
9/3/2021 • by Homeday
ต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการความเอาใจใส่ และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ถูกต้อง การรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย อาจไม่เพียงพอต่อการดูแลพันธุ์ไม้อีกต่อไป เนื่องจาก

5/30/2025 • by Homeday
การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์บนระเบียงคอนโดกลายเป็นแนวโน้มใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนเมืองที่ต้องการผักสดปลอดสารพิษไว้บริโภคในครอบครัว เทคนิคการปลูกพืชในน้ำนี้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดพื้นที่ แต่ยังสามารถควบคุมคุณภาพการผลิตได้ดีกว่าการปลูกในดินธรรมดา ระบบไฮโดรโปนิกส์ช่วยให้ผู้ปลูกสามารถผลิตผักใบเขียวหลากหลายชนิด เช่น ผักสลัด กวางตุ้ง ผักบุ้ง และสมุนไพรต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในพื้นที่จำกัดของระเบียงคอนโดมิเนียม การเพาะปลูกด้วยวิธีนี้ยังช่วยลดปัญหาศัตรูพืชและโรคพืชที่มักเกิดขึ้นในการปลูกแบบดั้งเดิม พร้อมทั้งให้ผลผลิตที่เติบโตเร็วกว่าและมีคุณภาพดีกว่าการปลูกในดิน ระบบไฮโดรโปนิกส์คืออะไรและทำไมเหมาะกับระเบียงคอนโด? การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์เป็นเทคนิคการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน แต่ให้รากพืชสัมผัสกับสารละลายธาตุอาหารโดยตรง ระบบนี้ได้รับการพัฒนามาเพื่อทดแทนธาตุอาหารที่พืชต้องการจากดิน ด้วยปุ๋ยเคมีที่ละลายในน้ำ ข้อดีสำคัญของระบบไฮโดรโปนิกส์คือการควบคุมปัจจัยการเจริญเติบโตได้อย่างแม่นยำ ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ สำหรับคนที่อาศัยในคอนโดมิเนียม ระบบไฮโดรโปนิกส์เป็นทางเลือกที่เหมาะสมเนื่องจากใช้พื้นที่น้อย ไม่มีดินเลอะเทอะ และสามารถจัดวางได้หลากหลายรูปแบบ การปลูกแบบนี้ยังช่วยลดปัญหาแมลงและศัตรูพืชที่มักพบในการปลูกด้วยดิน ระบบน้ำนิ่งหรือ Deep Water Culture เป็นรูปแบบที่นิยมใช้กันมากที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะมีการลงทุนต่ำและง่ายต่อการดูแล ข้อดีอีกประการหนึ่งคือการประหยัดน้ำ เนื่องจากระบบหมุนเวียนน้ำทำให้ใช้น้ำน้อยกว่าการปลูกในดิน นอกจากนี้ยังสามารถปลูกได้ตลอดปี ไม่ขึ้นกับฤดูกาล และให้ผลผลิตเร็วกว่าการปลูกแบบดั้งเดิม การเตรียมอุปกรณ์และวัสดุสำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิกส์มีอะไรบ้าง? การเตรียมอุปกรณ์สำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิกส์บนระเบียงคอนโดต้องเริ่มจากการเลือกภาชนะที่เหมาะสม ซึ่งอาจเป็นกล่องพลาสติกถนอมอาหาร แก้วเซเว่น หรือกระบะขนาดต่างๆ ตามพื้นที่ที่มี สิ่งสำคัญคือภาชนะต้องทึบแสงเพื่อป้องกันการเกิดตะไคร่น้ำ หากใช้ภาชนะใสต้องหาวิธีปิดกั้นแสงด้วยถุงพลาสติกสีดำหรือวัสดุอื่น ฟองน้ำเป็นอุปกรณ์สำคัญในการเพาะเมล็ด โดยต้องตัดเป็นลูกเต๋าขนาด 1×1 นิ้ว และกรีดเป็นเครื่องหมายบวกตรงกลางโดยไม่ให้ทะลุ โฟมที่ใช้ควรมีความหนาแน่นเหมาะสม เพื่อให้สามารถดูดซับน้ำได้ดีและค้ำจุนต้นกล้าได้อย่างมั่นคง ถ้วยปลูกหรือตะแกรงเล็กๆ ใช้สำหรับวางฟองน้ำและป้องกันไม่ให้ต้นไม้ตกลงไปในน้ำ ปุ๋ย A [...]

