กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

13/2/2568 • โดย Homeday
เจ้าของสัตว์เลี้ยงหลายคนมักพบปัญหาสัตว์เลี้ยงกัดทำลายข้าวของเมื่อต้องอยู่บ้านตามลำพัง ไม่ว่าจะเป็นการกัดเฟอร์นิเจอร์ ขุดที่นอน หรือทำลายสิ่งของต่างๆ พฤติกรรมเหล่านี้สร้างความกังวลใจให้กับเจ้าของเป็นอย่างมาก บทความนี้จะอธิบายถึงสาเหตุและวิธีแก้ไขปัญหาดังกล่าว สาเหตุที่ทำให้สุนัขเห่าบ่อย สุนัขมักเห่าด้วยสาเหตุหลายประการ การทำความเข้าใจสาเหตุจะช่วยให้แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด: ความเหงาและวิตกกังวล สุนัขเป็นสัตว์สังคมที่ต้องการปฏิสัมพันธ์ เมื่อถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังเป็นเวลานาน อาจเกิดความเครียดและแสดงออกด้วยการเห่า โดยเฉพาะเมื่อเจ้าของออกไปทำงาน การป้องกันอาณาเขต สุนัขมีสัญชาตญาณในการปกป้องพื้นที่ของตน เมื่อได้ยินเสียงหรือเห็นคนแปลกหน้าเดินผ่าน จะเห่าเพื่อเตือนภัยและแสดงการปกป้องเขตแดน ความตื่นเต้นหรือต้องการความสนใจ บางครั้งสุนัขเห่าเพราะต้องการสื่อสารกับเจ้าของ เช่น อยากเล่น หิว หรือต้องการออกไปขับถ่าย ปัญหาสุขภาพ ความเจ็บป่วยหรือความไม่สบายตัวอาจทำให้สุนัขเห่ามากกว่าปกติ สาเหตุของพฤติกรรมทำลายข้าวของ ความวิตกกังวลจากการพลัดพราก สัตว์เลี้ยงมักเกิดความเครียดเมื่อต้องอยู่คนเดียว โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่มีความผูกพันกับเจ้าของสูง การถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังอาจทำให้พวกเขารู้สึกกลัว เหงา และวิตกกังวล นำไปสู่พฤติกรรมทำลายข้าวของเพื่อระบายความเครียด หรือเรียกร้องความสนใจ ขาดการออกกำลังกายและกิจกรรม สัตว์เลี้ยงที่มีพลังงานสะสมมากเกินไปและไม่ได้รับการปลดปล่อย มักแสดงออกด้วยการทำลายข้าวของ โดยเฉพาะสุนัขที่ต้องการการออกกำลังกายสม่ำเสมอ การขาดกิจกรรมที่ท้าทายทั้งทางร่างกายและสมองอาจทำให้พวกเขาหาทางระบายพลังงานในทางที่ไม่เหมาะสม สัญชาตญาณตามธรรมชาติ สัตว์เลี้ยงมีสัญชาตญาณในการขุด กัด และสำรวจสิ่งแวดล้อม พฤติกรรมเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เมื่อไม่มีทางเลือกที่เหมาะสมในการแสดงออก พวกเขาจึงหันมาทำลายข้าวของในบ้านแทน ผลกระทบต่อสุขภาพจิตของสัตว์เลี้ยง ความเครียดสะสม การถูกทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียวเป็นประจำโดยไม่มีการจัดการที่เหมาะสม อาจทำให้สัตว์เลี้ยงเกิดความเครียดสะสม ส่งผลต่อพฤติกรรมและสุขภาพในระยะยาว เช่น เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ [...]

15/12/2568 • โดย Homeday
นายวีรเวช ศิริชาติไชย รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายสนับสนุนองค์กร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM พร้อมด้วย นายสันธิษณ์ วัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริหารสินทรัพย์อารีย์ จำกัด หรือ ARI ร่วมถวายชุดโครงเหล็กพร้อมถังขยะแยกประเภท โดยมี พระมหาสุนทร สุนฺทโร รองเจ้าอาวาส วัดมหาธาตุวรวิหาร จ.ราชบุรี และเจ้าคณะ อำเภอเมืองราชบุรี เป็นผู้รับมอบ เพื่อรณรงค์ปลูกฝังให้พุทธศาสนิกชนเกิดจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่กับจรรโลงพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ ฝ่ายสื่อสารองค์กร ภายใต้ชื่องาน “ BAM Fine Day @ Ratchaburi ”

