
13/8/2569 • โดย Homeday
วว. เดินหน้าขับเคลื่อน วทน. เสริมแกร่งเกษตรกรและ SMEs ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากสู่สากล เผยงานวิจัยสร้างมูลค่าเศรษฐกิจปีละ 3,000–5,000 ล้านบาท ภายใต้โมเดล BCG

26/7/2569 • โดย Homeday
วว. ร่วมกับ อบจ. เชียงใหม่ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไม้ดอกและไม้ประดับของจังหวัดเชียงใหม่ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจ BCG อย่างยั่งยืน

24/7/2569 • โดย Homeday
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) หารือกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะชุมชน มุ่งขยายผลศูนย์การเรียนรู้ “ตาลเดี่ยวโมเดล” สู่การพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน

6/7/2569 • โดย Homeday
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) คว้า 5 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน พร้อมรางวัลสูงสุด 1st Grand Prize และ NRCT Special Prize จากเวที JDIE 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น

16/4/2569 • โดย Homeday
โครงการ เดอะ ปาล์ม คอร์ทยาร์ด บางนา กม. 8 (The Palm Courtyard Bangna KM.8) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวหรู 2 ชั้น ระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท...

19/6/2568 • โดย Homeday
การตกแต่งบ้านด้วยไม้ประดับที่มีใบสวยงามได้กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับการมีพื้นที่สีเขียวในบ้าน1 ไม้ตัดใบคือพันธุ์ไม้ที่ปลูกเพื่อนำใบมาใช้ในการตกแต่งต่างๆ เช่น จัดช่อดอกไม้หรือปักแจกัน ซึ่งเป็นทางเลือกที่ประหยัดและยั่งยืนกว่าการซื้อดอกไม้จากร้าน ฟิโลเดนดรอน ซานาดู: ไม้ประดับใบแฉกสไตล์เขตร้อน ฟิโลเดนดรอน ซานาดู มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Philodendron xanadu เป็นไม้ประดับที่มีถิ่นกำเนิดจากทวีปอเมริกาใต้ ใบของมันมีลักษณะเฉพาะคือมี 7 แฉกแบบขนนกและมีสีเขียวเข้มเป็นมัน ขนาดใบยาว 17-24 เซนติเมตร กว้าง 13-16 เซนติเมตร การดูแลฟิโลเดนดรอน ซานาดูนั้นค่อนข้างง่าย ต้องการแสงแดดรำไรและดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี จากการศึกษาพบว่าพืชชนิดนี้ควรได้รับแสงสว่างแบบทางอ้อมประมาณ 8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่ควรวางไว้ในแสงแดดจัด สำหรับการรดน้ำ ควรให้ผิวดินแห้งก่อนการรดน้ำครั้งถัดไป ฟิโลเดนดรอน เซลลอม: ไม้ประดับใบใหญ่ทรงสวย ฟิโลเดนดรอน เซลลอม หรือชื่อวิทยาศาสตร์ Philodendron bipinnatifidum เป็นพืชในตระกูลเดียวกับซานาดู แต่มีใบใหญ่กว่าโดยมีความกว้าง 20-30 เซนติเมตร และยาว 47-51 เซนติเมตร ใบมี 8 แฉกที่ขอบใบมีหยักลึก ทำให้ดูโดดเด่นและสวยงาม ข้อดีพิเศษของฟิโลเดนดรอนชนิดนี้คือนอกจากจะสวยงามแล้ว ยังมีคุณสมบัติในการกรองอากาศ ช่วยขจัดสารพิษในบ้านได้ [...]

