Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

Line
DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

บทความ

พบ 64 บทความ

เรียงตาม:
กำลังค้นหา:
คำค้น: โอนบ้าน
123456
ค่าโอนที่ดิน บ้าน คอนโด เสียเท่าไหร่ในปี 2568? พร้อมวิธีคำนวณและเอกสารที่ต้องเตรียม
ทั่วไป

ค่าโอนที่ดิน บ้าน คอนโด เสียเท่าไหร่ในปี 2568? พร้อมวิธีคำนวณและเอกสารที่ต้องเตรียม

17/4/2568 • โดย Homeday

การโอนที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียม เป็นเรื่องที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าการโอนกรรมสิทธิ์นั้นมีค่าใช้จ่ายมากมายที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า ซึ่งแตกต่างกันไปตามประเภทของการโอน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขาย การโอนให้ลูก คู่สมรส หรือญาติ รวมถึงการโอนมรดก บทความนี้จะรวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมโอนที่ดิน บ้าน และคอนโดล่าสุดในปี 2568 พร้อมเอกสารที่ต้องใช้และขั้นตอนการโอน เพื่อช่วยให้คุณเตรียมความพร้อมได้อย่างครบถ้วน เอกสารอะไรบ้างที่ต้องเตรียมในการโอนอสังหาริมทรัพย์? การโอนอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กรณีหลัก คือ การโอนในนามบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยมีรายละเอียดดังนี้ การโอนในนามบุคคลธรรมดา สำหรับการโอนในนามบุคคลธรรมดา ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องเตรียมเอกสารไม่เหมือนกัน เอกสารที่ผู้ซื้อต้องเตรียม: บัตรประชาชนพร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลพร้อมสำเนา (ถ้ามี) เอกสารที่ผู้ขายต้องเตรียม: โฉนดที่ดินที่ต้องการขาย บัตรประชาชนพร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลพร้อมสำเนา (ถ้ามี) หนังสือยินยอมจากคู่สมรส (กรณีมีคู่สมรส) ทะเบียนสมรสพร้อมสำเนา (กรณีมีคู่สมรส) ใบสำคัญการหย่าพร้อมสำเนา (กรณีหย่าร้าง) หากให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่: ใบมอบอำนาจที่ดิน (ทด.21) สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ การโอนในนามนิติบุคคล สำหรับการโอนในนามนิติบุคคล จำเป็นต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้: [...]

