กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

18/5/2568 • โดย Homeday
โป๊ยเซียนเป็นต้นไม้มงคลที่มีความโดดเด่นด้วยความทนทาน ดูแลง่าย และมีความหมายดีตามความเชื่อโบราณ หลายคนนิยมปลูกเพราะนอกจากความสวยงามของดอกหลากสีแล้ว ยังเชื่อว่าจะนำโชคลาภและความมั่นคงมาสู่ผู้ปลูกอีกด้วย โป๊ยเซียนสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อนของเมืองไทย ทนต่อสภาวะแห้งแล้ง และออกดอกสวยงามได้ตลอดทั้งปี ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการไม้ดอกไม้ประดับที่ดูแลไม่ยาก แต่ให้ความสวยงามและความเป็นมงคล โป๊ยเซียนคือไม้มงคลชนิดใด และมีที่มาอย่างไร? โป๊ยเซียน หรือที่รู้จักในภาษาอังกฤษว่า Crown of thorns หรือ Christ Thorn มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Euphorbia milii Des Moul เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดแถบแอฟริกา โดยเฉพาะในหมู่เกาะมาดากัสการ์ และแถบหมู่เกาะคะเนรี มีการค้นพบสายพันธุ์มากกว่า 300 สายพันธุ์ ได้รับฉายาว่า “มงกุฎหนาม” เนื่องจากลักษณะลำต้นที่มีหนามแหลมขึ้นรอบๆ คล้ายมงกุฎ ชื่อ “โป๊ยเซียน” มาจากภาษาจีน มีความหมายว่า “เทพยดาผู้วิเศษ 8 องค์” นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่ามีการนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยโดยชาวจีนที่เข้ามาค้าขายตั้งแต่สมัยอยุธยา ในประเทศไทยยังมีชื่อเรียกอื่นๆ แตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น เช่น ไม้รับแขก หรือว่านเข็มพระอินทร์ แต่ชื่อที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายคือ โป๊ยเซียน ด้วยความเชื่อว่าเป็นตัวแทนของเทพเจ้า 8 องค์ที่คอยคุ้มครองมนุษย์ให้อยู่เย็นเป็นสุข ลักษณะของโป๊ยเซียนมีอะไรที่โดดเด่นและน่าสนใจ? โป๊ยเซียนจัดเป็นไม้อวบน้ำประเภทหนึ่ง [...]

28/5/2568 • โดย Homeday
ฟักทองเป็นหนึ่งในผักสวนครัวที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศไทย ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่สูงและความหลากหลายในการใช้ประโยชน์ การปลูกฟักทองเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการผักปลอดสารพิษและประหยัดค่าใช้จ่าย การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมและการเตรียมตัวที่ถูกต้องจะช่วยให้การปลูกฟักทองประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน ฟักทองมีต้นกำเนิดมาจากไหนและแพร่กระจายมาถึงไทยอย่างไร? ฟักทองมีถิ่นกำเนิดจากทวีปอเมริกากลางและอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะในแถบเมกซิโกและภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา มีหลักฐานทางโบราณคดีแสดงให้เห็นว่ามีการปลูกฟักทองมานานกว่า 8,000 ปีแล้ว และบางแหล่งระบุว่าถึง 7,500-5,000 ปีก่อนคริสตกาล ฟักทองจัดอยู่ในตระกูลแตง (Cucurbitaceae) เช่นเดียวกับแตงกวา ฟักแฟง มะระ บวบ และแตงโม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cucurbita moschata Duchesne หรือ Cucurbita moschata Decne. ภายหลังฟักทองได้แพร่กระจายไปยังอเมริกาใต้ อเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียตามลำดับ รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย ในประเทศไทย ฟักทองมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามภูมิภาค ภาคกลางเรียกว่า ฟักทอง ภาคเหนือเรียกว่า ฟักเขียว มะฟักแก้ว ภาคใต้เรียกว่า น้ำเต้า ภาคอีสานเรียกว่า หมากฟักเหลือง หมากอี และในจังหวัดต่างๆ มีชื่อเรียกเฉพาะถิ่น เช่น หมักอื้อ หมากฟักเหลือง หมากปัก สายพันธุ์ฟักทองที่นิยมปลูกในไทยมีอะไรบ้าง? สายพันธุ์ฟักทองที่นิยมปลูกในประเทศไทยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มหลักตามขนาดของผล [...]

