Loading...
Loading...

5/8/2024 • by Homeday
นายวรวุฒิ ลิมป์แสงทอง ผู้จัดการทั่วไป สายจัดซื้อ Air Conditioner & Refrigerator บริษัท โฮม โปรดักส์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หนึ่งในพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคมที่โฮมโปรให้ความสำคัญและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง คือการเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคทุกคนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์เบอร์ 5 ที่มีประส

6/16/2025 • by Homeday
ในยุคที่การใช้ชีวิตในพื้นที่จำกัดเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะเป็นหอพัก คอนโดมิเนียม หรือแม้แต่ในห้องนอนส่วนตัว ตู้เย็นเล็กหรือตู้เย็นมินิบาร์ได้กลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขาดไม่ได้สำหรับการดำรงชีวิตประจำวัน ตู้เย็นเล็กเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดพื้นที่ แต่ยังมีข้อดีในด้านการประหยัดพลังงานที่เหนือกว่าตู้เย็นขนาดใหญ่อีกด้วย การเลือกซื้อตู้เย็นเล็กจึงต้องพิจารณาหลายปัจจัย ตั้งแต่ขนาดความจุที่เหมาะสม ประสิทธิภาพการทำความเย็น ระบบการประหยัดไฟ จนไปถึงความทนทานและการรับประกัน โดยตู้เย็นเล็กที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันจะมีขนาดอยู่ที่ประมาณ 1.4-1.8 คิว ซึ่งเพียงพอสำหรับการแช่เครื่องดื่ม อาหารสด และสามารถทำน้ำแข็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ตู้เย็นเล็กยุคใหม่ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีการทำความเย็นที่ทันสมัย เช่น ระบบ Direct Cool และการใช้น้ำยาทำความเย็น R600a ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม #ตู้เย็นเล็ก #ตู้เย็นมินิบาร์ #ประหยัดไฟ #คอนโด #หอพัก #ตู้เย็นขนาดเล็ก #shopzy

2/1/2022 • by Homeday
และทั้ง 6 ไอเทมนี้หาง่ายใช้สะดวกกันจริงๆค่ะ ตู้เย็นก็เหมือนบ้านอีกหลังที่เราเปิดกันบ๊อยบ่อย ดังนั้นเราควรดูแลความสะอาดและจัดการกับกลิ่นไม่พึงประสงค์ขอ

6/9/2025 • by Homeday
การปลูกผักเมืองหนาวที่บ้านในประเทศไทยอาจฟังดูเป็นเรื่องท้าทาย แต่ด้วยเทคนิคที่ถูกต้องและการเลือกพันธุ์ที่เหมาะสม ทุกคนสามารถมีผักเมืองหนาวสดใหม่ไว้บริโภคเองได้ตลอดทั้งปี แม้จะอยู่ในเขตภูมิอากาศเมืองร้อน การปลูกผักเมืองหนาวไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยจากสารเคมี ทำไมถึงควรปลูกผักเมืองหนาวเอง? ผักเมืองหนาวในตลาดมักมีราคาสูงและบางครั้งหายากตามฤดูกาล การปลูกเองจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการผักสดสะอาดในราคาประหยัด นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมกระบวนการปลูกตั้งแต่เริ่มต้นจนเก็บเกี่ยว ทำให้มั่นใจได้ว่าผักที่ได้รับประทานนั้นปลอดจากสารพิษ การปลูกผักเมืองหนาวยังช่วยให้เข้าใจวิถีชีวิตของพืชมากขึ้น สร้างความพึงพอใจจากการได้บริโภคผลผลิตที่ปลูกด้วยมือตนเอง และยังเป็นกิจกรรมที่ดีสำหรับสุขภาพจิตใจอีกด้วย การมีแปลงผักเล็กๆ ในบ้านยังช่วยเพิ่มความร่มรื่นและบรรยากาศดีให้กับพื้นที่อยู่อาศัย กระเทียมต้น: จุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับมือใหม่ กระเทียมต้นเป็นผักเมืองหนาวที่ปลูกง่ายและให้ผลผลิตดี เริ่มต้นด้วยการผสมดินร่วนกับปุ๋ยคอก รดน้ำให้ดินชุ่มแล้ววางไว้ นำเมล็ดกระเทียมต้นมาปลูกลงในหลุมเพาะลึก 1 เซนติเมตร กลบดินแล้วคลุมด้วยฟาง รดน้ำวันละ 1 ครั้งอย่างสม่ำเสมอ เมื่อกล้าอายุได้ 60 วัน ให้ย้ายไปปลูกในแปลงหรือกระถางที่มีดินร่วนผสมปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมัก การใช้ตาข่ายบังแดดจะช่วยให้กระเทียมต้นเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศที่เย็นสบาย หลังจากย้ายมาปลูกแล้วอีก 80 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวมาบริโภคได้แล้ว การปลูกกระเทียมในเชิงพาณิชย์นิยมใช้กลีบกระเทียมแทนเมล็ด โดยเลือกใช้กลีบนอกที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งจะให้ผลผลิตที่ดีกว่า การปลูกในระยะ 10×10-15 เซนติเมตร จะให้ผลผลิตสูงที่สุด และการใช้ฟางคลุมแปลงจะช่วยควบคุมวัชพืชและรักษาความชุ่มชื้นในดิน กะหล่ำหลากสาย: เลือกปลูกได้ตามความชอบ กะหล่ำปมเป็นอีกหนึ่งผักเมืองหนาวที่สามารถปลูกในไทยได้ดี การเพาะเมล็ดทำได้โดยนำเมล็ดมาปลูกในแผงเพาะกล้าที่มีดินร่วนผสมปุ๋ยคอก ฝังหลุมละประมาณ 2-3 เมล็ด หรือหากเพาะในแปลงปลูกควรเว้นระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 2-4 เซนติเมตร [...]

