กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

12/3/2568 • โดย Homeday
ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องหันมาพึ่งพาสินเชื่อเงินด่วนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน หรือลงทุนในธุรกิจ อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีแอปเงินกู้ออนไลน์ผิดกฎหมายที่แฝงตัวมาในตลาดมากจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้ผู้กู้ต้องเผชิญกับดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด หรือถูกหลอกลวงให้โอนเงินล่วงหน้า ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ ขอแนะนำวิธีเช็กความน่าเชื่อถือของแหล่งเงินกู้ถูกกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการสินเชื่อที่ปลอดภัยและเป็นธรรม การกู้เงินด่วน และข้อควรระวัง การกู้เงินควรเป็นทางเลือกสุดท้ายที่เกิดจากความจำเป็น เช่น ค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน การลงทุนเพื่อเพิ่มรายได้ หรือค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา แต่ไม่ควรกู้เพื่อใช้จ่ายฟุ่มเฟือย “ศรีสวัสดิ์” แนะนำให้ผู้กู้ประเมินรายได้และค่าใช้จ่ายอย่างละเอียด โดยภาระหนี้สินต่อเดือนไม่ควรเกิน 70% ของรายได้ เพื่อป้องกันปัญหาหนี้สินเกินตัว สินเชื่อเงินด่วน กับกลโกงที่ต้องระวัง ปัจจุบันมิจฉาชีพมีวิธีการหลอกลวงหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้โอนค่าธรรมเนียมก่อน การเรียกเก็บดอกเบี้ยสูงเกินที่กฎหมายกำหนด หรือการข่มขู่ผู้กู้หากผิดนัดชำระ บางกรณีถึงขั้นใช้สัญญาที่ไม่เป็นธรรม ทำให้ผู้กู้เสียเปรียบอย่างมาก ศรีสวัสดิ์ ขอแนะแอปเงินกู้ถูกกฎหมายต้องมีลักษณะอย่างไร หลักเกณฑ์เบื้องต้นในการแยกแยะสินเชื่อที่ถูกกฎหมาย ดังนี้ อัตราดอกเบี้ยต้องเป็นไปตามกฎหมาย: ไม่เกิน 25% ต่อปีสำหรับสินเชื่อไม่มีหลักประกัน และไม่เกิน 24% สำหรับสินเชื่อที่มีหลักประกัน ระบบความปลอดภัยต้องได้มาตรฐาน: มีการเข้ารหัสข้อมูลและระบบยืนยันตัวตน มีช่องทางร้องเรียนและให้คำปรึกษา: ต้องมีศูนย์ช่วยเหลือผู้กู้กรณีมีปัญหาในการชำระหนี้ เอกสารสัญญาชัดเจน: ระบุเงื่อนไขการกู้ครบถ้วน และให้สำเนาสัญญาแก่ผู้กู้ ช่องทางชำระเงินโปร่งใส: สามารถชำระผ่านธนาคาร หรือช่องทางที่ตรวจสอบได้ เช็กลิสต์ก่อนกู้เงินผ่านแอป ตรวจสอบใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยผ่านเว็บไซต์ BOT License Check ตรวจสอบข้อมูลบริษัท เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และช่องทางติดต่อที่เป็นทางการ อ่านเงื่อนไขการให้บริการ ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง กระบวนการอนุมัติสินเชื่อต้องมีการตรวจสอบข้อมูลผู้กู้ ไม่อนุมัติแบบอัตโนมัติโดยไม่ตรวจสอบเอกสาร แอปสินเชื่อเงินด่วนที่ปลอดภัย สำหรับผู้ที่มองหาแอปกู้เงินด่วนที่ปลอดภัยและอนุมัติไว แอปพลิเคชัน “ศรีสวัสดิ์” เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความไว้วางใจ [...]

