
13/8/2569 • โดย Homeday
วว. เดินหน้าขับเคลื่อน วทน. เสริมแกร่งเกษตรกรและ SMEs ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากสู่สากล เผยงานวิจัยสร้างมูลค่าเศรษฐกิจปีละ 3,000–5,000 ล้านบาท ภายใต้โมเดล BCG

26/7/2569 • โดย Homeday
วว. ร่วมกับ อบจ. เชียงใหม่ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไม้ดอกและไม้ประดับของจังหวัดเชียงใหม่ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจ BCG อย่างยั่งยืน

11/7/2569 • โดย Homeday
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เข้าร่วมเสวนาเพื่อกำหนดทิศทางงานวิจัยและการตลาดสินค้ากล้วยไม้และไม้ดอกไม้ประดับ มุ่งสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับศักยภาพการแข่งขันสู่ตลาดสากล

6/7/2569 • โดย Homeday
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) คว้า 5 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน พร้อมรางวัลสูงสุด 1st Grand Prize และ NRCT Special Prize จากเวที JDIE 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น

20/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกดอกไม้บนระเบียงในปัจจุบันกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด โดยเฉพาะคนที่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรือบ้านแถวที่ต้องการเพิ่มสีสันและความสดชื่นให้กับที่อยู่อาศัย การเลือกดอกไม้ที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การจัดสวนเล็กๆ บนระเบียงประสบความสำเร็จ ดอกไม้ยอดนิยมสำหรับระเบียงบ้าน กุหลาบ – ราชินีแห่งดอกไม้สำหรับคนรักความหอมหวาน กุหลาบถือเป็นดอกไม้ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการปลูกบนระเบียง เนื่องจากเป็นพืชที่ชอบแสงแดดจัดและสามารถเจริญเติบโตได้ดีในกระถาง สำหรับระเบียงแนะนำให้เลือกกุหลาบหนูหรือกุหลาบขนาดเล็กที่ขึ้นเป็นพุ่มความสูงไม่เกิน 1 ฟุต เพราะจะไม่แย่งพื้นที่และง่ายต่อการดูแล การปลูกกุหลาบในกระถางต้องใช้ดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี โดยผสมดินใบไก่ป่า ปุ๋ยคอก และกาบมะพร้าวสับในอัตราส่วน 1:1:2 ต้องรดน้ำบ่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนควรรดวันละ 2 ครั้ง และหมั่นใส่ปุ๋ยเดือนละครั้งเพื่อบำรุงการออกดอก มะลิ – ความหอมที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย มะลิเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการปลูกบนระเบียง เพราะมีทั้งแบบไม้พุ่มและไม้เถาที่สามารถปรับให้เข้ากับพื้นที่ได้ ชนิดที่นิยมปลูกได้แก่ มะลิซ้อน มะลิวัลย์ และมะลิฉัตร ซึ่งล้วนให้กลิ่นหอมนุ่มนวลตลอดทั้งปี การดูแลมะลิค่อนข้างง่าย เพียงแค่ปลูกในดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี รดน้ำทุก 3-5 วัน และใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 5-6 ครั้งต่อปี ที่สำคัญคือต้องหมั่นตัดแต่งให้เป็นพุ่มโปร่งเพื่อป้องกันโรคและแมลงรบกวน แพงพวย – ดอกไม้หลากสีที่เติบโตรวดเร็ว แพงพวยเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีความสูงประมาณ 40-120 เซนติเมตร ทำให้เหมาะสำหรับการปลูกในกระถางบนระเบียงอย่างยิ่ง ข้อดีของแพงพวยคือสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีและมีดอกหลากสีให้เลือก ตั้งแต่สีเหลือง แดง ชมพู ไปจนถึงสีขาว [...]

