
25/4/2568 • โดย Homeday
การเป็นหนี้อาจฟังดูน่ากลัวสำหรับหลายคน แต่รู้หรือไม่ว่าหนี้ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป เพราะในความเป็นจริงแล้วหนี้มีทั้งด้านที่ดีและไม่ดี การเข้าใจความแตกต่างระหว่างหนี้ดีและหนี้เสียจะช่วยให้เราวางแผนการเงินได้อย่างชาญฉลาด เพิ่มโอกาสในการสร้างความมั่งคั่ง และหลีกเลี่ยงกับดักทางการเงินที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางการเงินในอนาคต หนี้ดีคืออะไร? มีประเภทใดบ้าง? หนี้ดี หมายถึง หนี้ที่เมื่อก่อขึ้นแล้วสามารถสร้างรายได้หรือผลตอบแทนในอนาคต เป็นหนี้ที่เมื่อลงทุนแล้วมีโอกาสงอกเงย หรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้กู้ในระยะยาว โดยทั่วไปหนี้ดีมักแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้ หนี้เพื่อการลงทุนและประกอบอาชีพ หนี้ประเภทนี้เป็นการกู้ยืมเพื่อนำเงินไปลงทุนหรือประกอบธุรกิจที่สามารถสร้างกระแสเงินสดเข้ามาในอนาคต เช่น การกู้เงินเพื่อขยายกิจการ ซื้อเครื่องมือหรืออุปกรณ์สำหรับประกอบอาชีพ หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า หนี้เหล่านี้มีศักยภาพในการสร้างรายได้ที่เพียงพอต่อการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย พร้อมทั้งอาจมีกำไรเหลือเก็บอีกด้วย หนี้เพื่อการศึกษา การกู้ยืมเพื่อการศึกษาถือเป็นการลงทุนในตัวเอง เพราะการศึกษาจะช่วยพัฒนาความรู้และทักษะที่สามารถนำไปประกอบอาชีพที่มั่นคงและมีรายได้ที่ดีในอนาคต การกู้ยืมเพื่อเรียนต่อในสาขาที่มีความต้องการสูงในตลาดแรงงาน จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้งานที่มีรายได้สูงขึ้น ทำให้สามารถชำระหนี้คืนได้ในระยะเวลาอันสมควร หนี้เพื่อความมั่นคงในระยะยาว หนี้ประเภทนี้มักเกี่ยวข้องกับการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีมูลค่าและอาจเพิ่มค่าในระยะยาว เช่น สินเชื่อบ้าน ซึ่งนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว ยังสามารถเพิ่มมูลค่าตามเวลาที่ผ่านไป และอาจสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าหรือขายเมื่อราคาสูงขึ้นในอนาคต การผ่อนบ้านยังเป็นการบังคับออมและสร้างความมั่นคงทางที่อยู่อาศัยในระยะยาว หนี้เสียคืออะไร? สาเหตุการเกิดหนี้เสียมีอะไรบ้าง? หนี้เสีย หมายถึง หนี้ที่เมื่อก่อขึ้นแล้วไม่สามารถสร้างรายได้หรือมูลค่าเพิ่มในอนาคต รวมถึงหนี้ที่ผู้กู้ไม่สามารถชำระคืนได้ตามกำหนด จนกลายเป็นหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน ซึ่งเรียกว่า NPL (Non-Performing Loan) หนี้เสียมีหลายรูปแบบและเกิดจากหลายสาเหตุ ดังนี้ ประเภทของหนี้เสีย [...]

31/7/2565 • โดย Homeday
รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร คือการยื่นกู้สินเชื่อบ้านกับธนาคารแห่งใหม่ เพื่อลดภาระดอกเบี้ย เพราะโดยทั่วไปแล้ว ดอกเบี้ยบ้านในช่วง 1-3 ปีแรกจะเป็นดอกเบี้ยคงที่ที่ค่อนข้างถูก และหลั

