
10/3/2568 • โดย Homeday
ภัยพิบัติเป็นเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้ และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตมนุษย์และสัตว์เลี้ยง การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนควรตระหนัก การมีชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินที่เหมาะสมจะช่วยปกป้องและดูแลสัตว์เลี้ยงในยามวิกฤต องค์ประกอบหลักของชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินสำหรับสัตว์เลี้ยง 1. อาหารและน้ำ เก็บอาหารแห้งหรืออาหารกระป๋องสำรอง อย่างน้อย 3-7 วัน น้ำดื่มสะอาด วันละ 30-60 มิลลิลิตรต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัมของสัตว์เลี้ยง ภาชนะบรรจุอาหารและน้ำแบบพกพา ที่เปิดกระป๋องอาหารสำรอง 2. เอกสารและการระบุตัวตน เอกสารการฉีดวัคซีน รูปถ่ายสัตว์เลี้ยงปัจจุบัน ข้อมูลการติดต่อสถานพยาบาลสัตว์ ป้ายคอลำลองพร้อมข้อมูลการติดต่อ 3. ยาและเวชภัณฑ์ ยาประจำตัวสัตว์เลี้ยง ยาต้านการอักเสบ ยาแก้ปวด แอลกอฮอล์ล้างแผล ผ้าพันแผล กรรไกรตัดไหม ถุงมือทางการแพทย์ คีมคีบ 4. อุปกรณ์ความปลอดภัย สายจูงสำรอง ปลอกคอ เชือกผูกสัตว์ กรงขนาดเล็กพกพา ผ้าคลุมกรง หมวกกันน็อคสำหรับสัตว์เลี้ยง วัสดุกันความร้อน/กันหนาว 5. อุปกรณ์อำนวยความสะดวก ที่นอนพกพา ของเล่นเล็กๆ ถุงขยะ กระดาษทิชชู เจลทำความสะอาดมือ น้ำยาทำความสะอาด แปรงสางขนเล็ก 6. อุปกรณ์สื่อสารและตรวจสอบ [...]

6/5/2568 • โดย Homeday
#HomedayPetLover x #PetsOfSansiri2025 วันนี้ผมปาล์ม กับน้องจิล Homeday มาบุกงาน ‘Pets of Sansiri PROUDLY PRESENTS #ซุปตาร์isBorn’ จากทางแสนสิริ บอกเลยว่าบรรยากาศอบอุ่น สนุกสนาน เต็มไปด้วยน้อน ๆ และชาว #Pawrents แน่น ๆ เลยครับ เบื้องหลังความใส่ใจที่แสนสิริมีให้น้อน ๆ สี่ขาของเรานั้น ไม่ธรรมดาเลยนะครับ เพราะเค้าได้จับมือเป็นพันธมิตร X @ThonglorPet ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลี้ยงตัวจริง! เพื่อนำไปสู่การพัฒนาโปรดักต์และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยของเพื่อนตัวเล็กตัวน้อยในโครงการของแสนสิริให้ดียิ่งขึ้น ในส่วนของบ้านแนวราบ ก็จะมีการพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ให้ครอบคลุมกว่า 25 โครงการ ภายในปี 2568 นี้ ! น้อน ๆ จะได้มีอาณาจักรส่วนตัว ปลอดภัย ได้ปลดปล่อยพลังอย่างเต็มที่ และแน่นอนว่า #SansiriCommunity ยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ กิจกรรมดี ๆ ที่จะเติมเต็ม ประสบการณ์และสร้างสังคมที่ดี [...]

