กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

11/9/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่ความยั่งยืนกลายเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผสานกับวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยและดีไซน์ที่มาพร้อมกับความยั่งยืน แสนสิริ ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเทศไทย เดินหน้าผนึกกำลัง DECAAR by SCG ผู้นำแห่งนวัตกรรมวัสดุตกแต่ง ร่วมก้าวสู่บทใหม่แห่งความยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมการนำเศษวัสดุเหลือใช้จากไซต์ก่อสร้างเข้าสู่กระบวนการ Upcycling พลิกโฉมกลายเป็นวัสดุตกแต่งบ้านที่มีคุณภาพ นำร่องใช้งานที่โครงการ ”เดมี พระราม 9 – เหม่งจ๋าย” และ “นาราสิริ บรมราชชนนี” ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการหลอมรวมวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นลดปริมาณขยะ และการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผสานระหว่างแนวคิด #WastetoWORTH แยกขยะให้เกิดประโยชน์ของแสนสิริ และ “Turn Waste to Value” เปลี่ยนขยะให้มีค่าของ DECAAR by SCG โดยรวบรวมเศษกระเบื้องหลังคาเหลือใช้จากการก่อสร้างโครงการของแสนสิริมาหลอมรวมกับเศษแก้วที่รวบรวมจากชุมชนทั่วประเทศ เข้าสู่กระบวนการ Upcycling ให้กลายเป็นวัสดุตกแต่งภูมิทัศน์ภายนอกอย่างกระเบื้องซีเมนต์ปูพื้นที่มีคุณภาพเทียบเท่าวัสดุดั้งเดิม ร่วมกับการใช้ผนังตกแต่งฟาซาดที่ได้รับรอง Green Label โดยผลิตภัณฑ์กระเบื้องซีเมนต์ปูพื้นรุ่นเวนโทลา ได้รับเครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นต์ของผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจหมุนเวียน ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ก่อสร้างประเภทวัสดุปูพื้นและบุผนังเป็นรายแรกของประเทศไทย มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียง 25.4 kg/sq.m. เท่านั้น รวมถึงได้รับการรับรองจากฉลาก [...]

31/10/2566 • โดย Homeday
ผนังขึ้นราเป็นปัญหากวนใจภายในบ้านที่มาพร้อมกับหน้าฝนที่รับมือได้ยาก เพราะรู้ตัวอีกทีคราบราดำก็เปลี่ยนผนังบ้านของคุณที่เคยสดใสให้หม่นหมอง ไม่น่ามองไปเสียแล้ว ซึ่งปัญหาผนังขึ้นราในช่วงหน้าฝนเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น โครงสร้างผนังที่รั่วซึม หรือปัจจัยด้านสภาพอากาศที่ทำให้อากาศภายในห้องชื้นติดต่อกันเป็น

3/6/2568 • โดย Homeday
การสร้างพื้นที่สีเขียวในบ้านไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่กว้างขวาง ด้วยไอเดียสร้างสรรค์และเทคนิคการจัดสวนแนวใหม่ เราสามารถเปลี่ยนพื้นที่จำกัดให้กลายเป็นสวนสวยที่ช่วยฟอกอากาศและเพิ่มความสดชื่นให้กับบ้าน ไม่ว่าจะเป็นระเบียงคอนโด ลานหน้าบ้าน หรือมุมเล็กๆ ภายในบ้าน ทุกพื้นที่สามารถเปลี่ยนเป็นสวนส่วนตัวได้ ไอเดียสวนแนวตั้งสำหรับพื้นที่จำกัด สวนแขวนติดผนังกำแพง การจัดสวนแนวตั้งเป็นวิธีการประหยัดพื้นที่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สามารถเริ่มต้นได้ง่ายด้วยการสร้างแผงไม้ติดผนัง แล้วนำต้นไม้ที่ปลูกในกระถางเจาะรูมาแขวนตามต้องการ สวนแนวตั้งไม่เพียงช่วยประหยัดพื้นที่ แต่ยังช่วยลดมลพิษและความร้อนจากภายนอกที่เข้าสู่ตัวอาคาร ทำให้ผนังว่างเปล่าดูมีชีวิตชีวาและเป็นฉากหลังที่สวยงาม การเลือกพืชสำหรับสวนแนวตั้งควรพิจารณาปริมาณแสงแดดที่ได้รับ หากเป็นบริเวณที่โดนแดดค่อนข้างมาก สามารถเลือกปลูกเปปเปอร์มินต์ ดาดตะกั่ว เฟิร์นข้าหลวง เตยด่าง สับปะรดสี เฟิร์นใบมะขาม ไผ่ฟิลิปปินส์ และเดฟเขียว ส่วนถ้าเป็นบริเวณที่แสงแดดน้อย ควรเลือกพืชที่ชอบแสงน้อย เช่น เฟิร์นหรือพลูด่าง สวนแขวนบนราวระเบียง สำหรับผู้ที่อยู่คอนโดหรือมีระเบียง การแขวนต้นไม้บนราวระเบียงเป็นทางเลือกที่ยอดเยียม วิธีนี้มีข้อดีกว่าการแขวนติดกำแพง เพราะไม่ต้องตอกตะปูและสามารถโยกย้ายได้ง่าย สามารถเลือกซื้ออุปกรณ์แขวนพร้อมกระถางที่มีหลากหลายรูปแบบ หรือเลือกซื้อแยกส่วนตามความต้องการ พันธุ์ไม้ที่เหมาะสำหรับสวนแขวนบนราวระเบียง ได้แก่ กลุ่มไม้ดอกประดับอย่างกล้วยไม้ เวอร์บีน่า หรือกลุ่มไม้ใบประดับที่มีกิ่งก้านห้อยย้อยลงมา เช่น สายป่านดวงใจ ริบบิ้นชาลี หรือต้นคุณนายตื่นสาย การดูแลสวนแขวนควรใช้ฟ็อกกี้ในการฉีดน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำหยดไปรบกวนผู้อยู่อาศัยห้องด้านล่าง การปรับแต่งพื้นที่ด้วยวัสดุธรรมชาติ การปูพรมหญ้าสร้างฟีลธรรมชาติ การปูพรมหญ้าสีเขียวในลานนั่งเล่น บนระเบียง หรือในห้องนั่งเล่น ช่วยให้รู้สึกเหมือนได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติตลอดเวลา และยังช่วยเพิ่มความสดชื่นให้บ้าน [...]

27/3/2568 • โดย Homeday
ทำความเข้าใจเบื้องต้นกับ Design Studio ในบ้าน Design Studio ไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่ทำงาน แต่เป็นพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ที่สะท้อนตัวตนของนักออกแบบ การเลือกบ้านที่เหมาะสมสำหรับการจัดทำ Design Studio จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง พื้นที่ที่ดีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและแรงบันดาลใจในการทำงานได้อย่างมหาศาล ปัจจัยสำคัญในการเลือกบ้านสำหรับ Design Studio 1. ลักษณะพื้นที่และขนาด การเลือกพื้นที่สำหรับ Design Studio ต้องคำนึงถึงความต้องการใช้งานอย่างรอบคอบ พื้นที่ควรมีความกว้างขวางเพียงพอสำหรับการวางอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ โดยทั่วไปควรมีพื้นที่ใช้สอยอย่างน้อย 20-30 ตารางเมตร เพื่อให้สามารถจัดวางโต๊ะทำงาน อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พื้นที่นำเสนอผลงาน และพื้นที่พักผ่อนได้อย่างเป็นสัดส่วน 2. แสงธรรมชาติและการระบายอากาศ แสงเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับนักออกแบบ บ้านที่มีหน้าต่างกว้างและรับแสงธรรมชาติได้ดีจะช่วยสร้างบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ควรเลือกพื้นที่ที่มีแสงธรรมชาติส่องถึงและสามารถระบายอากาศได้ดี การมีหน้าต่างขนาดใหญ่หรือระเบียงจะเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจ 3. การออกแบบภายในและความยืดหยุ่น พื้นที่ Design Studio ควรมีความยืดหยุ่นในการจัดวางและปรับเปลี่ยน เลือกบ้านที่มีผังพื้นเปิดโล่งหรือสามารถดัดแปลงได้ง่าย ผนังที่สามารถติดตั้งชั้นวางของหรือบอร์ดนำเสนอผลงานจะเป็นประโยชน์อย่างมาก พื้นที่ควรสามารถแบ่งสรรค์เป็นโซนต่างๆ ได้ เช่น พื้นที่ทำงาน พื้นที่เก็บอุปกรณ์ และพื้นที่พักผ่อน เทคนิคการเลือกทำเลที่เหมาะสม 1. ความเงียบสงบ สภาพแวดล้อมที่เงียบสงบจะช่วยให้นักออกแบบมีสมาธิในการทำงาน เลือกบ้านที่ตั้งอยู่ในย่านที่ไม่พลุกพล่านหรือมีเสียงรบกวนน้อย [...]

