Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap

10 สัญญาณเตือนภัยที่แมวของคุณติดเชื้อราที่ต้องรีบจัดการทันที

Homeday
19 มีนาคม 2568
1 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 19/3/2568

10 สัญญาณเตือนภัยที่แมวของคุณติดเชื้อราที่ต้องรีบจัดการทันที
มหกรรมบ้านและคอนโด
การติดเชื้อราในแมวเป็นปัญหาสุขภาพที่น่ากังวลและสามารถลุกลามได้อย่างรวดเร็ว หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันเวลา เชื้อราสามารถส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพของแมวได้ การสังเกตสัญญาณเตือนภัยต่างๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของแมวทุกคนควรทำความเข้าใจ
Article Image

สัญญาณเตือนภัยที่ 1: ผิวหนังมีจุดกลากขาวหรือสีน้ำตาล

จุดขาวหรือน้ำตาลบนผิวหนังของแมวเป็นสัญญาณแรกที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพบบริเวณหัว หู และขา การเกิดจุดเหล่านี้มักมีลักษณะกลมๆ และมีขอบเขตชัดเจน บางครั้งอาจพบผิวหนังลอกหรือมีเกล็ดขาวๆ ปกคลุม

สัญญาณเตือนภัยที่ 2: อาการคันและระคายเคือง

แมวที่ติดเชื้อราจะแสดงอาการคันอย่างมาก สังเกตได้จากการเกาตัวบ่อยครั้งหรือใช้เล็บขูดบริเวณที่คัน บางตัวอาจเลีย เม้ม หรือกัดบริเวณที่ระคายเคือง ซึ่งอาจทำให้เกิดแผลถลอกหรือบาดแผลได้
Article Image

สัญญาณเตือนภัยที่ 3: เส้นขนร่วงหรือขาดความมัน

เมื่อแมวติดเชื้อรา เส้นขนจะสูญเสียความมันวาว และร่วงหลุดง่าย บริเวณที่มีการติดเชื้อจะปรากฏเป็นแผลหงอกหรือมีขนบางลง ในบางกรณีอาจเห็นเป็นวงกลมล้านโดยไม่มีขน

สัญญาณเตือนภัยที่ 4: กลิ่นผิดปกติจากผิวหนัง

กลิ่นเหม็นอับหรือกลิ่นเปรี้ยวที่ไม่เคยมีมาก่อนบริเวณผิวหนังเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ โดยเฉพาะหากมีของเหลวหรือหนอง ซึ่งบ่งบอกถึงการติดเชื้อรุนแรง
Article Image

สัญญาณเตือนภัยที่ 5: อาการอ่อนแอและเบื่ออาหาร

แมวที่ติดเชื้อราอาจมีอาการซึม ไม่อยากเล่น และเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ซึ่งเป็นผลมาจากระบบภูมิคุ้มกันที่พยายามต่อสู้กับการติดเชื้อ

สัญญาณเตือนภัยที่ 6: ผิวหนังแดงและบวม

บริเวณที่ติดเชื้อราจะมีสีแดงคล้ำ บวม และอาจมีอาการร้อนหากสัมผัส ในบางกรณีอาจพบตุ่มหนองหรือแผลพุพอง
Article Image

สัญญาณเตือนภัยที่ 7: การเปลี่ยนแปลงของเล็บ

เล็บของแมวอาจมีการเปลี่ยนแปลง เช่น หนาขึ้น ผิดรูป หรือมีสีเปลี่ยนไป โดยเฉพาะบริเวณเล็บที่ติดเชื้อรา

สัญญาณเตือนภัยที่ 8: อาการคัดหนวก

หากการติดเชื้อลุกลามถึงใบหน้าหรือรอบดวงตา อาจพบอาการน้ำมูกไหล หรือมีหนองซึมออกมาจากตา ซึ่งบ่งบอกถึงการแพร่กระจายของเชื้อรา
Article Image

สัญญาณเตือนภัยที่ 9: มีไข้และอาการป่วย

แมวที่ติดเชื้อรารุนแรงอาจมีไข้สูง รู้สึกไม่สบาย ซึม และมีอาการป่วยทั่วไป ซึ่งเป็นสัญญาณว่าระบบภูมิคุ้มกันกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อ

สัญญาณเตือนภัยที่ 10: การติดเชื้อซ้ำหลังการรักษา

หากการรักษาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน เชื้อราอาจกลับมาติดซ้ำ โดยจะแสดงอาการคล้ายกับการติดเชื้อครั้งแรก

