
2/3/2568 • โดย Homeday
การดูแลสุขภาพช่องปากของสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของมักจะมองข้าม แต่ความจริงแล้วสุขภาพช่องปากมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับสุขภาพโดยรวมของสัตว์เลี้ยง ปัญหาในช่องปากไม่เพียงแต่ทำให้สัตว์เลี้ยงไม่สบาย แต่ยังสามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีการดูแลสุขภาพช่องปากสัตว์เลี้ยงอย่างละเอียด เพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพช่องปากที่ดีและมีความสุขไปตลอดชีวิต ทำไมสุขภาพช่องปากจึงสำคัญสำหรับสัตว์เลี้ยง สุขภาพช่องปากไม่ได้เกี่ยวข้องแค่เรื่องลมหายใจที่สดชื่นหรือฟันขาวสวยเท่านั้น แต่มีความสำคัญต่อสุขภาพโดยรวมของสัตว์เลี้ยงอย่างมาก หากปล่อยให้เกิดปัญหาสุขภาพช่องปาก เช่น โรคเหงือกอักเสบหรือการติดเชื้อในช่องปาก แบคทีเรียสามารถเข้าสู่กระแสเลือดและแพร่กระจายไปยังอวัยวะสำคัญอื่นๆ เช่น หัวใจ ตับ และไต ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ การศึกษาทางสัตวแพทย์พบว่า สัตว์เลี้ยงอายุมากกว่า 3 ปีเกือบ 80% มีปัญหาสุขภาพช่องปากในระดับหนึ่ง โดยโรคปริทันต์ (Periodontal disease) เป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุด โรคนี้เริ่มต้นจากการสะสมของคราบพลัคในช่องปาก ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลจะกลายเป็นหินปูน นำไปสู่การอักเสบของเหงือกและเนื้อเยื่อรอบฟัน และสุดท้ายอาจทำให้ฟันหลุดได้ นอกจากนี้ ปัญหาช่องปากยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง การเจ็บปวดในช่องปากจะทำให้สัตว์เลี้ยงไม่อยากกินอาหาร ส่งผลให้น้ำหนักลดลงและอาจเกิดปัญหาโภชนาการตามมา สัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาช่องปากมักจะมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น กลายเป็นเซื่องซึม ระมัดระวังเมื่อมีการสัมผัสบริเวณใบหน้า หรือแสดงอาการไม่สบายเมื่อกินอาหารหรือเล่น สัญญาณบ่งชี้ปัญหาสุขภาพช่องปากในสัตว์เลี้ยง การสังเกตสัญญาณเตือนตั้งแต่เริ่มแรกจะช่วยให้สามารถจัดการกับปัญหาสุขภาพช่องปากได้ก่อนที่จะลุกลาม สัญญาณที่บ่งชี้ว่าสัตว์เลี้ยงของคุณอาจมีปัญหาสุขภาพช่องปาก มีดังนี้: กลิ่นปากแรง: กลิ่นปากเหม็นผิดปกติเป็นสัญญาณที่พบบ่อยที่สุดของโรคปริทันต์หรือการติดเชื้อในช่องปาก ลมหายใจของสัตว์เลี้ยงไม่ควรมีกลิ่นเหม็นรุนแรง เหงือกแดงหรือมีเลือดออก: เหงือกที่มีสุขภาพดีควรมีสีชมพูอ่อน หากพบว่าเหงือกมีสีแดงเข้ม บวม หรือมีเลือดออกเมื่อแปรงฟัน อาจเป็นสัญญาณของโรคเหงือกอักเสบ หินปูนสะสมบนฟัน: [...]

