กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

23/11/2566 • โดย Homeday
บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล รีท แมนเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ “FIRM” ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ หรือ “FTREIT” ประกาศความสำเร็จล่าสุดด้วยการคว้ารางวัล Best Real Estate Inves

13/3/2568 • โดย Homeday
INETREIT สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ประกาศจ่ายปันผลรายเดือนเป็นกองแรกในไทย ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงิน และศักยภาพ “กองทรัสต์นวัตกรรมดิจิทัล” มุ่งมั่นสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไอเน็ต หรือ INETREIT ประกาศนโยบายจ่ายปันผลจากรายไตรมาส เป็นจ่ายรายเดือนกองแรกและกองเดียวในประเทศไทย สร้างมาตรฐานใหม่แก่กองทรัสต์เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ ตอกย้ำฐานะการเงินแข็งแกร่ง ตอบสนองความมุ่งมั่นที่จะเป็นกองทรัสต์นวัตกรรมดิจิทัลเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ฟากบอร์ดเคาะจ่ายปันผลรายเดือนครั้งแรก 9 เมษายนนี้ ที่อัตรา 0.0666 บาทต่อหน่วย เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 มีนาคม 2568 นายสุตกานต์ แน่นหนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเน็ต รีท แมเนจเม้นท์ จํากัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เปิดเผยว่า INETREIT เป็นกองทรัสต์กองแรกและกองเดียวในประเทศไทยที่เข้าลงทุนตรงในทรัพย์สินเกี่ยวกับเมกะเทรนด์ด้านเทคโนโลยีทั้งหมด และมีนโยบายมุ่งเน้นลงทุนในทรัพย์สินประเภทศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอื่นๆ ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง ล่าสุด บริษัทฯ ได้ปรับเปลี่ยนนโยบายการจ่ายปันผลของกองทรัสต์ฯ เป็นรายเดือน จากเดิมที่จ่ายเป็นรายไตรมาส ซึ่งนับเป็นทรัสต์กองแรกในประเทศไทยที่มีนโยบายจ่ายปันผลในรูปแบบรายเดือน เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอให้แก่นักลงทุน และสะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางการเงินของ INETREIT ตลอดจนความมั่นใจในศักยภาพการสร้างรายได้ของทรัพย์สินที่ลงทุน [...]

28/8/2568 • โดย Homeday
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เผยข้อมูลสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย ไตรมาส 2 ปี 2568 ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน สะท้อนจากยอดการโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1 (QoQ) ทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า โดยจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 18.5% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 15.7% โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 24.2% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 24.8% ปัจจัยบวกจากมาตรการของรัฐบาล ทั้งการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท และการผ่อนเกณฑ์ LTV ชั่วคราวของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และปริมาณการซื้อขายบ้านมือสองขยายตัวเพิ่มขึ้น คาดการณ์แนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัย ไตรมาส 3 และ ไตรมาส 4 ปรับตัวดีขึ้น ดันยอดการโอนกรรมสิทธิ์ทั้งปี 2568 ขยายตัวใกล้เคียงปีก่อน นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และรักษาการผู้อำนวยการ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลประกาศใช้มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ การลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองเหลือ [...]

17/4/2568 • โดย Homeday
การโอนที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียม เป็นเรื่องที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าการโอนกรรมสิทธิ์นั้นมีค่าใช้จ่ายมากมายที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า ซึ่งแตกต่างกันไปตามประเภทของการโอน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขาย การโอนให้ลูก คู่สมรส หรือญาติ รวมถึงการโอนมรดก บทความนี้จะรวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมโอนที่ดิน บ้าน และคอนโดล่าสุดในปี 2568 พร้อมเอกสารที่ต้องใช้และขั้นตอนการโอน เพื่อช่วยให้คุณเตรียมความพร้อมได้อย่างครบถ้วน เอกสารอะไรบ้างที่ต้องเตรียมในการโอนอสังหาริมทรัพย์? การโอนอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กรณีหลัก คือ การโอนในนามบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยมีรายละเอียดดังนี้ การโอนในนามบุคคลธรรมดา สำหรับการโอนในนามบุคคลธรรมดา ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องเตรียมเอกสารไม่เหมือนกัน เอกสารที่ผู้ซื้อต้องเตรียม: บัตรประชาชนพร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลพร้อมสำเนา (ถ้ามี) เอกสารที่ผู้ขายต้องเตรียม: โฉนดที่ดินที่ต้องการขาย บัตรประชาชนพร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลพร้อมสำเนา (ถ้ามี) หนังสือยินยอมจากคู่สมรส (กรณีมีคู่สมรส) ทะเบียนสมรสพร้อมสำเนา (กรณีมีคู่สมรส) ใบสำคัญการหย่าพร้อมสำเนา (กรณีหย่าร้าง) หากให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่: ใบมอบอำนาจที่ดิน (ทด.21) สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ การโอนในนามนิติบุคคล สำหรับการโอนในนามนิติบุคคล จำเป็นต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้: [...]