20/2/2568 • โดย Homeday
การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในปัจจุบันไม่ใช่แค่การให้อาหารและที่พักพิงเท่านั้น แต่ยังต้องเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การมีเบอร์โทรฉุกเฉินติดไว้จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถขอความช่วยเหลือได้ทันท่วงที เบอร์โทรโรงพยาบาลสัตว์และคลินิก การมีเบอร์โทรโรงพยาบาลสัตว์และคลินิกใกล้บ้านติดไว้เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ควรมีอย่างน้อย 2-3 แห่งที่เปิด 24 ชั่วโมง เพราะอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยอาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา นอกจากนี้ควรบันทึกที่อยู่และเส้นทางไปยังสถานพยาบาลแต่ละแห่งไว้ด้วย เบอร์โทรบริการรถพยาบาลสัตว์ ในกรณีที่สัตว์เลี้ยงบาดเจ็บรุนแรงหรือไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ บริการรถพยาบาลสัตว์จะเป็นตัวช่วยสำคัญ ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานที่ให้บริการทั้งภาครัฐและเอกชน ควรมีเบอร์ติดต่อไว้อย่างน้อย 2 แห่ง เบอร์โทรหน่วยกู้ภัยสัตว์ กรณีสัตว์เลี้ยงพลัดหลงหรือติดอยู่ในที่อันตราย หน่วยกู้ภัยสัตว์จะมีความเชี่ยวชาญในการช่วยเหลือ เช่น มูลนิธิพิทักษ์สัตว์ หน่วยกู้ภัยสัตว์ประจำท้องถิ่น เบอร์โทรร้านขายยาสัตว์ ในกรณีฉุกเฉินที่ต้องการยาหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์เร่งด่วน การมีเบอร์ร้านขายยาสัตว์ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงจะช่วยให้สามารถสอบถามและจัดหาได้ทันที เบอร์โทรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง สัตว์เลี้ยงบางชนิดต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ควรมีเบอร์ติดต่อผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น สัตวแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ การจัดเก็บเบอร์โทรฉุกเฉิน บันทึกในโทรศัพท์มือถือพร้อมระบุชื่อให้ค้นหาง่าย ติดไว้ในที่เห็นชัดเจนภายในบ้าน แชร์ให้สมาชิกในครอบครัวทุกคน อัพเดทข้อมูลทุก 6 เดือน สรุป การเตรียมเบอร์โทรฉุกเฉินไว้ล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้อย่างทันท่วงที เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรรวบรวมและจัดเก็บเบอร์โทรสำคัญไว้ในที่ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว #สัตว์เลี้ยง #สาระ #เบอร์ฉุกเฉิน #การดูแลสัตว์เลี้ยง #สัตวแพทย์ #โรงพยาบาลสัตว์ #การเตรียมพร้อม #เจ้าของสัตว์เลี้ยง

24/2/2568 • โดย Homeday
การตั้งท้องในสัตว์เลี้ยงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เจ้าของต้องให้การดูแลเป็นพิเศษ บทความนี้จะแนะนำขั้นตอนการตั้งท้องในสัตว์เลี้ยงตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการคลอด พร้อมวิธีการดูแลที่ถูกต้อง สัญญาณการเป็นสัดและการผสมพันธุ์ สัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดมีช่วงเวลาเป็นสัดที่แตกต่างกัน โดยสุนัขจะเป็นสัดประมาณปีละ 2 ครั้ง ในขณะที่แมวอาจเป็นสัดได้ถึง 4-5 ครั้งต่อปี สัญญาณที่บ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงกำลังเป็นสัด ได้แก่: การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เช่น กระวนกระวาย ร้องเสียงดัง อวัยวะเพศบวมและมีน้ำเมือกใส ชอบถูตัวกับสิ่งของหรือพื้น มีเลือดออกเล็กน้อย (ในสุนัข) การผสมพันธุ์ควรทำในช่วงที่สัตว์เลี้ยงพร้อมที่สุด ซึ่งมักเป็นวันที่ 10-14 ของการเป็นสัด ควรเลือกคู่ผสมที่มีสุขภาพแข็งแรง และได้รับการตรวจโรคมาแล้ว การวินิจฉัยการตั้งท้อง หลังการผสมพันธุ์ 3-4 สัปดาห์ สามารถพาสัตว์เลี้ยงไปตรวจการตั้งท้องได้ที่สัตวแพทย์ วิธีการตรวจมีหลายแบบ: การอัลตราซาวด์: เห็นภาพลูกสัตว์และการเต้นของหัวใจ การตรวจเลือด: วัดระดับฮอร์โมนการตั้งท้อง การคลำท้อง: สัตวแพทย์จะคลำหาลูกสัตว์ในท้อง การเปลี่ยนแปลงระหว่างตั้งท้อง ระยะเวลาตั้งท้องในสุนัขประมาณ 63 วัน ส่วนแมวประมาณ 65 วัน ในระหว่างนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง: การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย น้ำหนักเพิ่มขึ้น 20-50% ท้องขยายใหญ่ขึ้น เต้านมขยายและเริ่มมีน้ำนม กินอาหารมากขึ้น อาจมีอาการแพ้ท้องในช่วงแรก การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม [...]