9/6/2568 • โดย Homeday
ต้นดราเซียน่าเป็นพืชประดับที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในวงการคนรักต้นไม้ เนื่องจากมีลักษณะใบที่สวยงาม สามารถปลูกได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง รวมถึงมีความเชื่อเรื่องมงคลที่ถูกใจคนไทย พืชสกุลนี้มีความหลากหลายทางพันธุกรรมมากถึงกว่า 170 สายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ทำให้ผู้ปลูกสามารถเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่และรสนิยมของตนเองได้ ต้นดราเซียน่าคืออะไร และมีลักษณะเด่นอย่างไร? ดราเซียน่า หรือ Dracaena เป็นสกุลพืชที่มีกว่า 120 สายพันธุ์ของต้นไม้และไม้พุ่มที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา เอเชียใต้ และออสเตรเลียเหนือ ชื่อของพืชนี้มาจากคำภาษากรีกโบราณ “drakaina” หรือ “มังกรเมีย” เนื่องจากมียางสีแดงคล้ายเลือดมังกรในลำต้น ลักษณะเด่นของต้นดราเซียน่าอยู่ที่ใบ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นใบเรียวยาวรูปหอกปลายแหลม ลำต้นมีลักษณะเป็นข้อปล้องคล้ายต้นอ้อย บางชนิดสามารถมีดอกออกเป็นพุ่มกลม และเป็นต้นไม้ที่เชื่อว่าปลูกแล้วจะเป็นมงคล พืชกลุ่มนี้จัดอยู่ในวงศ์หน่วงไผ่ (Asparagaceae) เช่นเดียวกับต้นหน่วย และต้นโฮสต้า ต้นดราเซียน่ามีขนาดที่หลากหลาย ตั้งแต่ไม้พุ่มเตี้ยที่สูงไม่ถึง 2 ฟุต ไปจนถึงต้นไม้ใหญ่ที่สูงได้มากกว่า 20 ฟุตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม การออกดอกของดราเซียน่าเป็นเรื่องหายากในการปลูกในร่ม แต่เมื่อปลูกกลางแจ้งหรือเมื่อต้นโตเต็มที่ อาจมีดอกเล็กๆ สีขาวหรือเหลือง ออกเป็นกลุ่มพร้อมกลิ่นหอม สายพันธุ์ดราเซียน่าไหนบ้างที่เหมาะสำหรับคนรักต้นไม้? ต้นวาสนาอธิษฐาน – สายพันธุ์มงคลยอดนิยม ต้นวาสนาอธิษฐาน (Dracaena fragrans ‘Massangeana’) เป็นไม้พุ่มขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่ได้รับความนิยมมากในหมู่คนไทย เป็นต้นไม้มงคลที่เชื่อว่าถ้าออกดอกจะทำให้ผู้ปลูกและครอบครัวมีโชคลาภ [...]