19/6/2568 • โดย Homeday
การเลือกปลูกพืชคลุมดินแทนหญ้าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่สีเขียวแต่ไม่ต้องการดูแลรักษาที่ยุ่งยาก พืชคลุมดินมีประโยชน์มากมาย ไม่เพียงแต่ช่วยชะลอการชะล้างหน้าดิน แต่ยังช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน ป้องกันการเจริญเติบโตของวัชพืช และรักษาความชุ่มชื้นในดิน นอกจากนี้ยังช่วยให้ดินมีช่องอากาศมากขึ้น ทำให้ดินโปร่งระบายน้ำได้ดี พรมญี่ปุ่น – พืชคลุมดินใบสีสันสวยงาม พรมญี่ปุ่นหรือพรมกำมะหยี่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Episcia cupreata เป็นไม้ล้มลุกที่เลื้อยได้ไกลและมีอายุหลายปี ลำต้นอวบน้ำและมีขนอ่อนอยู่ทั่วทั้งต้น ส่วนใบเป็นรูปไข่ มีทั้งสีเขียวอ่อน เขียวเข้ม น้ำตาลแดง ทองแดง เทา หรือสีต่างๆ สลับกัน มีดอกออกเป็นช่อหลากสีสัน เช่น ชมพู ส้ม แดง เหลือง พรมญี่ปุ่นสามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยการปักชำและเพาะเมล็ด ชอบดินร่วนปนทรายที่สมบูรณ์ ชอบอากาศชื้น ชอบแสงแดดอ่อน และต้องการน้ำพอประมาณ อย่างไรก็ตาม พืชชนิดนี้ไม่ค่อยทนทานต่อการเหยียบย่ำ จึงเหมาะที่จะปลูกคลุมดินบริเวณข้างทางเดินหรือส่วนที่ปลูกต้นไม้โดยเฉพาะ หลิวไต้หวัน – ไม้พุ่มขนาดเล็กออกดอกตลอดปี หลิวไต้หวันหรือหลิวไทเป มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cuphea hyssopifolia เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ทรงแผ่เตี้ย ลำต้นมีสีน้ำตาล ส่วนใบมีสีเขียวเข้ม เป็นรูปหอก ปลายแหลม โคนมน และเป็นมัน ดอกจะออกตลอดปีและขึ้นบริเวณปลายกิ่ง [...]

19/6/2568 • โดย Homeday
การตกแต่งบ้านด้วยไม้ประดับที่มีใบสวยงามได้กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับการมีพื้นที่สีเขียวในบ้าน1 ไม้ตัดใบคือพันธุ์ไม้ที่ปลูกเพื่อนำใบมาใช้ในการตกแต่งต่างๆ เช่น จัดช่อดอกไม้หรือปักแจกัน ซึ่งเป็นทางเลือกที่ประหยัดและยั่งยืนกว่าการซื้อดอกไม้จากร้าน ฟิโลเดนดรอน ซานาดู: ไม้ประดับใบแฉกสไตล์เขตร้อน ฟิโลเดนดรอน ซานาดู มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Philodendron xanadu เป็นไม้ประดับที่มีถิ่นกำเนิดจากทวีปอเมริกาใต้ ใบของมันมีลักษณะเฉพาะคือมี 7 แฉกแบบขนนกและมีสีเขียวเข้มเป็นมัน ขนาดใบยาว 17-24 เซนติเมตร กว้าง 13-16 เซนติเมตร การดูแลฟิโลเดนดรอน ซานาดูนั้นค่อนข้างง่าย ต้องการแสงแดดรำไรและดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี จากการศึกษาพบว่าพืชชนิดนี้ควรได้รับแสงสว่างแบบทางอ้อมประมาณ 8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่ควรวางไว้ในแสงแดดจัด สำหรับการรดน้ำ ควรให้ผิวดินแห้งก่อนการรดน้ำครั้งถัดไป ฟิโลเดนดรอน เซลลอม: ไม้ประดับใบใหญ่ทรงสวย ฟิโลเดนดรอน เซลลอม หรือชื่อวิทยาศาสตร์ Philodendron bipinnatifidum เป็นพืชในตระกูลเดียวกับซานาดู แต่มีใบใหญ่กว่าโดยมีความกว้าง 20-30 เซนติเมตร และยาว 47-51 เซนติเมตร ใบมี 8 แฉกที่ขอบใบมีหยักลึก ทำให้ดูโดดเด่นและสวยงาม ข้อดีพิเศษของฟิโลเดนดรอนชนิดนี้คือนอกจากจะสวยงามแล้ว ยังมีคุณสมบัติในการกรองอากาศ ช่วยขจัดสารพิษในบ้านได้ [...]