5/24/2025 • by Homeday
การจัดสวนกระบองเพชรกลางแจ้งเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่สีเขียวแต่ไม่มีเวลาดูแลมากนัก โดยเฉพาะในสภาพอากาศของประเทศไทยที่มีแสงแดดจัดและฝนตกหนัก การเลือกใช้กระบองเพชรและไม้อวบน้ำจะช่วยลดภาระการดูแลรักษาลงอย่างมาก พร้อมทั้งสร้างความสวยงามด้วยลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างจากสวนแบบดั้งเดิม การปลูกลงดินโดยตรงจะช่วยให้ต้นไม้มีระบบรากที่แข็งแรงและเจริญเติบโตได้เป็นธรรมชาติมากกว่าการเลี้ยงในกระถาง ทำไมต้องเลือกจัดสวนกระบองเพชรแทนสวนหญ้าธรรมดา? การเปลี่ยนจากสวนหญ้าธรรมดามาเป็นสวนกระบองเพชรมีข้อดีหลายประการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ สวนหญ้าต้องการการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการตัดหญ้า รดน้ำ ใส่ปุ๋ย และทำความสะอาดใบไม้ร่วง ในขณะที่สวนกระบองเพชรต้องการการดูแลน้อยมาก เพียงแค่รดน้ำสัปดาห์ละครั้งเมื่อฝนไม่ตก กระบองเพชรและไม้อวบน้ำเป็นพืชที่สามารถกักเก็บน้ำไว้ภายในต้นเพื่อให้อยู่รอดได้ในสภาพอากาศแห้งแล้ง ลักษณะใบที่หนาและมันเคลือบด้วยแว็กซ์ช่วยป้องกันการคายน้ำ ทำให้สามารถทนแดดจัดและฝนหนักได้ดี พืชเหล่านี้ยังมีขนาดเล็ก ราคาไม่แพง และเหมาะสำหรับพื้นที่จำกัดเช่นคอนโดมิเนียมหรือทาวน์โฮม นอกจากประโยชน์ด้านการดูแลที่ง่ายแล้ว กระบองเพชรยังมีคุณสมบัติพิเศษอื่นๆ เช่น ช่วยดูดซับรังสีจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ และมีความสวยงามหลากหลายรูปทรงที่สามารถนำมาประดับตกแต่งเพื่อเพิ่มบรรยากาศดีภายในบ้าน เตรียมพื้นที่และวัสดุอุปกรณ์อย่างไรให้เหมาะสม? การเตรียมพื้นที่เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะกำหนดความสำเร็จของสวนกระบองเพชร เริ่มต้นด้วยการเลือกตำแหน่งที่ได้รับแสงแดดเต็มที่อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน พื้นที่ที่โดนแดดจัดซึ่งมักจะไม่เหมาะกับการปลูกพืชอื่น กลับเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับกระบองเพชร หากเป็นพื้นที่เดิมที่มีหญ้าหรือต้นไม้ ต้องทำการรื้อถอนออกให้หมดก่อน รวมถึงการขุดเอารากเก่าและหินก้อนใหญ่ออกไป สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมพื้นที่ให้เป็นระเบียบ แนะนำให้ใช้แผ่นพลาสติกคลุมดินเพื่อป้องกันวัชพืชงอกขึ้นมาใหม่4 วิธีนี้จะช่วยรักษาความชื้นในดิน ควบคุมอุณหภูมิ และทำให้แปลงปลูกดูสะอาดเป็นระเบียบได้นาน 5-10 ปี วัสดุที่จำเป็นประกอบด้วย ไม้สำหรับทำกระบะ ทรายหยาบสำหรับระบายน้ำ หินแกลบเบอร์ 3 สำหรับตกแต่ง และหินก้อนใหญ่สำหรับจุดเด่น การสร้างกระบะขอบสูงช่วยให้ควบคุมพื้นที่ได้ดีและสร้างระดับความสูงที่เหมาะสมสำหรับการระบายน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันการเน่าของรากกระบองเพชร เลือกพันธุ์กระบองเพชรและไม้อวบน้ำแบบไหนให้เหมาะกับสภาพอากาศไทย? การเลือกพันธุ์กระบองเพชรที่เหมาะสมเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จ สำหรับการปลูกกลางแจ้งแบบแดด [...]