19/6/2568 • โดย Homeday
ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นหนึ่งในไม้ประดับที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย ด้วยดอกสีชมพูสวยงามที่บานสะพรั่งในช่วงต้นปี ไม่เพียงแต่จะให้ความงดงามเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์หลากหลายที่หลายคนอาจยังไม่ทราบ ชมพูพันธุ์ทิพย์มีต้นกำเนิดจากไหน ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tabebuia rosea (Bertol.) DC. และจัดอยู่ในวงศ์ Bignoniaceae ต้นไม้ชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกากลางและทวีปอเมริกาใต้ ตั้งแต่ประเทศเม็กซิโกไปจนถึงประเทศเวเนซุเอลาและเอกวาดอร์ นอกจากนี้ยังเป็นต้นไม้ประจำชาติของประเทศเอลซัลวาดอร์อีกด้วย4 การเข้ามาสู่ประเทศไทยของชมพูพันธุ์ทิพย์เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2500 โดยมีหม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร เป็นผู้นำเข้ามาปลูกเป็นครั้งแรก ชื่อ “ชมพูพันธุ์ทิพย์” จึงได้รับการตั้งขึ้นเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ผู้นำเข้าและเป็นการบ่งบอกถึงสีของดอกที่เป็นสีชมพู ลักษณะเด่นของต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 8-25 เมตร ลำต้นมีขนาดใหญ่ เปลือกลำต้นเรียบสีน้ำตาลหรือสีเทา แต่เมื่อมีอายุมากเปลือกลำต้นจะแตกเป็นร่อง เรือนยอดมีรูปไข่หรือทรงกลม แผ่กว้างเป็นชั้น5 ใบของต้นชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นใบประกอบรูปนิ้วมือ ใบเรียงตรงกันข้าม มีใบย่อย 5 ใบ แผ่นใบหนาขอบเรียบ สีเขียวเข้ม ปลายใบเรียว โคนใบสอบ ความกว้าง 3-7 เซนติเมตร ยาว 7.5-16 เซนติเมตร ดอกและการออกดอกของชมพูพันธุ์ทิพย์ ดอกของชมพูพันธุ์ทิพย์ออกเป็นช่อกระจุกตามกิ่ง ช่อละ 5-8 ดอก กลีบดอกมีทั้งสีชมพูอ่อน [...]

19/6/2568 • โดย Homeday
ไฮยาซินธ์เป็นไม้หัวที่มีถิ่นกำเนิดจากแถบตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ไปจนถึงอิหร่านและเติร์กเมนิสถาน ดอกไฮยาซินธ์มีลักษณะเด่นคือออกดอกเป็นช่อแน่น มีกลิ่นหอมหวาน และมีสีสันหลากหลาย ตั้งแต่สีขาว ครีม เหลือง ชมพู ฟ้า ไปจนถึงสีม่วงเข้ม ปัจจุบันไฮยาซินธ์ถูกจัดเป็นวงศ์อิสระของตัวเองชื่อ Hyacinthaceae และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Hyacinthus Orientalis ทำไมควรปลูกไฮยาซินธ์ในบ้าน ไฮยาซินธ์เป็นดอกไม้ที่นิยมปลูกในบ้านเพราะมีคุณสมบัติหลายอย่างที่ดึงดูดใจ ดอกไฮยาซินธ์มีกลิ่นหอมอ่อนและสีสันที่หลากหลาย ช่วยผ่อนคลายจิตใจ ปรับสมดุลฮอร์โมน ลดอาการเครียด และช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น นอกจากนี้ ไฮยาซินธ์ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นใหม่ ความรัก และความกล้าหาญ ความหมายของสีดอกไฮยาซินธ์แต่ละสี แต่ละสีของดอกไฮยาซินธ์มีความหมายที่แตกต่างกันไป สีม่วงแทนการขอโทษและความเสียใจ สีฟ้าแทนความซื่อสัตย์และความจริงใจ สีแดงแทนความหลงใหล สีเหลืองแทนความอิจฉาริษา และสีขาวแทนความรักอันบริสุทธิ์และการขอพรต่อพระเจ้า สีชมพูแทนความสนุกสนาน ในขณะที่สีม่วงเข้มแทนความลึกลับและความเศร้าโศก วิธีการปลูกไฮยาซินธ์ในน้ำแบบง่ายๆ การเตรียมหัวไฮยาซินธ์ ขั้นตอนแรกในการปลูกไฮยาซินธ์คือการเตรียมหัวพันธุ์ ควรเลือกหัวที่มีขนาดใหญ่และแข็งแรง ไม่มีรอยเน่าเสีย หัวที่ใหญ่กว่าจะให้ดอกที่สวยงามและมีจำนวนกลีบมากกว่า โดยหัวขนาด 16-17 หรือ 18-19 เซนติเมตรจะเหมาะสำหรับการปลูกมากที่สุด ขั้นตอนการแช่ตู้เย็น การแช่หัวไฮยาซินธ์ในตู้เย็นเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการออกดอก ให้นำหัวไฮยาซินธ์ใส่ในถุงกระดาษสีน้ำตาลแล้วเก็บในช่องเก็บผักของตู้เย็นเป็นเวลา 6-14 สัปดาห์ที่อุณหภูมิ 40-45 องศาฟาเรนไฮต์ ต้องระวังไม่ให้เก็บหัวไฮยาซินธ์ไว้ใกล้กับผลไม้ที่สุกแล้ว [...]