12/3/2568 • โดย Homeday
ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังเต็มไปด้วยความผันผวน ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ประกาศแผนกลยุทธ์ ปี 2568 ภายใต้แนวคิด “The MEANINGFUL Change” ตอกย้ำปรัชญาในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย ผ่านโปรแกรมช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อ ทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจให้สามารถปลดหนี้และฟื้นตัวได้ พร้อมเติบโตได้อย่างมั่นคง อีกทั้งเดินหน้ายกระดับดิจิทัลโซลูชันเพื่อให้บริการทางการเงินที่เข้าถึงง่าย สะดวก คุ้มค่าและเป็นมากกว่าการทำธุรกรรม เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งความขัดแย้งทางการเมืองที่ทวีความรุนแรง สงครามการค้าระหว่างมหาอำนาจ ทำให้ทั้งภาคธุรกิจและประชาชนเผชิญภาระทางการเงินหนักขึ้น สำหรับประเทศไทยปัญหาเชิงโครงสร้างยังคงเรื้อรัง คนไทยเผชิญภาวะ “แก่แต่ยังเป็นหนี้” รายได้ไม่เพิ่มแต่ค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 16.3ล้านล้านบาท หรือ 89% ของ GDP ธุรกิจ SME ถูกดิสรัป เข้าถึงแหล่งทุนได้ยากขึ้น และธุรกิจต้องปิดตัวลงมากขึ้น สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการมีมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถกลับมาตั้งหลักทางการเงินได้อีกครั้ง นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า ธนาคารตระหนักถึงปัญหาหนี้สินของคนไทยมาโดยตลอด และมุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการช่วยแก้ปัญหาหนี้อย่างจริงจัง ผ่านมาตรการที่เป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2563 ที่เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโควิด-19 และยังคงเดินหน้าพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ช่วยให้ลูกค้าจัดการภาระหนี้ได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ผ่านบริการรวบหนี้ที่ช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้ลูกค้าไปแล้วกว่า 2,240 ล้านบาท สินเชื่อสวัสดิการอเนกประสงค์ที่ให้พนักงานเงินเดือนองค์กรเข้าถึงสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า โดยปล่อยสินเชื่อช่วยเหลือแล้วกว่า 8,800 ล้านบาท อีกทั้งยังมีโปรแกรม Financial Literacy ที่ประกอบด้วยแพลตฟอร์มตรวจสุขภาพการเงินออนไลน์ที่มีลูกค้าเข้าร่วมวัดระดับหนี้กว่า 96,000 ครั้ง คอร์สให้ความรู้ทางการเงินออนไลน์และบริการให้คำปรึกษาโค้ชปลดหนี้ โดยทั้งหมดนี้ให้บริการฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย จนกระทั่งล่าสุดกับโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ที่ช่วยปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกค้าสามารถตั้งหลักใหม่ได้ เพื่อเดินหน้าช่วยลูกค้าทุกกลุ่มปลดหนี้และสร้างเสถียรภาพทางการเงิน ทีทีบีเชื่อว่าการช่วยลูกค้าต้องเริ่มจากความเข้าใจพฤติกรรมทางการเงินของแต่ละกลุ่ม โดยพบว่าลูกค้าสินเชื่อสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ซึ่งมีปัญหาและความต้องการที่แตกต่างกัน ทีทีบีจึงออกแบบโปรแกรมช่วยเหลือที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรก คือลูกหนี้ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งเริ่มค้างชำระหรือสะสมหนี้จนไม่สามารถชำระได้ตามปกติ ทีทีบี ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยช่วยเหลืออย่างเต็มที่ผ่านโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ที่ช่วยปรับโครงสร้างหนี้ ยกเว้นการเก็บดอกเบี้ย พร้อมกับลดค่างวดให้ตลอด 3 ปี เพื่อให้โอกาสลูกค้าที่ต้องการสู้กลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าทีทีบีกว่า 21% จากลูกค้าเป้าหมายลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ กลุ่มที่สอง คือลูกหนี้ที่ผ่อนชำระดี ซึ่งให้ความสำคัญกับเครดิตของตนเองและพยายามชำระหนี้ตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งกลุ่มนี้กลับเป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยได้รับความช่วยเหลือและถูกลืม ในปีนี้ทีทีบีจึงต้องการเข้าไปช่วยเหลือดูแลกลุ่มนี้เป็นพิเศษ [...]