28/5/2568 • โดย Homeday
การบำรุงดินด้วยวัสดุธรรมชาติจากของใช้ในครัวเรือนเป็นวิธีการที่ประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยสามารถใช้เปลือกกล้วยที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม แคลเซียม และฟอสฟอรัส กากกาแฟที่มีไนโตรเจนสูงถึง 1.2-2.4 เปอร์เซนต์ ขี้เถ้าที่ช่วยปรับความเป็นกรดของดิน รวมถึงเปลือกไข่ วัชพืช และน้ำจากตู้ปลาที่ล้วนมีสารอาหารจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช วิธีการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดขยะครัวเรือน แต่ยังเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินอย่างยั่งยืนและปลอดภัยจากสารเคมี ทำไมต้องบำรุงดินด้วยวัสดุธรรมชาติ? ดินที่อุดมสมบูรณ์เป็นรากฐานสำคัญของการเพาะปลูกที่ประสบความสำเร็จ การใช้วัสดุธรรมชาติในการบำรุงดินไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีราคาแพง แต่ยังส่งเสริมระบบนิเวศในดินให้มีความสมดุล การหมุนเวียนสารอาหารในดินผ่านวัสดุอินทรีย์จะช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน เพิ่มความสามารถในการกักเก็บน้ำ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับจุลินทรีย์มีประโยชน์ การใช้วัสดุเหลือใช้จากครัวเรือนยังเป็นการลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัด โดยเฉพาะขยะอินทรีย์ที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ แนวคิดการเกษตรแบบหมุนเวียน (Circular Agriculture) นี้ช่วยสร้างความยั่งยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต พร้อมทั้งได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีและปลอดภัยต่อผู้บริโภค วัสดุจากครัวเรือนที่ช่วยบำรุงดินได้อย่างไร? วัสดุเหลือใช้จากครัวเรือนหลายชนิดมีคุณค่าทางโภชนาการสูงสำหรับพืช โดยเฉพาะเปลือกผลไม้และเศษอาหารที่มีสารอาหารหลักทั้งไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม การแปรรูปวัสดุเหล่านี้ให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์จะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้สารอาหารถูกปล่อยออกมาอย่างสม่ำเสมอตามความต้องการของพืช การใช้วัสดุธรรมชาติยังช่วยเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุในดิน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงสมบัติทางกายภาพและเคมีของดิน อินทรียวัตถุจะช่วยให้ดินมีความร่วนซุย เพิ่มการระบายอากาศ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของรากพืช นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งอาหารสำหรับจุลินทรีย์ในดิน ซึ่งจะช่วยเพิ่มกิจกรรมทางชีวภาพและสร้างความสมดุลในระบบนิเวศดิน วิธีการใช้เปลือกกล้วยเป็นปุ๋ยธรรมชาติ เปลือกกล้วยเป็นแหล่งสารอาหารที่ยอดเยี่ยมสำหรับพืช โดยมีโพแทสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียมในปริมาณสูง วิธีการใช้เปลือกกล้วยมีหลายแบบ ตั้งแต่การใช้แบบง่ายที่สุดคือการฝังเปลือกกล้วยสดลงในดินรอบโคนต้นไม้ให้ลึกอย่างน้อย 4 นิ้ว จนถึงการทำเป็นน้ำหมักหรือปุ๋ยผง การทำปุ๋ยผงจากเปลือกกล้วยทำได้โดยการตากเปลือกกล้วยให้แห้งสนิท จากนั้นบดให้ละเอียดแล้วผสมกับดิน [...]

4/4/2568 • โดย Homeday
สมาคมพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก ร่วมกับ ดานอน สเปเชียลไลซ์ นิวทริชั่น (ประเทศไทย) สนับสนุนความเข้าใจต่อการผ่าคลอด ในโอกาสเดือนรณรงค์การตระหนักรู้ เกี่ยวกับการผ่าคลอด สมาคมพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก และ ดานอน ประเทศไทย ผู้นำระดับโลกด้านอาหารและเครื่องดื่มสุขภาพมากว่า 125 ปี จัดงาน “เสริมภูมิต้านทาน เพื่อพัฒนาการเด็กผ่าคลอด” เพื่อส่งเสริมความรู้และความเข้าใจใน “เดือนรณรงค์การตระหนักรู้ เกี่ยวกับการผ่าคลอด” หรือ “C-Section Awareness Month” โดยในงานนี้ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การผ่าคลอดและผลกระทบของการผ่าคลอด รวมถึงวิธีการช่วยลดผลกระทบของสุขภาพเด็กผ่าคลอดได้อย่างตรงจุดด้วยนมแม่ที่มีสารอาหารสำคัญอย่าง “Synbiotic” ที่คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากทั่วเอเซียได้ร่วมลงมติโดยอ้างอิงจากงานวิจัยทั่วโลก การประชุมภายในงาน “เสริมภูมิต้านทาน เพื่อพัฒนาการเด็กผ่าคลอด” ได้กล่าวถึงข้อสรุปจากการร่วมลงมติล่าสุดโดยคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั่วเอเชีย โดยเห็นตรงกันว่า การเสียสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้จากการผ่าคลอดอาจส่งผลกระทบต่อภูมิต้านทานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของ นมแม่ ซึ่งเป็นแหล่งโภชนาการที่ครบถ้วนสำหรับเด็กทารก รวมถึงเด็กผ่าคลอดในช่วง 6 เดือนแรก โดยเฉพาะ “Synbiotic” ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพลำไส้ ซึ่งเป็นรากฐานภูมิต้านทานของเด็กผ่าคลอดที่แข็งแรงในอนาคต จากข้อมูลวิชาการทั่วโลกแพทย์จากทั่วเอเชียลงมติว่า “Synbiotic” ซึ่งประกอบด้วย Prebiotic และ Probiotic โดยเฉพาะ B. breve [...]

