กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

11/9/2568 • โดย Homeday
วันที่ 3 กันยายน 2568 ในงาน OSK Speak Thai Fight “สู้ได้…หรือได้แค่สู้” จัดโดยสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัยฯ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ร่วมเวทีเสวนาในหัวข้อ “มุมมองจากหน่วยงานภาครัฐ” โดยชี้ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของธุรกิจ AMC ในฐานะกลไกกลางแก้ไขปัญหาหนี้เสียของประเทศ ดร.รักษ์ กล่าวว่า BAM ทำหน้าที่เป็น “เสาหลัก” ในการบริหารจัดการหนี้เสีย ทั้งในระดับครัวเรือนและภาคธุรกิจ ผ่านการทำงานร่วมมือกับภาคเอกชนและสถาบันการเงิน เพื่อปลดล็อกภาระหนี้ที่กดทับเศรษฐกิจไทย โดยมีบทบาทสำคัญ 3 มิติ ได้แก่: ฟื้นสภาพคล่องสถาบันการเงินด้วยการเข้าซื้อและบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL/NPA) ช่วยให้ธนาคารสามารถกลับมาปล่อยสินเชื่อใหม่ได้เร็วขึ้น ก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ เยียวยาลูกหนี้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ โดย BAM มีมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ ลดดอกเบี้ย ขยายระยะเวลาการชำระ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้กลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน [...]

21/4/2568 • โดย Homeday
การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของคนจำนวนมาก ทว่าคำถามที่หลายคนสงสัยคือ “เงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะผ่อนบ้านได้?” เพราะการซื้อบ้านเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะด้านการเงิน บทความนี้จะแนะนำวิธีคำนวณความสามารถในการผ่อนบ้าน ปัจจัยที่ธนาคารใช้พิจารณาสินเชื่อ รวมถึงการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนยื่นกู้ เพื่อให้คุณบริหารค่าใช้จ่ายและได้ที่อยู่อาศัยในฝันอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจัยที่ธนาคารใช้พิจารณาในการให้สินเชื่อบ้าน ก่อนจะเข้าใจว่าเงินเดือนเท่าไหร่จึงเหมาะกับการผ่อนบ้าน ควรทำความเข้าใจปัจจัยที่ธนาคารใช้ประเมินความสามารถในการกู้ของคุณก่อน การให้สินเชื่อบ้านของธนาคารไม่ได้พิจารณาเพียงแค่รายได้เท่านั้น แต่มีหลายปัจจัยประกอบกัน ดังนี้ รายรับของผู้กู้ รายรับเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรกที่ธนาคารพิจารณา โดยทั่วไปธนาคารจะกำหนดอัตราผ่อนรายเดือนไว้ที่ประมาณ 40% ของรายรับในแต่ละเดือน ตัวอย่างเช่น หากคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน คุณจะสามารถผ่อนได้สูงสุดประมาณ 12,000 บาทต่อเดือน สำหรับรายรับที่ธนาคารนำมาคำนวณนั้นรวมถึงเงินเดือนประจำ รายได้พิเศษที่สม่ำเสมอ และโบนัสประจำปี แต่สำหรับรายได้ที่ไม่แน่นอน ธนาคารอาจคิดเป็นเพียงบางส่วนหรือพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ รายจ่ายและภาระหนี้สินที่มีอยู่ ธนาคารจะตรวจสอบรายจ่ายและหนี้สินทั้งหมดของคุณ เพื่อประเมินว่าหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว คุณจะมีเงินเหลือพอสำหรับการผ่อนบ้านหรือไม่ โดยทั่วไป หลักการคิดจะเป็นดังนี้: เงินเดือน – หนี้สินปัจจุบัน = เงินคงเหลือจากนั้นในเงินคงเหลือ จะประเมินว่า 40% ของจำนวนนี้คือความสามารถในการผ่อนสูงสุด ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นพนักงานใหม่ มีเงินเดือน 20,000 บาท และมีหนี้สินอยู่ 5,000 บาทต่อเดือน เงินคงเหลือของคุณคือ [...]