17/6/2568 • โดย Homeday
การเลือกต้นไม้ประดับหน้าบ้านเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับการสร้างบรรยากาศที่ดีและเพิ่มความน่ามองให้กับบ้าน การปลูกต้นไม้ในกระถางเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่มีพื้นที่จำกัด เพราะให้ประโยชน์หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการประหยัดพื้นที่ในการปลูก สะดวกในการโยกย้าย และสับเปลี่ยนพรรณไม้เพื่อประดับตกแต่งได้ง่าย นอกจากนี้ยังช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านมีความสดชื่น น่าอยู่ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มร่มเงา และพื้นที่พักผ่อนให้กับบ้าน วิธีการปลูกต้นไม้ในกระถางอย่างถูกต้อง การเลือกพรรณไม้ที่เหมาะสม การเลือกต้นไม้ที่จะปลูกควรพิจารณาความชอบส่วนตัวเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นไม้ดอกหรือไม้ใบ พร้อมกับดูความเหมาะสมของต้นไม้ที่เราชอบว่าสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม สภาพอากาศ ความชื้น ในจุดที่เราจะนำต้นไม้ไปวาง สำหรับการปลูกต้นไม้ในกระถางให้สวยงาม สำคัญที่คุณต้องชอบต้นไม้หรือดอกไม้ชนิดนั้นด้วย การเลือกกระถางที่เหมาะสม การเลือกกระถางควรคำนึงถึงขนาดและพันธุ์ของต้นไม้ที่จะปลูก โดยกระถางควรมีขนาดเหมาะสมกับต้นไม้ กระถางขนาดใหญ่เกินไปจะทำให้เกิดความชื้นส่วนเกินในดิน ขณะที่กระถางขนาดเล็กเกินไปจะจำกัดการเจริญเติบโตของพืช สำหรับไม้ประเภททรงสูง ความกว้างของกระถางควรอยู่ที่ประมาณ 2:3 ของความสูงของต้น การเลือกดินที่เหมาะสม ต้นไม้ในกระถางมักจะชอบดินร่วนปนทราย หรือดินที่มีการระบายน้ำได้ดี ซึ่งควรผสมปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ขุยมะพร้าว แกลบ ลงไปในดินเพื่อเพิ่มสารอาหารที่จำเป็นต่อต้นไม้ ดินที่ใช้ในกระถางต้นไม้ควรจะเป็นดินปนทราย ที่มีพีทมอส ปุ๋ยหมัก ขุยมะพร้าว ถ่านป่น หรืออิฐป่น ผสมอยู่ด้วย การรดน้ำที่ถูกวิธี การรดน้ำต้องคำนึงถึงความต้องการของต้นไม้แต่ละชนิด เพราะต้นไม้บางชนิดชอบน้ำสามารถรดได้เป็นประจำเช้า-เย็น แต่บางชนิดไม่ชอบน้ำ ควรรดประมาณ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือรดเฉพาะเมื่อหน้าดินเริ่มแห้ง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการรดน้ำคือตอนเช้า โดยเฉพาะช่วงเวลา 06:00-08:00 [...]

