

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี ตั้งอยู่ที่ ถนนเส้นบายพาส 36 / บ้านแลง จันทบุรี สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำ, Home automation, สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, Co-working space, สนามเด็กเล่น, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass ราคาเริ่มต้นที่เว็บโครงการแสดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คือ 2,690,000 บาท ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบบ้านหรือยูนิตที่เลือก


ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110 ตั้งอยู่ที่ สุดยอดทำเลเชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทาง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass ราคาเริ่มต้นที่เว็บโครงการแสดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คือ 3,150,000 บาท ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบบ้านหรือยูนิตที่เลือก


ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา ตั้งอยู่ที่ จอหอ - บึงทับช้าง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ คลับเฮ้าส์, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ, Home automation, สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass


ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ เป็นโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม 3 ชั้น สไตล์ Modern Tropical Luxury ที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้พักอาศัย โครงการนี้มีแนวคิดในการใช้ชีวิตที่หรูหรา มีระดับ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบสนองทุกมิติของการใช้ชีวิตสมัยใหม่ โครงการเน้นการออกแบบที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามและเงียบสงบ

หากคุณเคยลองรับประทานผักสลัดไฮโดรโปนิกส์แล้วพบว่ามีรสขม อาจทำให้รู้สึกเสียดายและไม่อยากทานต่อ บางคนถึงขั้นเข้าใจผิดว่าเป็นเพราะมีสารเคมีตกค้าง แต่ความจริงแล้ว ความขมของผักสลัดมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยที่สามารถควบคุมและแก้ไขได้ บทความนี้จะอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้ผักสลัดขม พร้อมแนะนำวิธีการปลูกและเก็บเกี่ยวที่ถูกต้องเพื่อให้ได้ผักสลัดรสชาติดี กรอบ อร่อย และไม่ขม สาเหตุที่ทำให้ผักสลัดไฮโดรโปนิกส์มีรสขม เมื่อพบว่าผักสลัดที่ปลูกมีรสขม มีหลายสาเหตุที่อาจเป็นไปได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกิดจากการปลูกที่ไม่ดีเพียงอย่างเดียว มาดูสาเหตุต่างๆ กัน พันธุ์ผักและลักษณะธรรมชาติของผัก ชนิดและพันธุ์ของผักสลัดบางชนิดมีรสขมเป็นรสชาติพื้นฐานอยู่แล้ว ทำให้ผักที่กินเข้าไปมีรสขม ซึ่งตรงนี้ไม่เกี่ยวกับการเพาะปลูกหรือการดูแลผักแต่อย่างใด ผักสลัดบางสายพันธุ์โดยเฉพาะผักที่มีสีเข้มหรือใบมีสีแดงมักจะมีสารที่ให้รสขมมากกว่าผักสลัดใบสีเขียวอ่อน ดังนั้นการเลือกสายพันธุ์ที่มีรสชาติดีตั้งแต่แรกจะช่วยลดปัญหาความขมได้ อายุผักที่มากเกินไป ผักแก่ส่วนใหญ่จะมีรสขม โดยทั่วไปแล้วระยะเวลาการปลูกผักสลัดไม่ควรเกิน 45 วัน แนะนำให้เพาะต้นกล้าในถาดเพาะ 11 วันและลงแปลง 30 วัน และไม่ควรทิ้งผักสลัดไว้จนเกินอายุ 45 วันหลังเพาะเมล็ด หากปล่อยให้ผักมีอายุมากเกินไป ผักจะเริ่มผลิตน้ำยางที่มีรสขมเพื่อเตรียมออกดอก ช่วงเวลาในการเก็บเกี่ยว ผู้ปลูกผักสลัดส่วนใหญ่จะนิยมเก็บผักในช่วงเช้าหรือเย็น แต่จะไม่นิยมเก็บผักตอนแดดจัด เนื่องจากธรรมชาติของผักสลัดมียางค่อนข้างมาก ในช่วงที่แดดจัดๆ ผักสลัดจะทำการผลิตยางออกมาเพื่อปรับสมดุลให้กับตัวเองเนื่องจากเสียน้ำไปจากสภาวะคายน้ำ จึงส่งผลให้รสชาติของผักในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเกิดความขม การให้ปุ๋ยที่เข้มข้นเกินไป ผู้ปลูกที่อาจไม่เข้าใจธรรมชาติของผักสลัดอย่างรอบด้าน อาจปลูกโดยไม่รู้จักการชดเชยปุ๋ยให้กับผักสลัดตามสัดส่วนและช่วงเวลาที่เหมาะสม ทำให้ผักสลัดที่ได้มีรสขม แทนที่จะออกรสหวานน่ากิน การใช้ปุ๋ยที่เข้มข้นเกินไปโดยเฉพาะช่วง 7-10 วันก่อนเก็บเกี่ยวจะทำให้ผักมียางเยอะ ยิ่งยางเยอะยิ่งขม สภาพแวดล้อมและอุณหภูมิ หากปลูกผักสลัดในบริเวณที่อากาศไม่อบอ้าว [...]