25/2/2568 • โดย Homeday
LDC เผยปี 68 เดินหน้าเชิงรุกเจาะตลาดภาคใต้ ปักธง 3 สาขาใหม่ สุราษฎร์ธานี ชุมพร และภูเก็ต เจาะลูกค้ากลุ่มกำลังซื้อสูงและมองหาธุรกิจใหม่เสริมการเติบโต เน้นการตลาดเชิงคุณค่าชูคลินิกทันตกรรมแบบพรีเมียม รับมือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่ปี 67 ปรับพอร์ตสาขา ลดภาระในระยะยาว ล่าสุดประกาศรายได้ 358 ล้านบาท ลดลงจากรายได้สาขาเดิม จากการปิดสาขาที่ขาดทุน รวมทั้งสาขาใหม่ที่เปิดล่าช้าทำให้ไม่สามารถรับรู้รายได้ตามเป้า ด้านฐานะการเงินยังแข็งแกร่ง ทันตแพทย์วัฒนา ชัยวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน) หรือ LDC ผู้ให้บริการคลินิกทันตกรรมพรีเมียมในนาม “LDC Dental” เปิดเผยว่า จากการปรับพอร์ตสาขาเดิมด้วยการปิดสาขาที่ขาดทุน 6 สาขาในปี 2567 ทำให้บริษัทไม่ต้องแบกรับภาระขาดทุนในระยะยาว ส่งผลให้ฐานะการเงินของบริษัทมีความมั่นคง ในด้านภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวซึ่งกระทบต่อรายได้สาขาเดิมในปี 2567 ลดลง 10% นั้น ในปี 2568 บริษัทจะเน้นรักษาฐานลูกค้าเก่า และปรับกลยุทธ์การตลาดที่จะกำหนดคุณค่าของแบรนด์ LDC ให้ชัดเจนยิ่งขี้น [...]

11/3/2568 • โดย Homeday
ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างสามารถทำได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส หลายคนที่ต้องการเงินฉุกเฉินอาจเผลอตกเป็นเหยื่อของแอปเงินกู้นอกระบบโดยไม่ทันระวัง ซึ่งนำไปสู่ภาระหนี้สินที่ไม่มีวันจบ และปัญหาทางการเงินที่รุนแรง เพราะแอปเหล่านี้มักเรียกเก็บดอกเบี้ยสูงเกินจริง คิดค่าธรรมเนียมแอบแฝง และใช้วิธีข่มขู่ในการทวงหนี้ ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อสถานะทางการเงินของผู้กู้ แต่ยังเสี่ยงต่อการถูกนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ในทางที่ผิดอีกด้วย 4 กลโกงของแอปเงินกู้นอกระบบ อย่าหลงตกเป็นเหยื่อ ดอกเบี้ยโหด กู้ 10,000 อาจต้องจ่ายคืนเกิน 50,000 บาท แอปเถื่อนมักคิดดอกเบี้ยสูงกว่ากฎหมายกำหนด เช่น 36%-50% ต่อปี หรือมากกว่านั้นหลายเท่า ทำให้ผู้กู้ต้องจ่ายคืนหลายเท่าตัว ค่าธรรมเนียมแฝง หลอกให้โอนเงินก่อน บางแอปเรียกเก็บเงินล่วงหน้าก่อนอนุมัติ เช่น ค่าดำเนินการ หรือค่าประกันวงเงิน หากโอนไปแล้วมักถูกปฏิเสธหรือหายไปโดยไม่สามารถติดต่อได้ ล้วงข้อมูลส่วนตัว ขู่ทวงหนี้แบบผิดกฎหมาย แอปเงินกู้เถื่อนมักขอเข้าถึงข้อมูลโทรศัพท์ เช่น รายชื่อ ผู้ติดต่อ และรูปภาพ เพื่อนำมาใช้ข่มขู่หากผู้กู้ผิดนัดชำระ ไม่มีใบอนุญาต ไม่ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย เงินกู้ที่ถูกต้องตามกฎหมายต้องได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย หากไม่มีข้อมูลจดทะเบียนหรือไม่สามารถตรวจสอบได้ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นแอปเถื่อน หากจำเป็นต้องขอสินเชื่อ ควรพิจารณาเลือกแหล่งสินเชื่อที่เหมาะสม มีความน่าเชื่อถือ ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือองค์กรการเงินที่มีชื่อเสียง และเตรียมความพร้อมในเรื่องเอกสารประกอบการขอสินเชื่อ ตรวจสอบประวัติการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ ปัจจุบันผู้สมัครขอสินเชื่อยังสามารถทำรายการสมัครบัตรกดเงินสด “เคทีซี [...]