2/5/2022 • by Homeday
เก็บผักไว้ในกล่องสุญญากาศ การเก็บผักไว้ในกล่องสุญญากาศเป็นอีกวิธีที่จะช่วยถนอมผักของเรา ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ผักของเรายังสดใหม่แถมยังชะลอความเสื่อมสภาพของผักและคงความสดใหม่พร้อม

1/21/2025 • by Homeday
ในยุคปัจจุบัน ตู้เย็นถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความสำคัญอย่างมากในทุกครัวเรือน นอกจากประโยชน์ใช้สอยแล้ว การจัดวางตู้เย็นให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยยังช่

8/29/2025 • by Homeday
กรุงเทพฯ — CHiQ (ชิค) แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลกในเครือ Changhong เดินหน้าสร้างการเติบโต ในประเทศไทยอย่างจริงจัง หลังเข้าทำตลาดในปี 2022 ผ่านช่องทางออนไลน์และดีลเลอร์ ล่าสุดเตรียมประกาศความร่วมมือกับ Global House เพื่อต่อยอดการขยายตลาด และส่ง ฮีโร่โปรดักต์ใหม่ อย่าง “ตู้เย็นอัจฉริยะ” เข้ามาสู่ผู้บริโภคไทยในช่วงปลายปี 2025 CHiQ ถือกำเนิดขึ้นในปี 2014 จากการต่อยอดกลยุทธ์ของฉางหง (Changhong) ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 67 ปี ในธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า ปัจจุบันแบรนด์มีมูลค่ากว่า 33,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และติดอันดับ 500 บริษัทผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา CHiQ ได้สร้างการยอมรับระดับสากลผ่านการเป็นพันธมิตรกับองค์กรกีฬาชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น FIS World Cup, DSV (สมาคมสกีเยอรมัน), ทีมฟุตบอล Borussia Dortmund, ทีมชาติเบลเยียม และ Formula 1 ออสเตรเลีย ซึ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เชื่อมโยงกับทั้งไลฟ์สไตล์และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ในประเทศไทย [...]

