Loading...
Loading...

5/2/2026 • by Admin
ตลอดพฤษภาคม 2569 นี้ Homeday เปิด Golden Hour ดันประกาศฟรี ไม่ต้องใช้เครดิต

4/26/2025 • by Homeday
การมีบ้านสักหลังเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของคนจำนวนมาก แต่ในความเป็นจริง การจะได้บ้านมาครอบครองนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องพึ่งพาสินเชื่อจากธนาคาร หลายคนต้องพบกับความผิดหวังเมื่อการยื่นขอสินเชื่อไม่ผ่านการอนุมัติ บทความนี้จะอธิบายถึงสาเหตุหลักที่ทำให้ธนาคารปฏิเสธการให้สินเชื่อบ้าน พร้อมแนะนำวิธีการเตรียมตัวและเทคนิคสำคัญในการยื่นขอสินเชื่อให้ผ่านการพิจารณา ทำไมธนาคารถึงไม่อนุมัติสินเชื่อบ้านให้คุณ? การที่ธนาคารปฏิเสธการอนุมัติสินเชื่อบ้านนั้นมีสาเหตุหลายประการ การเข้าใจถึงสาเหตุเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถเตรียมตัวและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ประวัติเครดิตมีปัญหาหรือคะแนนเครดิตต่ำเกินไป ประวัติเครดิตเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ที่ธนาคารนำมาพิจารณาเมื่อคุณยื่นขอสินเชื่อ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (National Credit Bureau) จะเก็บข้อมูลและประวัติการชำระสินเชื่อของคุณไว้ทั้งหมด หากคุณมีประวัติการชำระเงินล่าช้าเกิน 30 วัน มีการค้างชำระหนี้ หรือมีภาระหนี้เกินตัว ข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้และส่งผลต่อคะแนนเครดิตของคุณ คะแนนเครดิต (Credit Scoring) เป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือทางการเงินของคุณ โดยมีการจัดระดับความเสี่ยงตั้งแต่ AA (ดีมาก) ถึง HH (แย่มาก) ซึ่งธนาคารจะใช้คะแนนนี้ประกอบการพิจารณาว่าคุณมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้มากน้อยเพียงใด หากคะแนนเครดิตของคุณไม่เพียงพอ โอกาสที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อก็จะลดลงอย่างมาก รายได้ไม่แน่นอนหรือไม่เพียงพอ รายได้เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ธนาคารใช้พิจารณา โดยเฉพาะความสม่ำเสมอและความเพียงพอของรายได้ คนที่ประกอบอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์มักจะพบอุปสรรคในการขอสินเชื่อมากกว่าคนที่ทำงานประจำ เนื่องจากรายได้ไม่แน่นอนและยากต่อการพิสูจน์ นอกจากนี้ หากรายได้ของคุณเมื่อเทียบกับราคาบ้านที่ต้องการซื้อแล้วไม่เพียงพอ ธนาคารอาจปฏิเสธการให้สินเชื่อ โดยทั่วไปธนาคารมักกำหนดให้ค่าผ่อนชำระต่อเดือนไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้ต่อเดือน หากคุณขอวงเงินสูงเกินกว่าที่รายได้จะรองรับได้ ธนาคารก็จะไม่อนุมัติ มีภาระหนี้สินมากเกินไป หากคุณมีภาระหนี้สินอื่นๆ อยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถยนต์ [...]