25/4/2568 • โดย Homeday
คำถามยอดฮิตที่หลายคนมักสงสัยเมื่อต้องการหาที่อยู่อาศัย คือการตัดสินใจว่าควรซื้อหรือเช่าคอนโด แต่ละทางเลือกมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไปตามสถานการณ์และความต้องการส่วนบุคคล บทความนี้จะวิเคราะห์เปรียบเทียบทั้งสองทางเลือกในมิติต่างๆ เพื่อช่วยให้คุณประเมินได้ว่าการซื้อหรือเช่าคอนโดแบบไหนที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และสถานะทางการเงินของคุณมากที่สุด โดยพิจารณาจากความสะดวกสบาย การลงทุนระยะยาว ภาระค่าใช้จ่าย ตลอดจนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่แตกต่างกัน เพื่อให้คุณมีข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจเลือกทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด ความแตกต่างระหว่างซื้อและเช่าคอนโดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ อิสระในการตกแต่งและปรับเปลี่ยนพื้นที่ เมื่อคุณซื้อคอนโด คุณมีอิสระเต็มที่ในการตกแต่งและปรับเปลี่ยนพื้นที่ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการทาสีใหม่ เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ หรือปรับปรุงรูปแบบห้องต่างๆ โดยไม่ต้องขออนุญาตจากใคร คุณสามารถสร้างพื้นที่ให้เข้ากับรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของคุณได้อย่างเต็มที่ เพียงแค่ไม่กระทบโครงสร้างหลักของอาคารเท่านั้น ในทางกลับกัน การเช่าคอนโดมักจะมีข้อจำกัดในการตกแต่งหรือปรับเปลี่ยนพื้นที่ คุณต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของคอนโดก่อนที่จะทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่มีผลถาวรต่อตัวห้อง การลงทุนตกแต่งห้องเช่าอาจไม่คุ้มค่าในระยะยาวเนื่องจากไม่ใช่ทรัพย์สินของคุณเอง และอาจต้องคืนสภาพห้องให้เหมือนเดิมเมื่อย้ายออก ความยืดหยุ่นในการโยกย้ายที่อยู่ การเช่าคอนโดมีข้อได้เปรียบด้านความยืดหยุ่นในการโยกย้าย เมื่อสัญญาเช่าหมดอายุ คุณสามารถตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่อื่นได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นเพราะต้องการเปลี่ยนสถานที่ทำงาน ต้องการย้ายไปอยู่ใกล้คนรัก หรือเพียงแค่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศ การเช่าจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่แน่ใจเรื่องที่อยู่ในระยะยาวหรือผู้ที่ต้องย้ายที่ทำงานบ่อย ส่วนการซื้อคอนโดมีความยืดหยุ่นน้อยกว่า หากต้องการย้ายที่อยู่ คุณต้องผ่านกระบวนการขายหรือปล่อยเช่าห้องของคุณ ซึ่งอาจใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม รวมถึงความเสี่ยงที่อาจขายไม่ได้ตามราคาที่ต้องการในช่วงที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ซบเซา การลงทุนในระยะยาว การซื้อคอนโดเป็นการลงทุนในระยะยาว เพราะมูลค่าของคอนโดมีโอกาสเพิ่มขึ้นตามการพัฒนาของพื้นที่โดยรอบ คุณสามารถขายต่อเพื่อทำกำไรหรือปล่อยเช่าเพื่อสร้างรายได้รายเดือน ซึ่งในแง่นี้การซื้อคอนโดอาจถูกกว่าการเช่าในระยะยาวหากพิจารณาถึงผลตอบแทนที่อาจได้รับ ในขณะที่การเช่าคอนโด แม้จะไม่ต้องเสียเงินก้อนใหญ่หรือผ่อนชำระระยะยาว แต่ผู้เช่าจะไม่ได้รับกำไรหรือผลตอบแทนจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ เงินค่าเช่าที่จ่ายไปเป็นเพียงค่าใช้สอยที่ไม่ก่อให้เกิดทรัพย์สินแต่อย่างใด เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายซื้อหรือเช่าคอนโด อะไรประหยัดกว่าในระยะยาว? ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นและรายเดือนเมื่อเช่าคอนโด การเช่าคอนโดมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ต่ำกว่าการซื้อมาก โดยทั่วไปคุณจะต้องจ่ายค่ามัดจำหรือเงินประกัน 2 เดือน [...]

