กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
ผลการค้นหาสำหรับ "สัญญาจะซื้อจะขาย" พบทั้งหมด 9 บทความ

6/8/2568 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) นำคอนโดมิเนียมมือสองจำนวนกว่า 500 รายการทั่วประเทศ ออกจำหน่ายในงาน “มหกรรมคอนโดมิเนียมออนไลน์ ราคาพิเศษ” ลดราคาสูงสุด 50% จากราคาปกติ ผ่าน Application : GHB ALL HOME ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2568 เวลา 16.30 น. พิเศษ 3 ต่อ! ต่อที่ 1 : สำหรับลูกค้าที่จองซื้อทรัพย์ภายในระยะเวลาการจัดงานและทำสัญญาจะซื้อจะขายภายใน 3 วันทำการ รับบัตรกำนัลแทนเงินสดมูลค่า 1,000 บาท ต่อที่ 2 : สำหรับลูกค้าที่โอนกรรมสิทธิ์ภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2568 รับบัตรกำนัลแทนเงินสดมูลค่า 1,000 บาท และ ต่อที่ 3 : สำหรับลูกค้าที่จองซื้อทรัพย์ภายในระยะเวลาการจัดงานและยื่นขอสินเชื่อภายใน 45 วัน นับถัดจากวันทำสัญญาจะซื้อจะขายมีสิทธิ์รับสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ [...]

24/4/2568 • โดย Homeday
สัญญาจะซื้อจะขายเป็นเอกสารสำคัญในกระบวนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ เพราะเป็นหลักฐานทางกฎหมายที่ผูกมัดทั้งสองฝ่ายและช่วยคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของทุกฝ่าย บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับสัญญาจะซื้อจะขาย รายละเอียดสำคัญที่ควรมีในสัญญา และสิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนทำสัญญาประเภทนี้ ความหมายของสัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขาย หรือ คำมั่นในการซื้อขาย คือรูปแบบของสัญญาการซื้อขายที่เกิดขึ้นระหว่างคู่สัญญาในวันทำสัญญา โดยมีการตกลงกันว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ หรือซื้อขายอย่างถูกกฎหมายให้จบสิ้นในอนาคต เพื่อรอให้ถึงวัน-เวลาที่เหมาะสม เช่น เงินอนุมัติผ่าน คอนโด บ้านหรืออาคารที่ตกลงจะซื้อนั้นสร้างเสร็จเรียบร้อย กล่าวง่ายๆ คือสัญญาที่ผู้ซื้อยังไม่มีกรรมสิทธิ์ครอบครอง แต่แจ้งไว้ก่อนว่าจะมีการซื้อขายเกิดขึ้นในอนาคตแน่นอน การทำสัญญาจะซื้อจะขายเป็นสัญญาที่ยังไม่มอบกรรมสิทธิ์ให้กับผู้ซื้อ แต่มีเจตนาที่จะซื้อขาย หรือโอนกรรมสิทธิ์ในอนาคตต่อไป ซึ่งสัญญารูปแบบนี้สามารถใช้เพียงการตกลงกันแบบไม่เป็นลายลักษณ์อักษรได้ แต่การมีหนังสือสัญญาจะเป็นหลักฐานที่สำคัญในกรณีที่มีฝ่ายใดผิดสัญญา สัญญาจะซื้อจะขายแตกต่างจากสัญญาซื้อขายอย่างไร สัญญาจะซื้อจะขายและสัญญาซื้อขายมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในแง่ของเวลาที่เกิดขึ้น ผลทางกฎหมาย และเจตนาในการทำสัญญา สัญญาจะซื้อจะขาย เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของกระบวนการซื้อขาย เมื่อผู้ซื้อสนใจในทรัพย์สินและต้องการจับจองไว้ แต่ยังไม่พร้อมทำการโอนกรรมสิทธิ์ ด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น รอการอนุมัติสินเชื่อ หรือรอให้การก่อสร้างแล้วเสร็จ สัญญานี้มีผลทางกฎหมายแม้ตกลงด้วยปากเปล่า แต่การทำเป็นลายลักษณ์อักษรจะช่วยเป็นหลักฐานที่ชัดเจนกว่า สัญญาซื้อขาย หรือที่เรียกว่า “สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด” เป็นสัญญาที่เกิดขึ้นเมื่อทั้งสองฝ่ายพร้อมโอนกรรมสิทธิ์แล้ว และจะมีผลทางกฎหมายต่อเมื่อมีการจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ดินเท่านั้น ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ ผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องใช้หนังสือสัญญาทั้ง 2 ฉบับ คือทั้งสัญญาจะซื้อจะขาย และสัญญาซื้อขาย ร่วมกัน ยกเว้นกรณีที่ตกลงซื้อขายแล้วไปสำนักงานที่ดินพร้อมกัน เพื่อจ่ายเงินสดและโอนกรรมสิทธิ์ให้กันในทันที [...]

