กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

10/4/2568 • โดย Homeday
ข้อดีของการซื้อบ้านใกล้ตลาดสด การมีบ้านที่ตั้งอยู่ใกล้ตลาดสดนั้นมาพร้อมกับความสะดวกสบายที่หลายคนมองข้ามไม่ได้ ประการแรก ความสะดวกในการจับจ่ายใช้สอยเป็นปัจจัยหลักที่น่าดึงดูด โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวที่ชอบทำอาหารเอง การมีแหล่งวัตถุดิบสดใหม่อยู่ในระยะเดินเท้าหรือขับรถเพียงไม่กี่นาทีช่วยประหยัดเวลาเดินทางอย่างมาก ไม่จำเป็นต้องวางแผนการซื้อของล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ สามารถแวะเวียนไปซื้อวัตถุดิบได้ตามความต้องการ แม้จะเป็นช่วงเวลากระชั้นชิด นอกจากนี้ ตลาดสดยังเป็นศูนย์รวมของสินค้าหลากหลายประเภท ไม่เพียงแค่อาหารสดเท่านั้น แต่ยังมีเครื่องปรุง เครื่องใช้ในครัวเรือน เสื้อผ้า และบริการต่างๆ อีกด้วย ทำให้สามารถจัดการกิจวัตรประจำวันได้อย่างครบวงจรในพื้นที่เดียว ลดความจำเป็นในการเดินทางไปหลายแห่ง ในแง่ของราคาสินค้า การซื้อของจากตลาดสดมักมีราคาที่ถูกกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตหรือห้างสรรพสินค้า อีกทั้งยังสามารถต่อรองราคาได้ เลือกปริมาณได้ตามที่ต้องการ และได้ของสดใหม่กว่า ซึ่งส่งผลดีต่อการบริหารค่าใช้จ่ายในครัวเรือนในระยะยาว โดยเฉพาะในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้น การประหยัดจากการซื้อสินค้าในตลาดสดสามารถสะสมเป็นเงินออมที่น่าสนใจ อีกประการที่สำคัญคือ บ้านที่อยู่ใกล้ตลาดสดมักมีสภาพคล่องในการซื้อขายสูง เนื่องจากหลายคนให้ความสำคัญกับความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งอาหาร ทำให้มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบเมื่อต้องการขายหรือปล่อยเช่าในภายหลัง ความเป็นชุมชนก็เป็นอีกปัจจัยที่น่าพิจารณา บริเวณรอบตลาดสดมักเป็นย่านที่มีชีวิตชีวา มีผู้คนสัญจรไปมา ทำให้เกิดความปลอดภัยจากการมีคนพลุกพล่าน อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์กับคนในชุมชน ซึ่งเป็นมิติทางสังคมที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว ข้อเสียที่ต้องพิจารณาเมื่อซื้อบ้านใกล้ตลาดสด แม้จะมีข้อดีหลายประการ แต่การอยู่ใกล้ตลาดสดก็มีข้อเสียที่ต้องคำนึงถึงเช่นกัน ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือเรื่องของกลิ่นและเสียงรบกวน ตลาดสดเป็นแหล่งที่มีกิจกรรมค้าขายตั้งแต่เช้าตรู่ ทำให้มีเสียงจากการขนส่งสินค้า เสียงผู้คน และเสียงจากกิจกรรมการค้าขายที่อาจรบกวนการพักผ่อน โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ในรัศมีใกล้เกินไป นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องกลิ่นจากอาหารทะเล เนื้อสัตว์ หรือขยะเปียกที่เป็นผลพวงจากกิจกรรมในตลาด กลิ่นเหล่านี้อาจลอยมาถึงบ้านโดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนหรือมีลมพัด ทำให้ต้องปิดหน้าต่างหรือติดตั้งระบบฟอกอากาศเพิ่มเติม ซึ่งส่งผลต่อค่าใช้จ่ายและคุณภาพชีวิต ปัญหาการจราจรติดขัดก็เป็นอีกหนึ่งข้อพิจารณาสำคัญ [...]

