กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
พบ 4 บทความ

23/4/2568 • โดย Homeday
ภาษีมรดกเป็นหนึ่งในภาษีที่หลายคนอาจยังไม่คุ้นเคยมากนัก แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการวางแผนทางการเงินและการส่งต่อทรัพย์สินให้แก่ทายาท โดยในประเทศไทยได้มีการบังคับใช้พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 กำหนดให้ผู้ที่ได้รับมรดกที่มีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไปต้องเสียภาษีในอัตรา 5% หรือ 10% ตามประเภทของความสัมพันธ์ บทความนี้จะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาษีมรดกอย่างละเอียด ทั้งนิยาม ผู้ที่ต้องเสีย ประเภททรัพย์สินที่เข้าข่าย วิธีการคำนวณ และเทคนิคการวางแผนเพื่อประโยชน์สูงสุดของทายาท ภาษีมรดกคืออะไร? และทำไมรัฐถึงต้องจัดเก็บ? ภาษีมรดก หรือ Inheritance Tax คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากผู้รับมรดกแต่ละราย ไม่ว่าจะเป็นทายาททางสายเลือดหรือบุคคลอื่นที่ได้รับการระบุในพินัยกรรม โดยตามกฎหมายไทยจะเรียกเก็บเฉพาะกรณีที่ได้รับมรดกมูลค่าเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไป และเป็นการเก็บภาษีจากผู้รับมรดก ไม่ใช่จากกองมรดกหรือเจ้ามรดกผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ มีการออกแบบมาเพื่อกระจายความมั่งคั่งในสังคมและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ รวมถึงเป็นการสร้างรายได้ให้กับรัฐ ภาษีมรดกมีหลักการพื้นฐานว่า ผู้ที่ได้รับทรัพย์สินมูลค่าสูงโดยไม่ต้องลงแรงเอง ควรมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศผ่านการจ่ายภาษี ซึ่งแนวคิดนี้สอดคล้องกับระบบภาษีอากรทั่วโลกที่มุ่งเน้นความเป็นธรรมทางสังคม โดยการจัดเก็บภาษีมรดกในประเทศไทยเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการหลังจากมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 ใครบ้างที่ต้องเสียภาษีมรดก? กฎหมายกำหนดไว้อย่างไร? การพิจารณาว่าใครต้องเสียภาษีมรดกนั้น มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนตามกฎหมาย โดยครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ดังนี้: บุคคลธรรมดา บุคคลธรรมดาที่ต้องเสียภาษีมรดกประกอบด้วย 3 [...]

11/3/2568 • โดย Homeday
ทีทีบี จับมือ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เปิดตัว ทีทีบี อัลติเมท เลกาซี 99/3 ประกันชีวิตที่ ออกแบบมาเพื่อปกป้องและเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน พร้อมโอกาสรับเงินปันผล เพื่อให้ลูกค้าสามารถจัดสรรและ วางแผนมรดกให้เป็นเรื่องง่ายและชัดเจน อีกทั้งโอกาสรับสิทธิประโยชน์สมาชิก PRULegacy ด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ จากพันธมิตรชั้นนำกว่า 50 รายการ ประกันชีวิต ทีทีบี อัลติเมท เลกาซี 99/3 ‘สิ่งที่ดีที่สุด’ สำหรับการวางแผนอนาคตเพื่อคนสำคัญในชีวิต และให้มรดกของคงอยู่ตลอดไปอย่างมั่นคง จ่ายเบี้ยฯ สั้นเพียง 3 ปี คุ้มครองยาว ชำระเบี้ยประกันภัย รับความคุ้มครองชีวิตนานถึงอายุครบ 99 ปี ออกแบบความคุ้มครองได้อย่างตรงใจ เลือกเพิ่มความคุ้มครองสุขภาพอื่น ๆ ได้ เพื่อให้ครอบคลุมทุกด้าน ส่งต่อมรดกได้เต็มจำนวน หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ผลประโยชน์จากความคุ้มครองชีวิตสามารถส่งต่อเป็นมรดกได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเสียภาษีการรับมรดกและภาษีการรับให้ ต่อยอดสินทรัพย์ได้มากกว่า พร้อมโอกาสรับเงินปันผล จากการลงทุนที่บริหารโดย Eastspring Investments ไม่ต้องตรวจสุขภาพ เพียงตอบคำถามสุขภาพ สำหรับผู้ขอเอาประกันภัยที่เลือกอัตราเบี้ยประกันภัยปกติ และทุนประกันชีวิตรวมไม่เกิน [...]