13/3/2568 • โดย Homeday
การดูแลหูของสัตว์เลี้ยงเป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพที่มักถูกมองข้าม การทำความสะอาดหูอย่างถูกต้องช่วยป้องกันการติดเชื้อ ลดความเสี่ยงของโรคหูต่างๆ และทำให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกสบาย ทำไมการทำความสะอาดหูสัตว์เลี้ยงจึงสำคัญ? หูของสัตว์เลี้ยงเป็นบริเวณที่เสี่ยงต่อการสะสมของแบคทีเรีย เชื้อรา และสิ่งสกปรก หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมอาจนำไปสู่: การติดเชื้อในหู อาการอักเสบ ความเจ็บปวด การสูญเสียการได้ยิน เครื่องมือที่จำเป็นในการทำความสะอาดหู อุปกรณ์พื้นฐาน ผ้าสำลีปลอดเชื้อ น้ำยาทำความสะอาดหูสำหรับสัตว์เลี้ยง ผ้าเช็ดทำความสะอาดนุ่ม ถุงมือยาง เลือกน้ำยาทำความสะอาดหูที่เหมาะสม สำรวจคุณสมบัติของน้ำยาทำความสะอาดหู: ปราศจากแอลกอฮอล์ มีส่วนผสมที่ช่่วยต่อต้านเชื้อรา เหมาะสมกับสายพันธุ์ของสัตว์เลี้ยง ขั้นตอนการทำความสะอาดหูสัตว์เลี้ยง เตรียมความพร้อมก่อนทำความสะอาด เลือกเวลาที่สัตว์เลี้ยงสงบและผ่อนคลาย จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม วางสัตว์เลี้ยงในตำแหน่งที่สบาย เทคนิคการทำความสะอาดหูอย่างถูกวิธี คลี่หูออกเบาๆ เพื่อเปิดช่องหู หยดน้ำยาทำความสะอาดลงในหู นวดโคนหูเบาๆ เพื่อกระจายน้ำยา เช็ดคราบสกปรกด้วยผ้าสำลีนุ่ม ทำซ้ำทั้งสองข้าง ข้อควรระวังในการทำความสะอาดหู สำหรับสุนัข ระวังไม่ให้น้ำยาเข้าไปลึกในช่องหู หลีกเลี่ยงการใช้ก้านสำลีแทงเข้าไปในหู สังเกตอาการผิดปกติหลังทำความสะอาด สำหรับแมว ใช้เทคนิคที่นุ่มนวล เคลื่อนไหวช้าและระมัดระวัง ให้รางวัลหลังทำความสะอาด สัญญาณที่ต้องพบสัตวแพทย์ อาการผิดปกติของหู มีกลิ่นเหม็นจากหู มีของเหลวไหลออกมา เห็นจุดสีแดง สัตว์เลี้ยงแสดงอาการเจ็บปวด ขยี้หูบ่อยๆ ความถี่ในการทำความสะอาดหู แนวทางทั่วไป [...]