2/6/2568 • โดย Homeday
มะลิเป็นไม้ดอกที่มีเสน่ห์และกลิ่นหอมอบอวลเป็นที่ชื่นชอบของคนไทย การปลูกมะลิที่บ้านไม่เพียงแต่จะช่วยให้สวนสวยงาม แต่ยังสามารถเก็บดอกไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย อย่างไรก็ตาม การปลูกมะลิให้ออกดอกไวและดกนั้นต้องมีเทคนิคและความรู้ที่ถูกต้อง บทความนี้จะนำเสนอวิธีการปลูกมะลิแบบครบวงจร ตั้งแต่การเริ่มต้นปลูกไปจนถึงการดูแลรักษาเพื่อให้ได้ผลผลิดดอกที่สมบูรณ์ วิธีการขยายพันธุ์มะลิที่ได้ผลดีที่สุด การเริ่มต้นปลูกมะลิสามารถทำได้หลายวิธี โดยวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือการปักชำ เนื่องจากเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย สะดวก และให้ผลรวดเร็ว การปักชำต้องใช้วัสดุเพาะชำที่เหมาะสม โดยใช้ทรายผสมขี้เถ้าแกลบในอัตราส่วน 1:1 เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการงอกราก การเตรียมกิ่งพันธุ์ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการปักชำ กิ่งที่เลือกใช้ควรเป็นกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน ตัดให้มีความยาวประมาณ 4 นิ้ว หรือมีข้ออย่างน้อย 3 ข้อ ควรลิดใบส่วนล่างออกให้เหลือแต่ใบด้านบนเพียง 1 ใบ เพื่อลดการคายน้ำและช่วยให้พลังงานไปเลี้ยงการสร้างราก หากต้องการเร่งการงอกรากสามารถใช้ฮอร์โมนช่วย โดยใช้ IBA และ NAA ในอัตราส่วน 1:1 ความเข้มข้น 4,500 ppm การปักชำที่ถูกต้องต้องปักกิ่งลงในวัสดุเพาะชำที่เตรียมไว้ โดยเรียงเป็นแถวและให้ระยะห่างระหว่างกิ่งประมาณ 2 นิ้ว จากนั้นรดน้ำและยากันรา เช่น แคปแทน เพื่อป้องกันเชื้อรา การรักษาความชื้นให้สม่ำเสมอทำได้โดยการวางภาชนะไว้ในถุงพลาสติกขนาดใหญ่ เพื่อสร้างสภาพเรือนกระจกขนาดเล็ก กิ่งปักชำจะออกรากภายใน 3 สัปดาห์ การตอนกิ่งและการทาบกิ่ง นอกจากการปักชำแล้ว ยังมีวิธีการขยายพันธุ์อื่นๆ [...]

29/5/2568 • โดย Homeday
ดอกอัญชันเป็นพืชที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยดอกสีน้ำเงินสวยงามและสารแอนโทไซยานินที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย การปลูกและดูแลต้นอัญชันทำได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพืชสวยงามและได้ประโยชน์ใช้สอยในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการนำมาทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ สีผสมอาหารธรรมชาติ หรือใช้ประโยชน์ทางการแพทย์แผนโบราณ ดอกอัญชันคืออะไร และมีต้นกำเนิดจากที่ไหน ดอกอัญชันมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Clitoria ternatea L. เป็นพืชในตระกูลถั่ว (Fabaceae) ที่มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า butterfly pea หรือ blue pea ซึ่งสะท้อนถึงรูปทรงดอกที่คล้ายปีกผีเสื้อและสีน้ำเงินที่โดดเด่น ในประเทศไทยมีชื่อเรียกที่หลากหลายตามภูมิภาค เช่น แดงชัน ในเชียงใหม่ เอื้องชัน ในภาคเหนือ และอังจัน ในบางพื้นที่ เกี่ยวกับถิ่นกำเนิดของดอกอัญชันนั้นมีความขัดแย้งกันในข้อมูลทางวิชาการ แหล่งข้อมูลบางแห่งระบุว่ามีต้นกำเนิดในแถบอเมริกาใต้ ในขณะที่บางแหล่งอ้างถึงแถบเอเชียเขตร้อน การศึกษาทางพฤกษศาสตร์สมัยใหม่ชี้ให้เห็นว่าชื่อวิทยาศาสตร์ “ternatea” อาจมาจากเกาะ Ternate ในหมู่เกาะอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นสถานที่ที่นักพฤกษศาสตร์ Linnaeus ได้ตัวอย่างพืชชนิดนี้มาศึกษา ปัจจุบันดอกอัญชันแพร่กระจายไปทั่วโลกในเขตร้อนและกึ่งร้อน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และหมู่เกาะแปซิฟิก ความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพอากาศที่หลากหลาย การผสมเกสรเองได้ และความสามารถในการตรึงไนโตรเจนทำให้พืชชนิดนี้เจริญเติบโตได้ดีในหลายพื้นที่ ลักษณะเด่นของดอกอัญชันที่ควรรู้จัก ดอกอัญชันเป็นไม้เลื้อยล้มลุกที่มีลักษณะโดดเด่นหลายประการ ลำต้นมีความยาวประมาณ 3-5 เมตร ปกคลุมด้วยขนนุ่ม สามารถเลื้อยได้ไกลถึง 20 [...]

