
12/3/2568 • โดย Homeday
ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังเต็มไปด้วยความผันผวน ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ประกาศแผนกลยุทธ์ ปี 2568 ภายใต้แนวคิด “The MEANINGFUL Change” ตอกย้ำปรัชญาในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย ผ่านโปรแกรมช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อ ทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจให้สามารถปลดหนี้และฟื้นตัวได้ พร้อมเติบโตได้อย่างมั่นคง อีกทั้งเดินหน้ายกระดับดิจิทัลโซลูชันเพื่อให้บริการทางการเงินที่เข้าถึงง่าย สะดวก คุ้มค่าและเป็นมากกว่าการทำธุรกรรม เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งความขัดแย้งทางการเมืองที่ทวีความรุนแรง สงครามการค้าระหว่างมหาอำนาจ ทำให้ทั้งภาคธุรกิจและประชาชนเผชิญภาระทางการเงินหนักขึ้น สำหรับประเทศไทยปัญหาเชิงโครงสร้างยังคงเรื้อรัง คนไทยเผชิญภาวะ “แก่แต่ยังเป็นหนี้” รายได้ไม่เพิ่มแต่ค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 16.3ล้านล้านบาท หรือ 89% ของ GDP ธุรกิจ SME ถูกดิสรัป เข้าถึงแหล่งทุนได้ยากขึ้น และธุรกิจต้องปิดตัวลงมากขึ้น สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการมีมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถกลับมาตั้งหลักทางการเงินได้อีกครั้ง นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า ธนาคารตระหนักถึงปัญหาหนี้สินของคนไทยมาโดยตลอด และมุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการช่วยแก้ปัญหาหนี้อย่างจริงจัง ผ่านมาตรการที่เป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2563 ที่เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโควิด-19 และยังคงเดินหน้าพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ช่วยให้ลูกค้าจัดการภาระหนี้ได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ผ่านบริการรวบหนี้ที่ช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้ลูกค้าไปแล้วกว่า 2,240 ล้านบาท สินเชื่อสวัสดิการอเนกประสงค์ที่ให้พนักงานเงินเดือนองค์กรเข้าถึงสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า โดยปล่อยสินเชื่อช่วยเหลือแล้วกว่า 8,800 ล้านบาท อีกทั้งยังมีโปรแกรม Financial Literacy ที่ประกอบด้วยแพลตฟอร์มตรวจสุขภาพการเงินออนไลน์ที่มีลูกค้าเข้าร่วมวัดระดับหนี้กว่า 96,000 ครั้ง คอร์สให้ความรู้ทางการเงินออนไลน์และบริการให้คำปรึกษาโค้ชปลดหนี้ โดยทั้งหมดนี้ให้บริการฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย จนกระทั่งล่าสุดกับโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ที่ช่วยปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกค้าสามารถตั้งหลักใหม่ได้ เพื่อเดินหน้าช่วยลูกค้าทุกกลุ่มปลดหนี้และสร้างเสถียรภาพทางการเงิน ทีทีบีเชื่อว่าการช่วยลูกค้าต้องเริ่มจากความเข้าใจพฤติกรรมทางการเงินของแต่ละกลุ่ม โดยพบว่าลูกค้าสินเชื่อสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ซึ่งมีปัญหาและความต้องการที่แตกต่างกัน ทีทีบีจึงออกแบบโปรแกรมช่วยเหลือที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรก คือลูกหนี้ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งเริ่มค้างชำระหรือสะสมหนี้จนไม่สามารถชำระได้ตามปกติ ทีทีบี ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยช่วยเหลืออย่างเต็มที่ผ่านโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ที่ช่วยปรับโครงสร้างหนี้ ยกเว้นการเก็บดอกเบี้ย พร้อมกับลดค่างวดให้ตลอด 3 ปี เพื่อให้โอกาสลูกค้าที่ต้องการสู้กลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าทีทีบีกว่า 21% จากลูกค้าเป้าหมายลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ กลุ่มที่สอง คือลูกหนี้ที่ผ่อนชำระดี ซึ่งให้ความสำคัญกับเครดิตของตนเองและพยายามชำระหนี้ตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งกลุ่มนี้กลับเป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยได้รับความช่วยเหลือและถูกลืม ในปีนี้ทีทีบีจึงต้องการเข้าไปช่วยเหลือดูแลกลุ่มนี้เป็นพิเศษ [...]