9/5/2568 • โดย Homeday
คุณกำลังเผชิญกับปัญหาพื้นที่จัดเก็บของในบ้านไม่เพียงพอ? ชั้นวางของติดผนังอาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังมองหา ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นการเพิ่มความสวยงามให้กับการตกแต่งภายในบ้านอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจไอเดียชั้นวางของติดผนังหลากหลายรูปแบบ พร้อมคำแนะนำการเลือกใช้และติดตั้งอย่างเหมาะสม เพื่อให้บ้านของคุณทั้งสวยงามและเป็นระเบียบ ทำไมชั้นวางของติดผนังจึงเป็นที่นิยม? ชั้นวางของติดผนังคือแผ่นวางของที่ถูกยึดกับผนังแบบลอยๆ โดยยกสูงขึ้นมาจากพื้นตามความต้องการและความเหมาะสม มักยึดด้วยสกรูหรือดีไซน์อื่นๆ เช่น เชือก ขาแขวน ซึ่งช่วยให้คุณวางของเล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างเป็นระเบียบ ความนิยมของชั้นวางของติดผนังมาจากข้อดีหลายประการ เริ่มจากการช่วยประหยัดพื้นที่ โดยเฉพาะสำหรับที่พักอาศัยขนาดเล็กอย่างคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ที่มีพื้นที่จำกัด การใช้ผนังให้เกิดประโยชน์จึงเป็นทางเลือกที่ฉลาด นอกจากนี้ ยังช่วยให้ห้องดูโปร่งโล่ง ไม่มีของชิ้นเล็กชิ้นน้อยวางเกะกะ ทำให้ไม่รู้สึกถึงความคับแคบของห้อง อีกข้อดีที่สำคัญคือชั้นวางของติดผนังสามารถเป็นทั้งเฟอร์นิเจอร์ใช้สอยและเป็นของตกแต่งบ้านไปในตัว โดยคุณสามารถเลือกสไตล์และวัสดุที่ชอบ เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ในการตกแต่งบ้านของคุณได้อีกด้วย 10 ไอเดียชั้นวางของติดผนังที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน 1. ชั้นวางของแบบมีขา รองรับน้ำหนักได้มากกว่า ชั้นวางของแบบมีขาเป็นรูปแบบที่พบเห็นได้บ่อยตามบ้านและคอนโด จุดเด่นของชั้นวางประเภทนี้คือขาที่เพิ่มเข้ามาช่วยเสริมให้โครงสร้างแข็งแรงยิ่งขึ้น สามารถรองรับน้ำหนักของสิ่งของได้มากกว่าปกติ โดยเฉพาะเมื่อติดตั้งด้วยการเจาะสกรูยึดเข้ากับผนังอย่างแน่นหนา ส่วนมากวัสดุที่นำมาทำขามักเป็นเหล็กเพื่อเพิ่มความแข็งแรง เหมาะสำหรับวางของที่มีน้ำหนักพอสมควร เช่น แก้วน้ำ จานชาม หรือหนังสือเล่มใหญ่ 2. ชั้นวางของไม่มีขา เรียบง่ายแต่มีสไตล์ ชั้นวางของไม่มีขา หรือที่เรียกว่า “floating shelf” เป็นชั้นวางของที่ให้ความรู้สึกลอยตัว สวยงามและเรียบง่าย มักพบเห็นได้ในคอนโดมิเนียมหรือบ้านสไตล์มินิมอล ข้อดีของชั้นวางแบบนี้คือความยืดหยุ่นในการจัดวาง คุณสามารถวางเป็นชั้นยาวในแนวนอน [...]