22/5/2568 • โดย Homeday
กุหลาบ ราชินีแห่งดอกไม้ (Queen of Flower) เป็นดอกไม้ที่ครองใจคนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ด้วยความงดงามของกลีบดอกที่ซ้อนทับกันอย่างประณีต กลิ่นหอมละมุนที่ชวนให้หลงใหล และความหลากหลายของสีสันที่แต่ละสีล้วนมีความหมายลึกซึ้ง กุหลาบไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของความรักความโรแมนติก แต่ยังเป็นไม้มงคลที่เชื่อกันว่าจะนำโชคลาภและวาสนามาสู่ผู้ปลูก คุณเคยสงสัยไหมว่ากุหลาบมีกี่สายพันธุ์ แต่ละสีมีความหมายอย่างไร และจะปลูกอย่างไรให้ออกดอกสวยงามตลอดทั้งปี? บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับกุหลาบให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น กุหลาบคืออะไร? ลักษณะทั่วไปที่ควรรู้ กุหลาบ หรือมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Rosa spp. จัดอยู่ในวงศ์ Rosaceae มีถิ่นกำเนิดทั่วโลก ทั้งในเอเชีย ยุโรป อเมริกา และแอฟริกา โดยมีลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กไปจนถึงไม้เลื้อย เป็นไม้ผลัดใบที่มีอายุยืนหลายปี มีความสูงตั้งแต่ 20-300 เซนติเมตร ลำต้นกุหลาบมีทั้งแบบมีหนามและไร้หนาม เมื่อลำต้นยังอ่อนจะมีสีเขียวและค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อแก่ขึ้น มีใบประกอบแบบขนนก ปลายใบเรียวแหลม โคนสอบ ขอบใบมีรอยหยัก และมีสีเขียวเข้มตลอดทั้งใบ จุดเด่นที่สุดของกุหลาบอยู่ที่ดอกที่มีสีสันงดงามหลากหลายตามสายพันธุ์ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ และมีการจัดเรียงกลีบดอกซ้อนกันประมาณ 4-6 ชั้น ที่น่าสนใจคือ คำว่า “กุหลาบ” มีรากศัพท์มาจากภาษาเปอร์เซีย จากคำว่า “Gul” หรือ “Gol” และมีการเติม [...]

22/5/2568 • โดย Homeday
บัวเป็นดอกไม้ที่มีความสำคัญและความหมายพิเศษในวัฒนธรรมไทย นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และความศรัทธาแล้ว ยังเป็นไม้น้ำที่นิยมปลูกเพื่อความสวยงามในบ่อหรือภาชนะต่างๆ ภายในบ้าน หลายคนอาจคิดว่าการปลูกบัวเป็นเรื่องยาก แต่ความจริงแล้ว หากเข้าใจวิธีการที่ถูกต้อง ใครๆ ก็สามารถปลูกบัวให้งามและออกดอกสวยได้ตลอดทั้งปี มาทำความรู้จักกับพันธุ์บัว วิธีปลูก และการดูแลบัวให้สวยงามกันดีกว่า รู้จักกับสายพันธุ์บัวที่นิยมปลูกในประเทศไทยมีอะไรบ้าง? บัวในประเทศไทยสามารถแบ่งออกเป็น 3 สกุลใหญ่ โดยแต่ละสกุลมีลักษณะเฉพาะและความสวยงามที่แตกต่างกันไป บัวหลวง หรือ ปทุมชาติ บัวหลวง (Nelumbo nucifera) ได้รับการขนานนามว่า “ราชินีแห่งไม้น้ำ” มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย เช่น จีน อินเดีย และไทย มีลำต้นใต้ดินแบบเหง้าและไหล ใบเมื่อยังอ่อนจะลอยปริ่มน้ำ ส่วนใบแก่จะชูเหนือน้ำ ก้านใบและก้านดอกมีหนาม ดอกชูสูงเหนือน้ำ มีทั้งดอกทรงป้อมและแหลม กลีบดอกมีทั้งชนิดซ้อนและไม่ซ้อน พันธุ์บัวหลวงที่นิยมปลูกในไทยมี 4 พันธุ์หลัก: ปทุม หรือ “บัวแหลมแดง” – ดอกแหลมสีชมพู กลีบดอกไม่ซ้อน ปุณฑริก หรือ “บัวแหลมขาว” – ดอกแหลมสีขาว กลีบดอกไม่ซ้อน สัตตบงกช หรือ “บัวฉัตรแดง” [...]