การปลูกผักปลอดสารพิษที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะวิธีไฮโดรโปนิกส์ที่ไม่ต้องใช้ดิน ทำให้สามารถปลูกได้แม้ในพื้นที่จำกัดอย่างคอนโดหรือบ้านที่ไม่มีพื้นที่สวน บทความนี้จะแนะนำวิธีการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ในกล่องโฟมแบบง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้ พร้อมเทคนิคการดูแลให้ผักเติบโตอย่างสมบูรณ์ ไฮโดรโปนิกส์คืออะไร? ทำไมการปลูกแบบไร้ดินจึงได้รับความนิยม? ไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) คือการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน แต่ใช้น้ำที่ผสมสารละลายธาตุอาหารที่พืชต้องการแทน โดยให้รากพืชแช่อยู่ในปุ๋ยเพื่อทดแทนธาตุอาหารจากดิน ทำให้พืชได้รับสารอาหารโดยตรงและเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการปลูกแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีประวัติศาสตร์ย้อนไปถึงสวนลอยบิบาโลนเมื่อ 600 ปีก่อนคริสตกาล และสวนลอยแห่งอัสเต็กซ์ในคริสต์ศตวรรษที่ 11 การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์มีข้อดีมากมาย เช่น ประหยัดน้ำได้มากกว่าการปลูกในดินถึง 10 เท่า สามารถปลูกได้แม้ในพื้นที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นคอนโด ระเบียง หรือพื้นที่เล็กๆ ข้างบ้าน ช่วยลดค่าแรงงานในการเตรียมพื้นที่ ควบคุมโรคได้ง่ายกว่า และที่สำคัญคือให้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงกว่าผักที่ปลูกในดินทั่วไป เนื่องจากไม่มีการปนเปื้อนของสารเคมีจากดิน อุปกรณ์อะไรบ้างที่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้นปลูกผักไฮโดรโปนิกส์? การเริ่มต้นปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ในกล่องโฟมไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพงหรือซับซ้อน เพียงแค่มีอุปกรณ์พื้นฐานต่อไปนี้: กล่องโฟมพร้อมฝา – ควรเลือกขนาดกว้างประมาณ 35-40 ซม. สูง 15-20 ซม. ความยาวขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่มี ถ้วยปลูก – มีให้เลือก 2 แบบ คือแบบสีเขียวที่บางและอายุการใช้งานสั้น กับแบบสีขาวที่หนาและมีอายุการใช้งานนานกว่า ถาดเพาะ [...]