1/3/2568 • โดย Homeday
การเปลี่ยนสูตรอาหารให้สัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องที่ต้องทำด้วยความระมัดระวังและใส่ใจ เนื่องจากระบบย่อยอาหารของสัตว์เลี้ยงมีความอ่อนไหวและต้องการเวลาในการปรับตัว บทความนี้รวบรวมความรู้สำคัญเกี่ยวกับวิธีเปลี่ยนอาหารสัตว์เลี้ยงอย่างถูกวิธี เพื่อให้คุณและสัตว์เลี้ยงผ่านกระบวนการนี้ไปได้อย่างราบรื่น เหตุผลหลักในการเปลี่ยนอาหารสัตว์เลี้ยง มีหลายสาเหตุที่อาจทำให้ต้องเปลี่ยนอาหารสัตว์เลี้ยง ได้แก่: ปัญหาสุขภาพ เช่น โรคไต โรคตับ โรคเบาหวาน หรือภูมิแพ้อาหาร ซึ่งต้องการอาหารเฉพาะทาง การเปลี่ยนช่วงวัย จากลูกสัตว์เป็นสัตว์โตเต็มวัย หรือจากวัยกลางคนเป็นวัยชรา ปัญหาน้ำหนัก เช่น น้ำหนักเกินหรือน้ำหนักน้อยเกินไป ต้องการเพิ่มคุณภาพอาหาร เปลี่ยนไปใช้อาหารที่มีคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่า สัตว์เลี้ยงไม่ยอมกินอาหารเดิม ทำให้เสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหาร ผลกระทบจากการเปลี่ยนอาหารแบบฉับพลัน การเปลี่ยนอาหารอย่างกะทันหันโดยไม่มีช่วงปรับตัวอาจก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ได้แก่: ปัญหาระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย อาเจียน แน่นท้อง หรือผลิตแก๊สมากเกินไป การปฏิเสธอาหารใหม่ โดยเฉพาะในแมวซึ่งเป็นสัตว์ที่เลือกกินตามธรรมชาติ ความเครียดและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เช่น ซ่อนตัว ก้าวร้าว หรือมีพฤติกรรมผิดปกติ ขั้นตอนการเปลี่ยนอาหารอย่างถูกวิธี ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อน โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนเพราะเหตุผลด้านสุขภาพ ค่อยๆ เปลี่ยนแบบทีละน้อย ใช้เวลาอย่างน้อย 7-10 วัน โดยผสมอาหารใหม่เข้ากับอาหารเก่าในอัตราส่วนที่เพิ่มขึ้นทีละน้อย: วันที่ 1-2: อาหารใหม่ 25% + อาหารเดิม [...]

1/3/2568 • โดย Homeday
สัตว์เลี้ยงเป็นเหมือนสมาชิกในครอบครัวที่เราต้องดูแลเอาใจใส่ แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่าภายในบ้านของเรามีอันตรายซ่อนอยู่มากมายสำหรับน้องหมา น้องแมว หรือสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ บทความนี้รวบรวมสาระสำคัญเกี่ยวกับการทำให้บ้านปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและช่วยให้สัตว์เลี้ยงของคุณมีคุณภาพชีวิตที่ดี เข้าใจพฤติกรรมสัตว์เลี้ยง คือกุญแจสำคัญของความปลอดภัย ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า สัตว์เลี้ยงแต่ละประเภทมีพฤติกรรมเฉพาะตัว: สุนัข มักสำรวจโลกด้วยปากและจมูก ชอบเคี้ยวสิ่งของและอาจกลืนสิ่งที่เป็นอันตราย แมว มีความคล่องแคล่ว ชอบปีนป่าย กระโดด และเข้าถึงพื้นที่สูง สัตว์ฟันแทะ เช่น กระต่าย หนูแฮมสเตอร์ ต้องกัดแทะอยู่เสมอเพื่อสึกฟันที่งอกตลอดเวลา เมื่อเข้าใจพฤติกรรมพื้นฐานแล้ว คุณจะสามารถคาดการณ์และป้องกันอันตรายได้ดีขึ้น จุดอันตรายหลักในบ้านและวิธีป้องกัน 1. ห้องครัว: แหล่งรวมอันตรายอันดับหนึ่ง ห้องครัวเต็มไปด้วยอันตรายทั้งจากอาหารและสารเคมี: อาหารต้องห้าม ที่เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง: ช็อกโกแลต กาแฟ (มีสารเทโอโบรมีนและคาเฟอีน) หัวหอม กระเทียม ต้นหอม (ทำลายเม็ดเลือดแดง) องุ่นและลูกเกด (ทำให้ไตวายในสุนัข) ไซลิทอลและสารให้ความหวานเทียม (ทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (กระทบตับและสมอง) วิธีป้องกัน: เก็บอาหารในตู้ที่ปิดสนิท ใช้ถังขยะที่มีฝาปิดแน่นหนา เก็บผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก ติดตั้งที่ครอบปุ่มเตาเพื่อป้องกันการกดโดยไม่ตั้งใจ 2. ห้องน้ำ: ระวังยาและสารเคมี ห้องน้ำมีทั้งยา ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด [...]