จะตรวจรับบ้านอย่างไรให้ครบถ้วน? เช็คลิสต์ทุกจุดสำคัญที่ห้ามพลาดก่อนโอน
ทั่วไป

จะตรวจรับบ้านอย่างไรให้ครบถ้วน? เช็คลิสต์ทุกจุดสำคัญที่ห้ามพลาดก่อนโอน

15/4/2568 • โดย Homeday

การมีบ้านสักหลังเป็นความฝันของคนจำนวนมาก หลายคนวางแผนและเตรียมตัวมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่การหาทำเลที่ดี ใกล้รถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานที่ทำงาน หรือสถานศึกษา การเลือกโครงการที่น่าเชื่อถือ รวมไปถึงการดูฮวงจุ้ยและสภาพแวดล้อม แต่หลายคนอาจมองข้ามขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ การตรวจรับบ้านก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญและละเอียดอ่อน โดยเฉพาะหากเป็นการซื้อบ้านหลังแรก บทความนี้จะแนะนำเช็คลิสต์ทุกจุดสำคัญในการตรวจรับบ้านอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าบ้านของคุณไม่มีปัญหาและพร้อมสำหรับการอยู่อาศัย ทำไมการตรวจรับบ้านก่อนโอนจึงสำคัญสำหรับเจ้าของบ้านใหม่? การตรวจรับบ้านก่อนโอนกรรมสิทธิ์เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดในกระบวนการซื้อบ้าน เพราะเป็นโอกาสสุดท้ายที่คุณจะได้ตรวจสอบความเรียบร้อยและความสมบูรณ์ของบ้านก่อนการเซ็นรับโอน ผู้ซื้อบ้านจำเป็นต้องตรวจสอบทุกจุดภายในตัวบ้านอย่างละเอียด หากมีจุดไหนที่เสียหายหรือชำรุด คุณสามารถแจ้งให้เจ้าของโครงการหรือผู้ขายดำเนินการแก้ไขได้ทันที แต่หากคุณเซ็นรับโอนไปแล้วค่อยพบปัญหา กระบวนการแก้ไขอาจยุ่งยากและใช้เวลานานกว่า หรือในบางกรณีอาจไม่ได้รับการแก้ไขเลย นอกจากนี้ การตรวจรับบ้านอย่างละเอียดยังช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าบ้านที่คุณกำลังจะเป็นเจ้าของนั้นมีคุณภาพตามมาตรฐาน ไม่มีปัญหาซ่อนเร้น และพร้อมสำหรับการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง การลงทุนเวลาในขั้นตอนนี้จะช่วยประหยัดทั้งเวลา เงิน และความเครียดในอนาคต ซึ่งอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าในการซ่อมแซมปัญหาที่พบในภายหลัง อุปกรณ์ที่ควรเตรียมสำหรับการตรวจบ้าน การตรวจรับบ้านอย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องมีการวางแผนและเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เพื่อให้สามารถตรวจสอบทุกส่วนของบ้านได้อย่างละเอียดและครบถ้วน อุปกรณ์ที่ควรเตรียมมีดังนี้: อุปกรณ์พื้นฐาน อุปกรณ์เครื่องเขียน เช่น ดินสอ ปากกา สำหรับจดบันทึกรายละเอียดต่างๆ ระหว่างการตรวจสอบ สมุดโน้ต สำหรับทำเช็คลิสต์ตรวจรับบ้านและบันทึกรายละเอียดที่ต้องแก้ไข โทรศัพท์มือถือหรือกล้องถ่ายรูป สำหรับบันทึกภาพจุดที่มีปัญหา เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งซ่อม ไฟฉาย สำหรับส่องดูพื้นที่ต่างๆ ภายในบ้านที่แสงไม่เพียงพอ อุปกรณ์เฉพาะทาง สายวัด [...]

ใช้บริการตรวจรับบ้านก่อนโอน จำเป็นจริงหรือไม่?
ทั่วไป

ใช้บริการตรวจรับบ้านก่อนโอน จำเป็นจริงหรือไม่?

20/11/2565 • โดย Homeday

ทำไมต้องตรวจบ้านก่อนโอน หากโครงการมีโปรโมชันให้โอนก่อนจะได้สิทธิ์ ควรทำอย่างไร? เมื่อเราโอนแล้ว ถือเป็นการปิดการขายในมุมของทางโครงการ ดังนั้นหลังจากนี้หากเกิดอะไรขึ้น แม้ว่าเราจะมีประกันกับทางโครงการ การนัดซ่อมก็จะใช้เวลานาน ไปจนถ

CMC จัดเต็ม ! แคมเปญ “CMC EXPO รับล้น ๆ ” ในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47
ข่าวสาร

CMC จัดเต็ม ! แคมเปญ “CMC EXPO รับล้น ๆ ” ในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47

14/3/2568 • โดย Homeday

โอกาสพิเศษสำหรับคนที่อยากมีบ้านมาถึงแล้ว บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC จัดเต็มโปรโมชันและส่วนลดสุดพิเศษเฉพาะลูกค้าในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 20-23 มีนาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ “CMC EXPO รับล้น ๆ” รับส่วนลดเป็นล้าน ! โอนปุ๊บรับเลย iPhone 16 Pro (128 GB) เมื่อจองและโอนภายใน 7 วัน ! รับเพิ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าสุดพรีเมียม ! จองเท่าไร ลดให้เท่านั้น ! ราคาพิเศษเริ่ม 1.69 – 5.99 ล้านบาท จากความสำเร็จของงานมหกรรมบ้านและคอนโดในครั้งที่ผ่านมา CMC ยังคงเดินหน้ามอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้า โดยงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47 นี้ CMC ให้ส่วนลดและของแถมแบบคุ้ม ๆ กับ 10 โครงการดี [...]

การโอนบ้านต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และใครเป็นคนจ่าย?
ทั่วไป

การโอนบ้านต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และใครเป็นคนจ่าย?