30/6/2568 • โดย Homeday
บริษัท สเตลล่า เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ STELLA เดินหน้าบริหารภาระหนี้เชิงรุก ไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนด โดยเฉพาะหุ้นกู้รุ่น WMA256A ที่บริษัทได้ดำเนินการไถ่ถอนบางส่วนก่อนกำหนดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568 และชำระคืนส่วนที่เหลือครบตามกำหนดในวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ชูการบริหารสภาพคล่องแบบเชิงรุก เน้นย้ำความแข็งแกร่งทางสถานะการเงินปัจจุบัน แม้ในภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน บริษัทฯ ยังสามารถทำยอดขายจากภาคธุรกิจอสังหาฯ 5 เดือนกว่า 700 ล้านบาท และในส่วนของธุรกิจโรงแรมก็สามารถทำรายได้ตามเป้าหมายอีกด้วย สำหรับในครึ่งหลังของปี 68 บริษัทฯ เตรียมเปิดโครงการใหม่อีก 3 โครงการ ทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม ซึ่งเป็นไปตามการวางแผนพัฒนาโครงการให้มีโครงการเสร็จใหม่อย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการรักษาสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ ควบคู่กับการเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้ตามแผนงานและการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ นายประจักษ์ แจ้งแสงทอง ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานบัญชีและการเงิน STELLA เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2567 จนถึงเดือนมิถุนายน 2568 บริษัทฯ ได้ทำการไถ่ถอนหุ้นกู้ในกลุ่มบริษัทอย่างต่อเนื่องรวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 2,858 ล้านบาท สะท้อนถึงวินัยทางการเงินที่ดี [...]

4/3/2568 • โดย Homeday
นายวรวุฒิ กิตติอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โลนด์ ดีดี จำกัด (LOAN DD) พร้อมด้วย นายโอภาส ถิรปัญญาเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด ร่วมกันเปิดตัว LOAN DD ธุรกิจตัวกลางแบบครบวงจรสำหรับการ “ขายฝาก-จำนอง” อสังหาริมทรัพย์ที่ให้ความมั่นใจได้ทั้งเรื่องดอกเบี้ย และนิติกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ โปร่งใส ลดขั้นตอนยุ่งยาก และอนุมัติไวภายใน 3 วัน โดยไม่ต้องรอธนาคาร ไม่ต้องเสียเวลาวิ่งหาผู้ให้กู้ เปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด โรงแรม อพาร์ทเมนท์ โรงงาน โกดัง หรือที่ดินเปล่าเป็นเงินสดก้อนใหญ่ได้ง่าย รวดเร็ว และเชื่อถือได้ สร้างสภาพคล่องและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้คุณก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ โดยมี นางธัญลักษณ์ วิชย์โกวิทเทน, นางสาวฐิติยา อัศวจินดาวัฒน์ ร่วมงานด้วย ณ ห้อง Boardroom โรงแรม แกรนด์ เซ็นเตอร์พอยต์ เพลินจิต (ถนนวิทยุ) เมื่อวานนี้ ผู้ที่สนใจธุรกิจของ LOAN DD [...]

21/2/2565 • โดย Homeday
หากได้นำเทคนิคที่แอดมินได้แนะนำไปข้างต้นนี้ ไปลองปรับใช้ ก็จะสามารถช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจขนาดเล็ก มีกระแสเงินสดพร้อมหมุนใช้ และสามารถต่อสู้ ยืนหย