5/18/2025 • by Homeday
ต้นไม้ใบสีแดงและเขียวไม่เพียงแต่เข้ากับเทศกาลแห่งความสุขอย่างวันคริสต์มาสเท่านั้น แต่ยังสามารถเพิ่มสีสันให้กับบ้านได้ตลอดทั้งปี บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ 10 ชนิดของต้นไม้ใบสีแดงสีเขียวที่ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก และเหมาะสมกับสภาพอากาศเมืองไทย ขอบคุณภาพจาก : all_sell_thee พรมออสเตรเลียดูแลยากไหม? เคล็ดลับการปลูกต้นไม้สวยสไตล์โมเสก พรมออสเตรเลียหรือที่รู้จักกันในชื่อ Mosaic Plant หรือ Nerve Plant เป็นไม้คลุมดินขนาดเล็กที่มีความสูงเพียง 10-15 เซนติเมตร โดดเด่นด้วยลวดลายเส้นใบสีแดงสวยงามบนพื้นใบสีเขียว ต้นไม้ชนิดนี้ชอบความชื้นสูงและแสงสว่างแต่ไม่ต้องการแสงแดดโดยตรง เพราะอาจทำให้ใบไหม้ได้ การดูแลพรมออสเตรเลียนั้นต้องคอยรดน้ำเมื่อดินชั้นบนแห้ง โดยควรใช้น้ำกรอง น้ำฝน หรือน้ำต้มที่เย็นแล้วจะดีที่สุด หากปล่อยให้ต้นแห้งเกินไป ใบจะเหี่ยวลง แต่หลังจากรดน้ำอย่างทั่วถึง ใบก็จะกลับมาสดชื่นอีกครั้ง นอกจากนี้การพ่นละอองน้ำหรือวางในห้องน้ำที่มีความชื้นจะช่วยให้ต้นเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 18-26 องศาเซลเซียส ฤๅษีผสมเป็นต้นไม้ที่เหมาะกับสภาพอากาศไทยจริงหรือ? ฤๅษีผสม หรือ Coleus เป็นไม้อวบน้ำที่มีความสูงประมาณ 40-80 เซนติเมตร มีใบสีแดงสวยงามขอบใบเป็นสีเขียว ลักษณะใบเป็นรูปไข่ปลายแหลม โคนมน และขอบใบหยัก ต้นฤๅษีผสมเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศเมืองไทย การดูแลฤๅษีผสมนั้นต้องการแสงแดดจัดเพื่อให้สีของใบสวยสดมากขึ้น แต่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่มีแสงสว่างทั่วไปเช่นกัน ควรรดน้ำเป็นประจำเมื่อดินชั้นบนแห้ง และหมั่นเด็ดยอดเพื่อให้ต้นแตกพุ่มสวยงาม หากปลูกในกระถาง ควรใส่ปุ๋ยทุก 2 [...]

