กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

5/8/2567 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เอาใจชาวภาคเหนือตอนบน ให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองง่ายขึ้น ด้วยการจัดงาน “บ้าน ธอส. เอ็กซ์โป @ เชียงใหม่” ระหว่างวันที่ 9-11 สิงหาคม 2567 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ ทั้งผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน นำโดย (1) สินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยพิเศษ อัตราดอกเบี้ยเดือนที่ 1 –

10/10/2567 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ร่วมมือกับ บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการสินเชื่อพร้อมใช้ และ โครงการ GHB Big Family โดยจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อพร้อมใช้ สำหรับผู้ที่ต้องการซื้ออุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัย อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรกเพียง 3.90% ต่อปี

6/8/2568 • โดย Homeday
บริษัท สีเบเยอร์ จำกัด ผู้นำนวัตกรรมสีรักษ์โลกของไทย เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ ธนาคารเกียรตินาคิน ณ สำนักงานใหญ่ อาคารอโศก เพื่อสนับสนุนโครงการ “สินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Loan)” โดยมี ดร.จารุรัตน์ ชัยยศบูรณะ ผู้บริหารกลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ เป็นผู้แทนองค์กรเข้าร่วมพิธีลงนามครั้งนี้ เบเยอร์ ภูมิใจ เป็นแบรนด์สีรายเดียวที่ได้รับคัดเลือกเป็นวัสดุสีเขียว ด้วยความร่วมมือครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ เบเยอร์กลายเป็นผู้ผลิตสีและเคมีภัณฑ์ก่อสร้างรายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “วัสดุสีเขียว” (Green Material) สำหรับใช้ในโครงการเงินกู้สีเขียวของธนาคารเกียรตินาคิน โดยจะถูกนำไปใช้ในงานก่อสร้างและปรับปรุงอาคารที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม การลดการใช้พลังงาน และการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ การได้รับคัดเลือกครั้งนี้ เกิดจากคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์สีเบเยอร์ที่ผ่านมาตรฐานสีเขียว (Green Label) ในระดับสากล รวมถึงเทคโนโลยีสีเย็น (Heat Reflective) และสูตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี ซึ่งในครั้งนี้ กระบวนการคัดเลือกเป็นไปอย่างเข้มข้นตามเกณฑ์มาตรฐานสีเขียวระดับสากล จนทำให้เบเยอร์ผ่านเข้ารอบสุดท้าย (Finalist) และได้รับการจัดอันดับให้เป็นแบรนด์อันดับ 1 ของวัสดุก่อสร้างสีเขียวในกลุ่มผลิตภัณฑ์สีและเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพและความเชื่อมั่นของภาคการเงินที่มีต่อผลิตภัณฑ์ของเบเยอร์ ด้านการผลักดันอาคารสีเขียว สู่เป้าหมาย [...]