26/3/2568 • โดย Homeday
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รับเชิญเป็นวิทยากรในงาน A Night Out with CEOs on Transformation จัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ในการขับเคลื่อนองค์กรด้วย Transformation & Synergy ในเส้นทางที่มั่นคง ชัดเจน และปรับตัวไวสู่ความสำเร็จที่จับต้องได้ ณ โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ นายชัยวัฒน์ได้สะท้อนประสบการณ์การบริหารจากเส้นทางที่หลากหลาย ทั้งในฐานะวิศวกร นักการเงิน/วาณิชธนกิจ และที่ปรึกษาทางการเงินทั้งในและต่างประเทศ ก่อนจะก้าวขึ้นมานำพาบางจากฯ สู่การเป็นองค์กรพลังงานชั้นนำที่เติบโตได้อย่างมั่นคง ด้วยศักยภาพของทีมงาน และการบริหารเชิงกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นและทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยมีหลักการสำคัญ เช่น การตั้งคำถามว่า “ทำไม” การคิดนอกกรอบ การบริหารสภาพคล่องอย่างรัดกุม และการตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลที่อัปเดตทุกวัน พร้อมยืนยันว่าผู้นำต้องไม่ปล่อยให้วิกฤตผ่านไปโดยไม่เรียนรู้ เพราะในทุกปัญหามีโอกาสซ่อนอยู่ หากกล้าคิด กล้าทำ และกล้าเผชิญ พร้อมสะท้อนแนวคิดว่าอย่ากลัวที่จะล้ม เพราะการล้มคือบทเรียนที่ทำให้ลุกได้เร็วและแข็งแรงขึ้น [...]

4/4/2568 • โดย Homeday
การซื้อคอนโดมิเนียมถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญสำหรับหลายคน แต่คำถามที่มักพบบ่อยคือ “ควรวางเงินดาวน์เท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม?” การตัดสินใจเรื่องเงินดาวน์ไม่ใช่เพียงแค่การปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางแผนทางการเงินที่ส่งผลต่อภาระผ่อนในระยะยาวอีกด้วย บทความนี้จะนำเสนอแนวทางการคำนวณเงินดาวน์อย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยแบบคอนโดสามารถวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักการพื้นฐานในการคำนวณเงินดาวน์คอนโด เงินดาวน์คือจำนวนเงินที่ผู้ซื้อต้องชำระให้กับผู้ขายหรือโครงการล่วงหน้าก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ โดยทั่วไปแล้ว โครงการคอนโดมิเนียมมักกำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำไว้ที่ประมาณ 10-20% ของราคาขาย อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าควรวางเงินดาวน์เท่าไหร่นั้น ไม่ควรดูเพียงแค่เงื่อนไขขั้นต่ำที่โครงการกำหนดเท่านั้น แต่ควรพิจารณาจากปัจจัยหลายประการร่วมกัน การวางเงินดาวน์ในสัดส่วนที่สูงขึ้นมีข้อดีหลายประการ ประการแรกคือ สามารถลดยอดเงินกู้และภาระการผ่อนรายเดือน ทำให้มีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารมากขึ้น ประการที่สองคือ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญาเงินกู้จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น หากคอนโดราคา 3 ล้านบาท การวางดาวน์ 10% (3 แสนบาท) เทียบกับ 20% (6 แสนบาท) อาจทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญากู้ต่างกันนับแสนบาท อย่างไรก็ตาม การวางเงินดาวน์มากเกินไปอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมเสมอไป เนื่องจากอาจทำให้เงินสดสำรองที่มีไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือรับมือกับเหตุฉุกเฉินลดลง นอกจากนี้ ในบางกรณีการนำเงินไปลงทุนในช่องทางอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ดังนั้น การหาจุดสมดุลระหว่างการวางเงินดาวน์กับการรักษาสภาพคล่องทางการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญ วิธีคำนวณเงินดาวน์ที่เหมาะสมกับกำลังซื้อ การคำนวณเงินดาวน์ที่เหมาะสมนั้น ควรวิเคราะห์จากสถานะทางการเงินส่วนบุคคล ซึ่งสามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้: วิเคราะห์สถานะทางการเงินปัจจุบัน: เริ่มต้นด้วยการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ตรวจสอบว่ามีเงินออมเท่าไหร่ มีภาระหนี้อื่นๆ หรือไม่ และมีค่าใช้จ่ายประจำเท่าไหร่ การเข้าใจกระแสเงินสดส่วนบุคคลจะช่วยให้ประเมินได้ว่าสามารถจัดสรรเงินดาวน์ได้มากน้อยเพียงใด ประเมินความสามารถในการผ่อนชำระ: [...]