15/2/2564 • โดย Homeday
[?? ????] RISC by MQDC ร่วมกับ ก.วิทย์ฯ และ NIA บรรยายพิเศษ ชูงานวิจัยสู่การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ในงาน Innovation Thailand Forum 2021 . . 15 กุมภาพันธ

11/3/2568 • โดย Homeday
สัตว์เลี้ยงมักประสบกับแผลขีดข่วนจากการเล่น ต่อสู้ หรือการสำรวจสิ่งแวดล้อม การดูแลแผลอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันการติดเชื้อและส่งเสริมการหายของแผล ประเภทของแผลขีดข่วนในสัตว์เลี้ยง แผลตื้น แผลประเภทนี้เกิดจากการขีดข่วนที่ผิวหนังชั้นนอกเพียงเล็กน้อย มักไม่ลึกและไม่มีเลือดออกมาก แผลลึก แผลที่ทะลุผ่านชั้นผิวหนังลงไปใต้ผิว อาจมีเลือดออกและความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง แผลฉีกขาด เป็นแผลที่มีเนื้อเยื่อฉีกขาดไม่เรียบร้อย ต้องได้รับการดูแลอย่างระมัดระวัง ขั้นตอนการปฐมพยาบาลแผลขีดข่วน การเตรียมอุปกรณ์ ถุงมือทางการแพทย์ น้ำยาฆ่าเชื้อ สำลีหรือผ้าก๊อซ น้ำสะอาด ยาฆ่าเชื้อเฉพาะสัตว์เลี้ยง การทำความสะอาดแผล สวมถุงมือเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค ล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสแผล ตรวจสอบความรุนแรงของแผลอย่างระมัดระวัง ใช้น้ำอุ่นและสบู่อ่อนชำระล้างรอบแผล เช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยง วิธีการป้องกันการติดเชื้อ การใช้ยาฆ่าเชื้อ เลือกใช้ยาฆ่าเชื้อที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง หลีกเลี่ยงการใช้ยาฆ่าเชื้อสำหรับมนุษย์โดยเด็ดขาด ทาบางๆ รอบแผลด้วยความระมัดระวัง การป้องกันการเลีย สวมปลอกคออ่อน หรือที่ครอบป้องกันการเลีย สังเกตพฤติกรรมการเลียแผลของสัตว์เลี้ยง สัญญาณเตือนที่ต้องพบสัตวแพทย์ กรณีฉุกเฉิน แผลลึกเกิน 1 เซนติเมตร มีเลือดออกอย่างต่อเนื่อง แผลมีอาการอักเสบรุนแรง มีสัญญาณของการติดเชื้อ เช่น มีหนอง มีกลิ่นเหม็น อาการติดเชื้อ บวมแดง มีความร้อนบริเวณแผล สัตว์เลี้ยงแสดงอาการเจ็บปวด มีไข้ เบื่ออาหาร การดูแลต่อเนื่อง [...]

6/6/2568 • โดย Homeday
ศูนย์การค้าเดอะ สตรีท รัชดา ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดกิจกรรม Big Cleaning Day ในวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการณรงค์ปลูกจิตสำนึกประชาชนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความสะอาด รักษาสิ่งแวดล้อม ในปีนี้ทางศูนย์การค้าฯ ร่วมกับอาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ สำนักงานเขตดินแดง บิ๊กซี เพลส รัชดาภิเษก และชมรม TO BE NUMBER ONE เดอะ สตรีท รัชดา จัดกิจกรรม “Big Cleaning Day 2025 รักษ์โลก ถนนสะอาด ปราศจากขยะ” ทำความสะอาดและเก็บขยะบริเวณถนนรัชดาภิเษก ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำเป็นประจำทุกปี นอกจากกิจกรรม Big Cleaning Day แล้ว ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ยังได้มีการจัดกิจกรรมด้านรักษ์สิ่งแวดล้อมอื่นๆ อีกหลายกิจกรรม เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Waste [...]