22/4/2568 • โดย Homeday

การซื้อบ้านไม่ได้จบเพียงแค่การจ่ายเงินค่าบ้านเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายสำคัญที่เกิดขึ้นในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินอีกด้วย หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าค่าโอนบ้านนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง และใครเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนใด บทความนี้จะพาทุกคนเจาะลึกเรื่องค่าธรรมเนียมโอนบ้าน วิธีคำนวณแบบง่ายๆ พร้อมเผยเคล็ดลับสำคัญที่จะช่วยให้คุณวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน ค่าโอนบ้านคืออะไร และประกอบด้วยอะไรบ้าง? ค่าโอนบ้าน คือค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ณ สำนักงานที่ดินในวันที่โอนกรรมสิทธิ์บ้านจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ โดยไม่ได้มีเพียงแค่ค่าธรรมเนียมการโอนเท่านั้น แต่ยังประกอบไปด้วยค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกหลายรายการ ซึ่งคนที่กำลังมองหาบ้านควรทำความเข้าใจเพื่อเตรียมเงินให้พร้อม ค่าใช้จ่ายในการโอนบ้านประกอบด้วย 5 รายการหลักๆ ได้แก่: ค่าธรรมเนียมการโอน: คิดในอัตรา 2% ของราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นการคิดจากราคาประเมินที่กรมธนารักษ์กำหนด ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริง ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ: คิดในอัตรา 3.3% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า) โดยจะต้องเสียค่าภาษีนี้เมื่อขายบ้านภายในระยะเวลา 5 ปีนับแต่วันที่ได้มา ค่าอากรแสตมป์: คิดในอัตรา 0.5% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า) แต่หากเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: เป็นภาษีที่หัก ณ ที่จ่าย โดยคิดตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ซึ่งจะเป็นแบบอัตราก้าวหน้าหรือแบบขั้นบันได และขึ้นอยู่กับวิธีการที่ได้มาและระยะเวลาที่ถือครอง ค่าจดจำนอง: คิดในอัตรา 1% ของวงเงินกู้ทั้งหมด หากเป็นการซื้อขายด้วยเงินสด ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ [...]

“CMC EXPO รับล้น ๆ” ชูคอนโดทำเลดี กวาดยอดขายทะลุ 200 ล้านบาท
ข่าวสาร

“CMC EXPO รับล้น ๆ” ชูคอนโดทำเลดี กวาดยอดขายทะลุ 200 ล้านบาท

26/3/2568 • โดย Homeday

บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC ผู้นำด้านการพัฒนาการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน เอาใจลูกค้า ยกโครงการทำเลทอง จัดแสดงในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 20 – 23  มีนาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ปิดดีลเป้าการขายเกิน 200 ล้านบาท ภายใต้แคมเปญ “CMC EXPO รับล้น ๆ” กับสโลแกน “รับส่วนลดเป็นล้าน ! โอนปุ๊บรับเลย iPhone ! รับเพิ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าสุดพรีเมียม ! จองเท่าไร ลดให้เท่านั้น ! รับทองคำเพิ่ม หนัก 1 บาท” สำหรับโครงการพร้อมอยู่ที่ลูกค้าให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ได้แก่ โครงการซีรอคโค บางนา 36 คอนโดพร้อมอยู่ สไตล์ Moroccan เพื่อให้ลูกค้าได้พักผ่อนได้ในทุกวัน เหมือนพักอยู่ที่รีสอร์ทส่วนตัว ตั้งอยู่ตรงข้ามเซ็นทรัล บางนา [...]

กำลังซื้ออ่อนแอ่ฉุด สินเชื่อบ้าน-โอนกรรมสิทธิ์ไตรมาส 1 ต่ำสุดในรอบ 6 ปี
ข่าวสาร

กำลังซื้ออ่อนแอ่ฉุด สินเชื่อบ้าน-โอนกรรมสิทธิ์ไตรมาส 1 ต่ำสุดในรอบ 6 ปี

17/5/2567 • โดย Homeday

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เผยตลาดอสังหาฯไตรมาสแรกหดตัวหนัก ทั้งด้านอุปสงค์ -โอนกรรมสิทธิ์ และสินเชื่อปล่อยใหม่ ต่ำสุดในรอบ 6 ปี ส่งผลให้โครงการเปิดใหม่ลดลง 38.5% หวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาฯ ส่งผลดีในครึ่งปีหลัง พลิกฟื้นภาพรวมตลาดขยายตัวได้ 5%   นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคาร และ

อะไรคือความแตกต่างระหว่างห้องแบบ Private Pool และ Common Pool?
ทั่วไป

อะไรคือความแตกต่างระหว่างห้องแบบ Private Pool และ Common Pool?