25/4/2568 • โดย Homeday
การเป็นหนี้อาจฟังดูน่ากลัวสำหรับหลายคน แต่รู้หรือไม่ว่าหนี้ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป เพราะในความเป็นจริงแล้วหนี้มีทั้งด้านที่ดีและไม่ดี การเข้าใจความแตกต่างระหว่างหนี้ดีและหนี้เสียจะช่วยให้เราวางแผนการเงินได้อย่างชาญฉลาด เพิ่มโอกาสในการสร้างความมั่งคั่ง และหลีกเลี่ยงกับดักทางการเงินที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางการเงินในอนาคต หนี้ดีคืออะไร? มีประเภทใดบ้าง? หนี้ดี หมายถึง หนี้ที่เมื่อก่อขึ้นแล้วสามารถสร้างรายได้หรือผลตอบแทนในอนาคต เป็นหนี้ที่เมื่อลงทุนแล้วมีโอกาสงอกเงย หรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้กู้ในระยะยาว โดยทั่วไปหนี้ดีมักแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้ หนี้เพื่อการลงทุนและประกอบอาชีพ หนี้ประเภทนี้เป็นการกู้ยืมเพื่อนำเงินไปลงทุนหรือประกอบธุรกิจที่สามารถสร้างกระแสเงินสดเข้ามาในอนาคต เช่น การกู้เงินเพื่อขยายกิจการ ซื้อเครื่องมือหรืออุปกรณ์สำหรับประกอบอาชีพ หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า หนี้เหล่านี้มีศักยภาพในการสร้างรายได้ที่เพียงพอต่อการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย พร้อมทั้งอาจมีกำไรเหลือเก็บอีกด้วย หนี้เพื่อการศึกษา การกู้ยืมเพื่อการศึกษาถือเป็นการลงทุนในตัวเอง เพราะการศึกษาจะช่วยพัฒนาความรู้และทักษะที่สามารถนำไปประกอบอาชีพที่มั่นคงและมีรายได้ที่ดีในอนาคต การกู้ยืมเพื่อเรียนต่อในสาขาที่มีความต้องการสูงในตลาดแรงงาน จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้งานที่มีรายได้สูงขึ้น ทำให้สามารถชำระหนี้คืนได้ในระยะเวลาอันสมควร หนี้เพื่อความมั่นคงในระยะยาว หนี้ประเภทนี้มักเกี่ยวข้องกับการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีมูลค่าและอาจเพิ่มค่าในระยะยาว เช่น สินเชื่อบ้าน ซึ่งนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว ยังสามารถเพิ่มมูลค่าตามเวลาที่ผ่านไป และอาจสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าหรือขายเมื่อราคาสูงขึ้นในอนาคต การผ่อนบ้านยังเป็นการบังคับออมและสร้างความมั่นคงทางที่อยู่อาศัยในระยะยาว หนี้เสียคืออะไร? สาเหตุการเกิดหนี้เสียมีอะไรบ้าง? หนี้เสีย หมายถึง หนี้ที่เมื่อก่อขึ้นแล้วไม่สามารถสร้างรายได้หรือมูลค่าเพิ่มในอนาคต รวมถึงหนี้ที่ผู้กู้ไม่สามารถชำระคืนได้ตามกำหนด จนกลายเป็นหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน ซึ่งเรียกว่า NPL (Non-Performing Loan) หนี้เสียมีหลายรูปแบบและเกิดจากหลายสาเหตุ ดังนี้ ประเภทของหนี้เสีย [...]

21/9/2565 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ฉลองครบรอบการดำเนินงาน 69 ปี จัดงาน Variety Home Virtual Fair : มหกรรมที่อยู่อาศัยและการเงินออนไลน์จาก ธอส. ครั้งที่ 2 เริ

26/2/2568 • โดย Homeday
นายวรวุฒน์ โตเจริญธนาผล President และหัวหน้ากลุ่มงานการเงินและบัญชี บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG กล่าวว่า แม้ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2567 จะค่อยๆ ฟื้นตัวจากการส่งออก การท่องเที่ยว และการบริโภคภาคเอกชน ที่ได้รับการสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล แต่ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงมีอยู่ รวมถึงความผันผวนของเศรษฐกิจโลก เทคโนโลยี สภาพแวดล้อม และภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจทางการเงินของบริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยในปี 2567 มีอัตราการเติบโตถึง 7.3% ส่งผลให้มียอดสินทรัพย์ 346,863 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 2,047 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลการดำเนินงานที่น่าพอใจ แม้ว่าธุรกิจหลักทรัพย์จะได้รับผลกระทบจากสภาวะตลาดทุน พันธสัญญาด้านธรรมาภิบาลและการเติบโตอย่างยั่งยืน ปี 2568 แผนธุรกิจในปี 2568 บริษัทและบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นสถาบันการเงินที่ให้บริการทางการเงินครบวงจร เติบโตอย่างยั่งยืน และมีธรรมาภิบาล ซึ่งเห็นได้จากผลการดำเนินงานที่โดดเด่นและรางวัลต่างๆ ที่ได้รับ เช่น ผลประเมินระดับดีเลิศด้านการกำกับดูแลกิจการประจำปี 2567, หุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings, ESG100 Sustainability Disclosure Recognition และ Carbon Neutral Certificate” LH Bank ผลการดำเนินงานอันแข็งแกร่ง กำไรเติบโตถึง 18.7% นายฉี [...]