10/4/2568 • โดย Homeday
ข้อพิจารณาด้านคุณภาพชีวิตกับระยะห่างจากสนามบิน การอยู่อาศัยใกล้สนามบินนำมาซึ่งประเด็นคุณภาพชีวิตหลายประการที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบโดยตรงคือมลภาวะทางเสียง เครื่องบินขึ้น-ลงสร้างเสียงรบกวนที่มีระดับความดังสูงถึง 80-100 เดซิเบล โดยเฉพาะบริเวณที่อยู่ใต้เส้นทางการบิน เสียงที่ดังเกิน 70 เดซิเบลอย่างต่อเนื่องสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทั้งความเครียด นอนไม่หลับ และปัญหาการได้ยินในระยะยาว นอกจากมลภาวะทางเสียง คุณภาพอากาศก็เป็นอีกประเด็นสำคัญ สนามบินปล่อยมลพิษจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงอากาศยาน รวมถึงฝุ่นละอองจากการจราจรหนาแน่นบริเวณโดยรอบ การศึกษาพบว่าผู้อยู่อาศัยในรัศมี 5 กิโลเมตรจากสนามบินขนาดใหญ่มีความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจสูงกว่าพื้นที่อื่น แต่ในทางกลับกัน การอยู่ห่างจากสนามบินมากเกินไปก็มีผลต่อความสะดวกสบายในการเดินทาง ผู้ที่ต้องเดินทางบ่อยอาจต้องเผื่อเวลาเดินทางไปสนามบินมากขึ้น เสี่ยงต่อการพลาดเที่ยวบินในช่วงการจราจรหนาแน่น และมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่สูงขึ้น การพิจารณาสมดุลระหว่างระยะห่างที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญด้านที่อยู่อาศัยแนะนำว่า ระยะห่างประมาณ 10-15 กิโลเมตรจากสนามบินเป็นจุดที่สมดุลระหว่างการได้รับผลกระทบจากมลภาวะและความสะดวกในการเข้าถึง โดยผู้ซื้อควรสำรวจพื้นที่ในช่วงเวลาต่างๆ เพื่อประเมินระดับเสียงและมลภาวะที่แท้จริงก่อนตัดสินใจ ผลกระทบด้านมูลค่าอสังหาริมทรัพย์และการลงทุน การอยู่ใกล้หรือไกลสนามบินส่งผลโดยตรงต่อราคาและศักยภาพการเติบโตของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ โดยทั่วไป บ้านที่อยู่ในรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตรจากสนามบินมักมีราคาต่ำกว่าพื้นที่ใกล้เคียงที่มีลักษณะคล้ายกันแต่อยู่ห่างจากสนามบินมากกว่า ความแตกต่างด้านราคานี้อาจสูงถึง 15-20% ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของผลกระทบด้านเสียงและมลภาวะ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าอสังหาริมทรัพย์ใกล้สนามบินจะไม่เป็นการลงทุนที่ดี เนื่องจากมีปัจจัยอื่นที่ต้องพิจารณาประกอบ เช่น แผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต การเติบโตของพื้นที่พาณิชยกรรมโดยรอบ และมาตรการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของสนามบิน ในมุมของการลงทุน พื้นที่ในรัศมี 5-10 กิโลเมตรจากสนามบินที่ไม่อยู่ใต้เส้นทางการบินโดยตรง มักมีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยเฉพาะหากมีการวางแผนพัฒนาระบบขนส่งมวลชนเชื่อมต่อกับสนามบิน ทำให้เกิดย่านธุรกิจและที่อยู่อาศัยใหม่ [...]