16/6/2568 • โดย Homeday
ฤดูฝนมาถึงแล้ว หลายคนอาจกังวลใจเกี่ยวกับการดูแลสวนและดอกไม้ประดับในช่วงนี้ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ฝนตกหนัก และความชื้นสูงอาจส่งผลกระทบต่อต้นไม้และดอกไม้ที่เราปลูกไว้ แต่ที่จริงแล้ว มีดอกไม้หลากหลายชนิดที่ไม่เพียงแต่ทนทานต่อสภาพอากาศในฤดูฝนเท่านั้น แต่ยังแสดงความงามได้อย่างเต็มที่ในช่วงเวลานี้ ดอกไม้ยอดนิยมสำหรับปลูกในฤดูฝน คุณนายตื่นสาย – ความงามที่เรียบง่าย คุณนายตื่นสายเป็นดอกไม้ที่โดดเด่นด้วยความสามารถในการปลูกและดูแลที่ง่ายดายเป็นอย่างมาก ดอกไม้ชนิดนี้มีลักษณะเป็นไม้เลื้อยอวบน้ำ ลำต้นสีม่วงแดง ใบรูปไข่รี และออกดอกเป็นช่อ 3-6 ดอกในหลากสีสัน ได้แก่ ขาว แดง ชมพู ส้ม และเหลือง ความพิเศษของคุณนายตื่นสายคือดอกจะบานเมื่อได้รับแสงแดดจัดในช่วงสาย จึงได้ชื่อนี้มา การปลูกคุณนายตื่นสายทำได้ง่ายมาก เพียงแค่นำกิ่งมาปักชำลงดิน รดน้ำเป็นประจำทุกวัน และในวันที่ฝนตกก็ไม่จำเป็นต้องรดน้ำ เมื่อถึงเวลาที่แดดออก คุณนายตื่นสายจะผลิดอกบานสะพรั่งสวยงาม ต้นไม้ชนิดนี้เติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ชอบน้ำปานกลาง และต้องการแสงแดดตลอดทั้งวัน ต้นชบา – สัญลักษณ์แห่งความเจริญ ชบาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกยอดเยี่ยมสำหรับการปลูกในฤดูฝน เนื่องจากเป็นไม้พุ่มที่ทนทานต่อทุกสภาพอากาศ รวมถึงทนแล้งและทนแดดได้ดี ต้นชบามีลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง สูงได้ตั้งแต่ 1-10 เมตร มีดอกหลายสีสัน ได้แก่ สีชมพู แดง ขาว เหลือง และม่วง ดอกชบาสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปีและมีความหมายเป็นสัญลักษณ์ของรักครั้งใหม่และความเจริญก้าวหน้า การดูแลต้นชบาไม่ซับซ้อน [...]

12/6/2568 • โดย Homeday
การเลือกปลูกไม้พุ่มที่ทนต่อแสงแดดจัดและออกดอกได้ตลอดทั้งปีเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนรักสวนในประเทศไทย เนื่องจากสภาพอากาศร้อนชื้นและมีแสงแดดจัดเกือบตลอดปี การเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมจะช่วยให้สวนมีสีสันสวยงามตลอดเวลาโดยไม่ต้องดูแลมากเกินไป ทำไมต้องเลือกไม้พุ่มทนแดดสำหรับสวนไทย? ไม้พุ่มทนแดดมีความสำคัญอย่างยิ่งในการจัดสวนในประเทศไทย เนื่องจากสามารถต้านทานอุณหภูมิสูงและความแห้งแล้งได้ดี พืชเหล่านี้มีระบบรากที่พัฒนาเพื่อดูดซับน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถปรับตัวกับดินหลากหลายประเภท นอกจากนี้ยังช่วยดึงดูดผีเสื้อและนกนำโปร่งต่างๆ เข้ามาในสวน ทำให้ระบบนิเวศในสวนมีความหลากหลาย รายชื่อไม้พุ่มทนแดดยอดนิยม 10 ชนิด พยับหมอก (Plumbago auriculata) พยับหมอกเป็นไม้พุ่มเตี้ยที่มีต้นกำเนิดจากแอฟริกาใต้ มีดอกสีฟ้าอ่อนหรือฟ้าอมม่วงออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง ออกดอกตลอดปี ไม้ชนิดนี้โดดเด่นด้วยความสามารถในการต้านทานภัยแล้งและมีความต้องการน้ำน้อย พยับหมอกยังเป็นที่นิยมในการใช้เป็นไม้คลุมดินหรือปลูกเป็นแนวรั้วธรรมชาติ บานบุรี (Allamanda cathartica) บานบุรีเป็นไม้พุ่มกึ่งเลื้อยที่มีต้นกำเนิดจากบราซิลและอเมริกาเขตร้อน มีดอกสีเหลืองขนาดใหญ่ที่ออกตลอดปี และสามารถปลูกได้ทั้งในที่แดดจัดและแดดรำไร ไม้ชนิดนี้เหมาะสำหรับการปลูกในดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย นีออน (Leucophyllum frutescens) นีออนหรือที่รู้จักในชื่อ Silverleaf เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีใบสีเขียวอมเทาพิเศษ เมื่อมีแสงส่องกลางคืนจะทำให้ใบดูเหมือนเรืองแสงได้ มีดอกสีม่วงสดหรือชมพูอมม่วง และต้องการน้ำเพียงเล็กน้อย หากได้รับน้ำมากเกินไปจะไม่ออกดอก พุดศุภโชค (Gardenia jasminoides) พุดศุภโชคเป็นไม้พุ่มที่มีดอกสีขาวหอมหวาน เป็นที่นิยมปลูกเพราะความเชื่อที่ว่าจะนำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าและมั่นคง ต้องการดินที่มีความเป็นกรดเล็กน้อยและการดูแลเป็นพิเศษ ควรปลูกในที่ที่ได้รับแสงแดดตอนเช้าและมีการป้องกันแสงแดดช่วงบ่าย เทียนทอง (Duranta erecta) เทียนทองเป็นไม้พุ่มที่มีใบสีเขียวอ่อนอมเหลืองหรือเหลืองทอง ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งและมีผลสีเหลืองขนาดเล็ก เทียนทองชอบแสงแดดเต็มวันและสามารถปลูกได้ในดินทุกชนิด ต้องการการรดน้ำปานกลางและเมื่อโตเต็มที่จะทนแล้งได้ระดับหนึ่ง ข้าวตอกพระร่วง (Serissa [...]