24/6/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่ปัญหาประชากรล้นเมืองและความกังวลเรื่องความปลอดภัยของอาหารเพิ่มขึ้น การปลูกผักไว้รับประทานเองกลายเป็นแนวทางที่ได้รับความสนใจอย่างมาก การปลูกผักในบ้านไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังมีประโยชน์มากมายที่หลายคนอาจไม่เคยคิดถึง ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจเหตุผลสำคัญที่ทำให้การปลูกผักที่บ้านเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม คุณค่าทางโภชนาการที่เหนือกว่าจากผักสดใหม่ การปลูกผักไว้รับประทานเองช่วยให้เราได้รับคุณค่าทางโภชนาการที่สูงกว่าผักที่ซื้อจากตลาด ผักจะเริ่มสูญเสียวิตามินและเกลือแร่ทันทีที่ถูกเก็บเกี่ยวออกจากต้น และจะสูญเสียเพิ่มเติมระหว่างกระบวนการขนส่งและการเก็บรักษา การวิจัยพบว่าผักที่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งระยะไกลและการแช่เย็นจะสูญเสียคุณค่าทางอาหารอย่างมีนัยสำคัญ ผักที่เก็บสดใหม่จากสวนของเราเองจะมีไมโครนิวเทรียนท์หรือสารอาหารรองอย่างวิตามินและเกลือแร่ในปริมาณที่สูงกว่า นอกจากนี้ยังมีพฤษเคมีหรือไฟโตนิวเทรียนท์ที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็งบางชนิด องค์การอนามัยโลกยังแนะนำให้บริโภคผักผลไม้อย่างน้อย 400 กรัมต่อวันเพื่อลดความเสี่ยงจากโรคเหล่านี้ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและโลกร้อน การปลูกผักที่บ้านมีส่วนสำคัญในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ผักที่วางจำหน่ายในตลาดส่วนใหญ่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งระยะไกล ซึ่งก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้เชื้อเฟื้อและพลังงานในการขนส่ง การศึกษาวิจัยพบว่าการขนส่งผักผลไม้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ การปลูกผักที่บ้านช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น ลดความต้องการพลังงานในการแช่แข็งและเก็บรักษา และที่สำคัญคือลด “ฟู้ดไมลส์” หया ระยะทางที่อาหารต้องเดินทางจากแหล่งผลิตถึงผู้บริโภค การปลูกพืชในพื้นที่เมืองยังช่วยสร้างพื้นที่สีเขียว ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และปลดปล่อยออกซิเจน นอกจากนี้ยังช่วยลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง ความปลอดภัยจากสารเคมีและยาฆ่าแมลง หนึ่งในความกังวลหลักของผู้บริโภคคือการปนเปื้อนของสารเคมีในผัก การศึกษาพบว่าผักหลายชนิดที่จำหน่ายในตลาดมีสารเคมีตกค้างในปริมาณที่น่าเป็นห่วง ผักที่พบสารเคมีตกค้างสูงที่สุด ได้แก่ กวางตุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว พริก แตงกวา กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักบุ้งจีน มะเขือ และผักชี การได้รับสารเคมีเหล่านี้ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ท้องร่วง [...]