สรุป

การสังเกตสัญญาณเตือนภัยเหล่านี้และรีบพาแมวไปพบสัตวแพทย์ทันทีเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันและรักษาการติดเชื้อรา การดูแลอย่างใกล้ชิดและรวดเร็วจะช่วยให้แมวของคุณหายจากโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
#แมว #สุขภาพสัตว์เลี้ยง #เชื้อรา #การดูแลแมว #โรคแมว #สัตว์เลี้ยง #สาระ
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#สัตว์เลี้ยง
#โรคแมว
#แมว
#สุขภาพสัตว์เลี้ยง
#เชื้อรา
#สาระ
#การดูแลแมว

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE
HOMEDAY
ทั่วไป
HOMEDAY
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด
สัญญาณอะไรบ่งบอกว่าแมวของเรากำลังป่วย?
ทั่วไป

สัญญาณอะไรบ่งบอกว่าแมวของเรากำลังป่วย?

แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีนิสัยซ่อนความเจ็บป่วยได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ด้วยสัญชาตญาณการอยู่รอดตามธรรมชาติ พวกมันจะพยายามปกปิดอาการป่วยเพื่อไม่ให้ดูอ่อนแอต่อผู้ล่า การเรียนรู้และสังเกตสัญญาณเตือนต่างๆ จึงเป็นทักษะสำคัญที่เจ้าของแมวทุกคนควรมี เพื่อให้สามารถดูแลและช่วยเหลือเพื่อนขนฟูได้อย่างทันท่วงที การเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม ความผิดปกติในการนอน: สัญญาณเงียบแห่งความทุกข์ แมวโดยปกติจะนอนวันละ 12-16 ชั่วโมง แต่หากสังเกตเห็นพฤติกรรมเหล่านี้ ให้ระวัง: นอนมากกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะแมวที่เคยซุกซน การนอนในท่าที่ผิดธรรมดา เช่น นอนหดตัวแน่นิ่ง หรือนอนในมุมอับ หลีกเลี่ยงการนอนในที่เคยชอบนอน การนอนในพื้นที่เย็นหรือแข็ง การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และปฏิสัมพันธ์ ถอยห่างจากเจ้าของและสมาชิกในบ้าน ไม่สนใจกิจกรรมที่เคยชอบ เช่น การเล่น การตะคริว แสดงอาการหงุดหงิด ก้าวร้าว หรือตื่นตระหนก ไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียกหรือการสัมผัสเหมือนเดิม สัญญาณทางร่างกาย ระบบย่อยอาหาร: เครื่องชี้วัดสุขภาพ อาเจียนบ่อยครั้ง โดยเฉพาะอาเจียนสีเขียว เหลือง หรือมีเลือด ท้องเสียเรื้อรัง หรือมูลมีสีผิดปกติ เบื่ออาหารอย่างฉับพลัน น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว กินอาหารน้อยลง หรือไม่ยอมกินเลย อาการท้องผูก ถ่ายยาก ผิวหนังและขน: กระจกสะท้อนสุขภาพ ขนหงิก แห้ง หรือร่วงผิดปกติ ผิวหนังแห้ง คัน มีผื่น [...]

1 นาที
อาการป่วยแบบไหนที่ต้องรีบพาน้องแมวไปหาหมอ?
ทั่วไป

อาการป่วยแบบไหนที่ต้องรีบพาน้องแมวไปหาหมอ?

การเลี้ยงแมวเป็นสัตว์เลี้ยงนั้น นอกจากความน่ารักและความผูกพันที่มีต่อกันแล้ว สิ่งสำคัญที่ผู้เลี้ยงต้องใส่ใจคือสุขภาพของน้องแมว เพราะแมวไม่สามารถบอกความรู้สึกหรืออาการเจ็บป่วยได้โดยตรง การสังเกตอาการผิดปกติจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้เราทราบว่าเมื่อไหร่ควรพาน้องแมวไปพบสัตวแพทย์ อาการฉุกเฉินที่ต้องรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที ในบางครั้งแมวอาจแสดงอาการป่วยที่รุนแรงและต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วน อาการเหล่านี้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ไม่ควรรอ: หายใจลำบากหรือหอบ การหายใจเร็วผิดปกติ มากกว่า 40 ครั้งต่อนาที อ้าปากหายใจ หน้าอกบุ๋มเวลาหายใจ เสียงหายใจดังผิดปกติ ชัก หมดสติ หรือล้มลง กล้ามเนื้อกระตุก ตัวแข็ง น้ำลายฟูมปาก ไม่รู้สึกตัว อาเจียนหรือท้องเสียรุนแรง อาเจียนติดต่อกันมากกว่า 24 ชั่วโมง มีเลือดปนในอาเจียน ท้องเสียรุนแรงและมีเลือดปน อาการที่ต้องพบสัตวแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง บางอาการอาจไม่ถึงขั้นฉุกเฉิน แต่ก็ควรได้รับการตรวจรักษาภายใน 1 วัน: ไม่กินอาหารหรือน้ำ ปฏิเสธอาหารนานเกิน 24 ชั่วโมง ไม่ดื่มน้ำเลยใน 12 ชั่วโมง แสดงความสนใจอาหารแต่ไม่ยอมกิน ปัสสาวะผิดปกติ ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ ปัสสาวะมีเลือดปน พยายามปัสสาวะแต่ทำไม่ได้ ร้องเสียงดังขณะปัสสาวะ อาการบาดเจ็บจากการต่อสู้หรืออุบัติเหตุ มีแผลเปิด กระดูกหัก ขาเจ็บหรือเดินกะเผลก บวมตามร่างกาย การสังเกตพฤติกรรมผิดปกติ [...]