3/28/2025 • by Homeday
การประหยัดพลังงานไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หากรู้จักเทคนิคและวิธีการที่ถูกต้อง บทความนี้จะเปิดเผยเคล็ดลับ 7 วิธีที่จะช่วยลดค่าไฟฟ้าในบ้านได้อย่างเห็นผลชัดเจนภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน โดยไม่ต้องลงทุนมาก 1. ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าให้หมดเมื่อไม่ใช้งาน การตัดไฟอย่างถูกวิธีเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการประหยัดพลังงาน อุปกรณ์ไฟฟ้าหลายชนิดยังคงใช้ไฟฟ้าแม้ปิดเครื่องแล้ว เรียกว่า Stand-by Power หรือไฟรั่ว ซึ่งสามารถสิ้นเปลืองพลังงานได้โดยไม่รู้ตัว วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง ถอดปลั๊กทุกครั้งหลังใช้งานอุปกรณ์ ใช้ปลั๊กพ่วงที่มีสวิตช์ปิด-เปิด เพื่อตัดไฟอย่างสมบูรณ์ ระมัดระวังอุปกรณ์ชาร์จต่างๆ เช่น ที่ชาร์จโทรศัพท์ แท็บเล็ต 2. ใช้แสงธรรมชาติให้คุ้มค่า การใช้แสงธรรมชาติช่วยลดการใช้ไฟฟ้าจากหลอดไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงกลางวันที่มีแสงสว่างเพียงพอ เทคนิคการใช้แสงธรรมชาติ เปิดม่านหน้าต่างในตอนเช้า จัดวางโต๊ะทำงานใกล้หน้าต่าง เลือกใช้ม่านโปร่งแสงเพื่อให้แสงธรรมชาติผ่านเข้ามา 3. ทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่สกปรกจะสิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศและตู้เย็น จุดที่ควรทำความสะอาด แผ่นกรองเครื่องปรับอากาศ คอยล์เย็นและคอยล์ร้อนของแอร์ ขดลวดหลังตู้เย็น พัดลมระบายอากาศ 4. ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม การตั้งอุณหภูมิที่เหมาะสมช่วยประหยัดไฟได้มาก โดยไม่ต้องทำให้รู้สึกอึดอัด อุณหภูมิที่เหมาะสม ตั้งอุณหภูมิที่ 25-26 องศาเซลเซียส ใช้พัดลมร่วมกับแอร์เพื่อกระจายอากาศ หลีกเลี่ยงการปรับอุณหภูมิขึ้นลงบ่อย 5. เลือกใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน การเปลี่ยนหลอดไฟเป็นหลอด [...]

4/2/2025 • by Homeday
ภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ แต่เราสามารถเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ได้ การรู้จักวิธีป้องกันตัวและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและสูญเสียได้อย่างมาก บทความนี้จะแนะนำ 10 วิธีในการเตรียมความพร้อมและรับมือกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวอย่างปลอดภัย ตั้งแต่การเตรียมการล่วงหน้า การปฏิบัติตัวขณะเกิดเหตุ ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติ 1. การเตรียมพร้อมที่อยู่อาศัยให้แข็งแรง การเตรียมบ้านเรือนให้มีความแข็งแรงและปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในการรับมือกับแผ่นดินไหว เริ่มต้นจากการตรวจสอบโครงสร้างของบ้านว่ามีความมั่นคงเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะบ้านเก่าหรืออาคารที่ก่อสร้างมานาน ควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างเพื่อประเมินความแข็งแรงและทำการเสริมความมั่นคงให้กับตัวอาคาร การติดตั้งระบบเสริมความมั่นคงให้กับบ้านมีหลายวิธี เช่น การเสริมเสาและคานให้แข็งแรง การติดตั้งระบบต้านแรงแผ่นดินไหว หรือการใช้วัสดุก่อสร้างที่มีความยืดหยุ่น ที่สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี นอกจากนี้ ยังควรตรวจสอบและซ่อมแซมรอยแตกร้าวของกำแพงหรือฐานรากอาคารอย่างสม่ำเสมอ สำหรับผู้ที่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรืออาคารสูง ควรสอบถามนิติบุคคลอาคารชุดถึงมาตรฐานการก่อสร้างและระบบป้องกันแผ่นดินไหวของอาคาร รวมถึงแผนอพยพในกรณีฉุกเฉิน การเลือกที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานการก่อสร้างตามหลักวิศวกรรมแผ่นดินไหวจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสียหายเมื่อเกิดภัยพิบัติได้อย่างมาก 2. การจัดเตรียมพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัย เฟอร์นิเจอร์และสิ่งของภายในบ้านอาจกลายเป็นอันตรายได้เมื่อเกิดแผ่นดินไหว การจัดการพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ เริ่มจากการยึดเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ เช่น ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ หรือตู้หนังสือเข้ากับผนังอย่างมั่นคง เพื่อป้องกันไม่ให้ล้มทับเมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน ควรจัดวางของหนักไว้บนชั้นล่างของชั้นวางของ และไม่วางสิ่งของที่แตกง่ายหรือมีน้ำหนักมากไว้เหนือเตียงนอนหรือโซฟา ติดตั้งอุปกรณ์ล็อคสำหรับตู้และลิ้นชักเพื่อป้องกันการเปิดออกระหว่างเกิดแผ่นดินไหว นอกจากนี้ ยังควรใช้แผ่นกันลื่นหรือตีนตุ๊กแกรองใต้เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหรือชั้นวาง การจัดเตรียมเส้นทางอพยพภายในบ้านให้โล่งและปราศจากสิ่งกีดขวางก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรกำหนดพื้นที่ปลอดภัยในแต่ละห้องสำหรับหลบภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรง หรือบริเวณมุมห้องที่ไม่มีสิ่งของหนักตั้งอยู่เหนือศีรษะ และให้สมาชิกในครอบครัวทุกคนทราบถึงตำแหน่งเหล่านี้ 3. การจัดเตรียมถุงยังชีพและแผนอพยพฉุกเฉิน การจัดเตรียมถุงยังชีพสำหรับภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกครัวเรือนควรมี ถุงยังชีพควรบรรจุของใช้ที่จำเป็นอย่างน้อยสำหรับ 3-7 วัน ได้แก่ [...]