24/2/2568 • โดย Homeday
การทำอาหารสดให้สัตว์เลี้ยงกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากเจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องการควบคุมคุณภาพอาหารและส่วนผสมที่สัตว์เลี้ยงได้รับ แต่การทำอาหารสดให้ปลอดภัยนั้นมีขั้นตอนสำคัญที่ต้องใส่ใจ บทความนี้จะแนะนำวิธีการทำอาหารสดที่ปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ทำไมต้องทำอาหารสดให้สัตว์เลี้ยง? อาหารสดมีประโยชน์หลายประการต่อสัตว์เลี้ยง: ควบคุมส่วนผสมได้ตามต้องการ ลดการใช้สารกันเสีย เพิ่มความหลากหลายของสารอาหาร สามารถปรับสูตรให้เหมาะกับสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว ช่วยแก้ปัญหาการแพ้อาหารหรือระบบย่อยอาหาร อย่างไรก็ตาม การทำอาหารสดต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยเป็นพิเศษ การเตรียมพื้นที่และอุปกรณ์ พื้นที่เตรียมอาหาร ทำความสะอาดพื้นที่ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ แยกพื้นที่เตรียมอาหารสัตว์เลี้ยงจากอาหารมนุษย์ มีพื้นที่จัดเก็บวัตถุดิบแยกเป็นสัดส่วน อุปกรณ์ที่จำเป็น เขียงแยกระหว่างเนื้อสดและผัก มีดคมสำหรับหั่นวัตถุดิบ เครื่องบดเนื้อ (ถ้าต้องการ) ภาชนะสแตนเลสหรือแก้วสำหรับผสมอาหาร ถุงซิปล็อคหรือกล่องสำหรับแบ่งบรรจุ เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิอาหาร การเลือกวัตถุดิบ เนื้อสัตว์ เลือกเนื้อสดใหม่จากแหล่งที่เชื่อถือได้ ตรวจสอบวันหมดอายุและลักษณะทางกายภาพ หลีกเลี่ยงเนื้อที่มีกลิ่นผิดปกติหรือเปลี่ยนสี ผักและธัญพืช เลือกผักสดตามฤดูกาล ล้างทำความสะอาดอย่างทั่วถึง ระวังผักที่เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง เช่น หัวหอม กระเทียม วิตามินและแร่ธาตุเสริม ปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องการเสริมวิตามิน เลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน คำนวณปริมาณให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัว ขั้นตอนการเตรียมอาหาร การทำความสะอาดวัตถุดิบ ล้างผักด้วยน้ำสะอาด 2-3 รอบ แช่ผักในน้ำผสมน้ำส้มสายชู ทำความสะอาดเนื้อสัตว์ด้วยน้ำเย็น เช็ดให้แห้งด้วยกระดาษสะอาด การปรุงอาหาร หั่นวัตถุดิบให้มีขนาดพอเหมาะ ปรุงเนื้อสัตว์ให้สุกที่อุณหภูมิเหมาะสม ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน แบ่งบรรจุในปริมาณที่พอดีต่อมื้อ [...]