19/3/2568 • โดย Homeday
นายสุรศักดิ์ บุณยะชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคพีเอ็ม จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท สเตลล่า เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ STELLA แสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยการไถ่ถอนหุ้นกู้ รุ่น NUSA253A และ NUSA253B รวมมูลค่า 593.4 ล้านบาท ก่อนครบกำหนด ซึ่งหุ้นกู้ทั้งสองรุ่นมีกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 19 มีนาคม 2568 การชำระคืนเงินต้นให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ในครั้งนี้ ดำเนินการผ่านการวางเงินกับ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ซึ่งทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนหุ้นกู้ เพื่อให้กระบวนการไถ่ถอนเป็นไปอย่างถูกต้องและสมบูรณ์ “การชำระคืนก่อนกำหนดในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความมั่นคงทางการเงินและการบริหารจัดการที่เป็นระบบของ STELLA ซึ่งสามารถบริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นถึงวินัยทางการเงินและความมุ่งมั่นในการบริหารภาระหนี้อย่างมืออาชีพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว” นายสุรศักดิ์ กล่าว บริษัทหลักทรัพย์ เคพีเอ็ม จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ได้ดำเนินการดูแลและประสานงานกระบวนการไถ่ถอนหุ้นกู้ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใส ภายใต้มาตรฐานวิชาชีพ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ถือหุ้นกู้ได้รับสิทธิประโยชน์ครบถ้วน

21/4/2568 • โดย Homeday
หากคุณกำลังวางแผนซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม สิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือสถานะเครดิตบูโรของคุณ เพราะนี่คือปัจจัยสำคัญที่สถาบันการเงินใช้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับเครดิตบูโร ตั้งแต่ความหมาย ความสำคัญ วิธีตรวจสอบ ไปจนถึงเคล็ดลับในการรักษาและแก้ไขสถานะให้กลับมาปกติ เพื่อเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อบ้านของคุณ เครดิตบูโรคืออะไร? ทำไมจึงสำคัญต่อการขอสินเชื่อบ้าน? เครดิตบูโร (Credit Bureau) คือ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติจำกัด ซึ่งเป็นสถาบันที่มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลสินเชื่อและประวัติการชำระหนี้ทุกประเภทของบุคคล ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาวิเคราะห์และกำหนดเป็นสถานะเครดิตบูโร ซึ่งสามารถบ่งบอกถึงพฤติกรรมการชำระหนี้ในอดีตและภาระหนี้สินในปัจจุบันของแต่ละบุคคล เมื่อคุณยื่นขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน คอนโด รถยนต์ หรือแม้แต่การสมัครบัตรเครดิต สถาบันการเงินจะตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรของคุณเพื่อประเมินความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อ หากคุณมีประวัติการชำระเงินที่ดี มีวินัยทางการเงิน ก็จะเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น โดยทั่วไปข้อมูลเครดิตจะถูกเก็บรักษาไว้ในระบบเครดิตบูโรเป็นระยะเวลา 3 ปี นับจากวันที่ปิดบัญชีสินเชื่อหรือชำระหนี้เสร็จสิ้น และจะถูกลบออกจากฐานข้อมูลโดยอัตโนมัติเมื่อครบกำหนด นั่นหมายความว่า แม้คุณจะเคยมีประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดีในอดีต แต่หลังจากปิดบัญชีและผ่านไป 3 ปี ประวัติที่ไม่ดีนั้นก็จะหายไปจากระบบ ตัวเลขสถานะบูโรหมายถึงอะไร? แต่ละเลขมีความสำคัญอย่างไร? เมื่อคุณตรวจสอบเครดิตบูโร คุณจะพบตัวเลขที่ระบุสถานะของบัญชีสินเชื่อแต่ละรายการ ซึ่งตัวเลขเหล่านี้มีความหมายที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้: 10 หรือ 010: สถานะปกติ ไม่มีหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน (สถานะที่ดีที่สุด) 11 หรือ [...]