17/4/2568 • โดย Homeday
การเป็นเจ้าของบ้านเป็นความฝันของใครหลายคน แต่การเตรียมตัวเพื่อยื่นกู้สินเชื่อบ้านเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แค่เลือกบ้านที่ชอบและยื่นเรื่องขอกู้เท่านั้น บทความนี้รวบรวมเทคนิคสำคัญในการเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ พร้อมวิธีคำนวณวงเงินกู้ที่เหมาะสมกับรายได้ของคุณ เพื่อให้ได้รับการอนุมัติสินเชื่อบ้านอย่างราบรื่นและได้วงเงินสูงตามที่ต้องการ รู้ก่อนกู้: วิธีคำนวณวงเงินสินเชื่อบ้านที่เหมาะกับคุณ การประเมินความสามารถในการกู้ซื้อบ้านด้วยตัวเองเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ ก่อนที่จะไปติดต่อสถาบันการเงิน ซึ่งช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้เหมาะสมและเลือกบ้านที่อยู่ในงบประมาณของตัวเอง มาดูวิธีคำนวณวงเงินกู้กันดังนี้ ขั้นตอนที่ 1: ประเมินรายได้ของตัวเอง รายได้เป็นปัจจัยหลักที่สถาบันการเงินใช้ในการพิจารณาวงเงินกู้สูงสุดที่คุณสามารถขอได้ โดยทั่วไปแล้ว สถาบันการเงินมักกำหนดให้ภาระผ่อนชำระต่อเดือนไม่ควรเกิน 40% ของรายได้สุทธิ ตัวอย่างการคำนวณ: หากคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน ค่างวดผ่อนบ้านสูงสุดที่คุณสามารถรับภาระได้คือ 30,000 × 40% = 12,000 บาทต่อเดือน ขั้นตอนที่ 2: นำภาระหนี้สินมาหักออก หากคุณมีภาระหนี้อื่นๆ อยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถหรือผ่อนสินค้าต่างๆ สถาบันการเงินจะนำภาระหนี้เหล่านี้มาหักออกจากรายได้ เพื่อประเมินความสามารถในการผ่อนชำระที่แท้จริง ตัวอย่างการคำนวณ: รายได้ 30,000 บาทต่อเดือน มีภาระผ่อนรถ 6,000 บาทต่อเดือน รายได้สุทธิหลังหักภาระหนี้ = 30,000 – 6,000 = 24,000 บาท [...]

26/4/2568 • โดย Homeday
การมีบ้านสักหลังเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของคนจำนวนมาก แต่ในความเป็นจริง การจะได้บ้านมาครอบครองนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องพึ่งพาสินเชื่อจากธนาคาร หลายคนต้องพบกับความผิดหวังเมื่อการยื่นขอสินเชื่อไม่ผ่านการอนุมัติ บทความนี้จะอธิบายถึงสาเหตุหลักที่ทำให้ธนาคารปฏิเสธการให้สินเชื่อบ้าน พร้อมแนะนำวิธีการเตรียมตัวและเทคนิคสำคัญในการยื่นขอสินเชื่อให้ผ่านการพิจารณา ทำไมธนาคารถึงไม่อนุมัติสินเชื่อบ้านให้คุณ? การที่ธนาคารปฏิเสธการอนุมัติสินเชื่อบ้านนั้นมีสาเหตุหลายประการ การเข้าใจถึงสาเหตุเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถเตรียมตัวและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ประวัติเครดิตมีปัญหาหรือคะแนนเครดิตต่ำเกินไป ประวัติเครดิตเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ที่ธนาคารนำมาพิจารณาเมื่อคุณยื่นขอสินเชื่อ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (National Credit Bureau) จะเก็บข้อมูลและประวัติการชำระสินเชื่อของคุณไว้ทั้งหมด หากคุณมีประวัติการชำระเงินล่าช้าเกิน 30 วัน มีการค้างชำระหนี้ หรือมีภาระหนี้เกินตัว ข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้และส่งผลต่อคะแนนเครดิตของคุณ คะแนนเครดิต (Credit Scoring) เป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือทางการเงินของคุณ โดยมีการจัดระดับความเสี่ยงตั้งแต่ AA (ดีมาก) ถึง HH (แย่มาก) ซึ่งธนาคารจะใช้คะแนนนี้ประกอบการพิจารณาว่าคุณมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้มากน้อยเพียงใด หากคะแนนเครดิตของคุณไม่เพียงพอ โอกาสที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อก็จะลดลงอย่างมาก รายได้ไม่แน่นอนหรือไม่เพียงพอ รายได้เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ธนาคารใช้พิจารณา โดยเฉพาะความสม่ำเสมอและความเพียงพอของรายได้ คนที่ประกอบอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์มักจะพบอุปสรรคในการขอสินเชื่อมากกว่าคนที่ทำงานประจำ เนื่องจากรายได้ไม่แน่นอนและยากต่อการพิสูจน์ นอกจากนี้ หากรายได้ของคุณเมื่อเทียบกับราคาบ้านที่ต้องการซื้อแล้วไม่เพียงพอ ธนาคารอาจปฏิเสธการให้สินเชื่อ โดยทั่วไปธนาคารมักกำหนดให้ค่าผ่อนชำระต่อเดือนไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้ต่อเดือน หากคุณขอวงเงินสูงเกินกว่าที่รายได้จะรองรับได้ ธนาคารก็จะไม่อนุมัติ มีภาระหนี้สินมากเกินไป หากคุณมีภาระหนี้สินอื่นๆ อยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถยนต์ [...]