21/2/2568 • โดย Homeday
ประวัติความเป็นมาของแมวไทย แมวไทยมีประวัติศาสตร์ยาวนานควบคู่กับวัฒนธรรมไทย โดยมีการบันทึกไว้ในสมุดข่อยโบราณ “ตำราแมวไทย” หรือ “ทำเนียบแมว” ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แมวไทยถูกเลี้ยงดูในวังและวัดเพื่อปกป้องคัมภีร์ใบลานจากหนูและสัตว์รบกวน นอกจากนี้ยังเชื่อว่าแมวไทยนำโชคลาภและความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ผู้เลี้ยง ลักษณะเด่นทางกายภาพของแมวไทย แมวไทยมีรูปร่างกะทัดรัด กล้ามเนื้อแน่น หัวเป็นรูปสามเหลี่ยม ตาสีฟ้าสดใส ขนสั้นเรียบเป็นมันวาว สีขนมีความหลากหลายแต่ที่เป็นเอกลักษณ์คือลายสีสวาด ซึ่งเป็นสีเทาเงินอมฟ้า นอกจากนี้ยังมีหางเรียวยาว และท่าทางสง่างามเป็นธรรมชาติ สายพันธุ์แมวไทยที่ได้รับการรับรอง วิเชียรมาศ – ขนสีขาวล้วน ตาสีฟ้า ศุภลักษณ์ – ขนสีทอง ตาสีทอง โกนจา – ขนสีดำ ตาสีเหลือง สีสวาด – ขนสีเทาเงิน ตาสีฟ้า ขาวมณี – ขนสีขาว ตาสีเหลืองหรือฟ้า นิสัยและพฤติกรรมเฉพาะตัว แมวไทยมีความฉลาด เรียนรู้ได้เร็ว มีความจงรักภักดีต่อเจ้าของสูง ชอบอยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์ แต่ไม่ชอบการบังคับ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง เสียงร้องไพเราะ และมีความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี การดูแลสุขภาพและโรคประจำพันธุ์ แมวไทยมีสุขภาพแข็งแรงโดยธรรมชาติ แต่ก็ต้องการการดูแลเอาใจใส่เช่นเดียวกับแมวพันธุ์อื่นๆ ควรพาไปฉีดวัคซีนตามกำหนด ตรวจสุขภาพประจำปี และดูแลเรื่องอาหารการกินให้เหมาะสม [...]

15/4/2568 • โดย Homeday
สนามหญ้าสีเขียวสดใสหน้าบ้านไม่เพียงแค่สร้างความสวยงามให้กับบริเวณบ้าน แต่ยังเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่มอบความสุขให้กับทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ให้เด็กๆ วิ่งเล่น ลานสำหรับสัตว์เลี้ยงแสนรัก มุมจัดปาร์ตี้บาร์บีคิวสังสรรค์กับเพื่อนฝูง หรือแม้แต่พื้นที่พักผ่อนส่วนตัวสำหรับนั่งจิบกาแฟยามเช้า การเลือกสายพันธุ์หญ้าที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากหญ้าแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกันทั้งความสวยงาม การดูแลรักษา และความทนทานต่อการใช้งาน บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับสายพันธุ์หญ้าที่เหมาะกับสนามหน้าบ้าน พร้อมเทคนิคการปลูกและดูแลให้สวยงามตลอดทั้งปี ทำความรู้จักสายพันธุ์หญ้าที่เหมาะกับบ้านไทย การเลือกสายพันธุ์หญ้าที่เหมาะสมเป็นก้าวแรกของการมีสนามหญ้าที่สวยงาม ในประเทศไทยมีสายพันธุ์หญ้าที่นิยมปลูกทำสนามหน้าบ้านหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์มีคุณสมบัติเด่นและด้อยแตกต่างกันไป การเลือกให้เหมาะกับพื้นที่และความต้องการจึงเป็นเรื่องสำคัญ มาทำความรู้จักกับ 6 สายพันธุ์หญ้ายอดนิยมสำหรับสนามหญ้าในประเทศไทย 1. หญ้านวลน้อย: หญ้าไทยที่ใครๆ ก็นิยม หญ้านวลน้อย หรือหญ้ามะนิลา เป็นหญ้าพื้นเมืองของไทยที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยลักษณะลำต้นที่ตั้งตรงแข็งแรง ใบสีเขียวอ่อนขนาดกลาง มีความยืดหยุ่นดี และเมื่อตัดให้ได้ความยาวที่เหมาะสมจะมีลักษณะคล้ายพรมสีเขียวสวยงาม ไม่ระคายเคืองผิวหนังเมื่อสัมผัส ข้อดี เติบโตเร็ว คลุมดินได้ดี ตัดแต่งง่าย ทนต่อแสงแดดและการเหยียบย่ำ ปรับตัวเข้ากับสภาพดินได้หลากหลาย สวยงามเมื่อตัดแต่งเรียบร้อย ข้อควรระวัง อ่อนแอต่อสภาพอากาศร้อนและแห้งแล้ง ต้องรดน้ำสม่ำเสมอ อาจตายง่ายหากขาดน้ำเป็นเวลานาน การดูแล ชอบที่กลางแจ้งหรือที่มีแสงส่องถึง ต้องรดน้ำปานกลางอย่างสม่ำเสมอ ควรตัดแต่งทุก 1-2 สัปดาห์ เหมาะสำหรับ สนามหญ้าหน้าบ้าน สนามกีฬา สนามเด็กเล่น พื้นที่ที่ต้องการใช้งานอเนกประสงค์ [...]