22/12/2568 • โดย Homeday
บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM “ส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทย เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” เริ่มต้นปี 2569 ด้วยการนำทรัพย์มือสองหรือทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ที่มีศักยภาพตั้งอยู่บนทำเลที่ดีทั่วประเทศ มาเปิดประมูลให้กับผู้ที่ต้องการทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยและทรัพย์เพื่อลงทุนขยายธุรกิจ อาทิ ที่ดินแเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย และโรงงาน/โกดัง จำนวน 46 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 165 ลบ. นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันมากมาย อาทิ “SAM ฟรีโอนไม่อั้น” “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” เพียงแนะนำทรัพย์ SAM ให้กับเพื่อนหรือคนรู้จัก รับค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อ 1 รายการ (เฉพาะทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข) รวมถึงความร่วมมือกับธนาคารชั้นนำ อย่างธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการให้บริการด้านสินเชื่อ [...]

24/3/2568 • โดย Homeday
ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ประกอบการ OTOP แบบครบทุกมิติ ผ่านการจัดโครงการ “ตังค์โต Know-how เปิดโลกธุรกิจชุมชน: ติดปีกความสำเร็จสำหรับผู้ประกอบการ OTOP” ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เมื่อวันศุกร์ที่ 21 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ ห้องคอนเวนชัน 2 โรงแรมท็อปแลนด์ จังหวัดพิษณุโลก โดยได้รับเกียรติจากนายทรงพล วิชัยขัทคะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานเปิดงาน การสนับสนุนของธนาคารไทยเครดิตฯ ครอบคลุมทุกด้านที่ผู้ประกอบการต้องการ ทั้งการเสริมสร้างความรู้ในการทำธุรกิจ การพัฒนาทักษะด้านการเงิน และการสนับสนุนแหล่งเงินทุนผ่านสินเชื่อที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการ OTOP ทำให้ผู้ประกอบการสามารถนำความรู้และทักษะไปต่อยอดธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม นายกมลภู ภูริดิฐสกุล รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริหารธุรกิจไมโครไฟแนนซ์และสาขาสินเชื่อ ธนาคาร ไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ธนาคารไทยเครดิตฯ มุ่งส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการรายย่อยของไทยให้เข้มแข็ง โดยเฉพาะผู้ประกอบการ OTOP ซึ่งเป็นกลุ่มที่สร้างคุณค่าให้กับภูมิปัญญาท้องถิ่นและเศรษฐกิจฐานราก เราจึงไม่เพียงแค่ให้ความรู้ แต่ยังพร้อมสนับสนุนแหล่งเงินทุนอย่างเหมาะสม เพื่อให้ธุรกิจชุมชนเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” การอบรมในครั้งนี้มีผู้ประกอบการ OTOP จังหวัดพิษณุโลกเข้าร่วมกว่า 100 [...]