12/3/2568 • โดย Homeday
ทำความรู้จักบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด การเลือกซื้อบ้านเป็นการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิต การเข้าใจความแตกต่างระหว่างบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น บ้านทั้งสองประเภทมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการที่แตกต่างกัน บ้านเดี่ยว: อิสระในทุกมิติ บ้านเดี่ยวคือบ้านที่ปลูกอยู่บนที่ดินของตนเอง โดยไม่ติดกับบ้านอื่น มีพื้นที่ใช้สอยรอบทิศทาง ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด เจ้าของสามารถออกแบบและตกแต่งได้อย่างอิสระ ไม่มีข้อจำกัดในการขยายพื้นที่ทั้งภายในและภายนอก สามารถสร้างสวน จัดพื้นที่นันทนาการ หรือทำลานจอดรถเพิ่มเติมได้ตามต้องการ บ้านแฝด: การผสมผสานระหว่างความเป็นส่วนตัวและการประหยัด บ้านแฝดเป็นบ้านที่มีการแบ่งผนังกลางร่วมกับบ้านข้างเคียง โดยปกติจะมี 2 หน่วย แต่ละหน่วยจะมีเอกสารสิทธิ์และเจ้าของแยกกัน มีความแตกต่างจากทาวน์เฮ้าส์ตรงที่มีพื้นที่ใช้สอยและที่ดินมากกว่า และมีความเป็นส่วนตัวใกล้เคียงกับบ้านเดี่ยว ข้อดีและข้อจำกัด ข้อดีของบ้านเดี่ยว ความเป็นส่วนตัวสูงสุด สามารถออกแบบและตกแต่งได้อย่างเต็มที่ มีพื้นที่ใช้สอยรอบทิศทาง สามารถขยายบ้านหรือสร้างสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติมได้ มูลค่าการเพิ่มขึ้นของที่ดินสูง เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว ระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ข้อจำกัดของบ้านเดี่ยว ต้นทุนการก่อสร้างและค่าดูแลรักษาสูง ค่าใช้จ่ายในการซื้อที่ดินและบ้านสูงกว่าบ้านแฝด ต้องดูแลและบำรุงรักษาพื้นที่โดยรอบด้วยตนเอง ข้อดีของบ้านแฝด ราคาถูกกว่าบ้านเดี่ยว เหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด ยังคงมีความเป็นส่วนตัวและพื้นที่ใช้สอยมากกว่าทาวน์เฮ้าส์ ค่าใช้จ่ายในการดูแลและบำรุงรักษาต่ำกว่าบ้านเดี่ยว ทำเลที่ตั้งมักอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก ข้อจำกัดของบ้านแฝด มีความเป็นส่วนตัวน้อยกว่าบ้านเดี่ยว เนื่องจากมีการใช้ผนังร่วมกัน ข้อจำกัดในการออกแบบและตกแต่งบ้าน พื้นที่ใช้สอยและที่ดินน้อยกว่าบ้านเดี่ยว การเลือกระหว่างบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด การตัดสินใจเลือกบ้านขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่: งบประมาณ ไลฟ์สไตล์ ความต้องการพื้นที่ใช้สอย ทำเลที่ตั้ง [...]