4/2/2025 • by Homeday
แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า การเตรียมความพร้อมของที่อยู่อาศัยจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายและการบาดเจ็บ แม้ประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวรุนแรง แต่เรายังคงสามารถรับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในประเทศเพื่อนบ้านได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดบ้านให้ปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยเน้นที่ 5 จุดสำคัญที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1. การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้าน การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้านอย่างเหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการป้องกันอันตรายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เนื่องจากขณะเกิดแรงสั่นสะเทือน วัตถุหนักอาจล้มหรือเคลื่อนที่จนเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย การยึดติดเฟอร์นิเจอร์กับผนังหรือพื้น เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่เช่น ตู้เสื้อผ้า ตู้หนังสือ หรือชั้นวางของ ควรได้รับการยึดติดกับผนังหรือพื้นอย่างแน่นหนา สามารถใช้อุปกรณ์ยึดเฟอร์นิเจอร์ (Furniture Anchor) หรือสายรัดกันล้ม (Anti-tip Straps) ซึ่งมีจำหน่ายตามร้านอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป การยึดติดจะช่วยป้องกันไม่ให้เฟอร์นิเจอร์ล้มทับผู้อยู่อาศัยขณะเกิดแผ่นดินไหว โดยเฉพาะในห้องนอนเด็กหรือห้องที่มีการใช้งานเป็นประจำ การจัดวางของหนักในระดับต่ำ ควรวางสิ่งของที่มีน้ำหนักมากไว้ในชั้นล่างของชั้นวางของหรือตู้ เช่น หนังสือเล่มใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือของสะสมที่มีน้ำหนัก ส่วนของเบาควรจัดเก็บไว้ในชั้นบน เพื่อลดความเสี่ยงที่ของหนักจะตกลงมาทำให้เกิดการบาดเจ็บ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการวางของหนักบนหัวเตียงหรือเหนือที่นั่งที่ใช้งานเป็นประจำ การจัดเตรียงทางหนีไฟ จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ไม่กีดขวางทางออกฉุกเฉิน ประตู หน้าต่าง หรือเส้นทางการอพยพ ควรมีเส้นทางอพยพอย่างน้อย 2 เส้นทางในแต่ละห้อง โดยไม่มีสิ่งกีดขวางที่อาจล้มขวางทางได้ขณะเกิดแผ่นดินไหว การจัดให้มีพื้นที่ว่างที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับหลบภัยเฉพาะหน้า เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรงหรือใกล้เสาบ้าน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม 2. การตรวจสอบโครงสร้างอาคารและจุดเสี่ยง บ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรงย่อมปลอดภัยกว่าเมื่อเกิดแผ่นดินไหว [...]