18/4/2568 • โดย Homeday
นพ.เสถียร ภู่ประเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระรามเก้า เป็นประธานเปิดกิจกรรม “วันพาร์กินสันโลก 2025” เพื่อส่งต่อความรู้และช่วยเพิ่มการตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคพาร์กินสัน ภัยเงียบโรคสมองเสื่อมที่ต้องระวัง โดยมี นพ.วิทยา วันเพ็ญ รองกรรมการผู้อำนวยการ และ นพ.สิทธิ เพชรรัชตะชาติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาและโรคพาร์กินสันและการเคลื่อนไหวผิดปกติ ร่วมงาน โดยภายในงานจะมีกิจกรรมให้ความรู้ที่หลากหลาย เช่น บูธข้อมูลเกี่ยวกับโรคพาร์กินสัน, แนวทางการดูแลรักษา, บูธโภชนาการแนะนำอาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วย รวมถึงสัมมนาพิเศษ “พาร์กินสัน รู้เร็ว ป้องกันได้” ณ ลานกิจกรรม ชั้น 2 อาคาร A

20/2/2568 • โดย Homeday
นอกจากกุหลาบแดง ก็คงเป็นช็อกโกแลตที่ขายดีช่วงวาเลนไทน์ หากทานแต่พอดียังมีประโยชน์ต่อหัวใจ แต่จะดีกว่าไหมล่ะ ถ้าได้ประโยชน์คูณสอง! เพราะ 137 ดีกรี® มี นมพิสตาชิโอ สูตรดับเบิ้ลช็อกโกแลต ถั่วที่ได้รับความนิยมสูง ขึ้นชื่อเรื่องบำรุงหัวใจ เหมาะแก่ให้คนที่คุณรัก ทุกคนเคยสงสัยไหมว่าทำไม “ช็อกโกแลต” ถึงได้กลายเป็นขนมที่นิยมมอบเป็นของแทนใจของ “วันวาเลนไทน์” เพราะช็อกโกแลตเป็นสัญลักษณ์แห่งการบอกรัก และการส่งมอบความปรารถนาดีให้แก่กัน นอกจากนี้ช็อกโกแลตมีสารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น คาเฟอีน (Caffeine) มีคุณสมบัติกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ, ทิโอโบรมีน (Theobromine) ช่วยลดความดันโลหิต กระตุ้นการเต้นของหัวใจ สามารถลดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้ และฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ในกลุ่มโพลิฟีนอล (Polyphenol) ต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมความแข็งแรงของหลอดเลือดหัวใจและสมอง ช่วยลดความเสี่ยงโดยรวมของโรคหัวใจได้ 137 ดีกรี® ชวนทุกคนมาสัมผัสความรักผ่าน นมพิสตาชิโอ สูตรดับเบิ้ลช็อกโกแลต การผสมผสานของถั่วพิสตาชิโอ ถั่วไขมันดีที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง สามารถลดระดับไขมันในเลือด ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดลงได้ อีกทั้งยังมีสรรพคุณช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งอีกด้วย และช็อกโกแลตจากเบลเยี่ยม รสชาตินุ่มละมุน สัมผัสได้ถึงความเข้มข้นของเนื้อนมที่ครีมมี่ครีมใจ ต้อนรับเดือนแห่งความรัก แจกไอเดียใหม่ไม่ซ้ำใคร จะดีแค่ไหนล่ะ? ถ้าได้ของขวัญที่เต็มไปด้วยความรักและความใส่ใจ เพราะเราพิถีพิถันเรื่องการผลิต สินค้าของเราคั้นสดจากถั่วเต็มเมล็ด ไม่เติมน้ำตาลทราย ใช้ความหวานจากเกสรดอกมะพร้าวออร์แกนิค มั่นใจได้เลยว่าคนที่คุณรักจะได้รับของขวัญที่ดีที่สุดในวาเลนไทน์นี้แน่นอน สัมผัสความอร่อยแบบพรีเมียมของ นมพิสตาชิโอ สูตรดับเบิ้ลช็อกโกแลต แบรนด์ 137 ดีกรี® ในกล่องขนาด [...]