21/3/2568 • โดย Homeday
การอยู่อาศัยในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก บ้านน็อคดาวน์กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนรุ่นใหม่ ด้วยคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการที่หลากหลาย 1. การลงทุนที่คุ้มค่าและประหยัด บ้านน็อคดาวน์เป็นทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำกว่าบ้านก่ออิฐทั่วไป งบประมาณในการก่อสร้างที่เริ่มต้นเพียง 300,000-500,000 บาท ทำให้คนรุ่นใหม่สามารถเป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น การออกแบบที่สามารถปรับเปลี่ยนและขยายได้ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน นักลงทุนรุ่นใหม่จึงให้ความสนใจกับรูปแบบการก่อสร้างนี้เป็นอย่างมาก ข้อดีด้านงบประมาณ ต้นทุนการก่อสร้างต่ำ ระยะเวลาการก่อสร้างสั้น สามารถออกแบบและปรับเปลี่ยนได้ตามงบประมาณ 2. ความรวดเร็วในการก่อสร้าง ระยะเวลาในการสร้างบ้านน็อคดาวน์สั้นกว่าบ้านก่ออิฐประมาณ 3-4 เท่า โดยใช้เวลาเพียง 30-45 วัน เทียบกับบ้านก่อสร้างปกติที่ใช้เวลา 4-6 เดือน ความรวดเร็วนี้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความคล่องตัวและไม่ชอบรอคอย ข้อเด่นด้านระยะเวลา ก่อสร้างเสร็จใน 1-2 เดือน ลดค่าใช้จ่ายในช่วงระหว่างการก่อสร้าง สามารถวางแผนการใช้ชีวิตได้อย่างแม่นยำ 3. ความยืดหยุ่นในการออกแบบ เทคโนโลยีการก่อสร้างสมัยใหม่ทำให้บ้านน็อคดาวน์สามารถออกแบบได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่สไตล์มินิมอล โมเดิร์น หรือวินเทจ ตอบโจทย์ความเป็นตัวตนของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว รูปแบบการออกแบบ ดีไซน์เรียบง่าย ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดเล็กถึงกลาง 4. เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างบ้านน็อคดาวน์ส่วนใหญ่เป็นวัสดุรีไซเคิลและลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ กระบวนการก่อสร้างที่ใช้พลังงานน้อยลง และการออกแบบที่คำนึงถึงการประหยัดพลังงานทำให้เป็นทางเลือกที่ยั่งยืน จุดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม ใช้วัสดุรีไซเคิล ลดการปล่อยคาร์บอน การก่อสร้างที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ 5. [...]

29/9/2568 • โดย Homeday
นายอดิศร วังมูล ผู้อำนวยการสายงานบริหารและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด เปิดเผยถึงแนวทางขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ว่า โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี เพาเวอร์ มีการดำเนินนโยบายและพันธกิจด้านสังคมและความยั่งยืนครอบคลุมในหลายมิติ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งในส่วนของสิ่งแวดล้อมมีทั้งการพัฒนาใช้เทคโนโลยีสะอาด ในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจัดการมลพิษและปริมาณของเสีย เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการดำเนินงานด้านสังคมผ่านโครงการและกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ในหลายรูปแบบ ซึ่งนอกจากจะสร้างความเข้าใจระหว่างชุมชนรอบโรงไฟฟ้าแล้ว ยังแสดงถึงความจริงใจว่าโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี เพาเวอร์ เป็นหนึ่งในสมาชิกของสังคมและชุมชนเดียวกัน จากความไว้เนื้อเชื่อใจได้ส่งผลให้หลายโครงการของโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี เพาเวอร์ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จากการสนับสนุนและความร่วมมือขององค์กรส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และภาคประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะโครงการปุ๋ยใบไม้ของโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี เพาเวอร์ เป็นหนึ่งในโครงการที่ประสบความสำเร็จ จนได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในโครงการที่สนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (LESS) เนื่องจากโครงการฯ นี้ ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 143.347 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และยังมีการต่อยอดความรู้สู่ชุมชนจนขยายผลเป็นวงกว้าง ทั้งการกำจัดใบไม้และเศษวัสดุชีวมวลทางการเกษตรในชุมชน ลดการเผาทำลาย สร้างมูลค่าจากวัสดุเหลือใช้สร้างรายได้ต่อชุมชน โครงการปุ๋ยใบไม้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2565 [...]

25/6/2568 • โดย Homeday
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย, วันที่ 25 มิถุนายน 2568 – V-ZUG (เฟา-ซูก) แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี่ชั้นนำจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สานต่อความมุ่งมั่นด้านนวัตกรรมที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมในงานเสวนา V-ZUG Thailand Sustainability Talk 2025 ภายใต้แนวคิด “Form, Function & Flavour: มุมมองข้ามวงการว่าด้วยความยั่งยืนในเชิงสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน ไลฟ์สไตล์ และศาสตร์การปรุงอาหาร” ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากแวดวงสถาปัตยกรรม การออกแบบตกแต่งภายใน และวงการอาหาร มาร่วมแบ่งปันมุมมองในการผสมผสานมาตรฐานความยั่งยืนระดับโลกเข้ากับการใช้ชีวิตประจำวันอย่างกลมกลืน เวทีนี้จัดขึ้นที่ V-ZUG Studio Bangkok ได้จุดประกายบทสนทนาอันทรงคุณค่า เพื่อร่วมกำหนดอนาคตอย่างรับผิดชอบและตระหนักรู้ของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แบรนด์ V-ZUG ก่อตั้งขึ้นที่เมืองซูก (ZUG) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลาถึง 112 ปี พร้อมความสำเร็จจากรุ่นสู่รุ่นและนวัตกรรมระดับ Swiss-made รวมถึงความมุ่งมั่นที่มีต่อพันธกิจด้านความยั่งยืน โดย V-ZUG ดำเนินงานตามกรอบ 3Ps ได้แก่ Planet (โลก), People (ผู้คน) [...]