4/25/2025 • by Homeday
การเป็นหนี้อาจฟังดูน่ากลัวสำหรับหลายคน แต่รู้หรือไม่ว่าหนี้ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป เพราะในความเป็นจริงแล้วหนี้มีทั้งด้านที่ดีและไม่ดี การเข้าใจความแตกต่างระหว่างหนี้ดีและหนี้เสียจะช่วยให้เราวางแผนการเงินได้อย่างชาญฉลาด เพิ่มโอกาสในการสร้างความมั่งคั่ง และหลีกเลี่ยงกับดักทางการเงินที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางการเงินในอนาคต หนี้ดีคืออะไร? มีประเภทใดบ้าง? หนี้ดี หมายถึง หนี้ที่เมื่อก่อขึ้นแล้วสามารถสร้างรายได้หรือผลตอบแทนในอนาคต เป็นหนี้ที่เมื่อลงทุนแล้วมีโอกาสงอกเงย หรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้กู้ในระยะยาว โดยทั่วไปหนี้ดีมักแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้ หนี้เพื่อการลงทุนและประกอบอาชีพ หนี้ประเภทนี้เป็นการกู้ยืมเพื่อนำเงินไปลงทุนหรือประกอบธุรกิจที่สามารถสร้างกระแสเงินสดเข้ามาในอนาคต เช่น การกู้เงินเพื่อขยายกิจการ ซื้อเครื่องมือหรืออุปกรณ์สำหรับประกอบอาชีพ หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า หนี้เหล่านี้มีศักยภาพในการสร้างรายได้ที่เพียงพอต่อการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย พร้อมทั้งอาจมีกำไรเหลือเก็บอีกด้วย หนี้เพื่อการศึกษา การกู้ยืมเพื่อการศึกษาถือเป็นการลงทุนในตัวเอง เพราะการศึกษาจะช่วยพัฒนาความรู้และทักษะที่สามารถนำไปประกอบอาชีพที่มั่นคงและมีรายได้ที่ดีในอนาคต การกู้ยืมเพื่อเรียนต่อในสาขาที่มีความต้องการสูงในตลาดแรงงาน จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้งานที่มีรายได้สูงขึ้น ทำให้สามารถชำระหนี้คืนได้ในระยะเวลาอันสมควร หนี้เพื่อความมั่นคงในระยะยาว หนี้ประเภทนี้มักเกี่ยวข้องกับการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีมูลค่าและอาจเพิ่มค่าในระยะยาว เช่น สินเชื่อบ้าน ซึ่งนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว ยังสามารถเพิ่มมูลค่าตามเวลาที่ผ่านไป และอาจสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าหรือขายเมื่อราคาสูงขึ้นในอนาคต การผ่อนบ้านยังเป็นการบังคับออมและสร้างความมั่นคงทางที่อยู่อาศัยในระยะยาว หนี้เสียคืออะไร? สาเหตุการเกิดหนี้เสียมีอะไรบ้าง? หนี้เสีย หมายถึง หนี้ที่เมื่อก่อขึ้นแล้วไม่สามารถสร้างรายได้หรือมูลค่าเพิ่มในอนาคต รวมถึงหนี้ที่ผู้กู้ไม่สามารถชำระคืนได้ตามกำหนด จนกลายเป็นหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน ซึ่งเรียกว่า NPL (Non-Performing Loan) หนี้เสียมีหลายรูปแบบและเกิดจากหลายสาเหตุ ดังนี้ ประเภทของหนี้เสีย [...]

4/24/2025 • by Homeday
การเป็นฟรีแลนซ์ให้อิสระในการทำงานและการใช้ชีวิต แต่เมื่อถึงเวลาต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง หลายคนกลับกังวลว่าการไม่มีรายได้ประจำแน่นอนจะเป็นอุปสรรคในการกู้ซื้อบ้าน ความจริงแล้ว อาชีพอิสระสามารถกู้บ้านได้ แต่ต้องเตรียมตัวและวางแผนให้รอบคอบมากกว่าพนักงานประจำทั่วไป บทความนี้จะแนะนำเทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้คนทำอาชีพอิสระกู้ซื้อบ้านได้ง่ายขึ้นในปี 2025 เหตุใดคนส่วนใหญ่ถึงถูกปฏิเสธการกู้บ้าน? การที่ธนาคารปฏิเสธการยื่นกู้บ้านไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล มีปัจจัยหลายประการที่ทำให้ผู้กู้ไม่ผ่านการพิจารณา เช่น รายได้ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับราคาบ้าน มีภาระหนี้สินเดิมสูงเกินไป ประวัติทางการเงินไม่ดี เอกสารไม่ครบถ้วน หรือเลือกธนาคารที่ไม่เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของตนเอง นอกจากนี้ อีกสาเหตุสำคัญคือการขาดการวางแผนทางการเงินที่ดี ทำให้ไม่มีเงินดาวน์เพียงพอ โดยทั่วไปธนาคารจะให้สินเชื่อประมาณ 80-90% ของราคาบ้าน ดังนั้นผู้กู้จะต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 10-20% ของราคาบ้าน ซึ่งหลายคนมักมองข้ามจุดนี้ เอกสารสำคัญที่ฟรีแลนซ์ต้องเตรียมให้พร้อม การเตรียมเอกสารที่ครบถ้วนและถูกต้องเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้อาชีพอิสระมีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อบ้านมากขึ้น เอกสารสำคัญที่ควรเตรียมให้พร้อม ได้แก่: เอกสารพื้นฐาน สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้กู้ เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ทะเบียนสมรส หรือใบหย่า (ถ้ามี) เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สินที่จะซื้อ เช่น สัญญาจอง หรือสำเนาโฉนดที่ดิน เอกสารทางการเงิน สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากหรือรายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 6-12 เดือน หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน [...]