27/3/2568 • โดย Homeday

ทำความเข้าใจพื้นฐานสระว่ายน้ำในอสังหาริมทรัพย์ สระว่ายน้ำถือเป็นหนึ่งในสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโครงการที่พักอาศัยปัจจุบัน นักลงทุนและผู้อยู่อาศัยต่างให้ความสำคัญกับสระว่ายน้ำเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจและเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพย์สิน การเลือกระหว่าง Private Pool กับ Common Pool จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ Private Pool คืออะไร? Private Pool หมายถึงสระว่ายน้ำส่วนตัวที่อยู่ภายในพื้นที่เฉพาะของห้องพัก โดยมีลักษณะเด่นที่ผู้พักอาศัยสามารถใช้งานได้อย่างเป็นส่วนตัวและไม่ต้องแบ่งปันกับผู้อื่น ข้อดีที่สำคัญของ Private Pool ประกอบด้วย: ความเป็นส่วนตัวสูงสุด ไม่มีการรบกวนจากผู้อื่น สามารถใช้สระว่ายน้ำได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการรอคิว ความสะดวกสบายในการใช้งานส่วนตัว เพิ่มมูลค่าให้กับพื้นที่พักอาศัย Common Pool คืออะไร? Common Pool เป็นสระว่ายน้ำส่วนกลางที่ผู้พักอาศัยในโครงการสามารถใช้ร่วมกัน มีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างจาก Private Pool อย่างชัดเจน ข้อดีของ Common Pool ประกอบด้วย: ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาต่ำกว่า เนื่องจากเป็นการแบ่งปันทรัพยากรร่วมกัน มีพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า มีความหลากหลายของพื้นที่ใช้สอย โอกาสในการพบปะสังคมและทำความรู้จักกับเพื่อนบ้าน มีระบบรักษาความปลอดภัยและการดูแลที่เป็นมาตรฐาน การเลือกระหว่าง Private Pool กับ Common Pool การตัดสินใจเลือกระหว่าง Private [...]

ขอทะเบียนบ้าน ทำอย่างไร? มีขั้นตอนและวิธีการอย่างไรบ้าง
ทั่วไป

ขอทะเบียนบ้าน ทำอย่างไร? มีขั้นตอนและวิธีการอย่างไรบ้าง

25/8/2564 • โดย Homeday

การขอเลขที่บ้าน หรือขอทะเบียนบ้าน ถ้าในกรณีซื้อบ้านจากโครงการ ทางโครงการจะมีเอกสารให้เราไปยื่นขอทะเบียนบ้าน โดยที่เราไม่ต้องเตรียมเอกสารต่างๆ เอง แต่ถ

ทีทีบี ออกแคมเปญสินเชื่อบ้านส่งท้ายปี!   รีไฟแนนซ์บ้าน-คอนโด ดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้นเพียง 1.50% ต่อปี
ข่าวสาร

ทีทีบี ออกแคมเปญสินเชื่อบ้านส่งท้ายปี! รีไฟแนนซ์บ้าน-คอนโด ดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้นเพียง 1.50% ต่อปี

1/10/2568 • โดย Homeday

ทีทีบี เดินหน้าช่วยให้คนไทยมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการส่งมอบโซลูชันทางการเงินที่ช่วยลดภาระให้กับคนผ่อนบ้าน-คอนโด ผ่านแคมเปญส่งท้ายปี มอบข้อเสนอพิเศษสำหรับสินเชื่อบ้าน รีไฟแนนซ์ อัตราดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้นเพียง 1.50% ต่อปี นายอธิศ วงศ์ศศิธร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าผลิตภัณฑ์สินเชื่อมีหลักประกัน ทีเอ็มบีธนชาต  กล่าวว่า ทีทีบีมุ่งมั่นเดินหน้าช่วยคนไทยให้มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น โดยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ธนาคารมอบโซลูชันทางการเงินเพื่อสนับสนุนให้ผู้ที่กำลังผ่อนบ้าน-คอนโด มีโอกาสเป็นเจ้าของบ้านได้เร็วขึ้น โดยนำเสนออัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์  รวมทั้งสินเชื่อบ้านแลกเงิน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยและบริหารการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับโปรโมชันดอกเบี้ยพิเศษดังกล่าว เหมาะสำหรับลูกค้าที่กำลังผ่อนบ้านและต้องการลดภาระดอกเบี้ยลง พร้อมมีเงินส่วนต่างเหลือไว้ใช้จ่ายในเรื่องที่จำเป็นในชีวิต มีรายละเอียด ดังนี้   สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้นเพียง 1.50% ต่อปี ช่วยให้ลูกค้าสามารถลดภาระดอกเบี้ยและลดภาระค่างวดลงได้   สินเชื่อบ้านแลกเงิน ดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้นเพียง 3.99% ต่อปี สำหรับคนที่มีบ้านปลอดภาระหรือยังผ่อนอยู่ และต้องการเงินก้อนไปใช้จ่าย ไม่ว่าจะนำไปรวบหนี้เพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้เบาลง หรือนำไปเสริมสภาพคล่อง เพื่อบริหารจัดการทางการเงินให้ดีขึ้น   ทีทีบียังช่วยลูกค้าลดค่าใช้จ่ายด้วยข้อเสนอพิเศษ ฟรี! ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยตลอดสัญญา และทางเลือกฟรี! ค่าจดจำนอง* นอกจากนี้ ทีทีบียังมีโซลูชันใหม่ สำหรับลูกค้าที่ผ่อนบ้านตรงเวลาสม่ำเสมอ สามารถรีไฟแนนซ์พร้อมวางแผนการเงินในระยะยาว ด้วยโปรแกรม [...]