27/3/2568 • โดย Homeday
เอสซีจี เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง ท่ามกลางพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มผู้บริโภคที่ประสบความสำเร็จเร็ว พร้อมใช้จ่ายกับเรื่องบ้านที่ถือเป็นทั้งรางวัลชีวิตและตัวแทนของความสำเร็จ หรือเจ้าของบ้านคนรุ่นใหม่ ซึ่งปรับเปลี่ยนที่อยู่อาศัยตามไลฟ์สไตล์ของชีวิตในแต่ละช่วงวัย แม้กระทั่งความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม มีผลต่อการตัดสินใจของเจ้าของบ้านในปัจจุบัน ทำให้ตลาดวัสดุก่อสร้างต้องปรับตัว เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น ด้วยความเข้าใจในแนวโน้มดังกล่าว เอสซีจีมุ่งพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยยุคใหม่ โดยเฉพาะสมาร์ทบอร์ดและหลังคา เอสซีจี ซึ่งได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันให้ตอบโจทย์ทั้งด้านฟังก์ชันการใช้งาน ความสวยงาม และความยั่งยืน เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเจ้าของบ้านยุคใหม่ให้ดียิ่งขึ้น เอสซีจีได้รับคะแนนโหวตสูงสุดอันดับหนึ่งในหมวดวัสดุก่อสร้าง จากเวที 2025 Thailand’s Most Admired Brand ทั้งในกลุ่ม แผ่นฝ้า ผนัง และพื้น (ไฟเบอร์ซีเมนต์) และกลุ่มกระเบื้องมุงหลังคา ตอกย้ำความเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งที่ครองใจผู้บริโภค ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานที่ผู้บริโภคให้ความไว้วางใจเสมอมา เอสซีจีกับแนวทางพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม คุณอัญชลี ชวนะลิขิกร Head of Housing Product Solution Business ในธุรกิจ SCG Smart Living/ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไฟเบอร์ซีเมนต์ กรุ๊ป จำกัด [...]

21/11/2567 • โดย Homeday
SC Asset จับมือธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ลงนามสนับสนุนสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนขององค์กร หรือสินเชื่อ Green Finance ในรูปแบบ Sustainability-Linked Loan (SLL) จำนวน 600 ล้านบาท โดย SC ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 35,000 ตันคาร์บอนตลอดระยะเวลาของสินเช

16/12/2568 • โดย Homeday
อาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ อาคารสำนักงานชั้นนำบนถนนรัชดาภิเษกที่มุ่งมั่นด้านความยั่งยืนและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยการคว้าการรับรองมาตรฐานอาคารสีเขียวระดับสูงสุด LEED Platinum ประเภท O+M (Operation & Maintenance) ภายใต้มาตรฐานจาก U.S. Green Building Council ตอกย้ำการดำเนินงานที่สะท้อนความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง จนสามารถดำเนินการออกมาเป็นรูปธรรมจับต้องได้ผ่านเทคโนโลยี การบริหารจัดการพลังงาน และโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่ต่อเนื่องยาวนาน เดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero นายพงษ์ศักดิ์ นันตวรรณกุล กรรมการผู้จัดการ อาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ เปิดเผยว่า ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากความเชื่อมั่นว่า อาคารสำนักงานยุคใหม่ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม จึงได้เดินหน้าพัฒนาอาคารในทุกมิติ ทั้งด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร โดยนำนวัตกรรมและระบบอาคารประหยัดพลังงานเข้ามาใช้อย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพอาคารให้เป็นไปตามมาตรฐานอาคารสีเขียว ภายใต้นโยบายด้านความยั่งยืนนี้ อาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ ได้ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาอาคารในหลายด้านอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร ดำเนินโครงการบริหารจัดการขยะอย่างจริงจัง ผ่านโครงการ Perks from Trash และ CW Eco [...]