12/3/2568 • โดย Homeday
การเลือกขนมรางวัลที่เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง เพราะนอกจากจะเป็นการให้รางวัลและสร้างความสัมพันธ์แล้ว ยังส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง ขนมรางวัลที่ดีควรมีคุณค่าทางโภชนาการ ปราศจากสารอันตราย และเหมาะสมกับช่วงวัยของสัตว์เลี้ยง หลักการเลือกขนมรางวัลที่มีคุณภาพ คุณค่าทางโภชนาการ การเลือกขนมรางวัลต้องคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการเป็นหลัก โดยมีแนวทางดังนี้ แหล่งโปรตีนคุณภาพ เลือกขนมที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบหลัก ควรระบุแหล่งโปรตีนชัดเจน เช่น เนื้อไก่ เนื้อวัว ปลา หลีกเลี่ยงขนมที่มีส่วนประกอบคลุมเครือหรือใช้คำว่า “เนื้อสัตว์” โดยทั่วไป สารอาหารครบถ้วน มีสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วน ประกอบด้วยกรดอะมิโน วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็น เหมาะสำหรับช่วงอายุและสภาพร่างกายของสัตว์เลี้ยง การตรวจสอบส่วนประกอบ การอ่านฉลากและตรวจสอบส่วนประกอบมีความสำคัญอย่างยิ่ง ส่วนประกอบแรก ส่วนประกอบแรกควรเป็นเนื้อสัตว์หรือโปรตีนคุณภาพ หลีกเลี่ยงขนมที่มีแป้งหรือน้ำตาลเป็นส่วนประกอบแรก สารเติมแต่ง ตรวจสอบสารถนอมอาหาร หลีกเลี่ยงสีสังเคราะห์ สารกันเสีย และวัตถุกันเสีย เลือกขนมที่มีส่วนประกอบธรรมชาติ ขนาดและปริมาณ การควบคุมปริมาณขนมรางวัลมีความสำคัญต่อสุขภาพ สัดส่วนที่เหมาะสม ขนมรางวัลไม่ควรเกิน 10% ของปริมาณอาหารรายวัน คำนวณตามน้ำหนักและความต้องการพลังงานของสัตว์เลี้ยง ขนาดและรูปแบบ เลือกขนมขนาดเล็กเหมาะสมกับสัตว์เลี้ยง มีความแตกต่างกันระหว่างสุนัขและแมว ประเภทของขนมรางวัลที่ดีต่อสุขภาพ สำหรับสุนัข ขนมจากเนื้อสัตว์ธรรมชาติ เนื้อไก่อบแห้ง ชิ้นเนื้อวัวอบแห้ง ปลาอบแห้ง ขนมเพื่อสุขภาพ ขนมลดกลิ่นปาก [...]

15/2/2568 • โดย Homeday
การเลี้ยงสัตว์เป็นความสุขของหลายครอบครัว แต่ปัญหาที่มักพบเจอคือกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นปัสสาวะ อุจจาระ หรือกลิ่นตัว ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง บทความนี้จะแนะนำวิธีจัดการกับกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย สาเหตุของกลิ่นไม่พึงประสงค์จากสัตว์เลี้ยง กลิ่นไม่พึงประสงค์จากสัตว์เลี้ยงมีหลายสาเหตุ การทำความเข้าใจถึงที่มาของกลิ่นจะช่วยให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด: กลิ่นจากการขับถ่าย ปัสสาวะและอุจจาระที่ตกค้างในบ้านหรือกระบะทราย การทำความสะอาดที่ไม่เพียงพอหรือไม่ถูกวิธี พฤติกรรมการขับถ่ายนอกกระบะทราย กลิ่นตัวของสัตว์เลี้ยง การอาบน้ำที่ไม่สม่ำเสมอ ความชื้นที่สะสมในขนสัตว์ ปัญหาสุขภาพผิวหนังหรือต่อมกลิ่น กลิ่นจากสภาพแวดล้อม พื้นที่อยู่อาศัยที่อับชื้น การระบายอากาศไม่เพียงพอ วัสดุรองนอนหรืออุปกรณ์ที่ไม่สะอาด วิธีกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่างถูกวิธี 1. การทำความสะอาดประจำวัน การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอเป็นพื้นฐานสำคัญในการควบคุมกลิ่น: เก็บกวาดอุจจาระทันทีที่สัตว์เลี้ยงถ่าย ทำความสะอาดกระบะทรายอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง เปลี่ยนทรายแมวทุก 1-2 สัปดาห์ ทำความสะอาดที่นอน ผ้าปู และวัสดุรองนอนสม่ำเสมอ เช็ดทำความสะอาดพื้นที่ที่สัตว์เลี้ยงใช้งานประจำ 2. การใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดกลิ่น เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและปลอดภัย: น้ำยาทำความสะอาดเฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง สเปรย์ดับกลิ่นที่ผลิตจากธรรมชาติ ผงดูดซับกลิ่นสำหรับกระบะทราย น้ำยาฆ่าเชื้อที่ปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยง 3. การจัดการสภาพแวดล้อม สภาพแวดล้อมที่ดีช่วยลดปัญหากลิ่น: เปิดหน้าต่างระบายอากาศสม่ำเสมอ ใช้พัดลมดูดอากาศในห้องน้ำหรือพื้นที่เลี้ยงสัตว์ จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้อากาศถ่ายเทสะดวก ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศที่มีตัวกรองกลิ่น 4. การดูแลสุขอนามัยสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงที่สะอาดช่วยลดปัญหากลิ่น: อาบน้ำตามความเหมาะสมของแต่ละสายพันธุ์ [...]