การปลูกผักในน้ำหรือที่เรียกว่าการเพาะปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์เป็นวิธีการทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกผักสวนครัวไว้บริโภคในครัวเรือน การปลูกผักแบบนี้ไม่ต้องใช้ดินแต่ใช้น้ำเป็นตัวกลางในการส่งสารอาหารไปยังรากพืช ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรือผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ทำไมถึงควรเลือกปลูกผักในน้ำ? การปลูกผักในน้ำมีข้อดีหลายประการที่ทำให้เป็นที่นิยมมากขึ้น การปลูกแบบนี้ช่วยประหยัดน้ำได้มากถึง 90% เมื่อเทียบกับการปลูกในดิน เนื่องจากสารอาหารถูกส่งตรงไปยังรากพืช ลดการสูญเสียจากการระเหยและการไหลบ่า นอกจากนี้ยังช่วยให้พืชเจริญเติบโตเร็วกว่าและให้ผลผลิตสูงกว่าการปลูกในดินทั่วไป ข้อดีอื่นๆ ที่สำคัญคือการควบคุมสิ่งแวดล้อมได้ดีกว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องวัชพืชหรือโรคพืชที่มาจากดิน และสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีแม้ในช่วงฤดูหนาว การปลูกในน้ำยังช่วยให้ผักที่ได้มีความปลอดภัยมากกว่า เนื่องจากไม่ต้องใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชหรือปุ่ยเคมีในปริมาณมาก ผักชนิดใดบ้างที่เหมาะสมกับการปลูกในน้ำ? ผักใบเขียวและสมุนไพร ผักใบเขียวเป็นพืชที่เหมาะสมที่สุดกับการปลูกในน้ำ ได้แก่ ผักกาด ผักบุ้ง และผักชี ซึ่งสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง ผักชีสามารถปลูกได้โดยการตัดลำต้นส่วนล่างที่มีรากติดอยู่ แล้วนำไปแช่ในน้ำและวางไว้ในที่ที่มีแสงแดดปานกลาง สำหรับสมุนไพร เช่น สะระแหน่ ต้นหอม และผักชีฝรั่ง สามารถปลูกได้ง่ายโดยการนำยอดอ่อนมาแช่ในน้ำ หลังจากนั้นไม่กี่วันรากก็จะงอกออกมา สะระแหน่เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณดีและควรมีติดไว้ในทุกบ้าน ผักหัวและผักรากน้ำ แครอตสามารถปลูกในน้ำได้ แต่ผลที่ได้จะเป็นใบสีเขียวที่ใช้ปรุงอาหารได้ ไม่ใช่หัวแครอต โดยการนำหัวแครอตส่วนบนที่ตัดออกมาแช่ในน้ำตื้นและตั้งให้โดนแสงแดด กะหล่ำปลีก็สามารถปลูกได้โดยการนำฐานรากที่เหลือจากการปรุงอาหารมาแช่ในน้ำตื้น ผักอื่นๆ ที่น่าสนใจ ผักฉ่อยซึ่งเป็นผักสัญชาติจีนที่มีรสชาติขมอมเผ็ดร้อนเล็กน้อย สามารถปลูกได้โดยการนำต้นติดรากไปแช่ในน้ำ ภายใน 1-2 วันจะมีใบอ่อนงอกขึ้นมา ตะไคร้ซึ่งมีสรรพคุณมากมายก็สามารถปลูกในน้ำได้โดยการตัดต้นส่วนล่างมาประมาณ 2-3 นิ้วแล้วแช่ในน้ำครึ่งเดียว วิธีการปลูกผักในน้ำแบบง่ายๆ การเตรียมอุปกรณ์ การปลูกผักในน้ำไม่ต้องใช้อุปกรณ์ซับซ้อน [...]

ช่วงนี้กระแสการดื่มน้ำขึ้นฉ่ายฝรั่งกำลังฮิตในหมู่คนรักสุขภาพ เพราะมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกาย ช่วยลดน้ำหนัก ดีท็อกซ์ และมีแคลลอรี่ต่ำ แต่การซื้อขึ้นฉ่ายฝรั่งมากินทุกวันอาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายไม่น้อย และยังมีความกังวลเรื่องสารเคมีตั้งแต่ยาฆ่าแมลงที่อาจเจือปน1 การปลูกขึ้นฉ่ายฝรั่งไว้กินเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดี ที่จะช่วยให้เรามั่นใจในความปลอดภัยและประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ขึ้นฉ่ายฝรั่งคืออะไร และแตกต่างจากขึ้นฉ่ายจีนอย่างไร ผักในตระกูลขึ้นฉ่ายมีอยู่ 2 สายพันธุ์หลัก คือ ขึ้นฉ่ายจีน และ ขึ้นฉ่ายฝรั่ง โดยขึ้นฉ่ายฝรั่งหรือเซเลอรี่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Apium graveolens L. จัดอยู่ในวงศ์ผักชี ลักษณะเด่นของขึ้นฉ่ายฝรั่งคือมีก้านใบขนาดใหญ่และสูงกว่า เมื่อโตเต็มที่ลำต้นจะสูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร มีลำต้นสีขาวและใบสีเหลืองอมเขียว ดอกสีขาวออกเป็นช่อคล้ายซี่ร่ม ส่วนใหญ่นิยมทำไปใส่ในสลัด ซุป หรือนำไปทำน้ำผัก1 ในขณะที่ขึ้นฉ่ายจีนจะมีลำต้นหรือก้านใบที่เรียวเล็กกว่า ความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร มีสีเข้มและกลิ่นฉุนมากกว่า ไว้สำหรับทำกับข้าวประเภทผัด ยำ หรือแกงจืด ขึ้นฉ่ายฝรั่งจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผักที่มีลำต้นหนาใหญ่ เหมาะสำหรับทำน้ำปั่นและใช้ในอาหารสไตล์ตะวันตก คุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ต่อสุขภาพ ขึ้นฉ่ายฝรั่งเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยในน้ำหนัก 100 กรัม ให้พลังงานเพียง 67 กิโลแคลลอรี่ มีน้ำถึง 95 กรัม ทำให้เป็นผักที่มีแคลลอรี่ต่ำมาก [...]