1/4/2568 • โดย Homeday
ในยุคปัจจุบัน เศรษฐกิจดิจิทัลได้สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉมให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อการซื้อ ขาย และการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สิน ทำให้ผู้บริโภคและนักลงทุนต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีพลิกโฉมตลาดอสังหาริมทรัพย์ เทคโนโลยีดิจิทัลได้เปลี่ยนแปลงวิธีการมองและดำเนินธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์อย่างสิ้นเชิง ด้วยนวัตกรรมต่างๆ ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญ: การตลาดดิจิทัลและประสบการณ์การค้นหาอสังหาริมทรัพย์ แพลตฟอร์มออนไลน์: เว็บไซต์และแอปพลิเคชันต่างๆ ได้กลายเป็นช่องทางหลักในการค้นหาและเปรียบเทียบอสังหาริมทรัพย์ ผู้ใช้สามารถสำรวจพื้นที่ ดูรายละเอียด และติดต่อผู้ขายได้โดยตรง ระบบนำเสนอข้อมูลอย่างละเอียดและแม่นยำ ทำให้กระบวนการค้นหาบ้านหรือที่ดินง่ายและรวดเร็วขึ้น การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ช่วยวิเคราะห์ความต้องการเฉพาะบุคคล นำเสนอตัวเลือกที่ตรงใจผู้ซื้อมากขึ้น นอกจากนี้ การทำวิดีโอเสมือนจริง การถ่ายภาพ 360 องศา และทัวร์เสมือนจริงยังช่วยให้ผู้สนใจสามารถสำรวจพื้นที่ได้อย่างละเอียดโดยไม่ต้องเดินทาง เครื่องมือทางการเงินดิจิทัล การลงทุนแบบใหม่: แพลตฟอร์มการระดมทุนออนไลน์และการลงทุนแบบกระจายทรัพย์สิน (Crowdfunding) เปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้ง่ายขึ้น ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกช่วยประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนอย่างแม่นยำ สถาบันการเงินต่างๆ ยังพัฒนาเครื่องมือสินเชื่อออนไลน์ที่ช่วยให้กระบวนการกู้ยืมเป็นไปอย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย การใช้ปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่องจักรช่วยในการประเมินความน่าเชื่อถือทางการเงินได้อย่างแม่นยำมากขึ้น นวัตกรรมการอยู่อาศัย บ้านอัจฉริยะ: เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) เปลี่ยนแปลงแนวคิดการอยู่อาศัย ระบบควบคุมอัตโนมัติช่วยจัดการพลังงาน ความปลอดภัย และความสะดวกสบายภายในบ้าน เซ็นเซอร์และอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพชีวิต ผู้อยู่อาศัยสามารถควบคุมระบบบ้านผ่านสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย ตั้งแต่การควบคุมอุณหภูมิ แสงสว่าง ไปจนถึงระบบรักษาความปลอดภัย ความท้าทายและโอกาสในยุคดิจิทัล เศรษฐกิจดิจิทัลนำมาซึ่งทั้งโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ ผู้ประกอบการและนักลงทุนจำเป็นต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง การนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างชาญฉลาดจะช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน [...]

29/4/2568 • โดย Homeday
การรู้ราคาประเมินที่ดินเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่วางแผนซื้อขายที่ดินหรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เพราะราคาประเมินไม่เพียงแต่ส่งผลต่อค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และการคำนวณภาษีที่ดิน แต่ยังเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยในการตัดสินใจเลือกทำเลและต่อรองราคาซื้อขาย บทความนี้จะอธิบายความหมายของราคาประเมินที่ดิน ความแตกต่างระหว่างราคาประเมินประเภทต่างๆ วิธีเช็คราคาประเมินที่ดินออนไลน์ รวมถึงตัวอย่างราคาประเมินที่ดินในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้คุณมีข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน ราคาประเมินที่ดินคืออะไร? มีความสำคัญอย่างไรต่อการซื้อขาย? ราคาประเมินที่ดิน คือ ราคากลางของที่ดินที่ได้จากการประเมินโดยหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญ เช่น กรมธนารักษ์ เจ้าหน้าที่ธนาคาร หรือบริษัทเอกชนที่ให้บริการประเมินราคา โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ขนาดที่ดิน สภาพแวดล้อม ทำเลที่ตั้ง และศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่ ราคาประเมินที่ดินมีบทบาทสำคัญหลายประการในกระบวนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ประการแรก ใช้เป็นฐานในการคำนวณค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และอากรแสตมป์ ประการที่สอง ใช้ในการคำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประการที่สาม ธนาคารมักใช้ราคาประเมินเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาวงเงินสินเชื่อ นอกจากนี้ ราคาประเมินยังช่วยให้ผู้ซื้อและผู้ขายมีข้อมูลอ้างอิงในการเจรจาต่อรองราคา ทำให้การตั้งราคาขายและตกลงราคาซื้อมีความสมเหตุสมผลมากขึ้น การรู้ราคาประเมินจึงช่วยลดความเสี่ยงจากการจ่ายเงินซื้อที่ดินในราคาที่แพงเกินไปหรือตั้งราคาขายที่ต่ำเกินไป ราคาประเมินที่ดิน vs ราคาตลาด vs ราคาซื้อขายจริง แตกต่างกันอย่างไร? เมื่อกล่าวถึงราคาที่ดิน เรามักได้ยินคำศัพท์ 3 คำที่แตกต่างกัน ได้แก่ ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน ราคาตลาด และราคาซื้อขายจริง ซึ่งแต่ละคำมีความหมายและที่มาแตกต่างกัน ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน หรือราคาประเมินที่ดินของราชการ คือ ราคาที่ดินที่ประเมินโดยกรมธนารักษ์ [...]