17/4/2568 • โดย Homeday
เงินดาวน์บ้านเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัย เพราะเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า นอกจากจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยเงินกู้แล้ว ยังเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น บทความนี้จะอธิบายเรื่องเงินดาวน์บ้านให้เข้าใจตั้งแต่ความหมาย จำนวนเงินที่ต้องเตรียม รูปแบบการจ่ายดาวน์ ไปจนถึงวิธีแก้ปัญหาเมื่อวางเงินดาวน์แล้วกู้ไม่ผ่าน เงินดาวน์บ้านคืออะไร เงินดาวน์บ้าน คือ เงินก้อนที่ผู้ซื้อต้องจ่ายให้กับเจ้าของบ้านหรือโครงการก่อนทำสัญญากู้สินเชื่อกับธนาคาร เพื่อเป็นหลักประกันและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขาย โดยทั่วไปเงินดาวน์จะอยู่ที่ 5-30% ของราคาบ้าน เงินดาวน์นี้จะถูกนำไปหักออกจากมูลค่าบ้านทั้งหมด ทำให้ยอดเงินกู้ลดลง ช่วยลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว และเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย เงินดาวน์มีความแตกต่างกันตามสถานะของบ้าน ดังนี้: กรณีบ้านพร้อมอยู่ สำหรับบ้านที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งบ้านมือหนึ่งและบ้านมือสอง ผู้ซื้อต้องเตรียมวางเงินดาวน์เต็มจำนวนก่อนการเซ็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ จึงจะสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์ ปัจจุบันโครงการบ้านใหม่หลายแห่งมักมีโปรโมชันฟรีเงินดาวน์เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อด้วย กรณีบ้านยังสร้างไม่เสร็จ สำหรับบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จะมีการทำสัญญาจะซื้อจะขายระหว่างสองฝ่าย โดยโครงการส่วนใหญ่มักเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสามารถทยอยผ่อนดาวน์ได้ตามระยะเวลาที่ตกลงกัน รูปแบบการจ่ายเงินดาวน์บ้านมีกี่แบบ การจ่ายเงินดาวน์บ้านมีทั้งหมด 3 รูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินของผู้ซื้อที่แตกต่างกัน ดังนี้ จ่ายดาวน์บ้านแบบครั้งเดียว การจ่ายดาวน์บ้านแบบครั้งเดียว คือ การชำระเงินดาวน์บ้านเป็นเงินก้อนในครั้งเดียวจบ ส่วนใหญ่มักใช้กับบ้านหรือโครงการที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ พร้อมให้เข้าอยู่เรียบร้อยแล้ว หลังจากจ่ายเงินดาวน์แบบครั้งเดียวเสร็จ ผู้ซื้อสามารถทำเรื่องสัญญากู้สินเชื่อกับธนาคาร โอนกรรมสิทธิ์ และย้ายเข้าอยู่ได้ทันที รูปแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินเก็บก้อนใหญ่พร้อมจ่าย และต้องการเข้าอยู่ในบ้านได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยไม่ต้องรอระยะเวลาการก่อสร้าง ผ่อนดาวน์บ้านแบบเท่ากันทุกงวด การผ่อนดาวน์บ้านแบบเท่ากันทุกงวด ส่วนใหญ่มักใช้กับบ้านหรือโครงการที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยทั่วไปจะให้เวลาผ่อนดาวน์ประมาณ [...]