6/5/2568 • โดย Homeday
ริชมอนทส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (Richmont’s) บริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาดและการขายอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ กลับมาเปิดโอกาสให้แก่นักลงทุนชาวไทยได้เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมใจกลางกรุงลอนดอนอีกครั้ง กับโครงการ The Founding ที่พักอาศัยแบบลอฟต์สไตล์ในย่าน Canada Water ซึ่งเป็นทำเลที่เปี่ยมด้วยศักยภาพและถูกพัฒนาอย่างรวดเร็วในลอนดอน โดดเด่นด้วยการผสานความงดงามของสถาปัตยกรรมอังกฤษสมัยเก่าเข้ากับนวัตกรรมด้านความยั่งยืนอันทันสมัย ซึ่งถือเป็นโอกาสในการลงทุนระยะยาวที่น่าสนใจ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนชาวไทยมองกรุงลอนดอนเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ในการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ทั้งเพื่อสร้างรายได้จากการปล่อยเช่า, การกระจายความเสี่ยงของสินทรัพย์ หรือเพื่อเป็นที่พักอาศัยที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการเรียนรู้สำหรับบุตรหลานที่ศึกษาในต่างประเทศ ปัจจุบันโครงการ The Founding ได้รับการพัฒนาให้เป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ในรูปแบบมิกซ์ยูสใจกลางลอนดอน ซึ่งได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อตอบสนองทั้งผู้ซื้อที่มองหาที่พักที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และนักลงทุนที่ให้ความสำคัญในการสร้างผลตอบแทนอย่างมั่นคง The Founding เป็นโครงการที่อยู่อาศัยแห่งแรกภายใต้แบบแผน Canada Water Masterplan ของ British Land ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 4 พันล้านปอนด์ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 134 ไร่ (53 เอเคอร์) และมีเป้าหมายพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางเมืองแห่งใหม่ของลอนดอน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 100 ปี โครงการนี้ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังอย่าง Allies and Morrison พร้อมการตกแต่งภายในโดย Conran and Partners [...]

14/11/2568 • โดย Homeday
ภูเก็ตกำลังเขียนเรื่องราวบทใหม่ จากจุดหมายของนักท่องเที่ยวและนักลงทุนรายย่อย สู่สมรภูมิการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมที่ร้อนแรงที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย การหลั่งไหลของเงินทุนจากสถาบัน การเติบโตของโครงการแบรนด์เรสซิเดนซ์ และแนวโน้มการใช้ชีวิตที่ผสานระหว่าง ‘การอยู่อาศัย’ และ ‘การพักผ่อน’ กำลังพลิกโฉมภูเก็ตให้กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาค นักพัฒนาอสังหาฯ จากกรุงเทพฯ และต่างประเทศทุ่มเม็ดเงินมหาศาลปักหมุดลงทุนในภูเก็ต ล่าสุดมี พราว เรียลเอสเตท จากกรุงเทพฯ เจ้าของโครงการ The Residences at InterContinental Phuket Resort มูลค่าประมาณ 2,500 ล้านบาท, แคปสโตน แอสเซท ที่เตรียมเปิดตัว Peylaa Phuket, Autograph Collection Residences มูลค่าราว 3,900 ล้านบาท และ โบ๊ท พัฒนา จากภูเก็ต ที่เดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่หลายแห่งต่อเนื่อง ในส่วนของนักลงทุนต่างชาติ นำโดย Amal Group of Companies เจ้าของโครงการ Gardens of Eden มูลค่าราว 11,300 [...]