30/4/2568 • โดย Homeday
ครัวหลังบ้านเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับครอบครัวที่ชอบทำอาหาร โดยเฉพาะอาหารไทยที่มีกลิ่นและควันจากการปรุงค่อนข้างมาก การต่อเติมครัวหลังบ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดีเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยและป้องกันกลิ่นอาหารกระจายเข้าไปในตัวบ้าน แต่หลายคนอาจพบปัญหาหลังจากต่อเติมไปแล้ว เช่น ครัวทรุดตัว ผนังร้าว หรือใช้งานไม่สะดวก บทความนี้จะแนะนำวิธีต่อเติมครัวหลังบ้านอย่างถูกต้อง พร้อมไอเดียการตกแต่งในสไตล์ต่างๆ ให้ทั้งสวยงามและใช้งานได้อย่างยาวนาน หลักการสำคัญในการต่อเติมครัวหลังบ้านให้ปลอดภัย การต่อเติมครัวหลังบ้านที่ปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดปัญหาในระยะยาวนั้นต้องคำนึงถึงโครงสร้างเป็นอันดับแรก หลักการสำคัญที่ควรยึดถือคือการแยกโครงสร้างครัวออกจากตัวบ้านหลัก หลายคนเข้าใจผิดว่าสามารถต่อเติมโดยใช้ผนังเดียวกับบ้านหรือเสาเข็มเดียวกับบ้านได้ แต่ความจริงแล้ว วิธีนี้จะทำให้ส่วนที่ต่อเติมเพิ่มมาไปรั้งตัวบ้านให้เกิดการแยก ร้าว หรือทรุดได้ โครงสร้างของครัวหลังบ้านควรแยกออกมาจากตัวบ้านอย่างชัดเจน โดยไม่ควรใช้ผนังร่วมกับบ้านหรือใช้เสาเข็มชุดเดียวกัน แม้แต่กรณีที่ครัวต่อเติมลงเข็มลึกเท่ากันกับเสาเข็มของตัวบ้าน อัตราการทรุดอาจจะไล่เลี่ยกัน แต่ก็ถือว่าเป็นโครงสร้างคนละชุด จึงควรแยกโครงสร้างออกจากกันอย่างเด็ดขาด กรณีที่ต้องการต่อเติมครัวโดยหลังคายื่นจากตัวบ้านไม่เกิน 2 เมตร อาจใช้วิธีที่ง่ายกว่าคือติดตั้งหลังคากันสาดเข้ากับโครงสร้างบนผนังบ้านเดิม โดยสามารถเลือกสร้างหลังคากันสาดเองหรือซื้อหลังคากันสาดสำเร็จรูปมาติดตั้งก็ได้ วิธีนี้จะช่วยลดความซับซ้อนในการก่อสร้างและประหยัดต้นทุนได้ อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการเลือกใช้วัสดุน้ำหนักเบาในการต่อเติม เนื่องจากส่วนต่อเติมบางครั้งไม่มีการลงเสาเข็ม หรือลงแค่เสาเข็มสั้นด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้ทรุดตัวเร็วกว่าตัวบ้าน การเลือกวัสดุน้ำหนักเบาจะช่วยลดภาระน้ำหนักที่กดทับดิน และช่วยชะลอการทรุดตัวได้ ตัวอย่างวัสดุน้ำหนักเบาที่แนะนำ ได้แก่ ผนังโครงเบา ผนังโปร่งตีระแนงไม้ เคาน์เตอร์ครัวจากอิฐมวลเบาหรือแผ่นเคาน์เตอร์มวลเบาสำเร็จรูป และวัสดุมุงหลังคาน้ำหนักเบา เช่น เมทัลชีท แผ่นหลังคาโปร่งแสงประเภทต่างๆ ระบบไฟฟ้าและประปาก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องวางแผนให้ดี โดยเฉพาะในบริเวณหลังบ้านที่มักเป็นแหล่งรวมอุปกรณ์งานระบบ ทั้งถังบำบัดน้ำเสีย ถังเก็บน้ำ ปั๊มน้ำ พร้อมแนวท่อน้ำดีน้ำเสีย สิ่งเหล่านี้ต้องคำนึงก่อนจะเทพื้น เช่น จะเลี่ยงตำแหน่งฝาเปิดของถังบำบัดน้ำเสียหรือถังเก็บน้ำใต้ดินอย่างไร [...]