1 นาที
ทำไมต้องพาสัตว์เลี้ยงตรวจสุขภาพประจำปี?
ทั่วไป

ทำไมต้องพาสัตว์เลี้ยงตรวจสุขภาพประจำปี?

สัตว์เลี้ยงเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัวที่เติมเต็มความรักและความอบอุ่นให้กับทุกบ้าน แต่สิ่งที่แตกต่างจากสมาชิกคนอื่นๆ คือ พวกเขาไม่สามารถบอกเราได้อย่างชัดเจนว่ากำลังเจ็บป่วยหรือไม่สบาย เมื่อสัตว์เลี้ยงแสดงอาการป่วยให้เห็นอย่างชัดเจน นั่นมักหมายความว่าโรคได้ลุกลามไปมากแล้ว ด้วยเหตุนี้การตรวจสุขภาพประจำปีจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง การพาสัตว์เลี้ยงไปตรวจสุขภาพประจำปีไม่ใช่เพียงแค่ธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ช่วยให้สัตวแพทย์สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่จะลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ บทความนี้จะอธิบายถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพประจำปี ประโยชน์ที่สัตว์เลี้ยงและเจ้าของจะได้รับ และแนวทางในการเตรียมตัวสำหรับการตรวจสุขภาพ ความสำคัญของการตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับสัตว์เลี้ยง การตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นโอกาสอันดีที่สัตวแพทย์จะได้ตรวจร่างกายสัตว์เลี้ยงอย่างละเอียด ทำให้สามารถตรวจพบความผิดปกติหรือโรคภัยไข้เจ็บได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากสัตว์เลี้ยงมักซ่อนอาการเจ็บป่วยตามสัญชาตญาณ โดยเฉพาะแมวที่มักไม่แสดงอาการเจ็บปวดให้เห็นอย่างชัดเจน โรคหลายชนิด เช่น โรคไตในแมว โรคเบาหวานในสุนัข หรือโรคมะเร็ง หากตรวจพบในระยะเริ่มต้นจะสามารถรักษาหรือควบคุมได้ดีกว่า และมีโอกาสประสบความสำเร็จในการรักษาสูงกว่า นอกจากนี้ ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาในระยะยาวอีกด้วย การตรวจเลือดประจำปีสามารถเผยให้เห็นความผิดปกติของการทำงานของอวัยวะภายใน เช่น ตับ ไต หรือระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคเบาหวาน แม้ว่าสัตว์เลี้ยงจะยังไม่แสดงอาการป่วยใดๆ ให้เห็นภายนอก การป้องกันดีกว่าการรักษา แนวคิด “การป้องกันดีกว่าการรักษา” ใช้ได้ดีกับสัตว์เลี้ยงเช่นเดียวกับมนุษย์ การตรวจสุขภาพประจำปีช่วยให้เจ้าของและสัตวแพทย์สามารถวางแผนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการให้วัคซีน การถ่ายพยาธิ หรือการปรับเปลี่ยนอาหารและการออกกำลังกาย โรคหลายชนิดในสัตว์เลี้ยงสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลที่เหมาะสม เช่น โรคฟันผุและเหงือกอักเสบสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดี โรคอ้วนซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของหลายโรคสามารถควบคุมได้ด้วยอาหารและการออกกำลังกายที่เหมาะสม การตรวจสุขภาพประจำปียังเป็นโอกาสให้สัตวแพทย์ได้ให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนการดูแลสัตว์เลี้ยงตามช่วงอายุที่เปลี่ยนไป เช่น ลูกสุนัขและลูกแมวต้องการวัคซีนและการดูแลที่แตกต่างจากสุนัขและแมวสูงอายุ การติดตามพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลง การตรวจสุขภาพประจำปีช่วยให้สัตวแพทย์สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างผิดปกติ [...]