27/3/2568 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สนับสนุนคนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองเพิ่มมากขึ้น เตรียมจัด “งานมหกรรมบ้านมือสอง ธอส. : GHB ALL HOME EXPO 2025 ครั้งที่ 3” มีทรัพย์เด่น ทำเลดี ราคาโดนใจมาให้เลือกมากกว่า 1,200 รายการทั่วประเทศ ลดราคาสูงสุดถึง 50% พิเศษโปรโมชัน 2 ต่อ! ต่อที่ 1 รับฟรีกระเป๋าผ้าแคนวาส 1 ใบ เพียงจองซื้อทรัพย์ภายในงาน และต่อที่ 2 รับบัตรกำนัลแทนเงินสดมูลค่า 1,000 บาท จำนวน 20 รางวัล สำหรับผู้ที่จองและทำสัญญาจะซื้อจะขายภายใน 5 วันทำการ พบกัน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ เวลา 10.30 – 20.00 น. ระหว่างวันที่ 28 – 30 มีนาคม [...]

6/3/2568 • โดย Homeday
การเตรียมตัวก่อนเจรจาต่อรอง การเตรียมตัวที่ดีคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการต่อรองราคาบ้าน ผู้ซื้อควรทำการบ้านอย่างละเอียดเกี่ยวกับราคาตลาดในพื้นที่ที่สนใจ ศึกษาราคาซื้อขายจริงของบ้านในละแวกเดียวกันที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน รวมถึงแนวโน้มราคาในอดีตและปัจจุบัน นอกจากนี้ ควรประเมินสภาพบ้านอย่างละเอียด ทั้งโครงสร้าง งานระบบ และการตกแต่ง เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการต่อรอง หากพบจุดที่ต้องซ่อมแซมหรือปรับปรุง สามารถนำมาเป็นเหตุผลในการเจรจาได้ การมีข้อมูลที่ครบถ้วนจะช่วยให้มีความมั่นใจในการเจรจามากขึ้น หลักการพื้นฐานในการต่อรองราคา การต่อรองราคาที่ดีควรเริ่มจากราคาที่สมเหตุสมผล ไม่ควรเสนอราคาที่ต่ำจนเกินไปจนทำให้ผู้ขายรู้สึกไม่พอใจ หรือสูงจนเกินไปจนไม่มีช่องว่างในการต่อรอง ควรใช้ข้อมูลราคาตลาดและสภาพบ้านมาประกอบการเสนอราคาเริ่มต้น การแสดงความจริงใจและความสนใจที่แท้จริงในตัวบ้านเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ขายมักจะรู้สึกดีเมื่อเห็นว่าผู้ซื้อเห็นคุณค่าในบ้านของตน การชื่นชมจุดเด่นของบ้านอย่างจริงใจจะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการเจรจา เทคนิคการเจรจาต่อรองแบบมืออาชีพ การใช้หลักการ Win-Win เป็นสิ่งสำคัญในการเจรจาต่อรอง ทั้งสองฝ่ายควรรู้สึกว่าตนได้รับประโยชน์จากการตกลง การเสนอเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย เช่น การชำระเงินที่รวดเร็ว หรือความยืดหยุ่นในการส่งมอบบ้าน สามารถช่วยให้การต่อรองราคาประสบความสำเร็จ การฟังเป็นทักษะที่สำคัญไม่แพ้การพูด การเข้าใจความต้องการและข้อจำกัดของผู้ขายจะช่วยให้สามารถเสนอทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดียิ่งขึ้น บางครั้งผู้ขายอาจมีเหตุผลพิเศษในการกำหนดราคา การรับฟังจะช่วยให้เข้าใจและหาทางออกร่วมกันได้ การจัดการกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก ในบางครั้ง การเจรจาอาจเผชิญกับความตึงเครียดหรือการปฏิเสธ การรักษาความสุขุมและมืออาชีพเป็นสิ่งสำคัญ หากผู้ขายปฏิเสธข้อเสนอ ควรขอทราบเหตุผลและพิจารณาปรับข้อเสนอให้ตรงกับความต้องการมากขึ้น การมีทางเลือกสำรองเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ควรยึดติดกับบ้านหลังใดหลังหนึ่งมากเกินไป การมีตัวเลือกอื่นจะช่วยให้มีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น และไม่เกิดความกดดันมากเกินไปในการเจรจา การปิดการเจรจาและทำสัญญา เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงราคากันได้แล้ว ควรรีบดำเนินการทำสัญญาจะซื้อจะขาย การทำเอกสารที่ชัดเจนและครบถ้วนจะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง ควรระบุเงื่อนไขต่างๆ ให้ชัดเจน เช่น ราคาที่ตกลง เงื่อนไขการชำระเงิน [...]