18/4/2568 • โดย Homeday
เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ปี 2568 เริ่มมีสัญญาณชะลอตัว โดยมีสาเหตุหลักจากการลงทุนภาคเอกชนที่ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก ภาคการผลิตยังคงเผชิญแรงกดดัน แม้ว่าการผลิตในกลุ่มยานยนต์จะเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวแต่ระดับการผลิตโดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ภาคบริการยังคงขยายตัว แม้จะได้รับแรงกดดันจากการปรับลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนและค่าใช้จ่ายต่อหัว อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวจากสัญชาติอื่นยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยพยุงภาคการท่องเที่ยวในภาพรวม ภาคการส่งออกเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว แม้จะยังอยู่ภายใต้แรงกดดันจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ส่วนแรงกดดันด้านราคายังคงอยู่ในระดับต่ำสะท้อนอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังไม่เข้มแข็ง ทั้งนี้ แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ยังคงเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญหลายประการ ได้แก่ ความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา ความผันผวนของราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจมีผลกระทบในระดับที่สำคัญต่อกำลังซื้อของประชาชนและความเชื่อมั่นของภาคเอกชน ธนาคารกรุงเทพตระหนักถึงความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในการดำเนินธุรกิจ และเข้าใจถึงความไม่แน่นอนทางธุรกิจที่ต้องเผชิญอยู่ในช่วงเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก การปรับเปลี่ยนนโยบายและกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ผลักดันให้ธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัล ธนาคารกรุงเทพพร้อมยืนเคียงข้างลูกค้าในฐานะ “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” จึงยังคงเน้นการให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม ทั้งด้านเงินทุนและองค์ความรู้ที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง พร้อมสนับสนุนลูกค้าให้ได้ประโยชน์จากโอกาสในการขยายกิจการไปยังต่างประเทศ รวมทั้งยังมุ่งมั่นให้บริการทางการเงินที่รับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกันธนาคารยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง พร้อมทั้งยึดมั่นแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible lending) โดยให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมและการเติบโตอย่างยั่งยืน ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2568 จำนวน 12,618 ล้านบาท ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2568 จำนวน [...]

20/3/2568 • โดย Homeday
LH Bank เปิดให้บริการสาขาเมกาบางนา เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ภายใต้รูปแบบ “The Advisory Branch” ที่มาพร้อมผลิตภัณฑ์และบริการผ่านนวัตกรรมการเงินการลงทุนแบบครบวงจร ตอกย้ำจุดยืนเป็นธนาคารที่ส่งมอบความเป็นเลิศด้านบริการที่เหนือความคาดหมายของลูกค้า นายฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (กลาง) ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank กล่าวว่า ด้วยทำเลศักยภาพที่โดดเด่นด้านธุรกิจและการลงทุน การเปิดสาขาในศูนย์การค้าเมกาบางนา จะช่วยตอบโจทย์ความสะดวกด้านการเงิน การลงทุนให้กับลูกค้า กลุ่มนักชอป คนวัยทำงาน หรือผู้ประกอบการในพื้นที่โซนบางนา-ตราด เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการ ด้านการเงินการลงทุนแบบครบวงจร รวมทั้งให้บริการที่ปรึกษาการบริหารการเงิน การลงทุน และสินเชื่อ เพื่อขยายและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น อาทิ บริการ Financial Advisory Service ให้คำปรึกษาด้านการเงินและการลงทุน, บริการให้คำปรึกษาด้านสินเชื่อธุรกิจ สินเชื่อบุคคล ผ่านระบบ Digital Video Conference เพื่อให้คำปรึกษาและสอบถามข้อมูลแบบส่วนตัว และโอกาสฉลองเปิดสาขาใหม่ ธนาคารมอบโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่ของธนาคาร เมื่อเปิดบัญชีเงินฝากประจำพิเศษ และเงินฝากออมทรัพย์ ดังนี้ เงินฝากประจำพิเศษ [...]

17/9/2567 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ ที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” พร้อมสนับสนุนให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ด้วยการจัดโปรโมชันทางการเงินร่วมงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Expo 2024” นำโดย 1) สินเชื่อบ้าน 71 ปี ธอส. อัตราดอกเบี้ยต่ำ 6 เดือนแรก เพียง 0.71% ต่อปี, เดือนที่ 7 – 2