5/22/2025 • by Homeday
เมื่อพูดถึงประเทศไทย สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวตลอดทั้งปี ทำให้หลายครัวเรือนมองหาวิธีคลายร้อนที่สะดวกและมีประสิทธิภาพ เครื่องทำน้ำแข็งอัตโนมัติจึงกลายเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมสูงสำหรับบ้านยุคใหม่ ด้วยความสามารถในการผลิตน้ำแข็งสะอาดได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาที ช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาออกไปซื้อน้ำแข็งจากร้านสะดวกซื้อหรือตลาด ลดความกังวลเรื่องน้ำแข็งไม่สะอาดที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังประหยัดพื้นที่ในตู้เย็น ไม่ต้องเตรียมถาดน้ำแข็งล่วงหน้า และไม่ต้องรอให้น้ำแข็งก่อตัว เครื่องทำน้ำแข็งสมัยใหม่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้งขนาดกะทัดรัดสำหรับพื้นที่จำกัด รุ่นที่ผลิตน้ำแข็งได้ในปริมาณมากสำหรับบ้านใหญ่หรือมีการจัดงานสังสรรค์บ่อยครั้ง บทความนี้จะแนะนำ 15 เครื่องทำน้ำแข็งรุ่นยอดนิยม คุณภาพดี ราคาเหมาะสม ที่จะช่วยให้คุณมีน้ำแข็งเย็นฉ่ำไว้ดับกระหายได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหน รุ่นไหน มีจุดเด่นจุดด้อยอย่างไร เพื่อช่วยให้คุณเลือกเครื่องทำน้ำแข็งที่เหมาะกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด #เครื่องทำน้ำแข็ง #น้ำแข็งสะอาด #อุปกรณ์ในครัว #เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน #คลายร้อน #ไอซ์เมกเกอร์ #น้ำแข็งอัตโนมัติ #เครื่องทำน้ำแข็งขนาดเล็ก #เครื่องทำน้ำแข็งพกพา #เครื่องทำน้ำแข็งราคาถูก

6/16/2025 • by Homeday
ในยุคที่ทุกนาทีมีค่า การมี “เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว” ที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือ “คุณภาพชีวิต” ที่ดีขึ้นแบบเห็นผลทันตา บทความนี้จะพาไปรู้จัก 5 ไอเทมสุดฮิตที่หลายบ้านบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ซื้อแล้วคุ้ม…เหมือนมีผู้ช่วยในครัว!” 1. หม้อทอดไร้น้ำมัน (Air Fryer) ประหยัดเวลา: ไม่ต้องยืนเฝ้า ไม่ต้องใช้น้ำมัน ประหยัดพลังงาน: ทำอาหารได้เร็ว ลดการเปิดเตา เหมาะกับ: คนที่รักสุขภาพ และคนที่ชอบทำอาหารง่าย ๆ รีวิวผู้ใช้: “ตั้งแต่มีหม้อทอด ทุกอย่างโยนเข้าไปได้เลย กินของทอดแบบไม่รู้สึกผิด!” 2. เครื่องสกัดเย็น (Slow Juicer) ได้วิตามินครบถ้วนกว่าสกัดเร็ว น้ำที่ได้นุ่มลิ้น ไม่มีฟองหรือแยกชั้นเร็ว เหมาะกับ: คนดูแลสุขภาพ หรือครอบครัวที่อยากให้เด็กดื่มผัก ไอเดียเพิ่ม: หั่นผักผลไม้ล่วงหน้าเก็บในตู้เย็น แล้วสกัดรวมทุกเช้า 3. หม้อหุงข้าวดิจิทัล ตั้งเวลาหุงล่วงหน้าได้ บางรุ่นปรับเนื้อสัมผัสของข้าวได้ (นุ่มมาก / นุ่มกลาง / ข้าวต้ม) เหมาะกับ: คนที่ทำงานนอกบ้าน อยากให้ข้าวพร้อมตอนไปถึงบ้าน [...]