2/3/2569 • โดย Homeday
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ร่วมแสดงวิสัยทัศน์บนเวทีเสวนา “The Future of Growth” ในงาน Futuready 2026 จัดโดย BRANDI ตอกย้ำบทบาท การเป็นกลไกสำคัญในการบำบัดหนี้เสียคืนสู่ระบบเศรษฐกิจ ภายใต้แนวคิด “Thailand’s Sustainomy Context : Debts to Values” โดยหัวใจสำคัญของการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน (Sustainomy) สำหรับภาคการเงินไทย คือการเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อ “หนี้เสีย” (NPLs) โดยไม่ได้มองว่าเป็นเพียงภาระทางบัญชี แต่คือทรัพยากรที่ต้องนำมาสร้างมูลค่าใหม่ เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ภารกิจของ BAM ไม่ได้เป็นเพียงการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในฐานะ Bad Bank แต่เราคือ ‘โรงพยาบาลแก้หนี้’ ที่ทำหน้าที่บำบัดรักษาหนี้เสียให้กลับมาเป็นหนี้ดี ผ่านกลไกที่เรียกว่า ‘กังหันน้ำบำบัดหนี้’ ซึ่งช่วยหมุนเวียนทรัพยากรและคืนสภาพคล่องกลับเข้าสู่ระบบ การร่วมเวทีในครั้งนี้สะท้อนความพร้อมของ BAM ในการเป็นฟันเฟืองหลักแก้ปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจไทย โดยยึดหลักความยั่งยืนเป็นแกนกลาง เปลี่ยนวิกฤตหนี้ให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตใหม่ของประเทศในระยะยาว

4/3/2568 • โดย Homeday
การรีไฟแนนซ์บ้านเป็นทางเลือกทางการเงินที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีภาระสินเชื่อบ้าน โดยเฉพาะในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยมีการเปลี่ยนแปลง แต่หลายคนยังสงสัยว่าการรีไฟแนนซ์บ้านดีจริงหรือไม่ และจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากน้อยเพียงใด บทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัยและให้ข้อมูลที่จำเป็นในการตัดสินใจ รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร? การรีไฟแนนซ์บ้าน คือการนำสินเชื่อบ้านที่มีอยู่กับธนาคารเดิมไปขอสินเชื่อใหม่กับอีกธนาคารหนึ่งที่ให้เงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่า เป็นการโอนภาระหนี้จากธนาคารเดิมไปยังธนาคารใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระรายเดือน การรีไฟแนนซ์บ้านเป็นสิทธิของผู้กู้ที่สามารถเลือกธนาคารที่ให้อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้ธนาคารต้องยินยอมให้ลูกค้าไถ่ถอนจำนองเพื่อไปรีไฟแนนซ์กับธนาคารอื่นได้ ประโยชน์ของการรีไฟแนนซ์บ้าน 1. ลดภาระการผ่อนรายเดือน การรีไฟแนนซ์บ้านช่วยลดภาระการผ่อนรายเดือนได้ผ่านหลายวิธี เช่น การได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเดิม การขยายระยะเวลาการผ่อนชำระให้นานขึ้น การปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระ ตัวอย่างเช่น หากมีภาระหนี้เหลือ 2 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อน 20 ปี อัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน 6% ต่อปี การรีไฟแนนซ์ไปยังธนาคารที่ให้อัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี จะช่วยลดค่างวดจากประมาณ 14,400 บาท เหลือ 12,100 บาท ประหยัดได้ 2,300 บาทต่อเดือน 2. เพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน การรีไฟแนนซ์บ้านสามารถช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินได้ด้วยการ: ขอวงเงินกู้เพิ่มตามมูลค่าบ้านที่เพิ่มขึ้น นำวงเงินส่วนต่างไปลงทุนหรือใช้จ่ายตามความจำเป็น ปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับรายได้ปัจจุบัน 3. ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการกู้ให้เหมาะสม การรีไฟแนนซ์เปิดโอกาสให้ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการกู้ใหม่ได้ เช่น: เปลี่ยนจากอัตราดอกเบี้ยลอยตัวเป็นอัตราคงที่ ปรับเปลี่ยนระยะเวลาการผ่อนชำระ เพิ่มหรือลดผู้กู้ร่วม [...]