4/3/2568 • โดย Homeday
การรีไฟแนนซ์บ้านเป็นทางเลือกทางการเงินที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีภาระสินเชื่อบ้าน โดยเฉพาะในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยมีการเปลี่ยนแปลง แต่หลายคนยังสงสัยว่าการรีไฟแนนซ์บ้านดีจริงหรือไม่ และจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากน้อยเพียงใด บทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัยและให้ข้อมูลที่จำเป็นในการตัดสินใจ รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร? การรีไฟแนนซ์บ้าน คือการนำสินเชื่อบ้านที่มีอยู่กับธนาคารเดิมไปขอสินเชื่อใหม่กับอีกธนาคารหนึ่งที่ให้เงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่า เป็นการโอนภาระหนี้จากธนาคารเดิมไปยังธนาคารใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระรายเดือน การรีไฟแนนซ์บ้านเป็นสิทธิของผู้กู้ที่สามารถเลือกธนาคารที่ให้อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้ธนาคารต้องยินยอมให้ลูกค้าไถ่ถอนจำนองเพื่อไปรีไฟแนนซ์กับธนาคารอื่นได้ ประโยชน์ของการรีไฟแนนซ์บ้าน 1. ลดภาระการผ่อนรายเดือน การรีไฟแนนซ์บ้านช่วยลดภาระการผ่อนรายเดือนได้ผ่านหลายวิธี เช่น การได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเดิม การขยายระยะเวลาการผ่อนชำระให้นานขึ้น การปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระ ตัวอย่างเช่น หากมีภาระหนี้เหลือ 2 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อน 20 ปี อัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน 6% ต่อปี การรีไฟแนนซ์ไปยังธนาคารที่ให้อัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี จะช่วยลดค่างวดจากประมาณ 14,400 บาท เหลือ 12,100 บาท ประหยัดได้ 2,300 บาทต่อเดือน 2. เพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน การรีไฟแนนซ์บ้านสามารถช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินได้ด้วยการ: ขอวงเงินกู้เพิ่มตามมูลค่าบ้านที่เพิ่มขึ้น นำวงเงินส่วนต่างไปลงทุนหรือใช้จ่ายตามความจำเป็น ปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับรายได้ปัจจุบัน 3. ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการกู้ให้เหมาะสม การรีไฟแนนซ์เปิดโอกาสให้ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการกู้ใหม่ได้ เช่น: เปลี่ยนจากอัตราดอกเบี้ยลอยตัวเป็นอัตราคงที่ ปรับเปลี่ยนระยะเวลาการผ่อนชำระ เพิ่มหรือลดผู้กู้ร่วม [...]

1/7/2568 • โดย Homeday
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) โดย นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ยังคงเผชิญความท้าทายทั้งจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ภาระหนี้ครัวเรือน รวมทั้งความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ยังมีดีมานด์ที่อยู่อาศัยที่แท้จริงจากกลุ่มลูกค้าอยากมีบ้านที่กำลังรอโอกาสเหมาะในการตัดสินใจซื้อ ซึ่งศุภาลัยมองว่าเป็นจังหวะสำคัญในการกระตุ้นความเชื่อมั่นของลูกค้า และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเริ่มต้นให้ลูกค้ากล้าตัดสินใจมากขึ้น จึงเดินหน้าคัดสรรโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมคุณภาพพร้อมอยู่ ครอบคลุมทุกความต้องการบนทำเลศักยภาพทั่วประเทศ พร้อมจัดโปรโมชันที่ตรงใจลูกค้าทุกกลุ่ม มองหาบ้านหรือคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่…เตรียมยิ้มให้กว้าง ศุภาลัยส่งโปรโมชัน “ยิ้ม ยืด ยาว” ช่วยผ่อนยาว 36 เดือน รับส่วนลดสูงสุด 1 ล้านบาท* ที่จะช่วยให้การมีบ้านใหม่ไม่ใช่เรื่องหนักใจอีกต่อไป เลือกสิทธิพิเศษ ที่ใช่ ในสไตล์ที่ชอบ! Choice A – ผ่อนสบายกระเป๋า นานสูงสุด 36 เดือน มูลค่าสูงสุด 360,000 บาท* Choice B – ฟินกับของแต่งบ้าน เลือกช้อปสนุกกับ Voucher จาก IKEA, Index, [...]