9/6/2568 • โดย Homeday
ทิลแลนด์เซียเป็นต้นไม้รากอากาศที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในการตกแต่งบ้านและสวน เนื่องจากสามารถเจริญเติบโตได้โดยไม่ต้องใช้ดิน ทำให้การดูแลรักษาง่ายและเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลามาก พืชชนิดนี้มีมากกว่า 500 สายพันธุ์ทั่วโลกและจัดอยู่ในวงศ์เดียวกับสับปะรดสี ด้วยความสามารถพิเศษในการดูดซับอาหารและความชื้นจากอากาศผ่านรากและใบ ทิลแลนด์เซียจึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนรักต้นไม้ที่ต้องการความสวยงามแต่ไม่ต้องการความยุ่งยากในการดูแล ลักษณะเฉพาะของทิลแลนด์เซียที่แตกต่างจากไม้ทั่วไป ทิลแลนด์เซียเป็นพืชอิงอาศัยที่มีคุณสมบัติพิเศษในการดำรงชีพโดยไม่ต้องพึ่งพาดิน3 พืชชนิดนี้ใช้รากเพียงเพื่อเกาะยึดกับต้นไม้ใหญ่ กิ่งไม้ โขดหิน หรือวัสดุอื่นๆ แต่ไม่ได้แย่งอาหารจากพืชที่เป็นเจ้าบ้าน จุดเด่นที่สำคัญของทิลแลนด์เซียคือการมีโครงสร้างพิเศษที่เรียกว่า “ไทรโคม” (Trichome) ซึ่งเป็นขนเล็กๆ สีขาวหรือสีเงินที่ปกคลุมใบและลำต้น ไทรโคมมีลักษณะแบน บาง คล้ายปีกหรือเกล็ดที่ล้อมรอบช่องดูดซับ ทำหน้าที่ดูดซับละอองน้ำและแร่ธาตุต่างๆ จากอากาศเข้าสู่ใบและลำต้น นอกจากการหาอาหารแล้ว ไทรโคมยังช่วยสะท้อนแสงและป้องกันการสูญเสียน้ำจากแสงแดดโดยตรง ลม หรือพื้นที่ที่มีอากาศแห้ง โครงสร้างพิเศษนี้ทำให้ทิลแลนด์เซียสามารถปรับตัวและทนแล้งได้เป็นอย่างดี วิธีการปลูกและดูแลทิลแลนด์เซียอย่างถูกต้อง การปลูกทิลแลนด์เซียไม่ต้องการดินหรือปุ๋ย เพียงแค่จับพันกับต้นไม้ใหญ่ พันกับลวด หรือนำไปเกาะขอนไม้ก็สามารถเจริญเติบโตได้แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดในการปลูกคือแสงแดด ควรปลูกในบริเวณที่มีแสงแดดรำไรหรือแสงแดดอ่อนๆ ประมาณ 50-70% หากโดนแดดจัดหรือแดดแรงๆ อาจทำให้ใบไหม้ได้ สำหรับการรดน้ำ มีหลายวิธีที่สามารถเลือกใช้ได้ วิธีแรกคือการพ่นละอองน้ำ 1-2 วันต่อครั้ง วิธีที่สองคือการแช่ในน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ประมาณ 20 นาที แล้วนำขึ้นมาสะบัดน้ำส่วนเกินออก สำหรับการปลูกในห้อง แค่รดน้ำให้ทิลแลนด์เซีย [...]