6/3/2025 • by Homeday
ต้นเข็มเป็นไม้ดอกยอดนิยมที่มีความหมายดีเก่าแก่และใช้ประกอบพิธีไหว้ครูมาอย่างยาวนาน ด้วยดอกที่มีสีสันสดใสและรูปทรงแหลมเฉียบ ทำให้เป็นสัญลักษณ์ของความเฉียบแหลมทางปัญญา การปลูกต้นเข็มให้เจริญเติบโตดีและออกดอกอย่างสม่ำเสมอต้องอาศัยเทคนิคการดูแลที่ถูกต้อง ตั้งแต่การเลือกพันธุ์ การเตรียมดิน ไปจนถึงการให้ปุ๋ยและการตัดแต่ง ซึ่งล้วนมีผลต่อ ต้นเข็มคืออะไร และมีต้นกำเนิดมาจากไหน? ต้นเข็มมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ixora chinensis Lamk. หรือ Ixora spp. เป็นไม้พุ่มในวงศ์ Rubiaceae ที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปเอเชีย โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม กัมพูชา ลาว และพม่า นอกจากนี้ยังพบในภูมิภาคเอเชียใต้ เช่น อินเดีย ศรีลังกา เนปาล บังคลเทศ และปากีสถาน ในประเทศไทย ต้นเข็มสามารถพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ โดยมักเจริญเติบโตตามธรรมชาติในป่าราบหรือตามป่าเบญจพรรณ ลักษณะเด่นของต้นเข็มคือการเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กถึงกลาง มีความสูงประมาณ 1-5 เมตร ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ลำต้นมีลักษณะทรงกระบอก ผิวเรียบ สีน้ำตาล ส่วนกิ่งยอดจะมีสีเขียวและแตกกิ่งตรงขึ้นด้านบน ใบของต้นเข็มเป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามกันเป็นคู่ มีลักษณะเป็นรูปไข่หรือรูปรี ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบค่อนข้างหนาและแข็งเปราะ มีสีเขียวสด [...]

6/20/2025 • by Homeday
การปลูกดอกไม้บนระเบียงในปัจจุบันกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด โดยเฉพาะคนที่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรือบ้านแถวที่ต้องการเพิ่มสีสันและความสดชื่นให้กับที่อยู่อาศัย การเลือกดอกไม้ที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การจัดสวนเล็กๆ บนระเบียงประสบความสำเร็จ ดอกไม้ยอดนิยมสำหรับระเบียงบ้าน กุหลาบ – ราชินีแห่งดอกไม้สำหรับคนรักความหอมหวาน กุหลาบถือเป็นดอกไม้ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการปลูกบนระเบียง เนื่องจากเป็นพืชที่ชอบแสงแดดจัดและสามารถเจริญเติบโตได้ดีในกระถาง สำหรับระเบียงแนะนำให้เลือกกุหลาบหนูหรือกุหลาบขนาดเล็กที่ขึ้นเป็นพุ่มความสูงไม่เกิน 1 ฟุต เพราะจะไม่แย่งพื้นที่และง่ายต่อการดูแล การปลูกกุหลาบในกระถางต้องใช้ดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี โดยผสมดินใบไก่ป่า ปุ๋ยคอก และกาบมะพร้าวสับในอัตราส่วน 1:1:2 ต้องรดน้ำบ่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนควรรดวันละ 2 ครั้ง และหมั่นใส่ปุ๋ยเดือนละครั้งเพื่อบำรุงการออกดอก มะลิ – ความหอมที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย มะลิเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการปลูกบนระเบียง เพราะมีทั้งแบบไม้พุ่มและไม้เถาที่สามารถปรับให้เข้ากับพื้นที่ได้ ชนิดที่นิยมปลูกได้แก่ มะลิซ้อน มะลิวัลย์ และมะลิฉัตร ซึ่งล้วนให้กลิ่นหอมนุ่มนวลตลอดทั้งปี การดูแลมะลิค่อนข้างง่าย เพียงแค่ปลูกในดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี รดน้ำทุก 3-5 วัน และใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 5-6 ครั้งต่อปี ที่สำคัญคือต้องหมั่นตัดแต่งให้เป็นพุ่มโปร่งเพื่อป้องกันโรคและแมลงรบกวน แพงพวย – ดอกไม้หลากสีที่เติบโตรวดเร็ว แพงพวยเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีความสูงประมาณ 40-120 เซนติเมตร ทำให้เหมาะสำหรับการปลูกในกระถางบนระเบียงอย่างยิ่ง ข้อดีของแพงพวยคือสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีและมีดอกหลากสีให้เลือก ตั้งแต่สีเหลือง แดง ชมพู ไปจนถึงสีขาว [...]