ทำไมต้องดูทิศทางลมก่อนซื้อบ้าน? ผลกระทบต่อค่าไฟและการอยู่อาศัย
ทั่วไป

ทำไมต้องดูทิศทางลมก่อนซื้อบ้าน? ผลกระทบต่อค่าไฟและการอยู่อาศัย

7/4/2568 • โดย Homeday

การเลือกซื้อบ้านเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตที่ต้องพิจารณาหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้ง ราคา หรือขนาดพื้นที่ใช้สอย แต่มีปัจจัยหนึ่งที่หลายคนมองข้ามคือ “ทิศทางลม” ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการอยู่อาศัยและค่าใช้จ่ายในระยะยาว บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมทิศทางลมจึงมีความสำคัญต่อการเลือกซื้อบ้าน และจะส่งผลอย่างไรต่อค่าไฟฟ้าและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ความสำคัญของทิศทางลมต่อการออกแบบบ้าน ทิศทางลมมีบทบาทสำคัญในการกำหนดสภาพแวดล้อมภายในบ้าน โดยเฉพาะในประเทศที่มีอากาศร้อนชื้นอย่างประเทศไทย การเข้าใจลักษณะการเคลื่อนที่ของลมตามธรรมชาติจะช่วยให้เราสามารถออกแบบบ้านให้รับลมได้ดีที่สุด บ้านที่ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับทิศทางลมจะมีการระบายอากาศที่ดี ช่วยลดอุณหภูมิภายในตัวบ้านโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศมากเกินไป ลมประจำในประเทศไทยมีสองทิศทางหลัก ได้แก่ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัดในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน การวางตำแหน่งอาคารให้สัมพันธ์กับทิศทางลมเหล่านี้จะช่วยให้เกิดการไหลเวียนของอากาศที่ดีภายในบ้าน บ้านที่หันหน้าตามทิศทางลมประจำจะได้รับประโยชน์จากการระบายความร้อนตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นการลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้ การจัดวางช่องเปิดอย่างเหมาะสม เช่น หน้าต่าง ประตู หรือช่องลม ยังสามารถสร้างปรากฏการณ์ “การระบายอากาศข้ามฟาก” (Cross Ventilation) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ช่วยให้อากาศไหลเวียนจากด้านหนึ่งของบ้านไปอีกด้านหนึ่ง ทำให้เกิดการระบายความร้อนและความชื้นออกจากตัวบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลกระทบของทิศทางลมต่อค่าไฟฟ้าและการใช้พลังงาน บ้านที่ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงทิศทางลมจะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อมีการระบายอากาศตามธรรมชาติที่ดี อุณหภูมิภายในบ้านจะลดลง ทำให้ลดความจำเป็นในการใช้เครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุดในบ้าน การศึกษาด้านการประหยัดพลังงานพบว่า บ้านที่มีการระบายอากาศตามธรรมชาติที่ดีสามารถลดการใช้พลังงานสำหรับการปรับอากาศได้ถึง 30% เมื่อเทียบกับบ้านที่ไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยด้านทิศทางลม นั่นหมายถึงการประหยัดค่าไฟฟ้าได้หลายพันบาทต่อปี นอกจากการประหยัดค่าไฟแล้ว การใช้ประโยชน์จากลมธรรมชาติยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะโลกร้อน เป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและลดการใช้ทรัพยากรของโลกอีกด้วย การประเมินค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้จากการออกแบบบ้านให้สอดคล้องกับทิศทางลมสามารถทำได้โดยการเปรียบเทียบค่าไฟฟ้าระหว่างบ้านที่มีการออกแบบที่ดีกับบ้านทั่วไป โดยเฉลี่ยแล้ว บ้านขนาด 150 [...]