25/12/2567 • โดย Homeday
ณ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM สำนักงานใหญ่ นายบัณฑิต อนันตมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM และนายสันธิษณ์ วัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริหารสินทรัพย์ อารีย์ จำกัด หรือ บบส.อารีย์ ร่วมลงนามในสัญญารับบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ จำนวน 1,172 บัญชี ภาระหนี้เงินต้น

4/9/2568 • โดย Homeday
วันที่ 3 กันยายน 2568 ในงาน OSK Speak Thai Fight “สู้ได้…หรือได้แค่สู้” จัดโดยสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัยฯ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ร่วมเวทีเสวนาในหัวข้อ “มุมมองจากหน่วยงานภาครัฐ” โดยชี้ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของธุรกิจ AMC ในฐานะกลไกกลางแก้ไขปัญหาหนี้เสียของประเทศ ดร.รักษ์ กล่าวว่า BAM ทำหน้าที่เป็น “เสาหลัก” ในการบริหารจัดการหนี้เสีย ทั้งในระดับครัวเรือนและภาคธุรกิจ ผ่านการทำงานร่วมมือกับภาคเอกชนและสถาบันการเงิน เพื่อปลดล็อกภาระหนี้ที่กดทับเศรษฐกิจไทย โดยมีบทบาทสำคัญ 3 มิติ ได้แก่: ฟื้นสภาพคล่องสถาบันการเงินด้วยการเข้าซื้อและบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL/NPA) ช่วยให้ธนาคารสามารถกลับมาปล่อยสินเชื่อใหม่ได้เร็วขึ้น ก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ เยียวยาลูกหนี้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ โดย BAM มีมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ ลดดอกเบี้ย ขยายระยะเวลาการชำระ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้กลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน [...]

12/12/2568 • โดย Homeday
BAM เปิด “ศูนย์เยียวยาสมานฉันท์ BAM Remedy Center (BRC)” หวังขยายโอกาสให้ลูกค้า-ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงการไกล่เกลี่ย การฟื้นฟู และช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินได้อย่างเท่าเทียมโดยไม่จำกัด มูลหนี้ เผยตลอดระยะเวลา 26 ปี BAM ให้โอกาสลูกหนี้กว่า 164,486 ราย รวมภาระหนี้ 508,790 ล้านบาท ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ เปิดโอกาสให้ลูกหนี้เจรจาปรับโครงสร้างหนี้อย่างเป็นธรรม ด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรน นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 26 ปีที่ผ่านมา BAM ได้ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างหลักของระบบการเงินไทย ในบทบาท “แก้มลิง” ที่ช่วยรองรับและบริหารจัดการหนี้เสียให้สถาบันการเงินของประเทศ ด้วยการรับซื้อรับโอนหนี้อย่างมืออาชีพ ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ทุกกลุ่มเจรจาปรับโครงสร้างหนี้อย่างเป็นธรรม เพื่อให้สามารถนำทรัพย์สินซึ่งเป็น ที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน หรือกิจการ กลับคืนไปด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรน ทั้งนี้ การจัดตั้ง ศูนย์เยียวยาสมานฉันท์ BAM Remedy Center [...]

30/6/2568 • โดย Homeday
บริษัท สเตลล่า เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ STELLA เดินหน้าบริหารภาระหนี้เชิงรุก ไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนด โดยเฉพาะหุ้นกู้รุ่น WMA256A ที่บริษัทได้ดำเนินการไถ่ถอนบางส่วนก่อนกำหนดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568 และชำระคืนส่วนที่เหลือครบตามกำหนดในวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ชูการบริหารสภาพคล่องแบบเชิงรุก เน้นย้ำความแข็งแกร่งทางสถานะการเงินปัจจุบัน แม้ในภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน บริษัทฯ ยังสามารถทำยอดขายจากภาคธุรกิจอสังหาฯ 5 เดือนกว่า 700 ล้านบาท และในส่วนของธุรกิจโรงแรมก็สามารถทำรายได้ตามเป้าหมายอีกด้วย สำหรับในครึ่งหลังของปี 68 บริษัทฯ เตรียมเปิดโครงการใหม่อีก 3 โครงการ ทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม ซึ่งเป็นไปตามการวางแผนพัฒนาโครงการให้มีโครงการเสร็จใหม่อย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการรักษาสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ ควบคู่กับการเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้ตามแผนงานและการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ นายประจักษ์ แจ้งแสงทอง ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานบัญชีและการเงิน STELLA เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2567 จนถึงเดือนมิถุนายน 2568 บริษัทฯ ได้ทำการไถ่ถอนหุ้นกู้ในกลุ่มบริษัทอย่างต่อเนื่องรวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 2,858 ล้านบาท สะท้อนถึงวินัยทางการเงินที่ดี [...]