11/6/2568 • โดย Homeday
ดอกไม้สีชมพูเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักที่หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ความรักแบบมิตรภาพ ความรักระหว่างคู่รัก และการแสดงความขอบคุณ โดยมีความแตกต่างจากดอกไม้สีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ความรักแบบหนุ่มสาวและความโรแมนติก การเลือกปลูกดอกไม้สีชมพูในสวนจึงไม่เพียงแต่จะเพิ่มความสวยงาม แต่ยังนำพาความหมายอันดีงามมาสู่พื้นที่อีกด้วย ปัจจุบันมีดอกไม้สีชมพูหลากหลายชนิดที่สามารถปลูกและเติบโตได้ดีในสภาพอากาศของประเทศไทย ทั้งที่เป็นพืชพื้นเมืองและพืชต่างถิ่นที่ได้รับการดัดแปลงให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในเขตร้อน ความหมายและสัญลักษณ์ของดอกไม้สีชมพู ดอกไม้สีชมพูในวัฒนธรรมต่างๆ ทั่วโลกมักถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักที่อ่อนโยนและความเมตตา โดยเฉพาะดอกไม้สีชมพูอ่อนจะแสดงถึงความชื่นชมและความอ่อนโยน ในขณะที่สีชมพูเข้มจะเป็นสัญลักษณ์ของความขอบคุณและความชื่นชม ในประเทศไทยและหลายประเทศในเอเชีย ดอกไม้สีชมพูยังมีความหมายเชิงบวกเพิ่มเติม เช่น ความเจริญรุ่งเรือง ความโชคดี และความอุดมสมบูรณ์ ความหมายของดอกไม้สีชมพูยังขึ้นอยู่กับชนิดของดอกไม้แต่ละประเภทด้วย เช่น กุหลาบสีชมพูหมายถึงความรักอันแสนหวานและความอ่อนโยน ดอกทิวลิปสีชมพูแสดงถึงความห่วงใยและปรารถนาดี เหมาะสำหรับให้เพื่อนหรือครอบครัว ส่วนดอกคาร์เนชั่นสีชมพูหมายถึงความรักที่สดใสและการสารภาพรัก ทำให้การเลือกดอกไม้สีชมพูแต่ละชนิดจึงควรพิจารณาความหมายที่ต้องการสื่อสารด้วย ดอกไม้สีชมพูที่ปลูกง่ายในประเทศไทย ชมพูพันธุ์ทิพย์ ดอกไม้สีชมพูสัญลักษณ์แห่งความรัก ชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นไม้ขนาดกลางที่สูงได้ถึง 25 เมตร มีความหมายแทนความรักและความปรารถนาดี ต้นไม้ชนิดนี้มีลำต้นขนาดใหญ่ เปลือกเรียบสีน้ำตาลหรือเทา กิ่งแผ่กว้างเป็นชั้น ใบเป็นใบประกอบรูปนิ้วมือสีเขียวเข้ม ออกดอกเป็นช่อกระจุกตามกิ่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน โดยจะทิ้งใบในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม การปลูกชมพูพันธุ์ทิพย์ทำได้ง่ายด้วยการเพาะเมล็ด เนื่องจากสามารถปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด แต่จะชอบดินที่ระบายน้ำและระบายอากาศได้ดีเป็นพิเศษ ควรปลูกบริเวณที่มีแสงแดดเต็มวัน โดยนำเมล็ดโรยในกระถางที่ใส่ทรายหรือขุยมะพร้าว รดน้ำให้ชุ่ม ใช้เวลาไม่นานก็จะมีต้นอ่อนงอกออกมา เมื่อลำต้นสูงได้ประมาณ 1 ฟุต ค่อยย้ายไปปลูกในบริเวณที่ต้องการ ทิวลิปสีชมพู ดอกไม้แห่งความมั่นใจและความสุข ดอกทิวลิปสีชมพูมีความหมายแทนความมั่นใจ ความสุข [...]