4/23/2025 • by Homeday
ในยุคที่อาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์กำลังเป็นที่นิยม โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด-19 ที่หลายคนผันตัวออกมาเป็นนายตัวเอง เพื่อความยืดหยุ่นในการทำงานและความสมดุลในชีวิต แต่ความท้าทายสำคัญสำหรับชาวฟรีแลนซ์คือเรื่องความมั่นคงทางการเงิน โดยเฉพาะเมื่อต้องการทำธุรกรรมทางการเงินที่สำคัญอย่างการขอสินเชื่อบ้าน หลายคนเข้าใจผิดว่าอาชีพอิสระไม่สามารถกู้ซื้อบ้านได้ แต่ความจริงแล้ว ฟรีแลนซ์ก็มีโอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อเช่นกัน เพียงแต่ต้องเตรียมตัวมากกว่าคนที่มีรายได้ประจำ สินเชื่อบ้านสำหรับฟรีแลนซ์ทำไมถึงได้ยาก? การขอสินเชื่อบ้านสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระมักมีความท้าทายมากกว่า เนื่องจากรายได้ที่ไม่แน่นอนและไม่มีเอกสารรับรองรายได้แบบสลิปเงินเดือน ธนาคารและสถาบันการเงินจะพิจารณาให้สินเชื่อก็ต่อเมื่อเห็นว่าผู้ขอกู้มีความสามารถในการชำระคืนเงินกู้ได้อย่างสม่ำเสมอ ในกรณีของฟรีแลนซ์ที่รายได้มีความผันผวน จึงต้องแสดงหลักฐานที่น่าเชื่อถือมากขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ให้กู้ อาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ในปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ: ฟรีแลนซ์ที่ทำงาน Offline เน้นการบริการนอกสถานที่ เช่น นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ นักดนตรี ศิลปิน นักแสดง ไรเดอร์ส่งอาหาร ช่างภาพอิสระ พนักงานพาร์ทไทม์ เป็นต้น ฟรีแลนซ์ที่ทำงาน Online เน้นทำงานผ่านระบบออนไลน์ เช่น นักออกแบบกราฟิก นักเขียนบทความ ตัดต่อวิดีโอ พากย์เสียง แปลภาษา แอดมินดูแลระบบ บล็อกเกอร์ ผู้ขายสินค้าออนไลน์แบบไม่มีหน้าร้าน เป็นต้น เอกสารสำคัญที่ฟรีแลนซ์ต้องเตรียมเมื่อขอสินเชื่อบ้าน การเตรียมเอกสารให้พร้อมและครบถ้วนเป็นกลยุทธ์แรกที่สำคัญมากสำหรับฟรีแลนซ์ เอกสารพื้นฐานที่จำเป็นประกอบด้วย: เอกสารส่วนบุคคล สำเนาบัตรประชาชนผู้กู้และคู่สมรส (ถ้ามี) สำเนาทะเบียนบ้านผู้กู้และคู่สมรส ใบเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล/ทะเบียนสมรส/ใบหย่า (ถ้ามี) เอกสารทางการเงิน [...]

