพื้นที่ให้เหมาะสมกับวิถีชีวิต การแบ่งพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่ใช้สอยร่วม 6. การวางแผนประกันชีวิตและสุขภาพ การป้องกันความเสี่ยงทางการเงินและสุขภาพ ประกอบด้วย: การทำประกันชีวิตร่วมกัน การเลือกประกันสุขภาพที่ครอบคลุม [...]

3/4/2025 • by Homeday
การเตรียมความพร้อมด้านการเงิน การซื้อคอนโดต้องเริ่มจากการประเมินความพร้อมทางการเงินเป็นอันดับแรก ควรมีการวางแผนการเงินอย่างรัดกุมและรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถรับภาระค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว เงินดาวน์และเงินผ่อน โดยทั่วไป เงินดาวน์คอนโดจะอยู่ที่ประมาณ 10-20% ของราคาคอนโด ดังนั้นหากคอนโดราคา 2 ล้านบาท ต้องเตรียมเงินดาวน์ 200,000-400,000 บาท นอกจากนี้ ควรประเมินความสามารถในการผ่อนชำระรายเดือน โดยค่าผ่อนไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้ต่อเดือน เพื่อให้มีเงินเหลือสำหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน ค่าใช้จ่ายแฝงที่ต้องเตรียม นอกจากเงินดาวน์และค่าผ่อน ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องเตรียมไว้: ค่าจดจำนอง และค่าโอนกรรมสิทธิ์ ประมาณ 1-2% ของราคาคอนโด ค่าส่วนกลางรายเดือน คิดตามขนาดพื้นที่ห้อง ค่าเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งภายใน ค่าประกันอัคคีภัย ค่าสาธารณูปโภครายเดือน การเลือกทำเลที่ตั้ง ทำเลที่ตั้งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการเลือกซื้อคอนโด เพราะส่งผลต่อทั้งคุณภาพชีวิตและมูลค่าการลงทุนในอนาคต ความสะดวกในการเดินทาง พิจารณาระยะทางและเวลาในการเดินทางไปทำงาน สถานศึกษา หรือสถานที่สำคัญในชีวิตประจำวัน ควรเลือกทำเลที่อยู่ใกล้ระบบขนส่งมวลชน เช่น รถไฟฟ้า BTS หรือ MRT เพื่อความสะดวกในการเดินทาง และเพิ่มโอกาสในการเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สินในอนาคต สิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ ควรสำรวจสิ่งอำนวยความสะดวกในรัศมี 1-2 กิโลเมตรรอบโครงการ [...]

4/17/2025 • by Homeday
การตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโดเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องการเลือกสินเชื่อที่ให้อัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระของเรา บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับอัตราดอกเบี้ยบ้านล่าสุดในปี 2568 พร้อมเปรียบเทียบสินเชื่อจากธนาคารต่างๆ ตลอดจนเคล็ดลับเลือกสินเชื่อบ้านให้ได้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการเงินในการซื้อที่อยู่อาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อัตราดอกเบี้ยบ้านปี 2568 แต่ละธนาคารแตกต่างกันอย่างไร? ในปี 2568 ธนาคารแต่ละแห่งมีการนำเสนออัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่แตกต่างกัน ทั้งในแง่ของอัตราดอกเบี้ย วงเงินกู้สูงสุด และระยะเวลาในการผ่อนชำระ ซึ่งผู้กู้จำเป็นต้องศึกษารายละเอียดให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ มาดูอัตราดอกเบี้ยล่าสุดของแต่ละธนาคารกัน: ตารางเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยบ้านปี 2568 (อัปเดต 3 มีนาคม 2568) จากตารางจะเห็นว่า ธนาคารกรุงศรีอยุธยาเสนออัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำในช่วง 3 ปีแรกที่ต่ำที่สุดที่ 3.10% ขณะที่ธนาคารออมสินให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 110% และธนาคารอาคารสงเคราะห์กับธนาคารกรุงไทยให้ระยะเวลาผ่อนนานที่สุดถึง 40 ปี สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ อัตราดอกเบี้ยเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะเศรษฐกิจและนโยบายของแต่ละธนาคาร รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น คุณสมบัติของผู้กู้ ระยะเวลากู้ยืม และประเภทของสินเชื่อ ดังนั้นควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากธนาคารโดยตรงก่อนตัดสินใจ วิธีเลือกสินเชื่อบ้านให้ตรงกับความต้องการทำอย่างไร? การเลือกสินเชื่อบ้านที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการและสถานะทางการเงินของแต่ละบุคคล มาดูรายละเอียดสินเชื่อจากธนาคารต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ: ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธอส. มีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยปี 2568 ที่เสนออัตราดอกเบี้ยคงที่ในปีแรกที่ 3.20% ต่อปี และปรับเป็น [...]