22/4/2568 • โดย Homeday
การกู้ซื้อบ้านเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ต้องอาศัยการวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการเลือกอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่เหมาะสม เพราะดอกเบี้ยคือต้นทุนสำคัญที่ส่งผลต่อจำนวนเงินที่ต้องจ่ายในระยะยาว บทความนี้จะอธิบายประเภทของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน วิธีการคำนวณ อัปเดตอัตราดอกเบี้ยล่าสุดปี 2568 และเคล็ดลับการเลือกสินเชื่อบ้านให้ได้ดอกเบี้ยที่คุ้มค่าที่สุด ประเภทของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านมีอะไรบ้าง? สินเชื่อบ้านคือเงินกู้ที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินปล่อยให้กับผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม หรือที่ดินเพื่อปลูกสร้างที่อยู่อาศัย โดยอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านสามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภทหลัก ดังนี้ 1. อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate Loan) อัตราดอกเบี้ยคงที่คือดอกเบี้ยที่กำหนดให้คงที่ตลอดช่วงเวลาหนึ่ง อาจเป็น 3 ปี 5 ปี หรือตลอดอายุสัญญา ทำให้ผู้กู้ผ่อนชำระเท่ากันทุกเดือน สามารถวางแผนการเงินได้แน่นอน โดยสามารถแบ่งย่อยได้เป็น: ดอกเบี้ยคงที่ตลอดอายุสัญญา – คงที่ตลอดระยะเวลาผ่อน เช่น ดอกเบี้ย 5% ตลอด 20 ปี ดอกเบี้ยคงที่เฉพาะช่วงแรก – คงที่ในช่วง 1-5 ปีแรก แล้วปรับเป็นลอยตัว ดอกเบี้ยคงที่แบบขั้นบันได – คงที่เป็นช่วง เช่น ปีแรก 2.5%, ปีที่สอง [...]

3/1/2568 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สถาบันการเงินของรัฐ ที่พร้อมสนับสนุนให้คนไทยมีบ้านอย่างมั่นคงและยั่งยืน จัดทำ 5 สินเชื่อที่อยู่อาศัยอัตราดอกเบี้ยต่ำ (สำหรับลูกค้าที่มีความประสงค์ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA/MLTA)) ประกอบด้วย 1. สินเชื่อบ้าน Life Begins with GHB ปี 2568 : สำหรับสมาชิกสภา / สมาคมวิ

30/10/2567 • โดย Homeday
มหกรรมบ้านราคาพิเศษ มากกว่า 20 พันธมิตร ขนทัพบ้านโซนเหนือ ต้นแบบบ้านประหยัดพลังงาน พบสินเชื่อบ้านสีเขียว ศุกร์ที่ 1พฤศจิกายน -อาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน นี้ ณ Nc Regen Sport & Wellness สโมสร บ้านฟ้าปิยรมย์ วงแหวน ลำลูกกาคลอง6 อย่าพลาดบ้านราคาดี ราคาลดแบบเกินพิกัด กิจกรรมดีดี แห่งปี มีแค่ครั้งเ

30/10/2567 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สถาบันการเงินของรัฐ ที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” พร้อมสร้างโอกาสให้คนไทยได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เพื่อให้ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมากขึ้น ด้วยการนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินร่วมงาน “มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 46” นำโดย (1) สินเชื่อบ้าน 71 ปี ธอส. สำหรับผู้ที่ต้องการ

1/4/2568 • โดย Homeday
เปรียบเทียบความต่างของสินเชื่อมีหลักประกันกับไม่มีหลักประกัน สำหรับคนที่กำลังมองหาแหล่งเงินทุน การเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะถ้าคุณมีทรัพย์สินอยู่แล้ว แต่ยังคงสงสัยว่าสินเชื่อแบบมีหลักประกันนั้นดีกว่าไม่มีหลักประกันไหม เราลองมาดูความต่างของสินเชื่อทั้งสองประเภทนี้กัน สินเชื่อแบบมีหลักประกันกับไม่มีหลักประกัน ต่างกันอย่างไร การนำทรัพย์สินมาค้ำประกันในการขอสินเชื่อมีผลต่อเงื่อนไขที่จะได้รับ ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ย วงเงิน หรือระยะเวลาผ่อน มาดูความแตกต่างของสินเชื่อทั้งสองประเภทกัน อัตราดอกเบี้ย สินเชื่อมีหลักประกัน : ดอกเบี้ยต่ำกว่า เพราะมีทรัพย์สินค้ำประกัน เช่น บ้าน รถ หรือที่ดิน ทำให้ผู้ปล่อยสินเชื่อมองว่ามีความเสี่ยงน้อย สินเชื่อไม่มีหลักประกัน : ดอกเบี้ยสูงกว่า เพราะไม่มีทรัพย์สินค้ำประกัน ทำให้ผู้ปล่อยสินเชื่อต้องคิดดอกเบี้ยสูงเพื่อชดเชยความเสี่ยง วงเงินที่ได้รับ สินเชื่อมีหลักประกัน : ได้วงเงินสูงถึง 70-90% ของมูลค่าทรัพย์สินที่นำมาค้ำประกัน และความสามารถการชำระค่างวดของผู้กู้ เหมาะกับผู้ต้องการเงินก้อนใหญ่ สินเชื่อไม่มีหลักประกัน : วงเงินจำกัดตามรายได้และความสามารถในการผ่อนชำระ มักได้วงเงินต่ำกว่าแบบมีหลักประกัน ระยะเวลาผ่อน สินเชื่อมีหลักประกัน : สามารถเลือกผ่อนระยะสั้น หรือ ระยะยาว ผ่อนได้นานถึง 6 ปี หรือ 72 เดือน หากเป็นสินเชื่อบ้านและที่ดิน ซึ่งทำให้ค่างวดในการผ่อนชำระไม่สูงมาก สินเชื่อไม่มีหลักประกัน [...]

