กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

26/8/2568 • โดย Homeday
บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” ร่วมขับเคลื่อนการเรียนรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) สำหรับนักศึกษา จัดสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “ความรู้เรื่องการใช้บัตรเครดิต” เพื่อให้ผู้เข้าเรียนได้ทราบถึงวิธีการใช้บัตรเครดิตอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด ภายใต้โครงการ “กรุงไทยรัก Smart University” ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ เป็นการผนึกกำลังกับบริษัทในเครือคือ “เคทีซี” โดยมีนักศึกษาจากหลากหลายมหาวิทยาลัยเข้าร่วมฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นางสาวปิยะสุดา แคว้นนนทรีย์ ผู้บริหารสูงสุดสายงานทรัพยากรบุคคล เคทีซี กล่าวว่า เคทีซีมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยส่งเสริมการเข้าถึงความรู้และการใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างรับผิดชอบแก่เยาวชน การปลูกฝังวินัยทางการเงินตั้งแต่วันนี้คือรากฐานสู่คุณภาพชีวิตทางการเงินที่มั่นคงในอนาคต สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นางกนกกาญจน์ แนววงศ์ ผู้จัดการแผนกฝึกอบรมการขาย สายงานบริหารช่องทางการขาย เคทีซี ร่วมเป็นวิทยากร ถ่ายทอดความรู้ตั้งแต่การใช้บัตรเครดิตอย่างถูกวิธี การเลือกบัตรที่เหมาะสม การรักษาวินัยการชำระ ไปจนถึงความสำคัญของข้อมูลเครดิตจากบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เน้นย้ำความสำคัญของการรักษาเครดิต และป้องกันปัญหาทางการเงินในอนาคต โครงการ “กรุงไทยรัก Smart University” มีกำหนดดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องตลอดปี 2568 ขยายโอกาสการเรียนรู้ไปสู่นิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ ตอกย้ำความร่วมมือของธนาคารกรุงไทยและเคทีซีในการเสริมสร้าง Financial [...]

23/5/2568 • โดย Homeday
ช่วงนี้กระแสการดื่มน้ำขึ้นฉ่ายฝรั่งกำลังฮิตในหมู่คนรักสุขภาพ เพราะมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกาย ช่วยลดน้ำหนัก ดีท็อกซ์ และมีแคลลอรี่ต่ำ แต่การซื้อขึ้นฉ่ายฝรั่งมากินทุกวันอาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายไม่น้อย และยังมีความกังวลเรื่องสารเคมีตั้งแต่ยาฆ่าแมลงที่อาจเจือปน1 การปลูกขึ้นฉ่ายฝรั่งไว้กินเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดี ที่จะช่วยให้เรามั่นใจในความปลอดภัยและประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ขึ้นฉ่ายฝรั่งคืออะไร และแตกต่างจากขึ้นฉ่ายจีนอย่างไร ผักในตระกูลขึ้นฉ่ายมีอยู่ 2 สายพันธุ์หลัก คือ ขึ้นฉ่ายจีน และ ขึ้นฉ่ายฝรั่ง โดยขึ้นฉ่ายฝรั่งหรือเซเลอรี่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Apium graveolens L. จัดอยู่ในวงศ์ผักชี ลักษณะเด่นของขึ้นฉ่ายฝรั่งคือมีก้านใบขนาดใหญ่และสูงกว่า เมื่อโตเต็มที่ลำต้นจะสูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร มีลำต้นสีขาวและใบสีเหลืองอมเขียว ดอกสีขาวออกเป็นช่อคล้ายซี่ร่ม ส่วนใหญ่นิยมทำไปใส่ในสลัด ซุป หรือนำไปทำน้ำผัก1 ในขณะที่ขึ้นฉ่ายจีนจะมีลำต้นหรือก้านใบที่เรียวเล็กกว่า ความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร มีสีเข้มและกลิ่นฉุนมากกว่า ไว้สำหรับทำกับข้าวประเภทผัด ยำ หรือแกงจืด ขึ้นฉ่ายฝรั่งจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผักที่มีลำต้นหนาใหญ่ เหมาะสำหรับทำน้ำปั่นและใช้ในอาหารสไตล์ตะวันตก คุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ต่อสุขภาพ ขึ้นฉ่ายฝรั่งเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยในน้ำหนัก 100 กรัม ให้พลังงานเพียง 67 กิโลแคลลอรี่ มีน้ำถึง 95 กรัม ทำให้เป็นผักที่มีแคลลอรี่ต่ำมาก [...]