ทำไมต้องดูความสูงเพดานก่อนซื้อบ้าน? ผลกระทบต่อการอยู่อาศัย
ทั่วไป

ทำไมต้องดูความสูงเพดานก่อนซื้อบ้าน? ผลกระทบต่อการอยู่อาศัย

9/4/2568 • โดย Homeday

ความสูงของเพดานบ้านเป็นหนึ่งในรายละเอียดที่ผู้ซื้อบ้านมักมองข้าม ทั้งที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว บ้านที่มีเพดานสูงเหมาะสมไม่เพียงสร้างความรู้สึกโปร่งโล่งเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการระบายอากาศ การประหยัดพลังงาน และมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต บทความนี้จะอธิบายถึงความสำคัญของความสูงเพดานที่ผู้ซื้อบ้านควรพิจารณา ผลกระทบต่อการอยู่อาศัย และข้อควรรู้เพื่อการตัดสินใจซื้อบ้านอย่างชาญฉลาด ความสูงของเพดานกับผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ความสูงของเพดานเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความรู้สึกเมื่ออยู่อาศัยภายในบ้าน บ้านที่มีเพดานสูงประมาณ 2.8-3 เมตรขึ้นไป จะช่วยสร้างความรู้สึกโปร่งโล่ง ไม่อึดอัด ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม บ้านที่มีเพดานต่ำกว่า 2.4 เมตร มักทำให้รู้สึกอึดอัด กดดัน และอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตในระยะยาว นอกจากนี้ ความสูงของเพดานยังส่งผลต่อการระบายอากาศภายในบ้าน เพดานที่สูงช่วยให้อากาศหมุนเวียนได้ดีขึ้น อากาศร้อนจะลอยตัวขึ้นสู่เพดาน ทำให้บริเวณที่คนอยู่อาศัยเย็นสบายมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่มีอากาศร้อนอย่างประเทศไทย การมีเพดานสูงจึงช่วยลดการใช้เครื่องปรับอากาศและประหยัดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ การศึกษาจากนักจิตวิทยาสิ่งแวดล้อมพบว่า ความสูงของเพดานยังส่งผลต่อกระบวนการคิดของผู้อยู่อาศัย เพดานสูงมักกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และการคิดแบบอิสระ ในขณะที่เพดานต่ำอาจช่วยให้มีสมาธิจดจ่อกับงานที่ต้องการความละเอียดมากขึ้น ดังนั้น ห้องที่มีเพดานสูงจึงเหมาะกับพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก ส่วนเพดานที่ต่ำลงมาอาจเหมาะกับห้องนอนหรือห้องทำงานที่ต้องการสมาธิ ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเพดานบ้านมีความสูงไม่เหมาะสม ปัญหาด้านอุณหภูมิและการประหยัดพลังงาน เพดานที่สูงเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาในการควบคุมอุณหภูมิภายในบ้าน โดยเฉพาะในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากอากาศเย็นจะตกลงสู่พื้น ในขณะที่อากาศร้อนจะลอยตัวขึ้นสู่เพดาน ทำให้ต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการทำความเย็น การติดตั้งพัดลมเพดานจึงเป็นสิ่งจำเป็นในบ้านที่มีเพดานสูง เพื่อช่วยให้อากาศหมุนเวียนและกระจายความเย็นได้ทั่วถึง ในทางกลับกัน บ้านที่มีเพดานต่ำเกินไปอาจมีข้อดีในแง่ของการประหยัดพลังงานจากเครื่องปรับอากาศ แต่จะประสบปัญหาเรื่องการระบายอากาศและการสะสมของความร้อน โดยเฉพาะในชั้นบนสุดของอาคารที่รับความร้อนจากหลังคาโดยตรง ทำให้ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลาเพื่อให้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม การคำนวณค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาวเป็นสิ่งสำคัญ [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Banner TOA
Homeday Tiktok
Homeday FB