21/4/2568 • โดย Homeday
การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของคนจำนวนมาก ทว่าคำถามที่หลายคนสงสัยคือ “เงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะผ่อนบ้านได้?” เพราะการซื้อบ้านเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะด้านการเงิน บทความนี้จะแนะนำวิธีคำนวณความสามารถในการผ่อนบ้าน ปัจจัยที่ธนาคารใช้พิจารณาสินเชื่อ รวมถึงการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนยื่นกู้ เพื่อให้คุณบริหารค่าใช้จ่ายและได้ที่อยู่อาศัยในฝันอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจัยที่ธนาคารใช้พิจารณาในการให้สินเชื่อบ้าน ก่อนจะเข้าใจว่าเงินเดือนเท่าไหร่จึงเหมาะกับการผ่อนบ้าน ควรทำความเข้าใจปัจจัยที่ธนาคารใช้ประเมินความสามารถในการกู้ของคุณก่อน การให้สินเชื่อบ้านของธนาคารไม่ได้พิจารณาเพียงแค่รายได้เท่านั้น แต่มีหลายปัจจัยประกอบกัน ดังนี้ รายรับของผู้กู้ รายรับเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรกที่ธนาคารพิจารณา โดยทั่วไปธนาคารจะกำหนดอัตราผ่อนรายเดือนไว้ที่ประมาณ 40% ของรายรับในแต่ละเดือน ตัวอย่างเช่น หากคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน คุณจะสามารถผ่อนได้สูงสุดประมาณ 12,000 บาทต่อเดือน สำหรับรายรับที่ธนาคารนำมาคำนวณนั้นรวมถึงเงินเดือนประจำ รายได้พิเศษที่สม่ำเสมอ และโบนัสประจำปี แต่สำหรับรายได้ที่ไม่แน่นอน ธนาคารอาจคิดเป็นเพียงบางส่วนหรือพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ รายจ่ายและภาระหนี้สินที่มีอยู่ ธนาคารจะตรวจสอบรายจ่ายและหนี้สินทั้งหมดของคุณ เพื่อประเมินว่าหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว คุณจะมีเงินเหลือพอสำหรับการผ่อนบ้านหรือไม่ โดยทั่วไป หลักการคิดจะเป็นดังนี้: เงินเดือน – หนี้สินปัจจุบัน = เงินคงเหลือจากนั้นในเงินคงเหลือ จะประเมินว่า 40% ของจำนวนนี้คือความสามารถในการผ่อนสูงสุด ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นพนักงานใหม่ มีเงินเดือน 20,000 บาท และมีหนี้สินอยู่ 5,000 บาทต่อเดือน เงินคงเหลือของคุณคือ [...]

24/6/2568 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) มอบสิทธิพิเศษข้าราชการที่ยังรับราชการอยู่ และเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยบ้าน เพียงใช้สินเชื่อ “โครงการบ้าน ธอส. – กบข. เพื่อที่อยู่อาศัยข้าราชการครั้งที่ 16” ครอบคลุมทุกวัตถุประสงค์การกู้ รวมถึงการไถ่ถอนจากสถาบันการเงินอื่น (รีไฟแนนซ์) และซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย กับอัตราดอกเบี้ย 0% ปีแรก, ปีที่ 2 เท่ากับ 3.25% ต่อปี, ปีที่ 3 เท่ากับ 4.55% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ 2.60%), ปีที่ 4 – 5 เท่ากับ MRR-2.00% ต่อปี และปีที่ 6 จนถึงตลอดอายุสัญญา เท่ากับ MRR-1.25% ต่อปี และกรณีกู้ชำระหนี้/ ซื้ออุปกรณ์ฯ เท่ากับ MRR (อัตราดอกเบี้ย MRR ของ [...]