10/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกสมุนไพรไทยที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในหมู่คนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการความสะดวกในการประกอบอาหาร เนื่องจากสมุนไพรไทยส่วนใหญ่สามารถปลูกได้ง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก และให้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้งในด้านการปรุงอาหารและสุขภาพ12 การมีสวนสมุนไพรไว้ที่บ้านไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องปรุงสด แต่ยังมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยจากสารเคมี นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความร่มรื่นให้กับบริเวณบ้านและสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้อีกด้วย สมุนไพรไทยยอดนิยมสำหรับปลูกที่บ้าน กะเพรา – เครื่องปรุงหลักในครัวไทย กะเพราเป็นพืชล้มลุกที่มี 2 สายพันธุ์หลักคือ กะเพราแดงที่มีลำต้นสีแดงและกะเพราขาวที่มีลำต้นสีเขียว1 ต้นกะเพรามีความสูงตั้งแต่ 30-60 เซนติเมตร ลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งก้านสาขา ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน รูปทรงรี มีรสเผ็ดร้อนกลิ่นฉุน1 กะเพรามีสรรพคุณแก้ปวดท้อง ท้องอืด แก้ลมจุกเสียดแน่นท้อง ขับลมทำให้เรอ เหมาะสำหรับเด็ก ในแง่คุณค่าทางอาหาร กะเพรามีเบต้าแคโรทีนสูง เสริมด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน การปลูกกะเพราทำได้โดยการเพาะเมล็ดหรือปักชำกิ่ง หว่านเมล็ดให้ทั่วแปลง ใช้ฟางกลบหรือปุ๋ยคอกโรยทับบางๆ รดน้ำตามทันที ใช้ฟักบัวรดน้ำต้นไม้รูเล็กๆ เมล็ดจะงอกเป็นต้นกล้าภายใน 7 วัน รอจนต้นกล้าอายุ 1 เดือน ค่อยถอนแยกจัดระยะต้นให้มีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 20-30 เซนติเมตร กะเพราชอบแสงแดดแบบเต็มวัน ควรรดน้ำทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง ปลูกในดินร่วนระบายน้ำดี ขิงและข่า – สมุนไพรตระกูลเดียวกัน ขิงเป็นไม้ล้มลุกมีเหง้าอยู่ใต้ดิน [...]

20/6/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่คนส่วนใหญ่อาศัยในพื้นที่จำกัดอย่างคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ การมีพื้นที่สีเขียวในบ้านกลายเป็นความท้าทาย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ต้นไม้ไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงามให้กับที่พักอาศัย แต่ยังมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพกายและใจ บทความนี้จะแนะนำต้นไม้ที่เหมาะสำหรับพื้นที่จำกัด วิธีการดูแล และประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากการปลูกต้นไม้ในบ้าน ทำไมควรมีต้นไม้ในคอนโดหรือพื้นที่เล็กๆ? การปลูกต้นไม้ในที่พักอาศัยไม่ได้เป็นเพียงแค่การตกแต่งบ้านให้สวยงามเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์อีกมากมายที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ ต้นไม้หลายชนิดมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษและมลพิษในอากาศ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซีน และไตรคลอโรเอทธิลีน ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในเฟอร์นิเจอร์ พรม และสีทาบ้าน การศึกษาของ NASA พบว่าต้นไม้บางชนิดสามารถกำจัดสารพิษในอากาศได้ถึง 87% ภายใน 24 ชั่วโมง ลดความเครียดและเพิ่มความสุข การมีต้นไม้ในบ้านช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล และความดันโลหิต การศึกษาพบว่าการดูแลต้นไม้ช่วยเพิ่มความสุขและลดความรู้สึกโดดเดี่ยวและซึมเศร้าได้ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน หากคุณทำงานที่บ้าน การมีต้นไม้รอบตัวจะช่วยเพิ่มสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงานได้ถึง 15% ต้นไม้ช่วยปรับความชื้นในอากาศและสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ทำให้คุณทำงานได้ดีขึ้น ปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ ต้นไม้บางชนิด เช่น ลิ้นมังกร (Snake Plant) ปล่อยออกซิเจนในเวลากลางคืน ช่วยให้คุณหลับสบายและมีคุณภาพการนอนที่ดีขึ้น การวางต้นไม้ในห้องนอนจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับ 10 ต้นไม้ที่เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่จำกัด เมื่อพื้นที่มีจำกัด การเลือกต้นไม้ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ นี่คือ 10 ต้นไม้ที่เหมาะสำหรับปลูกในคอนโดหรือพื้นที่เล็ก ๆ: [...]