1/18/2025 • by Homeday
ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวน การเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินเป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความสำคัญ นอกจากการวางแผนการเงินที่ดีแล้ว การจัดฮวงจุ้ยภายในบ้านให้ถูกต้องก

10/1/2025 • by Homeday
ทีทีบี เดินหน้าช่วยให้คนไทยมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการส่งมอบโซลูชันทางการเงินที่ช่วยลดภาระให้กับคนผ่อนบ้าน-คอนโด ผ่านแคมเปญส่งท้ายปี มอบข้อเสนอพิเศษสำหรับสินเชื่อบ้าน รีไฟแนนซ์ อัตราดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้นเพียง 1.50% ต่อปี นายอธิศ วงศ์ศศิธร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าผลิตภัณฑ์สินเชื่อมีหลักประกัน ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ทีทีบีมุ่งมั่นเดินหน้าช่วยคนไทยให้มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น โดยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ธนาคารมอบโซลูชันทางการเงินเพื่อสนับสนุนให้ผู้ที่กำลังผ่อนบ้าน-คอนโด มีโอกาสเป็นเจ้าของบ้านได้เร็วขึ้น โดยนำเสนออัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ รวมทั้งสินเชื่อบ้านแลกเงิน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยและบริหารการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับโปรโมชันดอกเบี้ยพิเศษดังกล่าว เหมาะสำหรับลูกค้าที่กำลังผ่อนบ้านและต้องการลดภาระดอกเบี้ยลง พร้อมมีเงินส่วนต่างเหลือไว้ใช้จ่ายในเรื่องที่จำเป็นในชีวิต มีรายละเอียด ดังนี้ สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้นเพียง 1.50% ต่อปี ช่วยให้ลูกค้าสามารถลดภาระดอกเบี้ยและลดภาระค่างวดลงได้ สินเชื่อบ้านแลกเงิน ดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้นเพียง 3.99% ต่อปี สำหรับคนที่มีบ้านปลอดภาระหรือยังผ่อนอยู่ และต้องการเงินก้อนไปใช้จ่าย ไม่ว่าจะนำไปรวบหนี้เพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้เบาลง หรือนำไปเสริมสภาพคล่อง เพื่อบริหารจัดการทางการเงินให้ดีขึ้น ทีทีบียังช่วยลูกค้าลดค่าใช้จ่ายด้วยข้อเสนอพิเศษ ฟรี! ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยตลอดสัญญา และทางเลือกฟรี! ค่าจดจำนอง* นอกจากนี้ ทีทีบียังมีโซลูชันใหม่ สำหรับลูกค้าที่ผ่อนบ้านตรงเวลาสม่ำเสมอ สามารถรีไฟแนนซ์พร้อมวางแผนการเงินในระยะยาว ด้วยโปรแกรม [...]

4/4/2025 • by Homeday
การซื้อคอนโดมิเนียมถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญสำหรับหลายคน แต่คำถามที่มักพบบ่อยคือ “ควรวางเงินดาวน์เท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม?” การตัดสินใจเรื่องเงินดาวน์ไม่ใช่เพียงแค่การปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางแผนทางการเงินที่ส่งผลต่อภาระผ่อนในระยะยาวอีกด้วย บทความนี้จะนำเสนอแนวทางการคำนวณเงินดาวน์อย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยแบบคอนโดสามารถวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักการพื้นฐานในการคำนวณเงินดาวน์คอนโด เงินดาวน์คือจำนวนเงินที่ผู้ซื้อต้องชำระให้กับผู้ขายหรือโครงการล่วงหน้าก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ โดยทั่วไปแล้ว โครงการคอนโดมิเนียมมักกำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำไว้ที่ประมาณ 10-20% ของราคาขาย อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าควรวางเงินดาวน์เท่าไหร่นั้น ไม่ควรดูเพียงแค่เงื่อนไขขั้นต่ำที่โครงการกำหนดเท่านั้น แต่ควรพิจารณาจากปัจจัยหลายประการร่วมกัน การวางเงินดาวน์ในสัดส่วนที่สูงขึ้นมีข้อดีหลายประการ ประการแรกคือ สามารถลดยอดเงินกู้และภาระการผ่อนรายเดือน ทำให้มีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารมากขึ้น ประการที่สองคือ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญาเงินกู้จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น หากคอนโดราคา 3 ล้านบาท การวางดาวน์ 10% (3 แสนบาท) เทียบกับ 20% (6 แสนบาท) อาจทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญากู้ต่างกันนับแสนบาท อย่างไรก็ตาม การวางเงินดาวน์มากเกินไปอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมเสมอไป เนื่องจากอาจทำให้เงินสดสำรองที่มีไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือรับมือกับเหตุฉุกเฉินลดลง นอกจากนี้ ในบางกรณีการนำเงินไปลงทุนในช่องทางอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ดังนั้น การหาจุดสมดุลระหว่างการวางเงินดาวน์กับการรักษาสภาพคล่องทางการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญ วิธีคำนวณเงินดาวน์ที่เหมาะสมกับกำลังซื้อ การคำนวณเงินดาวน์ที่เหมาะสมนั้น ควรวิเคราะห์จากสถานะทางการเงินส่วนบุคคล ซึ่งสามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้: วิเคราะห์สถานะทางการเงินปัจจุบัน: เริ่มต้นด้วยการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ตรวจสอบว่ามีเงินออมเท่าไหร่ มีภาระหนี้อื่นๆ หรือไม่ และมีค่าใช้จ่ายประจำเท่าไหร่ การเข้าใจกระแสเงินสดส่วนบุคคลจะช่วยให้ประเมินได้ว่าสามารถจัดสรรเงินดาวน์ได้มากน้อยเพียงใด ประเมินความสามารถในการผ่อนชำระ: [...]