14/5/2568 • โดย Homeday
การมีห้องนอนขนาดเล็กไม่ใช่อุปสรรคที่จะทำให้คุณมีพื้นที่พักผ่อนที่สวยงามและน่าอยู่ ด้วยเทคนิคการตกแต่งที่เหมาะสม คุณสามารถทำให้ห้องนอนขนาดจำกัดดูกว้างขวางและมีสไตล์ได้โดยไม่ต้องใช้งบประมาณมากมาย บทความนี้จะแนะนำวิธีการแต่งห้องนอนขนาดเล็กให้ดูกว้างขึ้น พร้อมไอเดียที่สามารถทำได้จริงในงบที่จำกัด ตั้งแต่การเลือกสไตล์ การวางแผน การจัดการพื้นที่ ไปจนถึงการเลือกเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งที่คุ้มค่า รู้จักกับสไตล์การแต่งห้องนอนขนาดเล็กที่ช่วยให้ดูกว้างขึ้น ก่อนจะเริ่มตกแต่งห้องนอนขนาดเล็ก การเลือกสไตล์ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้นได้ สไตล์ที่นิยมและเหมาะกับห้องขนาดเล็กมีหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีเอกลักษณ์และข้อดีแตกต่างกันไป สไตล์มินิมอลเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับห้องนอนขนาดเล็ก ด้วยแนวคิด “น้อยแต่มาก” (Less is More) ที่เน้นความเรียบง่าย ใช้เฟอร์นิเจอร์เท่าที่จำเป็น และลดความรกรุงรังลง ทำให้ห้องดูโปร่งและสบายตา การใช้สีโทนอ่อนอย่างสีขาว เทา หรือเบจ จะช่วยสะท้อนแสงและทำให้ห้องดูกว้างขึ้น บางคนอาจเลือกแบบไม่มีเตียง ใช้เพียงฟูกวางบนพื้น ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างและความรู้สึกโปร่งโล่งให้กับห้อง สไตล์โมเดิร์นก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะกับห้องนอนขนาดเล็ก เนื่องจากเน้นฟังก์ชันการใช้งาน ตัดสิ่งไม่จำเป็นออก และมีความเรียบง่าย แต่ยังคงความหรูหรา วัสดุที่ใช้มักเป็นวัสดุแข็งแรงทนทาน เช่น เหล็ก สเตนเลส กระจก หรืออะคริลิก รูปทรงของเฟอร์นิเจอร์มักเรียบง่ายแต่มีความทันสมัย ซึ่งช่วยให้พื้นที่ดูไม่อึดอัด สำหรับผู้ที่ชอบบรรยากาศแบบโปร่งและโล่ง สไตล์ลอฟท์อาจเป็นตัวเลือกที่ดี จุดเด่นของสไตล์นี้คือการใช้เพดานสูง ผนังปูนเปลือย และการเล่นกับแสงไฟ แม้ว่าห้องคุณจะมีขนาดเล็ก แต่การจัดแสงไฟอย่างชาญฉลาดและการเลือกใช้วัสดุที่มีความโปร่งใสจะช่วยให้ห้องดูกว้างขวางขึ้นได้ หากคุณชอบความมีชีวิตชีวาและมีเอกลักษณ์ สไตล์เรโทรก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยการใช้สีสันสดใส เช่น [...]