17/5/2568 • โดย Homeday
มะยงชิดเป็นผลไม้ที่หลายคนชื่นชอบในช่วงหน้าร้อน ด้วยรสชาติหวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอม และเนื้อสัมผัสที่นุ่มฉ่ำ ทำให้มะยงชิดเป็นที่ต้องการของตลาดและมีราคาสูง เกษตรกรหลายรายจึงหันมาให้ความสนใจปลูกมะยงชิดเพื่อสร้างรายได้ บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับมะยงชิดอย่างละเอียด ทั้งประวัติความเป็นมา สายพันธุ์ยอดนิยม วิธีการปลูกและดูแลให้ออกผลดก เพื่อให้คุณสามารถปลูกมะยงชิดไว้รับประทานเองหรือปลูกเพื่อการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ มะยงชิดคืออะไร? ทำความรู้จักกับผลไม้มงคลรสชาติเยี่ยม มะยงชิด (Marian Plum) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bouea oppositifolia (Roxb.) เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ในวงศ์ Anacardiaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับมะม่วง มะปราง และมะกอก ต้นมะยงชิดสามารถสูงได้ถึง 10-30 เมตร มีลำต้นสีน้ำตาลแก่ แตกกิ่งก้านเป็นทรงพุ่ม ใบมีลักษณะเป็นรูปขอบขนาน (oblong) มีสีเขียวอ่อนปนน้ำตาลเมื่อยังอ่อน และเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มเมื่อแก่ ความยาวประมาณ 10-12 เซนติเมตร กว้าง 3-5 เซนติเมตร ผิวใบเป็นมัน ดอกมะยงชิดมีสีขาว ขนาดเล็กประมาณ 0.5 เซนติเมตร คล้ายกับดอกมะปราง ออกเป็นช่อที่ซอกใบ ส่วนผลมีลักษณะกลมยาวรีคล้ายไข่เป็ด เมื่อยังอ่อนจะมีสีเขียว และเมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ในแต่ละผลจะมีเมล็ดเพียง 1 เมล็ด โดยเนื้อในของเมล็ดมีสีม่วง [...]

28/3/2568 • โดย Homeday
ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ชวนครอบครัวและสายรักสัตว์มาร่วมผจญภัยในดินแดนแห่งความสนุกฤดูร้อน ในงาน “Giant Jungle Summer Camp” เนรมิตลานกิจกรรมของโรบินสันไลฟ์สไตล์ให้กลายเป็นซัมเมอร์แคมป์ในป่าซาฟารีสุดตื่นตาตื่นใจ พร้อมยกขบวนสัตว์ไซส์ใหญ่และสัตว์หายากนานาชนิดกว่า 30 สายพันธุ์ มาให้ชมกันแบบใกล้ชิด ระหว่างวันที่ 24 มี.ค. 68 – 7 พ.ค. 68 ที่โรบินสันไลฟ์สไตล์ 9 สาขาทั่วประเทศ ชมฟรีตลอดงาน! พบกับสัตว์ไซส์ยักษ์จากสายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อาทิ แมวเซอร์วัล, เต่าซูคาต้า, คาปิบาร่า, นกอินทรียักษ์ และสัตว์เอ็กโซติกสุดน่ารักอีกมากมาย พร้อมเพลิดเพลินกับทุกไฮไลต์ความสนุกภายในงาน ไม่ว่าจะเป็น ถ่ายรูปสุดคิวต์ กับเหล่าสัตว์สายพันธุ์หายาก อย่าง นกมาคอร์แสนรู้, นกเค้าอินทรี, คาปิบาร่า, และ กิ้งก่าเตกู ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 12.00 – 18.00 น. ครั้งแรก! กับโซนคาเฟ่กระต่ายสุดน่ารัก รับสิทธิ์เข้าโซนเพียงแสดงใบเสร็จช้อปภายในศูนย์ฯ ครบ 300 บาท (จำกัด [...]