5/28/2025 • by Homeday
ในยุคที่ปัญหาสารเคมีตกค้างในผักสดที่วางจำหน่ายตามตลาดกลายเป็นประเด็นที่น่าวิตกสำหรับผู้บริโภค การหันมาปลูกผักไว้กินเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการมีผักสด ๆ ปลอดสารพิษไว้บริโภค การปลูกผักในกระถางไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังสามารถควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของผักที่เรากินได้อย่างมั่นใจ แม้ว่าจะมีพื้นที่จำกัดในบ้านหรือคอนโดมิเนียม ก็สามารถปลูกผักหลากหลายชนิดไว้กินเองได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีการที่เรียบง่าย การดูแลที่ไม่ซับซ้อน และได้ผลผลิตที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ปัญหาสารเคมีตกค้างในผักที่ควรรู้ กรมอนามัยได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับสถานการณ์สารเคมีตกค้างในผักสดที่จำหน่ายในท้องตลาด โดยพบว่าผักสด 10 ชนิดที่มีการบริโภคกันอย่างแพร่หลายมีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในระดับสูง ผักเหล่านี้ได้แก่ กวางตุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว พริก แตงกวา กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักบุ้งจีน มะเขือ และผักชี การได้รับสารเคมีเหล่านี้ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ท้องร่วง และในบางกรณีอาจรุนแรงถึงขั้นหัวใจวาย นอกจากผลกระทบในระยะสั้นแล้ว การได้รับสารเคมีในปริมาณน้อย ๆ แต่สะสมในร่างกายเป็นระยะเวลานานยังเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งในระยะยาวอีกด้วย ปัญหานี้ทำให้ผู้บริโภคที่ต้องการรับประทานผักเพื่อสุขภาพต้องเผชิญกับความกังวลเรื่องความปลอดภัย ดังนั้นการหันมาปลูกผักไว้กินเองจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการมีผักปลอดสารพิษ การปลูกผักเองยังช่วยให้เราสามารถเลือกใช้วิธีการปลูกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ปุ๋ยธรรมชาติ การใช้น้ำหมักชีวภาพในการบำรุงพืช หรือการใช้สมุนไพรธรรมชาติในการป้องกันแมลงศัตรูพืช วิธีการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคแล้ว ยังช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศในสวนเล็ก ๆ ของเราอีกด้วย วิธีปลูกผักใบเขียวในกระถาง การปลูกกวางตุ้งในกระถาง กวางตุ้งเป็นผักที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีและเจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทรายที่มีความชื้นสูง การเตรียมดินเริ่มจากการพรวนดินให้พร้อม กำจัดวัชพืชให้หมด แล้วผสมปุ๋ยคอกลงไป จากนั้นหย่อนเมล็ดลงในกระถางเพาะกล้า รดน้ำและใส่ปุ๋ยตามความเหมาะสม [...]

3/17/2025 • by Homeday
“บริษัท สวนทรายงาม จำกัด” ธุรกิจสวนเกษตรอินทรีย์ อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ภายใต้การบริหารของกลุ่มธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้เอสวีแอล กรุ๊ป (SVL Group) ทำธุรกิจสวนเกษตรที่รักษาสมดุลของธรรมชาติและส่งเสริมการผลิตพืชผลทางการเกษตรที่ยั่งยืน ด้วยยึดแนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม นายศิวโรจน์ เสาวมล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สวนทรายงาม จำกัด เปิดเผยว่า “สวนทรายงาม” ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการที่ยึดมั่นในความรับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งเน้นใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ, สังคม, และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งยึดถือหลักธรรมาภิบาลที่เข้มงวด เพื่อให้ทุกกิจกรรมของบริษัทมีส่วนในการพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน “สวนทรายงาม” ได้เลือกใช้แนวทางของการทำเกษตรแบบผสมผสาน โดยปลูกพืชหลากหลายทั้งปาล์มน้ำมัน, ยางพารา, ยูคาลิปตัส, กระถินเทพา, และเมล่อน ฯลฯ ที่มีการดูแลด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์ที่เข้มข้น อาทิ การใช้ปุ๋ยจากมูลไส้เดือน และการทดลองปุ๋ยจากใบกระถินเทพา เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดิน และลดการใช้สารเคมี รวมถึงมีการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพยังเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาความชุ่มชื้นในดิน และลดการใช้น้ำที่ไม่จำเป็น จึงทำให้สวนทรายงามสามารถผลิตพืชผลคุณภาพสูง เช่น เมล่อนที่มีรสชาติหวานฉ่ำ ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และตอบสนองความต้องการของตลาดที่มองหาผลผลิตที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน ประกอบกับเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกและไม่ได้หยุดแค่การเกษตรอินทรีย์เท่านั้น แต่ยังคงเดินหน้าสร้างอนาคตด้วยการปลูกไม้เศรษฐกิจ โดยมีโครงการร่วมปลูกต้นไม้เศรษฐกิจ [...]