18/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกสมุนไพรต่างชาติในบ้านไทยกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากมีประโยชน์หลากหลายทั้งในด้านสุขภาพ การจัดสวน และการใช้ในครัวเรือน สมุนไพรต่างชาติเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีสรรพคุณทางยาที่น่าประทับใจ แต่ยังมีความสวยงามและกลิ่นหอมที่สามารถเพิ่มความสดชื่นให้กับพื้นที่อยู่อาศัยได้ สมุนไพรต่างชาติยอดนิยมที่ปลูกได้ในไทย มินต์หรือสะระแหน่ มินต์หรือสะระแหน่เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาหลากหลาย โดยเฉพาะในการช่วยขับลม แก้เหนื่อย คลื่นไส้ อาเจียน และเวียนหัว การวิจัยพบว่ามินต์มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ในด้านโภชนาการ มินต์มีวิตามินเอ เหล็ก และแมงกานีสในปริมาณที่ดี การปลูกมินต์ทำได้ง่ายโดยใช้การเพาะเมล็ดและปักชำ ต้องการดินที่อุดมสมบูรณ์และระบายน้ำดี เสจ เสจเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการแก้ลมหายใจเหม็น ลดแก๊สในกระเพาะอาหาร และช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน การศึกษาพบว่าเสจสามารถช่วยปรับปรุงความจำและการทำงานของสมองในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ นอกจากนี้ยังช่วยลดคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ การปลูกเสจต้องการดินร่วนปนทรายและแสงแดดรำไร ไธม์ ไธม์มีสรรพคุณในการกระตุ้นระบบย่อยอาหาร บรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ และมีคุณสมบัติต้านแบคทีเรียและต้านเชื้อรา สมุนไพรชนิดนี้เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนซุยที่ระบายน้ำดี และต้องการแสงแดดจัดตลอดวัน พาร์สลีย์ พาร์สลีย์หรือผักชีฝรั่งมีวิตามินเค วิตามินเอ และวิตามินซีสูง วิตามินเคช่วยในการแข็งตัวของเลือดและสุขภาพกระดูก การปลูกพาร์สลีย์ต้องการดินที่มีค่า pH ระหว่าง 5.5-6.8 และแสงแดดปานกลาง โหระพาฝรั่ง โหระพาฝรั่งหรือเบซิลมีสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านการอักเสบ มีรสชาติที่อ่อนกว่าโหระพาไทย เหมาะสำหรับการปรุงอาหารหลากหลายประเภท การปลูกต้องการดินร่วนซุยที่ระบายน้ำดีและแสงแดดตลอดวัน สมุนไพรสำหรับจัดสวนและอโรมาเธอราพี โรสแมรี่ โรสแมรี่มีสรรพคุณในการบำรุงสมอง ผิว [...]