18/3/2568 • โดย Homeday
การบริโภคผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงเป็นวิธีธรรมชาติที่ดีที่สุดในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ผักแต่ละชนิดมีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และแร่ธาตุที่ช่วยปกป้องร่างกายจากโรคภัยไข้เจ็บ การเลือกรับประทานผักที่หลากหลายจะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน 1. กะหล่ำปลี: ราชินีแห่งผักต้านโรค กะหล่ำปลีเป็นผักที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ประกอบด้วยวิตามินซีและวิตามินเค ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ และป้องกันโรคหัวใจ การรับประทานกะหล่ำปลีสดหรือนึ่งจะช่วยรักษาคุณค่าทางโภชนาการได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งและโรคเรื้อรังต่างๆ 2. ผักโขม: พลังแห่งธาตุเหล็ก ผักโขมเป็นแหล่งธาตุเหล็กที่สำคัญ ช่วยเพิ่มการสร้างเม็ดเลือดแดง กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน และต้านการติดเชื้อ มีวิตามินเอ วิตามินซี และกรดโฟลิกสูง ช่วยฟื้นฟูเซลล์และต่อสู้กับอนุมูลอิสระ 3. บร็อกโคลี: ซุปเปอร์ผักต้านมะเร็ง บร็อกโคลีอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซัลโฟราเฟน และวิตามินซี ช่วยกระตุ้นเอนไซม์ที่ทำลายเซลล์มะเร็ง ลดการอักเสบ และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน การรับประทานบร็อกโคลีอย่างสม่ำเสมอช่วยป้องกันโรคเรื้อรังได้ 4. กระเทียม: ยาปราบเชื้อโรค กระเทียมมีสารอัลลิซิน ที่มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา ช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว เพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงของโรคหวัด และโรคติดเชื้อต่างๆ 5. ขิง: สมุนไพรแห่งการบรรเทา ขิงมีสารต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดอาการปวดและอักเสบ กระตุ้นระบบย่อยอาหาร เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และบรรเทาอาการหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ [...]

13/2/2568 • โดย Homeday
การเลือกอาหารให้สัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของพวกเขา ในปัจจุบันมีตัวเลือกมากมายระหว่างอาหารเม็ดและอาหารสด ทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงหลายคนเกิดความสับสนว่าควรเลือกแบบไหนดี บทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัยและให้ข้อมูลที่จำเป็นในการตัดสินใจ อาหารเม็ดคืออะไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร อาหารเม็ดเป็นอาหารแห้งที่ผ่านกระบวนการผลิตแบบอัดเม็ด โดยนำวัตถุดิบต่างๆ มาผสมกันตามสูตรที่กำหนด ซึ่งประกอบด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็น ข้อดีของอาหารเม็ด สะดวกในการให้อาหาร เก็บรักษาง่าย อายุการเก็บนาน ราคาประหยัดกว่าเมื่อเทียบกับอาหารสด มีสารอาหารครบถ้วนตามที่สัตว์เลี้ยงต้องการ ช่วยรักษาสุขภาพฟันได้ดี เพราะการเคี้ยวอาหารเม็ดช่วยขัดฟัน มีมาตรฐานการผลิตที่ควบคุมคุณภาพ ข้อเสียของอาหารเม็ด อาจมีสารกันบูดหรือสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิต ความสดใหม่น้อยกว่าอาหารสด บางยี่ห้ออาจใช้วัตถุดิบคุณภาพต่ำ สัตว์เลี้ยงบางตัวอาจเบื่ออาหาร อาหารสดคืออะไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร อาหารสดหมายถึงอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบสดใหม่ เช่น เนื้อสัตว์ ผัก และธัญพืชต่างๆ โดยเจ้าของเป็นผู้เตรียมเองหรือซื้อจากผู้ผลิตอาหารสดสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ข้อดีของอาหารสด มีความสดใหม่ รสชาติดี สัตว์เลี้ยงชอบ ไม่มีสารกันบูดหรือสารเคมี สามารถปรับสูตรให้เหมาะกับสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวได้ ใกล้เคียงกับอาหารตามธรรมชาติของสัตว์ ข้อเสียของอาหารสด ต้องใช้เวลาในการเตรียม ราคาแพงกว่าอาหารเม็ด เก็บรักษายาก อายุการเก็บสั้น ต้องมีความรู้เรื่องโภชนาการสัตว์เลี้ยง เสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรคหากเตรียมไม่ถูกวิธี เกณฑ์ในการเลือกระหว่างอาหารเม็ดและอาหารสด การตัดสินใจเลือกระหว่างอาหารเม็ดและอาหารสดควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ ดังนี้ อายุและสุขภาพของสัตว์เลี้ยง ลูกสัตว์: [...]

13/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกถั่วเป็นหนึ่งในกิจกรรมการเกษตรที่สำคัญและมีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทย ถั่วเป็นพืชตระกูลที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยม และยังมีความสามารถในการปรับปรุงคุณภาพดินผ่านการตรึงไนโตรเจนจากอากาศ การเลือกปลูกถั่วชนิดต่างๆ ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างอาชีพให้กับเกษตรกร แต่ยังเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า การเลือกชนิดถั่วที่เหมาะสมกับพื้นที่ ถั่วแดงหลวง: พืชทดแทนที่มีประวัติศาสตร์ ถั่วแดงหลวงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Phaseolus vulgaris L. เป็นพืชล้มลุกที่มีลำต้นคล้ายกับต้นถั่วเหลือง ความสูงประมาณ 40-65 เซนติเมตร ถั่วชนิดนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะคือเมล็ดจะเปลี่ยนสีตามอายุ เริ่มจากสีขาว เปลี่ยนเป็นสีเขียว และเมื่อแก่เต็มที่จะกลายเป็นสีแดงเข้ม พันธุ์ที่แนะนำสำหรับการปลูกคือ พันธุ์หมอกจ๋าม และสายพันธุ์ใหม่ที่อยู่ระหว่างการทดสอบ ถั่วอะซูกิ: สมบัติจากแดนอาทิตย์อุทัย ถั่วอะซูกิ (Vigna angularis) เป็นพืชล้มลุกฤดูเดียวที่มีต้นแข็งแรง ความสูงประมาณ 20-25 เซนติเมตร เมล็ดมีทรงกลม สีแดงสด และตาสีขาว ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่แยกแยะได้ง่าย ถั่วอะซูกิพันธุ์ปางดะเป็นพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาโดยเฉพาะสำหรับสภาพอากาศของประเทศไทย โดยใช้เวลาในการเพาะปลูกประมาณ 80-100 วันหลังปลูก ถั่วขาว: ทางเลือกใหม่สำหรับพื้นที่สูง ถั่วขาว (Phaseolus vulgalis Linn.) เป็นไม้ล้มลุกอายุฤดูเดียวที่มีลำต้นเป็นทรงพุ่มเตี้ยรูปปิรามิด ความสูงประมาณ 8-15 เซนติเมตร ถั่วขาวมีขนาดเมล็ดเล็กกว่าถั่วแดงและมีทรงกลม พันธุ์ปางดะ 2 [...]