16/5/2568 • โดย Homeday
CHEWA งวด 3 เดือน รายได้รวมอยู่ที่ 159.60 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันในปีก่อน 380.45 ล้านบาท คิดเป็น 70.45% แต่ยังคงมุ่งมั่นเป้าหมายรายได้ของปี 2568 ที่ 2,000 ล้านบาทจากโครงการใหม่ที่รับรู้รายได้ปีนี้ วางแผนระยะยาวเพื่อรับมือเศษฐกิจผันผวน ตั้งเป้าจะเร่งลดหนี้ลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดตัวโครงการใหม่ในสินค้าที่ถนัด 2 ทำเล (พหลโยธิน 50 และแจ้งวัฒนะ 15) คาดกำลังซื้อจะกลับมาเพราะบ้านเป็นปัจจัย 4 ที่สำคัญต่อทุกคน นายบุญ ชุน เกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน) หรือ CHEWA เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวม อยู่ในช่วงหดตัวอย่างหนักตามสภาวะเศรษฐกิจและสภาพตลาดที่โดยรวมยังไม่ฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา การจับจ่ายใช้สอย มีสถิติต่ำที่สุดเท่าที่เคยมีมา ประกอบกับความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ นโยบายการตอบโต้ภาษีศุลกากรที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจหลายอย่างในประเทศ และเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่มีศูนย์กลางจากประเทศเมียนมา ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนเป็นอย่างมากในประเทศไทยโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในตึกสูงขณะเกิดเหตุ ทุกปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดผลกระทบด้านความเชื่อมั่นและการตัดสินใจของลูกค้า มองว่าปีนี้เป็นปีที่ท้าทายมาก และไม่คิดว่าภาพรวมของตลาดจะปรับตัวกลับมาได้ในระยะสั้น ในภาคอสังหาริมทรัพย์ ทางบริษัทต้องมีการวางแผนระยะยาว เพราะในไตรมาสแรกนโยบายของภาครัฐยังไม่กระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์มากพอ แม้เข้าสู่ในไตรมาสที่ 2 [...]

14/8/2569 • โดย Homeday
SAM นำทรัพย์ NPA ทั้งเพื่ออยู่อาศัยและลงทุน มูลค่ารวมกว่า 451 ล้านบาท ออกประมูล 70 รายการ ในเดือนสิงหาคม–กันยายน 2569 พร้อมร่วมกับธนาคารพันธมิตร 6 แห่ง สนับสนุนสินเชื่อ และแคมเปญค่าตอบแทนแนะนำสูงสุด 3 ล้านบาท