4/4/2568 • โดย Homeday
การซื้อคอนโดมิเนียมถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญสำหรับหลายคน แต่คำถามที่มักพบบ่อยคือ “ควรวางเงินดาวน์เท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม?” การตัดสินใจเรื่องเงินดาวน์ไม่ใช่เพียงแค่การปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางแผนทางการเงินที่ส่งผลต่อภาระผ่อนในระยะยาวอีกด้วย บทความนี้จะนำเสนอแนวทางการคำนวณเงินดาวน์อย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยแบบคอนโดสามารถวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักการพื้นฐานในการคำนวณเงินดาวน์คอนโด เงินดาวน์คือจำนวนเงินที่ผู้ซื้อต้องชำระให้กับผู้ขายหรือโครงการล่วงหน้าก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ โดยทั่วไปแล้ว โครงการคอนโดมิเนียมมักกำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำไว้ที่ประมาณ 10-20% ของราคาขาย อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าควรวางเงินดาวน์เท่าไหร่นั้น ไม่ควรดูเพียงแค่เงื่อนไขขั้นต่ำที่โครงการกำหนดเท่านั้น แต่ควรพิจารณาจากปัจจัยหลายประการร่วมกัน การวางเงินดาวน์ในสัดส่วนที่สูงขึ้นมีข้อดีหลายประการ ประการแรกคือ สามารถลดยอดเงินกู้และภาระการผ่อนรายเดือน ทำให้มีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารมากขึ้น ประการที่สองคือ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญาเงินกู้จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น หากคอนโดราคา 3 ล้านบาท การวางดาวน์ 10% (3 แสนบาท) เทียบกับ 20% (6 แสนบาท) อาจทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญากู้ต่างกันนับแสนบาท อย่างไรก็ตาม การวางเงินดาวน์มากเกินไปอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมเสมอไป เนื่องจากอาจทำให้เงินสดสำรองที่มีไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือรับมือกับเหตุฉุกเฉินลดลง นอกจากนี้ ในบางกรณีการนำเงินไปลงทุนในช่องทางอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ดังนั้น การหาจุดสมดุลระหว่างการวางเงินดาวน์กับการรักษาสภาพคล่องทางการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญ วิธีคำนวณเงินดาวน์ที่เหมาะสมกับกำลังซื้อ การคำนวณเงินดาวน์ที่เหมาะสมนั้น ควรวิเคราะห์จากสถานะทางการเงินส่วนบุคคล ซึ่งสามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้: วิเคราะห์สถานะทางการเงินปัจจุบัน: เริ่มต้นด้วยการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ตรวจสอบว่ามีเงินออมเท่าไหร่ มีภาระหนี้อื่นๆ หรือไม่ และมีค่าใช้จ่ายประจำเท่าไหร่ การเข้าใจกระแสเงินสดส่วนบุคคลจะช่วยให้ประเมินได้ว่าสามารถจัดสรรเงินดาวน์ได้มากน้อยเพียงใด ประเมินความสามารถในการผ่อนชำระ: [...]

13/11/2568 • โดย Homeday
นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า SAM ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้เสียผ่านกลไกการซื้อหนี้รายย่อยของบริษัทบริหารสินทรัพย์ (Asset Management Company : AMC) ตามมาตรการและนโยบายแก้ไขปัญหาเร่งด่วน “Quick Big Win” ของกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มุ่งเน้นช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่เป็นหนี้เสีย NPLs ที่ไม่มีหลักประกันและมีภาระหนี้รวมไม่เกิน 100,000 บาท ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 โดย SAM พร้อมก้าวสู่บทบาทใหม่ บริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคม หรือ Social AMC หน่วยงานกลางที่มีบทบาทในการแก้ไขปัญหาหนี้เชิงโครงสร้างและช่วยเหลือประชาชนอย่างจริงใจ เป็นธรรม ด้วยกระบวนการที่โปร่งใส เข้าใจง่าย ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ภายใต้ 2 มาตรการปรับโครงสร้างหนี้ที่ผ่อนปรน เหมาะสมตามความสามารถที่แท้จริงของลูกหนี้ ได้แก่ 1. จ่าย [...]

19/8/2564 • โดย Homeday
ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ เชื่อว่าหลายคนก็คงประสบกับวิกฤติทางการเงินอยู่พอสมควร ไหนจะมีภาระหนี้สินให้ต้องผ่อนชำระอีก ทำให้บางคนถึงกับผ่อนบ้านต่อไปไม่ไหว ถ