25/5/2568 • โดย Homeday
ปุ๋ยไส้เดือนหรือเวอร์มิคอมโพสต์ได้กลายเป็นหนึ่งในวิธีการเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูงในการบำรุงดินและส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ปุ๋ยชนิดนี้ผลิตจากกระบวนการย่อยสลายเศษอินทรีย์วัตถุโดยไส้เดือนดิน ซึ่งสามารถเพิ่มปริมาณธาตุอาหารในดิน ปรับปรุงโครงสร้างดิน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การศึกษาวิจัยต่างๆ พบว่าปุ๋ยไส้เดือนมีธาตุอาหารที่พืชนำไปใช้ได้ในปริมาณสูงกว่าปุ๋ยหมักทั่วไป และยังช่วยเพิ่มจุลินทรีย์มีประโยชน์ในดินอีกด้วย ปุ๋ยไส้เดือนคืออะไรและมีที่มาอย่างไร? ปุ๋ยไส้เดือนหรือปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนเป็นผลผลิตที่เกิดจากกระบวนการย่อยสลายเศษอินทรีย์วัตถุต่างๆ โดยไส้เดือนดิน กระบวนการนี้เรียกว่า “เวอร์มิคอมโพสติ้ง” ซึ่งเป็นการนำไส้เดือนดินมาเลี้ยงเพื่อเปลี่ยนองค์ประกอบของเศษอินทรีย์วัตถุและเพิ่มจุลินทรีย์มีประโยชน์ ไส้เดือนจะกินเศษอินทรีย์วัตถุเข้าไป ผ่านกระบวนการย่อยสลายภายในลำไส้ แล้วขับถ่ายออกมาเป็นมูลที่อุดมไปด้วยธาตุอาหาร ลักษณะของปุ๋ยไส้เดือนมีรูปทรงเป็นเม็ดร่วนละเอียด สีดำหรือสีน้ำตาล โปร่งเบา มีความพรุนสูง สามารถระบายน้ำและอากาศได้ดีมาก ปุ๋ยชนิดนี้มีความจุความชื้นสูงและประมาณอินทรีย์วัตถุสูงมาก เนื่องจากเป็นผลจากการย่อยสลายโดยกิจกรรมของจุลินทรีย์ที่อยู่ในลำไส้และน้ำย่อยของไส้เดือนดิน ไส้เดือนที่นิยมใช้ในการผลิตปุ๋ยมี 3 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ ไทเกอร์ วอร์ม แอฟริกัน ไนท์ คลอเลอร์ และขี้ตาแร่ โดยแอฟริกัน ไนท์ คลอเลอร์เป็นสายพันธุ์ที่นิยมมากที่สุด เนื่องจากสามารถย่อยสลายมูลวัวและมูลควายได้ดี สายพันธุ์ไส้เดือนที่มีประสิทธิภาพในการผลิตเวอร์มิคอมโพสต์ ได้แก่ Eisenia foetida, Amyanthes differigens และ Eudrillus eugineae วิธีการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อผลิตปุ๋ยมีกี่แบบ? การเลี้ยงไส้เดือนเพื่อทำปุ๋ยสามารถทำได้หลายวิธี โดยส่วนใหญ่แบ่งออกเป็น 2 วิธีหลัก คือ วิธีเลี้ยงในกะละมังและวิธีเลี้ยงในบ่อซีเมนต์1 [...]

23/5/2568 • โดย Homeday
ช่วงนี้กระแสการดื่มน้ำขึ้นฉ่ายฝรั่งกำลังฮิตในหมู่คนรักสุขภาพ เพราะมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกาย ช่วยลดน้ำหนัก ดีท็อกซ์ และมีแคลลอรี่ต่ำ แต่การซื้อขึ้นฉ่ายฝรั่งมากินทุกวันอาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายไม่น้อย และยังมีความกังวลเรื่องสารเคมีตั้งแต่ยาฆ่าแมลงที่อาจเจือปน1 การปลูกขึ้นฉ่ายฝรั่งไว้กินเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดี ที่จะช่วยให้เรามั่นใจในความปลอดภัยและประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ขึ้นฉ่ายฝรั่งคืออะไร และแตกต่างจากขึ้นฉ่ายจีนอย่างไร ผักในตระกูลขึ้นฉ่ายมีอยู่ 2 สายพันธุ์หลัก คือ ขึ้นฉ่ายจีน และ ขึ้นฉ่ายฝรั่ง โดยขึ้นฉ่ายฝรั่งหรือเซเลอรี่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Apium graveolens L. จัดอยู่ในวงศ์ผักชี ลักษณะเด่นของขึ้นฉ่ายฝรั่งคือมีก้านใบขนาดใหญ่และสูงกว่า เมื่อโตเต็มที่ลำต้นจะสูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร มีลำต้นสีขาวและใบสีเหลืองอมเขียว ดอกสีขาวออกเป็นช่อคล้ายซี่ร่ม ส่วนใหญ่นิยมทำไปใส่ในสลัด ซุป หรือนำไปทำน้ำผัก1 ในขณะที่ขึ้นฉ่ายจีนจะมีลำต้นหรือก้านใบที่เรียวเล็กกว่า ความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร มีสีเข้มและกลิ่นฉุนมากกว่า ไว้สำหรับทำกับข้าวประเภทผัด ยำ หรือแกงจืด ขึ้นฉ่ายฝรั่งจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผักที่มีลำต้นหนาใหญ่ เหมาะสำหรับทำน้ำปั่นและใช้ในอาหารสไตล์ตะวันตก คุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ต่อสุขภาพ ขึ้นฉ่ายฝรั่งเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยในน้ำหนัก 100 กรัม ให้พลังงานเพียง 67 กิโลแคลลอรี่ มีน้ำถึง 95 กรัม ทำให้เป็นผักที่มีแคลลอรี่ต่ำมาก [...]

14/3/2568 • โดย Homeday
แมวไร้ขนเป็นสายพันธุ์พิเศษที่มีเสน่ห์และต้องการการดูแลเฉพาะทาง โดยเฉพาะสายพันธุ์สฟิงซ์ (Sphynx) ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด สัตว์เลี้ยงประเภทนี้มีความแตกต่างจากแมวทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งในแง่ของโครงสร้างผิวหนัง การดูแลรักษา และความต้องการเฉพาะตัว การดูแลผิวหนัง ทำความสะอาดผิวอย่างถูกวิธี แมวไร้ขนต้องอาบน้ำและทำความสะอาดผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากไม่มีขนปกคลุม ผิวหนังจะสะสมคราบน้ำมันและเหงื่อได้ง่าย ควรอาบน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง โดยใช้แชมพูที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับแมวไร้ขน เพื่อป้องกันการระคายเคืองและรักษาความสมดุลของผิวหนัง การบำรุงผิวหลังอาบน้ำ หลังอาบน้ำ ให้เช็ดตัวแมวให้แห้งทันที และใช้โลชันบำรุงผิวพิเศษสำหรับแมวไร้ขน เพื่อป้องกันผิวแห้งและแตก การทาโลชันจะช่วยเติมความชุ่มชื้นและปกป้องผิวหนัง การควบคุมอุณหภูมิ เสื้อผ้าและที่นอน เนื่องจากแมวไร้ขนไม่มีขนปกคลุม จึงต้องระวังเรื่องอุณหภูมิเป็นพิเศษ ควรจัดเตรียมเสื้อคลุมและที่นอนอบอุ่นในช่วงอากาศเย็น และหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานาน การปรับอุณหภูมิภายในบ้าน ควรรักษาอุณหภูมิภายในบ้านให้อยู่ระหว่าง 20-25 องศาเซลเซียส เพื่อความสบายของแมวไร้ขน ป้องกันปัญหาการสูญเสียความร้อยและความเสี่ยงจากการเป็นหวัด โภชนาการพิเศษ อาหารที่เหมาะสม แมวไร้ขนมีความต้องการพลังงานสูงกว่าแมวปกติ เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานมากในการควบคุมอุณหภูมิ ควรเลือกอาหารที่มีโปรตีนสูง และมีไขมันคุณภาพดี เพื่อสนับสนุนระบบเผาผลาญและการเจริญเติบโต ปริมาณและความถี่ในการให้อาหาร แนะนำให้แบ่งอาหารออกเป็น 2-3 มื้อต่อวัน โดยคำนึงถึงอายุ น้ำหนัก และสภาพร่างกายของแมว ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อกำหนดแผนอาหารที่เหมาะสมเฉพาะตัว การดูแลสุขภาพ การตรวจสุขภาพประจำปี นัดหมายสัตวแพทย์อย่างน้อยปีละ 2 [...]

9/8/2567 • โดย Homeday
SCOPE ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรีในสเกลเอ็กซ์คลูซีฟ ตอกย้ำสถานะผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ระดับ International Premium ผ่านกิจกรรม “ESPRESSO EXTRAVAGANZA” เปิดประสบการณ์ลิ้มรสเมนูกาแฟสายพันธุ์สุดพิเศษระดับโลกจาก Cultivar11 ที่เสิร์ฟในรูปแบบโอมากาเสะ 3 เมนู 3 สไตล์ จากฝีมือ 3 บาริสต้าชื่อดังท