27/3/2568 • โดย Homeday
ในปัจจุบันสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนต่างให้ความสนใจ ซูเปอร์ฟู้ดจึงกลายเป็นคำคุ้นหูและเป็นที่ต้องการของคนรักสุขภาพ เพราะซูเปอร์ฟู้ด คืออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก แบรนด์เฮอริเทจ ผลิตภัณฑ์ถั่ว ธัญพืช และผลไม้อบแห้งพรีเมียม สำหรับเป็นวัตถุดิบประกอบอาหาร ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดีที่สุด เป็นซูเปอร์ฟู้ด ส่งตรงสู่ผู้บริโภค โดยในวันนี้ขอคัดสรร 10 อาหาร ซูเปอร์ฟู้ดจากแบรนด์เฮอริเทจ ที่มีประโยชน์มากมาย และสามารถประกอบอาหารได้หลากหลายชนิดทั้งคาวและหวาน ดังนี้ อัลมอนด์ (Almonds) อัลมอนด์เป็นแหล่งของโปรตีน ไฟเบอร์ วิตามินอี และไขมันดี ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล บำรุงหัวใจ และควบคุมน้ำหนัก แบรนด์เฮอริเทจนำเสนออัลมอนด์หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบเม็ดเต็ม แบบแท่ง แบบสไลด์ และแบบผง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค สามารถนำไปประกอบอาหารในรูปแบบที่แตกต่างกัน อาทิเช่น อกไก่อัลมอนด์ สลัดอัลมอนด์ เค้กอัลมอนด์ แป้งอัลมอนด์ เป็นต้น วอลนัท (Walnuts) วอลนัทอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 สารต้านอนุมูลอิสระ และไฟเบอร์ ช่วยบำรุงสมอง ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ และต้านการอักเสบ วอลนัทมีรสชาติมัน [...]

18/5/2568 • โดย Homeday
ตู้แช่แข็งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความสำคัญสำหรับการถนอมอาหารในระยะยาว ช่วยให้วัตถุดิบคงความสด รสชาติ และคุณค่าทางโภชนาการได้นานขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในครัวเรือน ร้านอาหาร หรือธุรกิจขนาดเล็ก ตู้แช่แข็งมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบฝาเปิดด้านบน แบบตั้ง หรือแบบหลายประตู และมีฟังก์ชันการทำงานที่แตกต่างกันไป บางรุ่นสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการทำงานได้ ทั้งโหมดแช่เย็นและแช่แข็ง ทำให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งานมากขึ้น การเลือกตู้แช่แข็งที่เหมาะสมนั้นต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งขนาดความจุ ฟังก์ชันการทำงาน ระดับอุณหภูมิที่สามารถทำได้ ค่าไฟฟ้า และพื้นที่ในการติดตั้ง โดยทั่วไปตู้แช่แข็งจะสามารถทำความเย็นได้ตั้งแต่ประมาณ 10 องศาเซลเซียสไปจนถึง -30 องศาเซลเซียส ซึ่งลักษณะการใช้งานก็จะแตกต่างกันไป เช่น ถ้าต้องการแช่เครื่องดื่มหรืออาหารที่ต้องการความเย็นแต่ไม่ถึงกับต้องแช่แข็ง อุณหภูมิ 0 ถึง 10 องศาเซลเซียสก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องการเก็บรักษาเนื้อสัตว์ อาหารทะเล หรือวัตถุดิบที่ต้องแช่แข็ง ควรใช้อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีตู้แช่แข็งได้มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในแง่ของการประหยัดพลังงาน การกระจายความเย็นอย่างทั่วถึง และการรักษาอุณหภูมิให้คงที่แม้ในกรณีที่ไฟดับ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเก็บรักษาอาหารให้มีคุณภาพดีอยู่เสมอ #ตู้แช่แข็ง #ตู้แช่เย็น #ตู้แช่แข็งยี่ห้อไหนดี #ตู้แช่แข็งราคา #อุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน #ระบบทำความเย็น #ถนอมอาหาร #ฉนวนกันความร้อน #ตู้แช่แข็ง2ระบบ #แช่แข็งอาหาร

3/6/2568 • โดย Homeday