14/1/2569 • โดย Homeday
กรุงเทพฯ 13 มกราคม 2569 — มหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ของไทยในช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน บ้านเรือน และอาคารสถานที่อย่างรุนแรง นับเป็นเหตุการณ์ที่กระทบต่อขวัญกำลังใจและชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยจำนวนมาก โดยหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในฐานะบริษัทวัสดุก่อสร้างสัญชาติไทยที่เติบโตเคียงข้างสังคมไทยมากว่า 3 ทศวรรษ ร่วมกับ บริษัท เค เซอรา จำกัด เดินหน้าภารกิจช่วยเหลือสังคมแบบครอบคลุมทุกมิติโดยทันที เริ่มจากการดูแล คนภายในองค์กร เป็นอันดับแรก ด้วยการมอบเงินช่วยเหลือพนักงานและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในภาคใต้ทุกคน เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด และคนอีกหนึ่งกลุ่มที่สำคัญต่อจระเข้ไม่แพ้กันอย่างคู่ค้า บริษัทก็ได้มอบส่วนลดพิเศษให้ร้านค้าพันธมิตรที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่หลังน้ำท่วมจนถึงสิ้นเดือนมกราคม 2569 เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องและเร่งการฟื้นตัว พร้อมส่งทีมงานลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย มอบชั้นวางสินค้าและอุปกรณ์ตกแต่งร้านใหม่ เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงใจให้ร้านกลับมาเปิดให้บริการได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ จระเข้ คอร์ปอเรชั่น ยังร่วมกับ เค เซอรา ส่งมอบความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยผ่านหน่วยงานและเครือข่ายสำคัญในพื้นที่ ได้แก่ สภากาชาดไทย, กรรมาธิการสถาปนิกทักษิณ, กลุ่มภาคีในจังหวัดสงขลา และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ด้วยการบริจาคเงินและสิ่งของที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและที่อยู่อาศัย พร้อมทั้งมอบผลิตภัณฑ์ก่อสร้างคุณภาพ อาทิ [...]

23/1/2569 • โดย Homeday
RT เผยทิศทางธุรกิจปี 69 มุ่งเน้นเติบโตเชิงคุณภาพ ตอกย้ำผู้เชี่ยวชาญงานวิศวกรรมโยธาและธรณีเทคนิค เข้าร่วม JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนาศักยภาพองค์กรทุกมิติ ชูกลยุทธ์รุกงานมาร์จิ้นสูง เพิ่มสัดส่วนงานรับรู้รายได้เร็ว เสริมสภาพคล่องรักษากระแสเงินสดรัดกุม เดินหน้ารับงานภาครัฐ-เอกชนหลากหลาย ดัน Backlog สิ้นปีแตะ 1.2 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้ารายได้ 3,900 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 15% นายชวลิต ถนอมถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ RT ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านขุดเจาะอุโมงค์ วิศวกรรมโยธา และ ธรณีเทคนิคครบวงจร เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจปี 2569 บริษัทมุ่งเน้นเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสร้างการรับรู้รายได้จากการส่งมอบงานอย่างสม่ำเสมอทุกไตรมาส และจากความได้เปรียบด้านงานวิศวกรรมเฉพาะทางที่มีความซับซ้อนสูง ส่งผลให้ RT มีโอกาสรับงานอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทได้เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาศักยภาพองค์กรในทุกมิติ และวางรากฐานการเติบโตในระยะยาว รองรับการขยายธุรกิจอย่างมั่นคง ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขัน พร้อมก้าวสู่ความเป็นเลิศด้านงานก่อสร้างวิศวกรรมโยธาและธรณีเทคนิคครบวงจร “สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานในปี [...]