6/3/2568 • โดย Homeday
ความสำคัญของสัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขายเป็นเอกสารทางกฎหมายที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นหลักฐานที่แสดงเจตนาระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย สัญญานี้จะระบุเงื่อนไข ข้อตกลง และรายละเอียดต่างๆ ที่ทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติตาม หากเกิดข้อพิพาทในอนาคต สัญญาจะซื้อจะขายจะเป็นหลักฐานสำคัญในการพิจารณาคดี การทำความเข้าใจและตรวจสอบรายละเอียดในสัญญาอย่างละเอียดจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ซื้อบ้านครั้งแรก ควรให้ความสำคัญกับการอ่านและทำความเข้าใจทุกข้อความในสัญญา หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายก่อนลงนาม รายละเอียดที่ต้องตรวจสอบในสัญญา 1. ข้อมูลคู่สัญญาและรายละเอียดทรัพย์สิน ตรวจสอบความถูกต้องของชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน และที่อยู่ของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย รวมถึงรายละเอียดของทรัพย์สินที่ซื้อขาย เช่น เลขที่บ้าน เลขที่ดิน โฉนดที่ดิน พื้นที่ใช้สอย และขนาดที่ดิน ข้อมูลเหล่านี้ต้องตรงกับเอกสารสิทธิ์และความเป็นจริงทุกประการ การระบุรายละเอียดทรัพย์สินที่ชัดเจนจะช่วยป้องกันปัญหาการโต้แย้งในอนาคต โดยเฉพาะในกรณีที่มีการซื้อขายบ้านพร้อมที่ดินหรือคอนโดมิเนียม ต้องระบุพื้นที่ส่วนกลาง สิ่งอำนวยความสะดวก และทรัพย์สินที่รวมอยู่ในการซื้อขายให้ครบถ้วน 2. ราคาซื้อขายและเงื่อนไขการชำระเงิน ตรวจสอบราคาซื้อขายที่ระบุในสัญญาให้ตรงกับที่ตกลงกันไว้ รวมถึงเงื่อนไขการชำระเงิน งวดการผ่อนชำระ จำนวนเงินในแต่ละงวด และกำหนดเวลาชำระเงิน ควรระบุวิธีการชำระเงินที่ชัดเจน เช่น การโอนเงินผ่านธนาคาร เช็ค หรือเงินสด นอกจากนี้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขการผิดนัดชำระเงิน บทปรับ และผลของการผิดสัญญา รวมถึงการคิดดอกเบี้ยในกรณีที่มีการผ่อนชำระ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 3. กำหนดการโอนกรรมสิทธิ์ ตรวจสอบวันที่นัดโอนกรรมสิทธิ์ให้ชัดเจน รวมถึงเงื่อนไขการเลื่อนวันโอนกรรมสิทธิ์ หากมีเหตุจำเป็น [...]

14/11/2567 • โดย Homeday
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดย ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร ได้ลงนามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินขนาดพื้นที่ 20-0-2.9 ไร่ บนถนนเลียบคลองรังสิต จังหวัดปทุมธานี ให้แก่ บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) โดย นายยิว ฮอค โคว ประธานเจ้าหน้าที่บ

14/11/2567 • โดย Homeday
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดย ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร ได้ลงนามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินขนาดพื้นที่ 20-0-2.9 ไร่ บนถนนเลียบคลองรังสิต จังหวัดปทุมธานี ให้แก่ บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) โดย นายยิว ฮอค โคว ประธานเจ้าหน้าที่บ

26/12/2565 • โดย Homeday
AWC มุ่งมั่นพัฒนาพื้นที่ช้างคลานในเชียงใหม่เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปะและวัฒนธรรมชั้นนำของประเทศ หลังลงนามสัญญาจะซื้อจะขาย “โรงแรมดุสิต ด