6/1/2025 • by Homeday
การปลูกผักชีในกระถางกลายเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนรักสวนและผู้ที่ต้องการผักสวนครัวสดใหม่ไว้ปรุงอาหาร เนื่องจากผักชีเป็นพืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและมีประโยชน์มากมาย ทั้งในด้านการปรุงอาหารและสุขภาพ การปลูกในกระถางนั้นไม่เพียงแต่ประหยัดพื้นที่ แต่ยังช่วยให้การดูแลและเก็บเกี่ยวทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งจากการศึกษาพบว่าผักชีมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยใน 100 กรัม มีพลังงานเพียง 23 แคลอรี่ แต่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำไมต้องเลือกปลูกผักชีในกระถาง? การปลูกผักชีในกระถางมีข้อดีหลายประการที่ทำให้เป็นที่นิยมของคนรักการทำสวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรืออาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม การปลูกในกระถางช่วยให้สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าการปลูกในแปลงดิน เนื่องจากสามารถย้ายกระถางไปมาได้ตามความเหมาะสมของแสงแดดและอากาศ นอกจากนี้ การปลูกผักชีในกระถางยังช่วยป้องกันศัตรูพืชและโรคพืชได้ดีกว่า เพราะสามารถควบคุมคุณภาพของดินและการระบายน้ำได้อย่างเหมาะสม ผักชีเป็นพืชที่ชอบดินร่วนปนทรายและมีการระบายน้ำที่ดี ซึ่งเมื่อปลูกในกระถางจะสามารถจัดเตรียมสภาพดินให้เหมาะสมได้อย่างแม่นยำ การเก็บเกี่ยวก็เป็นอีกข้อดีหนึ่งของการปลูกในกระถาง เนื่องจากสามารถวางกระถางไว้ใกล้ครัวหรือในตำแหน่งที่สะดวกต่อการหยิบมาใช้ประกอบอาหาร ทำให้ได้ผักชีสดใหม่ทุกครั้งที่ต้องการใช้ เลือกอุปกรณ์และเตรียมดินปลูกอย่างไร? การเตรียมอุปกรณ์และดินปลูกเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการปลูกผักชี สำหรับอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น ได้แก่ เมล็ดพันธุ์ผักชีที่มีคุณภาพ กระถางที่มีรูระบายน้ำ ดินร่วน ปุ๋ยคอก ทรายหรือขี้เถ้า และฟางข้าวหรือหญ้าแห้งสำหรับคลุมดิน การเลือกกระถางควรเลือกชนิดที่มีความลึกอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อให้รากผักชีมีพื้นที่เจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ และต้องมีรูระบายน้ำที่ดีเพื่อป้องกันน้ำขัง ซึ่งอาจทำให้รากเน่าได้ สำหรับการเตรียมดินปลูก สามารถใช้สูตรดินที่ประกอบด้วย ดิน 2 ส่วน แกลบดิบ 1 ส่วน และปุ๋ยคอก 1 ส่วน [...]