17/4/2568 • โดย Homeday
เงินดาวน์บ้านเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัย เพราะเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า นอกจากจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยเงินกู้แล้ว ยังเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น บทความนี้จะอธิบายเรื่องเงินดาวน์บ้านให้เข้าใจตั้งแต่ความหมาย จำนวนเงินที่ต้องเตรียม รูปแบบการจ่ายดาวน์ ไปจนถึงวิธีแก้ปัญหาเมื่อวางเงินดาวน์แล้วกู้ไม่ผ่าน เงินดาวน์บ้านคืออะไร เงินดาวน์บ้าน คือ เงินก้อนที่ผู้ซื้อต้องจ่ายให้กับเจ้าของบ้านหรือโครงการก่อนทำสัญญากู้สินเชื่อกับธนาคาร เพื่อเป็นหลักประกันและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขาย โดยทั่วไปเงินดาวน์จะอยู่ที่ 5-30% ของราคาบ้าน เงินดาวน์นี้จะถูกนำไปหักออกจากมูลค่าบ้านทั้งหมด ทำให้ยอดเงินกู้ลดลง ช่วยลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว และเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย เงินดาวน์มีความแตกต่างกันตามสถานะของบ้าน ดังนี้: กรณีบ้านพร้อมอยู่ สำหรับบ้านที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งบ้านมือหนึ่งและบ้านมือสอง ผู้ซื้อต้องเตรียมวางเงินดาวน์เต็มจำนวนก่อนการเซ็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ จึงจะสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์ ปัจจุบันโครงการบ้านใหม่หลายแห่งมักมีโปรโมชันฟรีเงินดาวน์เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อด้วย กรณีบ้านยังสร้างไม่เสร็จ สำหรับบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จะมีการทำสัญญาจะซื้อจะขายระหว่างสองฝ่าย โดยโครงการส่วนใหญ่มักเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสามารถทยอยผ่อนดาวน์ได้ตามระยะเวลาที่ตกลงกัน รูปแบบการจ่ายเงินดาวน์บ้านมีกี่แบบ การจ่ายเงินดาวน์บ้านมีทั้งหมด 3 รูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินของผู้ซื้อที่แตกต่างกัน ดังนี้ จ่ายดาวน์บ้านแบบครั้งเดียว การจ่ายดาวน์บ้านแบบครั้งเดียว คือ การชำระเงินดาวน์บ้านเป็นเงินก้อนในครั้งเดียวจบ ส่วนใหญ่มักใช้กับบ้านหรือโครงการที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ พร้อมให้เข้าอยู่เรียบร้อยแล้ว หลังจากจ่ายเงินดาวน์แบบครั้งเดียวเสร็จ ผู้ซื้อสามารถทำเรื่องสัญญากู้สินเชื่อกับธนาคาร โอนกรรมสิทธิ์ และย้ายเข้าอยู่ได้ทันที รูปแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินเก็บก้อนใหญ่พร้อมจ่าย และต้องการเข้าอยู่ในบ้านได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยไม่ต้องรอระยะเวลาการก่อสร้าง ผ่อนดาวน์บ้านแบบเท่ากันทุกงวด การผ่อนดาวน์บ้านแบบเท่ากันทุกงวด ส่วนใหญ่มักใช้กับบ้านหรือโครงการที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยทั่วไปจะให้เวลาผ่อนดาวน์ประมาณ [...]

10/4/2569 • โดย Homeday Aum
บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดโอกาสให้ลูกหนี้รายย่อยบุคคลธรรมดา ที่มีสถานะเป็นหนี้เสีย (NPL) ประเภทบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล...

5/3/2568 • โดย Homeday
นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ร่วมกับพลโทอมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 หารือแนวทางในการสนับสนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้แก่กำลังพลของกองทัพบก ปัจจุบัน ธอส. และกองทัพบกมีข้อตกลงโครงการสวัสดิการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย ประเภทไม่มีเงินฝากร่วมกัน ซึ่งทำให้กำลังพลของกองทัพบก สามารถขอสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำและสิทธิประโยชน์ด้านต่าง ๆ ของ ธอส. ได้ อาทิ ผลิตภัณฑ์สินเชื่อโครงการบ้าน ธอส.-กบข. เพื่อที่อยู่อาศัยข้าราชการ และโครงการลดภาระการผ่อนชำระสำหรับบุคลากรภาครัฐอย่างยั่งยืน เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่กำลังพลของกองทัพบก สำหรับ ธอส. และกองทัพภาคที่ 1 ได้ร่วมมือดำเนินโครงการปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้กับผู้ยากไร้ และด้อยโอกาส ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ 25 จังหวัดภาคกลาง ด้วยการสร้างบ้านหลังใหม่ทดแทนหลังเดิมจำนวน 1 หลัง ให้แก่ประชาชนที่พักอาศัยริมน้ำเจ้าพระยา (ชุมชนท่าวัง) หลังได้รับผลกระทบจากกรณีน้ำเซาะตลิ่งส่งผลให้ที่อยู่อาศัยทรุดตัว โดย ธอส. ได้สนับสนุนงบประมาณค่าวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างบ้านใหม่ พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ เป็นจำนวนเงินรวม 259,000 บาท ขณะที่กองทัพภาคที่ 1 สนับสนุนกำลังพลในการก่อสร้างบ้านให้กับประชาชน ทั้งนี้ พลโทอมฤต บุญสุยา [...]

5/9/2568 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ตอบแทนลูกค้าในโอกาสครบ 6 รอบ 72 ปี จัดแคมเปญ “สินเชื่อบ้าน 72 ปี ธอส.” กรอบวงเงิน 27,000 ล้านบาท ครอบคลุมทุกวัตถุประสงค์การกู้ อัตราดอกเบี้ย 6 เดือนแรกเริ่มต้นเพียง 0.72% ต่อปี, เดือนที่ 7 – 24 อยู่ที่ 2.72% ต่อปี, ปีที่ MRR-2.525% ต่อปี (3.72% ต่อปี) เฉลี่ย 3 ปีแรก 2.72% ต่อปี ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญา สำหรับลูกค้าสวัสดิการ MRR-1.00% ต่อปี ลูกค้ารายย่อย MRR-0.50% ต่อปี กรณีชำระหนี้ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR (ปัจจุบัน MRR ธอส. เท่ากับ 6.245% ต่อปี) [...]

17/7/2568 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับลูกค้า กับผลิตภัณฑ์ “สินเชื่อบ้านสุขสันต์ ปี 2568” สำหรับผู้ที่ต้องการรีไฟแนนซ์ (ไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น) รีไฟแนนซ์พร้อมปลูกสร้าง หรือต่อเติม ซ่อมแซม ซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย พร้อมชำระหนี้เพื่อไถ่ถอนจำนอง โดยผู้ที่ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA / MLTA) จะได้รับอัตราดอกเบี้ยคงที่ ปีแรกเพียง 0.99% ต่อปี, ปีที่ 2 เท่ากับ 3.50% ต่อปี, ปีที่ 3 เท่ากับ 4.20% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ 2.90%), ปีที่ 4 จนถึงตลอด อายุสัญญา กรณีลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR -1.00% ต่อปี, ลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี และซื้ออุปกรณ์ ฯ / ชำระหนี้ ฯ [...]

20/2/2568 • โดย Homeday
– ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT ยึดมั่นในนโยบายส่งเสริมการให้สินเชื่อกับพ่อค้าแม่ค้าอย่างมีคุณภาพ ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจธนาคารเคียงข้างผู้ประกอบการรายย่อย เปิดตัว “สินเชื่อเถ้าแก่ใหญ่” เพิ่มทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขยายกิจการหรือเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนเพื่อสร้างสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางสถานการณ์ผันผวนทางเศรษฐกิจ โดยสินเชื่อเถ้าแก่ใหญ่ มีวงเงินสินเชื่อสูงสุด 500,000 บาท แบบไม่ใช้หลักประกัน นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT กล่าวว่า “จากสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่ยังคงชะลอตัวจากความท้าทายหลายปัจจัย รวมถึงมีผู้ประกอบการรายย่อยหลายกิจการได้มีการเลิกธุรกิจไป ธนาคารไทยเครดิตยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยหรือพ่อค้าแม่ค้า โดยเปิดตัวผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ “สินเชื่อเถ้าแก่ใหญ่” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเงินสำรองในการ เสริมสภาพคล่องหรือใช้ในการขยายธุรกิจสำหรับพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งถือเป็นรากฐานของเศรษฐกิจในประเทศไทย แต่ยังขาดโอกาสที่จะเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ สอดคล้องกับมาตรการการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending)” นายกมลภู ภูริดิฐสกุล รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริหารธุรกิจไมโครไฟแนนซ์และสาขาสินเชื่อ กล่าวว่า “อาชีพค้าขายในปัจจุบันต้องประสบกับปัญหาจากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นรายได้ที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายต่างๆ ใน การดำเนินกิจการเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ธนาคารได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงผลักดัน สินเชื่อเถ้าแก่ใหญ่ ที่มีวงเงินกู้ตั้งแต่ 200,001 – [...]