2 นาที
วิธีป้องกันโรคข้อเสื่อมในสัตว์เลี้ยงทำอย่างไร?
ทั่วไป

วิธีป้องกันโรคข้อเสื่อมในสัตว์เลี้ยงทำอย่างไร?

โรคข้อเสื่อมเป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่มีอายุมากขึ้น เป็นภาวะที่กระดูกอ่อนในข้อต่อเริ่มสึกหรอและทำลายลง ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดและจำกัดการเคลื่อนไหว ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้สัตว์เลี้ยงเป็นโรคข้อเสื่อม พันธุกรรม สายพันธุ์บางชนิดมีโอกาสเสี่ยงสูงต่อโรคข้อเสื่อม เช่น สุนัขพันธุ์ใหญ่ เช่น โกลเดนรีทรีฟเวอร์ เยอรมันเชพเพิร์ด แมวพันธุ์เปอร์เซีย บริติช ช็อตแฮร์ น้ำหนักเกิน สัตว์เลี้ยงที่มีน้ำหนักเกินจะสร้างแรงกดทับบนข้อต่อมากขึ้น ทำให้กระดูกอ่อนสึกหรอเร็วขึ้น อายุ เมื่อสัตว์เลี้ยงมีอายุมากขึ้น กระบวนการเสื่อมของข้อต่อจะเกิดเร็วและรุนแรงมากขึ้น วิธีป้องกันโรคข้อเสื่อม 1. การควบคุมน้ำหนัก คำนวณปริมาณอาหารที่เหมาะสม เลือกอาหารที่มีคุณภาพและสารอาหารครบถ้วน หลีกเลี่ยงการให้ขนมระหว่างมื้ออาหารมากเกินไป 2. การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ปรับระดับการออกกำลังกายตามวัยและสภาพร่างกาย เดินหรือวิ่งเล่นอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักเกินไป 3. โภชนาการเพื่อสุขภาพข้อต่อ สารอาหารสำคัญที่ช่วยบำรุงข้อต่อ: กลูโคซามีน คอนดรอยตินซัลเฟต กรดไขมันโอเมก้า 3 แคลเซียม 4. การตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจร่างกายกับสัตวแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตรวจเลือดและเอ็กซเรย์เพื่อติดตามสุขภาพข้อต่อ 5. สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม จัดพื้นที่นอนนุ่มสบาย วางเบาะรองนอนในพื้นที่อบอุ่ม หลีกเลี่ยงพื้นผิวลื่นหรือขรุขระ 6. การดูแลเสริม นวดกล้ามเนื้อและข้อต่อเบาๆ ใช้อุปกรณ์พยุงข้อต่อสำหรับสัตว์สูงวัย [...]

1 นาที

โครงการแนะนำ

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี
บ้านเดี่ยว
ACTIVE

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี ตั้งอยู่ที่ ถนนเส้นบายพาส 36 / บ้านแลง จันทบุรี สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำ, Home automation, สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, Co-working space, สนามเด็กเล่น, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass ราคาเริ่มต้นที่เว็บโครงการแสดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คือ 2,690,000 บาท ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบบ้านหรือยูนิตที่เลือก

เริ่ม 2,690,000 บาท
ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110
ทาวน์โฮม
ACTIVE

ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110 ตั้งอยู่ที่ สุดยอดทำเลเชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทาง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass ราคาเริ่มต้นที่เว็บโครงการแสดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คือ 3,150,000 บาท ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบบ้านหรือยูนิตที่เลือก

เริ่ม 3,150,000 บาท
ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา ตั้งอยู่ที่ จอหอ - บึงทับช้าง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ คลับเฮ้าส์, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ, Home automation, สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ (Palm Springs Essence Hatyai)
บ้านเดี่ยว
บ้านแฝด
ทาวน์โฮม
ACTIVE

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ (Palm Springs Essence Hatyai)

ศุภาลัย
ศุภาลัย
หาดใหญ่, สงขลา

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ เป็นโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม 3 ชั้น สไตล์ Modern Tropical Luxury ที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้พักอาศัย โครงการนี้มีแนวคิดในการใช้ชีวิตที่หรูหรา มีระดับ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบสนองทุกมิติของการใช้ชีวิตสมัยใหม่ โครงการเน้นการออกแบบที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามและเงียบสงบ

ดูทั้งหมด