22/11/2566 • โดย Homeday
นายธรัฐพร เตชะกิจขจร กรรมการผู้จัดการ บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่านับจากวันนี้ถึงสิ้นปี 66 นี้ SAM จัดแคมเปญพิเศษ “SAM Clearance Sale 2023” โดยคัดทรัพย์มือสอง (NPA) ทำเลดีทั่วไทยกว่า 384 รายการ อาทิ ทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด อ

21/4/2568 • โดย Homeday
การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของคนจำนวนมาก ทว่าคำถามที่หลายคนสงสัยคือ “เงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะผ่อนบ้านได้?” เพราะการซื้อบ้านเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะด้านการเงิน บทความนี้จะแนะนำวิธีคำนวณความสามารถในการผ่อนบ้าน ปัจจัยที่ธนาคารใช้พิจารณาสินเชื่อ รวมถึงการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนยื่นกู้ เพื่อให้คุณบริหารค่าใช้จ่ายและได้ที่อยู่อาศัยในฝันอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจัยที่ธนาคารใช้พิจารณาในการให้สินเชื่อบ้าน ก่อนจะเข้าใจว่าเงินเดือนเท่าไหร่จึงเหมาะกับการผ่อนบ้าน ควรทำความเข้าใจปัจจัยที่ธนาคารใช้ประเมินความสามารถในการกู้ของคุณก่อน การให้สินเชื่อบ้านของธนาคารไม่ได้พิจารณาเพียงแค่รายได้เท่านั้น แต่มีหลายปัจจัยประกอบกัน ดังนี้ รายรับของผู้กู้ รายรับเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรกที่ธนาคารพิจารณา โดยทั่วไปธนาคารจะกำหนดอัตราผ่อนรายเดือนไว้ที่ประมาณ 40% ของรายรับในแต่ละเดือน ตัวอย่างเช่น หากคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน คุณจะสามารถผ่อนได้สูงสุดประมาณ 12,000 บาทต่อเดือน สำหรับรายรับที่ธนาคารนำมาคำนวณนั้นรวมถึงเงินเดือนประจำ รายได้พิเศษที่สม่ำเสมอ และโบนัสประจำปี แต่สำหรับรายได้ที่ไม่แน่นอน ธนาคารอาจคิดเป็นเพียงบางส่วนหรือพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ รายจ่ายและภาระหนี้สินที่มีอยู่ ธนาคารจะตรวจสอบรายจ่ายและหนี้สินทั้งหมดของคุณ เพื่อประเมินว่าหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว คุณจะมีเงินเหลือพอสำหรับการผ่อนบ้านหรือไม่ โดยทั่วไป หลักการคิดจะเป็นดังนี้: เงินเดือน – หนี้สินปัจจุบัน = เงินคงเหลือจากนั้นในเงินคงเหลือ จะประเมินว่า 40% ของจำนวนนี้คือความสามารถในการผ่อนสูงสุด ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นพนักงานใหม่ มีเงินเดือน 20,000 บาท และมีหนี้สินอยู่ 5,000 บาทต่อเดือน เงินคงเหลือของคุณคือ [...]