ชะอมเป็นผักพื้นบ้านไทยที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ให้พลังงาน 57 กิโลแคลอรี่ต่อ 100 กรัม มีเส้นใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินเอมากถึง 10,066 IU การปลูกชะอมที่ถูกวิธีจะให้ผลผลิตที่ดี สามารถเก็บเกี่ยวได้ทุก 3-4 วันและมีรายได้ต่อเนื่องตลอดปี เนื่องจากเป็นไม้ยืนต้นที่มีอายุยืนนาน ทนทานต่อสภาพแวดล้อม และต้องการการดูแลรักษาที่ไม่ซับซ้อน ทั้งยังสามารถปลูกได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเพาะเมล็ด การปักชำ หรือการตอนกิ่ง ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียและเทคนิคเฉพาะที่ควรรู้ ขอบคุณภาพจาก : เกษตรสัญจร การเลือกวิธีปลูกชะอมที่เหมาะสม การปลูกชะอมสามารถทำได้หลายวิธี โดยแต่ละวิธีจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันทั้งในเรื่องของความแข็งแรงของต้น ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยว และความหนาแน่นของหนาม การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการปลูกและสภาพพื้นที่ที่มีอยู่ การปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์ การเพาะเมล็ดเป็นวิธีที่ได้ต้นชะอมที่แข็งแรงและทนทานต่อสภาพแวดล้อมมากที่สุด ต้นที่ได้จากเมล็ดจะมีหนามหนากว่าการปลูกด้วยวิธีอื่น และมีระบบรากที่แข็งแรงกว่า เมล็ดชะอมสามารถเก็บรักษาได้นานถึง 3 ปี และยังคงสามารถงอกได้2 ขั้นตอนการเพาะเมล็ดเริ่มต้นด้วยการแช่เมล็ดในน้ำเป็นเวลา 1 วันและ 1 คืน เพื่อคัดเลือกเมล็ดที่สมบูรณ์1 เมล็ดที่ดีจะปริเปลือกออกเล็กน้อยหลังจากแช่น้ำ ส่วนเมล็ดที่ไม่ปริเปลือกแสดงว่าไม่สมบูรณ์ควรทิ้งไป หลังจากได้เมล็ดที่พร้อมปลูกแล้ว ให้นำไปปลูกในกระถางเพาะกล้าที่มีดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ยหมัก โดยฝังเมล็ดลงผิวดินไม่ต้องกลบจนมิด ใส่ประมาณ 2 เมล็ดต่อกระถาง [...]

20/5/2568 • โดย Homeday
ไข่ผำ หรือที่เรียกอีกชื่อว่า ผำ ไข่น้ำ ไข่แหน เป็นพืชน้ำขนาดเล็กที่ได้รับการยกให้เป็นซูเปอร์ฟู้ดของไทยและกำลังเป็นที่รู้จักในระดับโลก ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่สูงมาก โดยเฉพาะปริมาณโปรตีนถึง 40% ของน้ำหนักแห้ง วิตามินและแร่ธาตุหลากหลาย ทำให้หลายคนสนใจที่จะเลี้ยงไข่ผำไว้บริโภคเอง หรือเพื่อการจำหน่าย แต่จะเลี้ยงอย่างไรให้ได้ผลดี? บทความนี้จะพาคุณไปเรียนรู้วิธีการเลี้ยงไข่ผำอย่างมืออาชีพ พร้อมทั้งประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการที่คุณอาจยังไม่รู้ ขอบคุณภาพจาก : สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน “กรีนคาเวียร์” ไข่ผำคืออะไร ทำไมถึงเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่น่าสนใจ? ไข่ผำ (Wolffia arrhiza (L.) Wimm.) เป็นพืชน้ำขนาดเล็กที่สุดในโลกในวงศ์ Lemnaceae มีลักษณะเป็นเม็ดสีเขียวกลมหรือเกือบกลม เส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 0.5-1.5 มิลลิเมตร ไม่มีราก ไม่มีใบ โดยภายในเซลล์มีอากาศแทรกคล้ายฟองน้ำซึ่งช่วยให้ลอยน้ำได้ มักพบตามหนอง บึง หรือแหล่งน้ำนิ่งทั่วไป โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคอีสานของไทย ไข่ผำได้รับฉายาว่า “กรีนคาเวียร์” (Green Caviar) เพราะรูปร่างคล้ายไข่ปลาแต่มีสีเขียว และมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก ถือเป็นอาหารพื้นบ้านที่มีมาแต่โบราณ แต่ปัจจุบันได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในฐานะซูเปอร์ฟู้ดเพราะคุณค่าทางโภชนาการที่โดดเด่น คุณค่าทางโภชนาการของไข่ผำ ทำไมถึงได้จัดเป็นซูเปอร์ฟู้ด? ไข่ผำ 100 กรัม มีคุณค่าทางโภชนาการที่น่าทึ่งดังนี้: พลังงาน [...]