4/17/2025 • by Homeday
หนี้เสียหรือ NPL (Non-Performing Loan) เป็นปัญหาทางการเงินที่ส่งผลกระทบรุนแรงทั้งต่อบุคคลและเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ผันผวน การขาดความเข้าใจเกี่ยวกับหนี้เสียอาจทำให้ผู้กู้ตกอยู่ในสถานการณ์ทางการเงินที่ลำบาก บทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับหนี้เสีย สาเหตุการเกิด ผลกระทบ และวิธีการจัดการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณสามารถเตรียมพร้อมรับมือหรือป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาหนี้เสียได้ หนี้เสีย NPL คืออะไร? ทำไมต้องระวัง? NPL หรือ Non-Performing Loan คือสถานะของหนี้ที่ผู้กู้ไม่สามารถชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยได้ตามกำหนดเวลาที่ตกลงไว้กับสถาบันการเงิน โดยทั่วไปหากค้างชำระเกินกว่า 90 วัน หนี้นั้นจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม NPL หรือที่เรียกว่าหนี้เสีย การมีหนี้เสียบ่งชี้ว่าผู้กู้กำลังประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งอาจเกิดจากการขาดการวางแผนทางการเงินที่รอบคอบ หรือเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น การสูญเสียรายได้หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่ไม่ได้วางแผนไว้ หนี้เสียเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือทางการเงิน การมีประวัติหนี้เสียจะถูกบันทึกในฐานข้อมูลเครดิตบูโร ซึ่งทำให้โอกาสในการขอสินเชื่อในอนาคตลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ยังอาจนำไปสู่การถูกฟ้องร้องดำเนินคดี หรือการยึดทรัพย์สินที่ใช้ค้ำประกันเงินกู้ เช่น บ้าน หรือรถยนต์ สถาบันการเงินจัดประเภทหนี้เป็น NPL เพื่อบริหารความเสี่ยง เนื่องจากหนี้ที่ค้างชำระนานมีโอกาสสูงที่จะไม่ได้รับคืน สถาบันการเงินจำเป็นต้องกันเงินสำรองเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความเสียหาย ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนในการปล่อยสินเชื่อสูงขึ้น และอาจทำให้การอนุมัติสินเชื่อใหม่เป็นไปได้ยากขึ้นสำหรับผู้กู้รายอื่นๆ หนี้เสียมีกี่ประเภท? ลักษณะแต่ละแบบเป็นอย่างไร? หนี้เสียสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกประเภทของสินเชื่อ และแบ่งได้หลายประเภทตามลักษณะของสินเชื่อที่เป็นที่มาของหนี้ ดังนี้: หนี้เสียจากบัตรเครดิต (Credit Card [...]

4/17/2025 • by Homeday
การเป็นเจ้าของบ้านเป็นความฝันของใครหลายคน แต่การเตรียมตัวเพื่อยื่นกู้สินเชื่อบ้านเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แค่เลือกบ้านที่ชอบและยื่นเรื่องขอกู้เท่านั้น บทความนี้รวบรวมเทคนิคสำคัญในการเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ พร้อมวิธีคำนวณวงเงินกู้ที่เหมาะสมกับรายได้ของคุณ เพื่อให้ได้รับการอนุมัติสินเชื่อบ้านอย่างราบรื่นและได้วงเงินสูงตามที่ต้องการ รู้ก่อนกู้: วิธีคำนวณวงเงินสินเชื่อบ้านที่เหมาะกับคุณ การประเมินความสามารถในการกู้ซื้อบ้านด้วยตัวเองเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ ก่อนที่จะไปติดต่อสถาบันการเงิน ซึ่งช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้เหมาะสมและเลือกบ้านที่อยู่ในงบประมาณของตัวเอง มาดูวิธีคำนวณวงเงินกู้กันดังนี้ ขั้นตอนที่ 1: ประเมินรายได้ของตัวเอง รายได้เป็นปัจจัยหลักที่สถาบันการเงินใช้ในการพิจารณาวงเงินกู้สูงสุดที่คุณสามารถขอได้ โดยทั่วไปแล้ว สถาบันการเงินมักกำหนดให้ภาระผ่อนชำระต่อเดือนไม่ควรเกิน 40% ของรายได้สุทธิ ตัวอย่างการคำนวณ: หากคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน ค่างวดผ่อนบ้านสูงสุดที่คุณสามารถรับภาระได้คือ 30,000 × 40% = 12,000 บาทต่อเดือน ขั้นตอนที่ 2: นำภาระหนี้สินมาหักออก หากคุณมีภาระหนี้อื่นๆ อยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถหรือผ่อนสินค้าต่างๆ สถาบันการเงินจะนำภาระหนี้เหล่านี้มาหักออกจากรายได้ เพื่อประเมินความสามารถในการผ่อนชำระที่แท้จริง ตัวอย่างการคำนวณ: รายได้ 30,000 บาทต่อเดือน มีภาระผ่อนรถ 6,000 บาทต่อเดือน รายได้สุทธิหลังหักภาระหนี้ = 30,000 – 6,000 = 24,000 บาท [...]