29/11/2566 • โดย Homeday
บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชูรีและคอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้ (Pet Family Residences) มุ่งมั่นพัฒนาประสบการณ์อยู่อาศัยกับสัตว์เลี้ยงอย่างดีที่สุด ใส่ใจในทุกองค์ประกอบเพื่อความสุขที่เท่าเทียมทั้งคนและสัตว์เลี้ยง ล่าสุดร่วมมือกับ “โมเดอร์นฟ

12/2/2568 • โดย Homeday
การถ่ายพยาธิเป็นหนึ่งในการดูแลสุขภาพพื้นฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมว การให้ยาถ่ายพยาธิตามกำหนดเวลาที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงของเรา และยังช่วยป้องกันการแพร่กระจายของพยาธิสู่คนในครอบครัวอีกด้วย พยาธิคืออะไร และอันตรายแค่ไหน? พยาธิเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในร่างกายของสัตว์เลี้ยง โดยดูดซับสารอาหารจากร่างกายของสัตว์เลี้ยง พยาธิที่พบบ่อยในสุนัขและแมวมีหลายชนิด เช่น พยาธิตัวกลม พยาธิตัวตืด และพยาธิหัวใจ แต่ละชนิดมีวงจรชีวิตและวิธีการติดต่อที่แตกต่างกัน พยาธิสามารถทำให้เกิดอาการต่างๆ มากมาย เช่น: น้ำหนักลด แม้จะกินอาหารปกติ ท้องป่อง ท้องพอง อาเจียน ท้องเสีย ขนหยาบกร้าน ไม่เป็นเงางาม อ่อนเพลีย ซึม เบื่ออาหาร ในกรณีรุนแรง อาจทำให้เสียชีวิตได้ ทำไมต้องถ่ายพยาธิตามกำหนด? การถ่ายพยาธิตามกำหนดเวลามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะ: ป้องกันการสะสมของพยาธิในร่างกาย พยาธิสามารถเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็วในร่างกายสัตว์เลี้ยง การถ่ายพยาธิตามกำหนดจะช่วยควบคุมจำนวนไม่ให้มากเกินไปจนเป็นอันตราย ลดความเสี่ยงการติดต่อสู่คน พยาธิบางชนิดสามารถติดต่อสู่คนได้ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มักสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยง ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว การป้องกันด้วยการถ่ายพยาธิตามกำหนดมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการรักษาเมื่อสัตว์เลี้ยงมีอาการป่วยจากพยาธิ ควรถ่ายพยาธิบ่อยแค่ไหน? ความถี่ในการถ่ายพยาธิขึ้นอยู่กับอายุและความเสี่ยงของสัตว์เลี้ยง: ลูกสุนัขและลูกแมว (อายุ 2 สัปดาห์ – 3 เดือน) เริ่มถ่ายพยาธิครั้งแรกเมื่ออายุ 2 สัปดาห์ ถ่ายพยาธิซ้ำทุก 2 [...]