19/3/2568 • โดย Homeday
การจดทะเบียนสมรสเป็นก้าวสำคัญในชีวิตคู่ ซึ่งมิใช่เพียงแค่พิธีการทางกฎหมาย แต่ยังเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ร่วมกันอย่างเป็นทางการ การเตรียมตัวอย่างรอบคอบจะช่วยให้คู่รักก้าวผ่านช่วงเวลานี้ได้อย่างราบรื่นและมีความสุข 1. ความพร้อมทางการเงิน: รากฐานที่มั่นคง การวางแผนทางการเงินเป็นหัวใจสำคัญก่อนการจดทะเบียนสมรส คู่รักควรทำความเข้าใจสถานะทางการเงินของกันและกัน ประกอบด้วย: การเปิดเผยรายได้และหนี้สินอย่างตรงไปตรงมา การวางแผนงบประมาณร่วมกัน การกำหนดเป้าหมายทางการเงินระยะสั้นและระยะยาว การตัดสินใจเรื่องบัญชีเงินฝากร่วม 2. การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา: กุญแจแห่งความเข้าใจ การสื่อสารที่ชัดเจนและซื่อสัตย์เป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง ครอบคลุมถึง: การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเปิดเผย การรับฟังและเข้าใจความรู้สึกของคู่สมรส การจัดการความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ การแสดงความรู้สึกและความต้องการอย่างตรงไปตรงมา 3. เป้าหมายชีวิตร่วมกัน: การวางแผนอนาคต การกำหนดทิศทางชีวิตร่วมกันเป็นสิ่งสำคัญ ประกอบด้วย: การพูดคุยเกี่ยวกับความฝันและเป้าหมายส่วนตัว การวางแผนครอบครัว การตัดสินใจเรื่องอาชีพและการพัฒนาตนเอง การวางแผนการเงินเพื่ออนาคต 4. ความเข้าใจทางกฎหมาย: สิทธิและหน้าที่ การทำความเข้าใจกฎหมายการสมรสมีความสำคัญ ครอบคลุม: สิทธิและหน้าที่ของคู่สมรส การแบ่งทรัพย์สินระหว่างสมรส การรับมรดก การทำพินัยกรรม 5. การวางแผนที่อยู่อาศัย: รังรักแห่งความสุข การเตรียมพื้นที่อยู่อาศัยร่วมกันต้องคำนึงถึง: การเลือกทำเลที่เหมาะสม งบประมาณในการจัดหาที่พัก การออกแบบพื้นที่ให้เหมาะสมกับวิถีชีวิต การแบ่งพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่ใช้สอยร่วม 6. การวางแผนประกันชีวิตและสุขภาพ การป้องกันความเสี่ยงทางการเงินและสุขภาพ ประกอบด้วย: การทำประกันชีวิตร่วมกัน การเลือกประกันสุขภาพที่ครอบคลุม [...]

23/4/2568 • โดย Homeday
การโอนบ้านและที่ดินใหู้กเป็นอีกหนึ่งการวางแผนที่พ่อแม่หลายครอบครัวคิดไว้ในใจ เพื่อมอบสินทรัพย์มีค่าให้กับบุตรหลาน อีกทั้งยังเป็นการวางแผนภาษีและสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวในระยะยาว ในปี 2568 นี้ การโอนทรัพย์สินยังคงมีรายละเอียดและขั้นตอนที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้องและราบรื่น บทความนี้จะนำเสนอขั้นตอน เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการโอนบ้านและที่ดินให้ลูก เพื่อให้คุณสามารถเตรียมตัวได้อย่างครบถ้วนและมั่นใจ ทำไมการโอนบ้านให้ลูกจึงแตกต่างจากการรับมรดก? การโอนบ้านหรือที่ดินให้ลูกในขณะที่พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่มีความแตกต่างจากการยกทรัพย์สินให้เป็นมรดกอย่างชัดเจน กล่าวคือ การโอนทรัพย์สินหมายถึงการที่ผู้ให้มีเจตนายกทรัพย์สินให้กับผู้รับในขณะที่ผู้ให้ยังมีชีวิตอยู่ ขณะที่มรดกจะเกิดขึ้นหลังจากเจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิตไปแล้ว ประเด็นสำคัญอีกประการคือ ผู้ให้สามารถยกบ้านและที่ดิน หรือสิ่งอื่นๆ ให้กับผู้รับโดยไม่จำเป็นต้องมีค่าตอบแทนใดๆ การโอนบ้านให้ลูกในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่มีประโยชน์หลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการลดภาระภาษีตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ ที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ซึ่งกำหนดให้ผู้ครอบครองที่ดินประเภทต่างๆ หรือเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ ที่มีมูลค่าเกินเกณฑ์ยกเว้นภาษี จำเป็นต้องเสียภาษีตามมูลค่าของทรัพย์สินในอัตราที่กำหนด การโอนบ้านและที่ดินให้บุตรจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยกระจายการครอบครองสินทรัพย์และช่วยลดภาระภาษีได้ นอกจากนี้ การโอนทรัพย์สินยังช่วยลดปัญหาความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในเรื่องมรดกในอนาคต รวมถึงทำให้พ่อแม่ได้เห็นลูกหลานได้ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่มอบให้ ซึ่งสร้างความอุ่นใจได้เป็นอย่างดี เอกสารใดบ้างที่ต้องเตรียมสำหรับการโอนบ้านให้ลูก? การเตรียมเอกสารเพื่อโอนบ้านหรือที่ดินให้ลูกนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 5 รูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเป็นผู้ไปดำเนินการในวันโอน ดังนี้ 1. กรณีพ่อและแม่มาโอนพร้อมกัน เมื่อทั้งพ่อและแม่จะมาโอนที่ดินให้ลูกพร้อมกัน เอกสารที่ต้องเตรียมประกอบด้วย: โฉนดที่ดินตัวจริง บัตรประชาชนของพ่อและแม่ พร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านของพ่อและแม่ [...]