2/18/2025 • by Homeday
“สุดสัปดาห์คนหล่อขอทำดี ปี 18” โปรเจ็กต์แห่งปี! รวมตัวคนหล่อทำดีเพื่อสังคมเปิดประมูลเสื้อ “CHANGE FOR FUTURE เปลี่ยน เพื่อ ยั่งยืน” พร้อมลายเซ็นคนหล่อ กลับมาอีกครั้งกับโปรเจ็กต์แห่งปี สุดสัปดาห์ โดย AME IMAGINATIVE ชวนแฟนคลับร่วมประมูลเสื้อ “CHANGE FOR FUTURE เปลี่ยน เพื่อ ยั่งยืน” พร้อมลายเซ็นจาก เป๊ก-ผลิตโชค อายนบุตร, เก่ง-หฤษฎ์ บัวย้อย, น้ำปิง-นภัสกร ปิงเมือง, เติ้ล-มติมันท์ ศรีบุญเรือง, เฟิร์สวัน-วรรณกร เรืองรัตน์, จั๋ง-วิกร บูรณภิญโญ, เน-ณรัณ วิกัยรุ่งโรจน์, กฤติน สอสูงเนิน, ปาล์ม-พีรวิชญ์ พินธะ, ปลั๊กกี้-ธรากร คำสิงห์, พูห์-กฤติน กิจจารุวรรณกุล, พาเวล-นเรศ พร้อมเผ่าพันธ์ เอิร์ท-พิรพัฒน์ วัฒนเศรษสิริ, มิกซ์-สหภาพ วงศ์ราษฎร์, เฟิร์ส-คณพันธ์ ปุ้ยตระกูล, [...]

5/22/2025 • by Homeday
หากคุณเคยลองรับประทานผักสลัดไฮโดรโปนิกส์แล้วพบว่ามีรสขม อาจทำให้รู้สึกเสียดายและไม่อยากทานต่อ บางคนถึงขั้นเข้าใจผิดว่าเป็นเพราะมีสารเคมีตกค้าง แต่ความจริงแล้ว ความขมของผักสลัดมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยที่สามารถควบคุมและแก้ไขได้ บทความนี้จะอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้ผักสลัดขม พร้อมแนะนำวิธีการปลูกและเก็บเกี่ยวที่ถูกต้องเพื่อให้ได้ผักสลัดรสชาติดี กรอบ อร่อย และไม่ขม สาเหตุที่ทำให้ผักสลัดไฮโดรโปนิกส์มีรสขม เมื่อพบว่าผักสลัดที่ปลูกมีรสขม มีหลายสาเหตุที่อาจเป็นไปได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกิดจากการปลูกที่ไม่ดีเพียงอย่างเดียว มาดูสาเหตุต่างๆ กัน พันธุ์ผักและลักษณะธรรมชาติของผัก ชนิดและพันธุ์ของผักสลัดบางชนิดมีรสขมเป็นรสชาติพื้นฐานอยู่แล้ว ทำให้ผักที่กินเข้าไปมีรสขม ซึ่งตรงนี้ไม่เกี่ยวกับการเพาะปลูกหรือการดูแลผักแต่อย่างใด ผักสลัดบางสายพันธุ์โดยเฉพาะผักที่มีสีเข้มหรือใบมีสีแดงมักจะมีสารที่ให้รสขมมากกว่าผักสลัดใบสีเขียวอ่อน ดังนั้นการเลือกสายพันธุ์ที่มีรสชาติดีตั้งแต่แรกจะช่วยลดปัญหาความขมได้ อายุผักที่มากเกินไป ผักแก่ส่วนใหญ่จะมีรสขม โดยทั่วไปแล้วระยะเวลาการปลูกผักสลัดไม่ควรเกิน 45 วัน แนะนำให้เพาะต้นกล้าในถาดเพาะ 11 วันและลงแปลง 30 วัน และไม่ควรทิ้งผักสลัดไว้จนเกินอายุ 45 วันหลังเพาะเมล็ด หากปล่อยให้ผักมีอายุมากเกินไป ผักจะเริ่มผลิตน้ำยางที่มีรสขมเพื่อเตรียมออกดอก ช่วงเวลาในการเก็บเกี่ยว ผู้ปลูกผักสลัดส่วนใหญ่จะนิยมเก็บผักในช่วงเช้าหรือเย็น แต่จะไม่นิยมเก็บผักตอนแดดจัด เนื่องจากธรรมชาติของผักสลัดมียางค่อนข้างมาก ในช่วงที่แดดจัดๆ ผักสลัดจะทำการผลิตยางออกมาเพื่อปรับสมดุลให้กับตัวเองเนื่องจากเสียน้ำไปจากสภาวะคายน้ำ จึงส่งผลให้รสชาติของผักในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเกิดความขม การให้ปุ๋ยที่เข้มข้นเกินไป ผู้ปลูกที่อาจไม่เข้าใจธรรมชาติของผักสลัดอย่างรอบด้าน อาจปลูกโดยไม่รู้จักการชดเชยปุ๋ยให้กับผักสลัดตามสัดส่วนและช่วงเวลาที่เหมาะสม ทำให้ผักสลัดที่ได้มีรสขม แทนที่จะออกรสหวานน่ากิน การใช้ปุ๋ยที่เข้มข้นเกินไปโดยเฉพาะช่วง 7-10 วันก่อนเก็บเกี่ยวจะทำให้ผักมียางเยอะ ยิ่งยางเยอะยิ่งขม สภาพแวดล้อมและอุณหภูมิ หากปลูกผักสลัดในบริเวณที่อากาศไม่อบอ้าว [...]

6/12/2025 • by Homeday
ต้นปาล์มเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการจัดสวนบ้าน เนื่องจากมีความทนทานต่อสภาพอากาศร้อนและฝน พร้อมทั้งดูแลง่าย นอกจากจะช่วยเพิ่มความร่มรื่นให้กับบ้านแล้ว ต้นปาล์มยังมีคุณสมบัติในการฟอกอากาศภายในบ้านได้อีกด้วย การเลือกสายพันธุ์ปาล์มที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากการปลูก สายพันธุ์ปาล์มแนะนำสำหรับคนรักการจัดสวน หมากเหลือง – ราชาแห่งการฟอกอากาศ หมากเหลืองเป็นปาล์มที่มีประสิทธิภาพสูงในการดูดสารพิษจากอากาศและคายความชื้นให้แก่บ้าน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Chrysalidocarpus lutescens มีถิ่นกำเนิดในมาดากัสการ์ลักษณะเด่นคือลำต้นหุ้มด้วยกาบสีเหลืองขนาดใหญ่ และสามารถแตกกอได้สูงถึง 9 เมตร ข้อดีของหมากเหลืองคือสามารถดัดใบให้เป็นพุ่มสวยงามได้และดัดลำต้นให้กางออกพอดีกับพื้นที่ นิยมปลูกในที่ร่มหรือแดดรำไร และต้องการการรดน้ำเมื่อดินแห้ง สำหรับการดูแล ควรให้น้ำตอนเช้าวันละครั้งแต่อย่าให้แฉะ และให้ปุ๋ยคอกอย่างสม่ำเสมอเดือนละ 1 ครั้ง ปาล์มใบไผ่ – มิตรแท้ของสัตว์เลี้ยง ปาล์มใบไผ่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Chamaedorea elegans มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโกและกัวเตมาลา เป็นปาล์มขนาดเล็กที่สูงไม่ถึง 2 เมตร มีใบสีเขียวเข้มเรียวแหลมคล้ายใบไผ่ ข้อดีสำคัญคือไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงและช่วยดูดสารพิษภายในบ้าน การดูแลปาล์มใบไผ่ค่อนข้างง่าย ต้องการแสงแดดปานกลางหรือรำไร รดน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และไม่จำเป็นต้องตัดแต่งกิ่งบ่อย เนื่องจากโตช้า ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อหรือเพาะเมล็ด ควรปลูกในดินร่วน ปาล์มหางกระรอก – ความงามแบบธรรมชาติ ปาล์มหางกระรอกหรือฟอกซ์เทล มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Wodyetia bifurcata มีลักษณะเด่นที่ใบสีเขียวรูปขนนกปลายแหลม [...]