6/6/2568 • โดย Homeday
ไม้หัวประเภทดอกเป็นพืชประดับที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ด้วยความสามารถในการเก็บสะสมอาหารในหัวใต้ดิน ทำให้สามารถปลูกและดูแลได้ง่าย พร้อมดอกไม้ที่มีสีสันสดใสและกลิ่นหอม ทำให้เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการจัดสวนและตกแต่งพื้นที่ ไม้หัวคืออะไรและมีกี่ประเภท ไม้หัวหมายถึงพืชที่มีอวัยวะสะสมอาหารอยู่ใต้ดิน มีลักษณะกลมหรือเกือบกลม เพื่อช่วยให้พืชผ่านพ้นสภาวะที่ไม่เอื้ออำนวยได้ พืชเหล่านี้สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่ ทรูบัลบ์ (True bulbs) ที่มีลำต้นใต้ดินโผล่พ้นดินเล็กน้อย มีรากงอกขึ้นมา คอร์ม (Corm) เป็นลำต้นใต้ดินตั้งตรง มองเห็นข้อปล้องชัดเจน มีดอกไม้งอกด้านบน ทูเบอร์ (Tuber) มีลักษณะอวบสั้น ไม่มีใบเกล็ดหุ้ม มีตาบุ่มลงไป และไรโซม (Rhizome) ที่เป็นลำต้นใต้ดินเรียกว่าแง่งหรือเหง้า มีข้อและปล้องสั้น หุ้มด้วยใบเกล็ดสีน้ำตาล การจำแนกประเภทของไม้หัวนี้มีความสำคัญต่อการปลูกและดูแล เนื่องจากแต่ละประเภทมีลักษณะและความต้องการที่แตกต่างกัน ความเข้าใจในโครงสร้างของไม้หัวจะช่วยให้การปลูกและขยายพันธุ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในการเลือกวิธีการขยายพันธุ์ที่เหมาะสม ไม้หัวประเภทดอกยอดนิยมและวิธีการปลูก ซ่อนกลิ่น ดอกไม้หอมกลางคืน ซ่อนกลิ่น (Polianthes Tuberosa) เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี มีหัวใต้ดินคล้ายหัวหอม ใบเดี่ยวเรียวยาวปลายแหลม ดอกสีขาวออกเป็นช่อเดี่ยวแทงขึ้นกลางกอ มีกลิ่นหอมโดยเฉพาะกลางคืน การปลูกซ่อนกลิ่นต้องใช้ดินร่วนระบายน้ำดี ต้องการแดดเต็มวัน และความชื้นสูงแต่ไม่ชอบน้ำขัง ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหัว และควรปลูกในช่วงมีนาคม-พฤษภาคม สำหรับการดูแล ควรรดน้ำสม่ำเสมอแต่ปล่อยให้ดินแห้งระหว่างการรดน้ำ [...]