28/3/2568 • โดย Homeday
การซื้อบ้านในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับระบบสินเชื่อที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นโยบายสินเชื่อที่อยู่อาศัยปี 2025 มีการปรับเปลี่ยนที่สำคัญซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงรายละเอียดสำคัญที่นักลงทุนและผู้ซื้อบ้านมือใหม่ควรรับรู้ การเปลี่ยนแปลงหลักของสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปี 2025 ในปี 2025 วงการอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ สถาบันการเงินต่างปรับตัวเพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาด การเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยจึงมีความยืดหยุ่นและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ผู้ซื้อจำเป็นต้องทำความเข้าใจถึงเกณฑ์และเงื่อนไขใหม่ๆ เพื่อวางแผนการซื้อบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น สถาบันการเงินได้ปรับเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อให้มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้าน ไม่เพียงแต่รายได้และประวัติการเงิน แต่ยังรวมถึงความมั่นคงในอาชีพ เสถียรภาพทางการเงิน และความสามารถในการชำระหนี้ในระยะยาว เกณฑ์ใหม่นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยงให้กับทั้งผู้ให้กู้และผู้กู้ การประเมินความสามารถในการชำระหนี้จะพิจารณาจากอัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ (Debt-to-Income Ratio) อย่างเคร่งครัด โดยปกติแล้วสถาบันการเงินจะต้องการให้อัตราส่วนนี้ไม่เกิน 40-45% ซึ่งหมายความว่าค่าผ่อนชำระบ้านรวมหนี้อื่นๆ จะต้องไม่เกิน 40-45% ของรายได้รวมต่อเดือน นวัตกรรมทางการเงินสำหรับที่อยู่อาศัย ปี 2025 เห็นการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ต้องการซื้อบ้าน สินเชื่อแบบใหม่เริ่มมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น สินเชื่อที่สามารถปรับอัตราดอกเบี้ยได้ตามสถานการณ์ส่วนบุคคล หรือสินเชื่อที่มีระยะเวลาผ่อนชำระที่ยาวขึ้น นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มคนทำงานอิสระและผู้ประกอบการ ซึ่งมีรูปแบบรายได้ที่ไม่คงที่ โดยพิจารณาจากประวัติการเงินและศักยภาพในการหารายได้ ไม่ได้ยึดติดกับรายได้ประจำเพียงอย่างเดียว ปัจจัยที่ส่งผลต่อสินเชื่อที่อยู่อาศัย อัตราดอกเบี้ยและผลกระทบทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการกู้ซื้อบ้าน ในปี 2025 แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยมีความผันผวน ธนาคารกลางและสถาบันการเงินต่างปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง การเลือกระหว่างสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยคงที่หรือลอยตัวจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ [...]

17/4/2568 • โดย Homeday
การตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโดเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องการเลือกสินเชื่อที่ให้อัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระของเรา บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับอัตราดอกเบี้ยบ้านล่าสุดในปี 2568 พร้อมเปรียบเทียบสินเชื่อจากธนาคารต่างๆ ตลอดจนเคล็ดลับเลือกสินเชื่อบ้านให้ได้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการเงินในการซื้อที่อยู่อาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อัตราดอกเบี้ยบ้านปี 2568 แต่ละธนาคารแตกต่างกันอย่างไร? ในปี 2568 ธนาคารแต่ละแห่งมีการนำเสนออัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่แตกต่างกัน ทั้งในแง่ของอัตราดอกเบี้ย วงเงินกู้สูงสุด และระยะเวลาในการผ่อนชำระ ซึ่งผู้กู้จำเป็นต้องศึกษารายละเอียดให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ มาดูอัตราดอกเบี้ยล่าสุดของแต่ละธนาคารกัน: ตารางเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยบ้านปี 2568 (อัปเดต 3 มีนาคม 2568) จากตารางจะเห็นว่า ธนาคารกรุงศรีอยุธยาเสนออัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำในช่วง 3 ปีแรกที่ต่ำที่สุดที่ 3.10% ขณะที่ธนาคารออมสินให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 110% และธนาคารอาคารสงเคราะห์กับธนาคารกรุงไทยให้ระยะเวลาผ่อนนานที่สุดถึง 40 ปี สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ อัตราดอกเบี้ยเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะเศรษฐกิจและนโยบายของแต่ละธนาคาร รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น คุณสมบัติของผู้กู้ ระยะเวลากู้ยืม และประเภทของสินเชื่อ ดังนั้นควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากธนาคารโดยตรงก่อนตัดสินใจ วิธีเลือกสินเชื่อบ้านให้ตรงกับความต้องการทำอย่างไร? การเลือกสินเชื่อบ้านที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการและสถานะทางการเงินของแต่ละบุคคล มาดูรายละเอียดสินเชื่อจากธนาคารต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ: ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธอส. มีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยปี 2568 ที่เสนออัตราดอกเบี้ยคงที่ในปีแรกที่ 3.20% ต่อปี และปรับเป็น [...]

27/4/2569 • โดย Homeday Aum
เคทีซี ขยายการเข้าถึงสินเชื่อ รถแลกเงิน เคทีซี พี่เบิ้ม ผ่านเครือข่ายทิพยประกันภัยทั่วประเทศ ดึงคนมีรถเข้าสู่สินเชื่อในระบบ ตั้งเป้า 500 ล้านบาทในปีนี้