3/18/2025 • by Homeday
การกู้เงินเป็นทางเลือกที่สำคัญสำหรับหลายคนในการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน รถยนต์ หรือลงทุน แต่การตัดสินใจกู้เงินต้องอาศัยความรอบคอบและการวางแผนอย่างรัดกุม บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนการกู้เงิน 1. ประเมินความสามารถในการชำระหนี้ การประเมินรายได้และรายจ่ายเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ ตรวจสอบรายได้ประจำของคุณอย่างละเอียด คำนวณรายจ่ายประจำเดือน และดูว่ามีเงินเหลือเพียงพอสำหรับการผ่อนชำระหนี้หรือไม่ นักการเงินแนะนำให้ค่างวดการกู้ไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้ต่อเดือน การคำนวณความสามารถในการชำระหนี้ วิเคราะห์รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายประจำ พิจารณาเงินออมและเงินสำรองฉุกเฉิน คำนวณอัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ 2. ตรวจสอบประวัติเครดิต ประวัติเครดิตเป็นปัจจัยสำคัญที่สถาบันการเงินใช้ประเมินความน่าเชื่อถือ คะแนนเครดิตที่ดีจะช่วยให้ได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง วิธีตรวจสอบและปรับปรุงเครดิต ตรวจสอบคะแนนเครดิตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชำระหนี้ตรงเวลา ลดการใช้วงเงินบัตรเครดิต แก้ไขข้อผิดพลาดในรายงานเครดิต 3. เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไข อัตราดอกเบี้ยมีความแตกต่างกันไปในแต่ละสถาบันการเงิน การเปรียบเทียบจะช่วยให้คุณเลือกเงื่อนไขที่เหมาะสมที่สุด ปัจจัยที่ควรพิจารณา อัตราดอกเบี้ยคงที่และลอยตัว ค่าธรรมเนียมการกู้ ระยะเวลาการกู้ เงื่อนไขการชำระคืนก่อนกำหนด 4. พิจารณาวัตถุประสงค์ของการกู้เงิน การกำหนดวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนจะช่วยให้การกู้เงินมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากขึ้น ประเภทของวัตถุประสงค์การกู้ การลงทุนที่สร้างรายได้ การซื้อสินทรัพย์ที่จำเป็น การชำระหนี้เดิม การศึกษา 5. เตรียมหลักประกันและเอกสารสำคัญ หลักประกันและเอกสารที่ครบถ้วนจะช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ เอกสารที่จำเป็น สำเนาบัตรประชาชน หลักฐานรายได้ เอกสารการทำงาน หลักทรัพย์ค้ำประกัน 6. คำนึงถึงความเสี่ยงและผลกระทบระยะยาว [...]

1/30/2024 • by Homeday
ธนาคาร UOB และ Singapore Airlines เปิดตัวบัตรเครดิต UOB KrisFlyer World และ UOB KrisFlyer World Elite บัตรเครดิต Co แบรนด์ใหม่ ที่ต่อยอดความสำเร็จจากบัตรเครดิตและเดบิต KrisFlyer ของ UOB ในสิงคโปร์ ที่จะมอบสิทธิประโยชน์ด้านการเดินทางและไลฟ์สไตล์ที่อัดแน่น โดยผู้ถือบัตรเครดิต UOB KrisFlyer ทั้ง 2 ประเ

3/11/2023 • by Homeday
ในยุคที่น้ำมันแพงแบบนี้ บัตรเครดิตที่พ่วงมากับสิทธิประโยชน์ในการเติมน้ำมัน คงเป็นอะไรที่หลายคนกำลังแอบเล็ง ๆ กันไว้อยู่ใช่มั้ยล่ะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเ

1/23/2022 • by Homeday
ใช้สิทธิประโยชน์ให้คุ้มค่า บัตรเครดิตนั้นมีสิทธิประโยชน์มากมายทั้งลด แลก แจก แถม สะสมแต้มแลกสิทธิประโยชน์ต่างๆได้อีกด้วย ถือว่าเป็นข้อดีของบัตรเครดิตที่แตกต่างจากเงินสดเลยนะคะ โ

8/27/2021 • by Homeday
ปัญหาที่สร้างความกังวลใจ เกี่ยวกับการขอสินเชื่อกู้ซื้อบ้านในอันดับต้นๆ ก็คือ การติดเครดิตบูโร ถ้าหากว่ามีการค้างชำระหนี้มาก่อน จะสามารถกู้ซื้อบ้านได้ไ