25/5/2568 • โดย Homeday
การปลูกทุเรียนในประเทศไทยได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีมูลค่าสูงและได้รับการยกย่องให้เป็นราชาแห่งผลไม้ การเข้าใจวิธีการปลูกทุเรียนที่ถูกต้องจะช่วยให้เกษตรกรสามารถผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพดีและสร้างรายได้ที่มั่นคง ทุเรียนมีสายพันธุ์ที่หลากหลายและแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่และสภาพอากาศจึงเป็นสิ่งสำคัญในการปลูกทุเรียนให้ประสบความสำเร็จ ทุเรียนคืออะไรและมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์อย่างไร ทุเรียนมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Durio zibethinus Linn. จัดอยู่ในวงศ์ฝ้ายหรือวงศ์ชบา (Malvaceae) โดยเป็นผลไม้ขึ้นชื่อในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีแหล่งกำเนิดมาจากเกาะสุมาตรา ทุเรียนได้รับการยกย่องให้เป็นราชาแห่งผลไม้เนื่องจากกลิ่นที่รุนแรงและหนามแข็งรอบตัว รวมถึงรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ลำต้นของทุเรียนเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูงตั้งแต่ 25-50 เมตร มีอายุมากกว่า 80 ปี เปลือกมีสีเทาเข้ม ผิวขรุขระ เป็นสะเก็ด ไม่มียาง เนื้อไม้ค่อนข้างอ่อน ส่วนกิ่งแตกเป็นมุมแหลมและยาว สามารถเป็นทรงพุ่มได้ 3 ทรง คือ ทรงพุ่มสี่เหลี่ยม ทรงพุ่มกรวยคว่ำฐานกว้าง และทรงพุ่มกรวยคว่ำฐานแคบ ใบทุเรียนจะขึ้นสลับตรงข้ามกระจายอยู่ทั่วกิ่ง มีลักษณะหนาแข็งและมีขอบเรียบ โดยในส่วนด้านบนของใบจะเป็นสีเขียว ส่วนด้านล่างเป็นสีน้ำตาล รูปทรงแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสายพันธุ์1 ดอกทุเรียนเป็นดอกสมบูรณ์เพศ รูปทรงคล้ายระฆัง ออกดอกเป็นช่อ แต่ละช่อมีประมาณ 5-30 ดอก โดยจะแทงออกตามตาของกิ่ง มีกลีบเลี้ยง กลีบรอง และกลีบดอก สายพันธุ์ทุเรียนไหนเหมาะสมกับการปลูกเชิงพาณิชย์ สายพันธุ์ทุเรียนในประเทศไทยสามารถแบ่งออกตามลักษณะได้เป็น 6 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มกบ [...]

29/5/2568 • โดย Homeday
ดอกอัญชันเป็นพืชที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยดอกสีน้ำเงินสวยงามและสารแอนโทไซยานินที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย การปลูกและดูแลต้นอัญชันทำได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพืชสวยงามและได้ประโยชน์ใช้สอยในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการนำมาทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ สีผสมอาหารธรรมชาติ หรือใช้ประโยชน์ทางการแพทย์แผนโบราณ ดอกอัญชันคืออะไร และมีต้นกำเนิดจากที่ไหน ดอกอัญชันมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Clitoria ternatea L. เป็นพืชในตระกูลถั่ว (Fabaceae) ที่มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า butterfly pea หรือ blue pea ซึ่งสะท้อนถึงรูปทรงดอกที่คล้ายปีกผีเสื้อและสีน้ำเงินที่โดดเด่น ในประเทศไทยมีชื่อเรียกที่หลากหลายตามภูมิภาค เช่น แดงชัน ในเชียงใหม่ เอื้องชัน ในภาคเหนือ และอังจัน ในบางพื้นที่ เกี่ยวกับถิ่นกำเนิดของดอกอัญชันนั้นมีความขัดแย้งกันในข้อมูลทางวิชาการ แหล่งข้อมูลบางแห่งระบุว่ามีต้นกำเนิดในแถบอเมริกาใต้ ในขณะที่บางแหล่งอ้างถึงแถบเอเชียเขตร้อน การศึกษาทางพฤกษศาสตร์สมัยใหม่ชี้ให้เห็นว่าชื่อวิทยาศาสตร์ “ternatea” อาจมาจากเกาะ Ternate ในหมู่เกาะอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นสถานที่ที่นักพฤกษศาสตร์ Linnaeus ได้ตัวอย่างพืชชนิดนี้มาศึกษา ปัจจุบันดอกอัญชันแพร่กระจายไปทั่วโลกในเขตร้อนและกึ่งร้อน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และหมู่เกาะแปซิฟิก ความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพอากาศที่หลากหลาย การผสมเกสรเองได้ และความสามารถในการตรึงไนโตรเจนทำให้พืชชนิดนี้เจริญเติบโตได้ดีในหลายพื้นที่ ลักษณะเด่นของดอกอัญชันที่ควรรู้จัก ดอกอัญชันเป็นไม้เลื้อยล้มลุกที่มีลักษณะโดดเด่นหลายประการ ลำต้นมีความยาวประมาณ 3-5 เมตร ปกคลุมด้วยขนนุ่ม สามารถเลื้อยได้ไกลถึง 20 [...]