4/17/2025 • by Homeday
การเป็นเจ้าของบ้านเป็นความฝันของใครหลายคน แต่การเตรียมตัวเพื่อยื่นกู้สินเชื่อบ้านเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แค่เลือกบ้านที่ชอบและยื่นเรื่องขอกู้เท่านั้น บทความนี้รวบรวมเทคนิคสำคัญในการเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ พร้อมวิธีคำนวณวงเงินกู้ที่เหมาะสมกับรายได้ของคุณ เพื่อให้ได้รับการอนุมัติสินเชื่อบ้านอย่างราบรื่นและได้วงเงินสูงตามที่ต้องการ รู้ก่อนกู้: วิธีคำนวณวงเงินสินเชื่อบ้านที่เหมาะกับคุณ การประเมินความสามารถในการกู้ซื้อบ้านด้วยตัวเองเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ ก่อนที่จะไปติดต่อสถาบันการเงิน ซึ่งช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้เหมาะสมและเลือกบ้านที่อยู่ในงบประมาณของตัวเอง มาดูวิธีคำนวณวงเงินกู้กันดังนี้ ขั้นตอนที่ 1: ประเมินรายได้ของตัวเอง รายได้เป็นปัจจัยหลักที่สถาบันการเงินใช้ในการพิจารณาวงเงินกู้สูงสุดที่คุณสามารถขอได้ โดยทั่วไปแล้ว สถาบันการเงินมักกำหนดให้ภาระผ่อนชำระต่อเดือนไม่ควรเกิน 40% ของรายได้สุทธิ ตัวอย่างการคำนวณ: หากคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน ค่างวดผ่อนบ้านสูงสุดที่คุณสามารถรับภาระได้คือ 30,000 × 40% = 12,000 บาทต่อเดือน ขั้นตอนที่ 2: นำภาระหนี้สินมาหักออก หากคุณมีภาระหนี้อื่นๆ อยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถหรือผ่อนสินค้าต่างๆ สถาบันการเงินจะนำภาระหนี้เหล่านี้มาหักออกจากรายได้ เพื่อประเมินความสามารถในการผ่อนชำระที่แท้จริง ตัวอย่างการคำนวณ: รายได้ 30,000 บาทต่อเดือน มีภาระผ่อนรถ 6,000 บาทต่อเดือน รายได้สุทธิหลังหักภาระหนี้ = 30,000 – 6,000 = 24,000 บาท [...]

7/11/2025 • by Homeday
กรุงเทพฯ – บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC Group ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ เดินหน้าเปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง 2568 ด้วยแคมเปญสุดร้อนแรง “โปรแรงส์สะเทือนใจ” มอบข้อเสนอสุดพิเศษให้ลูกค้าเป็นเจ้าของบ้านหรือคอนโดได้ง่ายขึ้น กับสิทธิ์ “อยู่วันนี้ ผ่อนปีหน้า” CMC ออกเงินผ่อนให้สูงสุด 6 เดือน พร้อมโปร “All Free” ฟรีค่าโอน ค่าส่วนกลาง 6 เดือน และค่าคำขอมิเตอร์น้ำ-ไฟ รวมความคุ้มค่าสูงสุดที่ไม่ควรพลาด ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2568 เท่านั้น สำหรับแคมเปญ “โปรแรงส์สะเทือนใจ” ถือเป็นแคมเปญที่มอบประโยชน์โดยตรงให้กับลูกค้าในหลายมิติ ทั้งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเริ่มต้น ทำให้ลูกค้าสามารถย้ายเข้าอยู่บ้านหรือคอนโดในฝันได้ทันที เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังเช่าที่พักและกำลังมองหาทรัพย์สินเป็นของตัวเอง อีกทั้งแคมเปญนี้ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้มีเวลาในการวางแผนการเงินระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเงินก้อนที่ประหยัดได้จากโปรโมชันในช่วง 6 เดือนแรก ซึ่งสามารถนำไปใช้ตกแต่งห้อง วางแผนชีวิต หรือจัดการค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ได้อย่างคล่องตัว แคมเปญ “โปรแรงส์สะเทือนใจ” ครอบคลุมทั้งคอนโด [...]