28/2/2568 • โดย Homeday
เอสบี ดีไซน์สแควร์ เปิดตัวโซนใหม่ “TOMO LIVING” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่อยู่อาศัยที่เรียบง่าย อบอุ่น และเป็นระเบียบ ด้วยแรงบันดาลใจจากสไตล์มินิมอลของญี่ปุ่น โซนนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ที่เข้ามาสัมผัสได้พบกับบรรยากาศของบ้านที่โปร่ง โล่ง สบายตา พร้อมฟังก์ชันการจัดเก็บที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่ให้มากที่สุด โดยยังคงความสวยงามและลงตัวกับการใช้ชีวิตในเมืองปัจจุบันด้วยแนวคิด “Stay comfy, Rest easy” TOMO LIVING มอบประสบการณ์ใหม่ในการจัดสรรพื้นที่ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ผ่านแรงบันดาลใจในการตกแต่งบ้านโดยเน้นความเรียบง่ายและความสะดวกสบาย ภายในโซนจะมีบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลายช่วยสร้างความรู้สึกสงบและเป็นกันเอง การจัดแสงในโซนถูกออกแบบมาให้ดูสบายตา เน้นแสงธรรมชาติที่ส่องผ่านเข้ามา ช่วยให้ทุกมุมของพื้นที่มีความโปร่งโล่งและอบอุ่น ผนังสี เอิร์ธโทนและพื้นผิวลายไม้ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ กลมกลืนไปกับองค์ประกอบโดยรอบ ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยความสบายและเป็นระเบียบ ในโซน TOMO LIVING ยังให้ความสำคัญกับความเรียบง่ายและการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า พื้นที่ถูกจัดแบ่งอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นมุมพักผ่อนที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย หรือมุมทำงานที่เงียบสงบและเป็นระเบียบ ทำให้เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตในทุก ๆวัน องค์ประกอบของดีไซน์ที่มินิมอลแต่มีความอบอุ่นช่วยให้การเดินชมภายในโซนนี้เป็นประสบการณ์ที่น่ารื่นรมย์ และสามารถเป็นแรงบันดาลใจในการตกแต่งบ้านของตัวเองได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ การออกแบบของ TOMO LIVING ยังเน้นไปที่ฟังก์ชันการใช้งานที่ปรับเปลี่ยนได้ รองรับการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เหมาะสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมหรือบ้านขนาดกะทัดรัด ที่ต้องการเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยโดยไม่ต้องใช้ของหลายชิ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งความสวยงามและความสะดวกสบาย เฟอร์นิเจอร์ในโซนนี้ได้รับการออกแบบให้เข้ากับทุกมุมของบ้าน โดยเน้นความสมดุลระหว่างดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้สีโทนอ่อนที่ช่วยให้บ้านดูสว่างขึ้น หรือการใช้วัสดุที่ช่วยให้ดูแลรักษาง่าย เพื่อให้การใช้ชีวิตเป็นเรื่องง่ายขึ้น [...]

14/7/2568 • โดย Homeday
ในโลกทุกวันนี้ เราอาจดูแลสุขภาพด้วยการไม่สูบบุหรี่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หรือรับประทานอาหารดี ๆ แต่รู้หรือไม่ว่า “การหายใจ” อาจเป็นช่องทางที่ทำให้โรคร้ายอย่างมะเร็งปอดคืบคลานเข้ามาโดยไม่รู้ตัว มะเร็งปอด…ไม่ใช่แค่โรคของคนสูบบุหรี่ มะเร็งปอดมักถูกมองว่าเป็นโรคของคนที่สูบบุหรี่เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง กลับมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่เคยแตะบุหรี่เลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่กลับตรวจพบว่าตนเองป่วยเป็นมะเร็งปอดในระยะลุกลามแล้ว คำถามสำคัญคือ ถ้าไม่ใช่เพราะบุหรี่ แล้วอะไรคือปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เราเป็นมะเร็งได้? หนึ่งในคำตอบที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ “มลพิษในอากาศ” โดยเฉพาะฝุ่นขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ที่สามารถทะลุเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจไปจนถึงถุงลมปอด และก่อให้เกิดการอักเสบในระดับเซลล์อย่างต่อเนื่อง แม้เราจะหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ได้ แต่หลีกเลี่ยงการหายใจกลับเป็นเรื่องแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะอากาศคือสิ่งที่เราต้องพึ่งพาทุกวินาที และเมื่ออากาศไม่สะอาดเท่าที่คิด การหายใจก็อาจกลายเป็นการสะสมสารพิษเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว โดยหนึ่งในโรคร้ายแรงที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ “มะเร็งปอด” ซึ่งเกิดได้จากการสะสมฝุ่นพิษที่มองไม่เห็น แต่แฝงอันตรายไว้ในทุกลมหายใจ แต่ฝุ่นในอากาศไม่ได้มีแค่ PM2.5 เท่านั้น ยังมีอีกหนึ่งชนิดที่หลายคนอาจไม่รู้จัก หรือไม่ทันระวัง นั่นคือ “ฝุ่นใยหิน” ซึ่งเป็นฝุ่นที่เกิดจากวัสดุก่อสร้างเก่าที่เสื่อมสภาพ เช่น กระเบื้องมุงหลังคา ผนังบ้าน ท่อซีเมนต์ หรือแม้แต่ผ้าเบรกและคลัทช์ในรถยนต์ วัสดุเหล่านี้มักถูกผลิตโดยใช้แร่ใยหิน (Asbestos) ซึ่งมีโครงสร้างเป็นเส้นใยขนาดเล็กมาก เมื่อถูกตัด เจาะ หรือรื้อถอน เส้นใยเหล่านี้จะแตกออกเป็นฝุ่นขนาดจิ๋ว ลอยปะปนอยู่ในอากาศ และหากถูกสูดเข้าสู่ร่างกายจะเข้าไปติดอยู่ในปอดหรือเยื่อหุ้มปอดได้ทันที [...]

26/3/2568 • โดย Homeday
การตกแต่งบ้านด้วยสีเขียวพาสเทลไม่เพียงแต่สร้างความสดชื่นให้กับพื้นที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นการสร้างบรรยากาศแห่งความสงบและผ่อนคลายอย่างเป็นธรรมชาติ สีเขียวพาสเทลมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยลดความตึงเครียด สร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติ และเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับทุกพื้นที่ในบ้าน 1. การเลือกโทนสีเขียวพาสเทลที่เหมาะสม การเลือกสีเขียวพาสเทลต้องคำนึงถึงแสงธรรมชาติและบรรยากาศของห้อง โทนสีเขียวอ่อนแบบพาสเทลมีหลากหลายเฉดสี ตั้งแต่เขียวมิ้นต์ เขียวเซจ ไปจนถึงเขียวเปสตาชิโอ แต่ละเฉดสีจะให้อารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกัน เขียวมิ้นต์จะให้ความรู้สึกสดชื่น เขียวเซจจะมีความสงบลึกลับ ส่วนเขียวเปสตาชิโอจะสร้างบรรยากาศอบอุ่นและเป็นมิตร การเลือกเฉดสีที่เหมาะสม สำรวจแสงธรรมชาติในห้อง พิจารณาเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่มีอยู่ ทดลองใช้สีตัวอย่างก่อนตัดสินใจระบายสีทั้งห้อง 2. การทาสีผนังด้วยเทคนิคพิเศษ การทาสีเขียวพาสเทลไม่ใช่แค่การระบายสีธรรมดา แต่ยังมีเทคนิคพิเศษที่ช่วยสร้างมิติและความน่าสนใจให้กับผนัง เทคนิคเช่น ombre เป็นการไล่สีจากอ่อนไปเข้ม หรือเทคนิควอชช์ที่ทำให้ผนังดูมีมิติและความลึก สามารถสร้างจุดเด่นให้กับห้องได้อย่างน่าสนใจ เทคนิคการทาสีพิเศษ เตรียมอุปกรณ์ให้ครบถ้วน เลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับเทคนิค ฝึกฝนเทคนิคบนพื้นผิวทดลองก่อน 3. การเลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งเสริม การผสมผสานเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่มีสีเขียวพาสเทลจะช่วยสร้างความกลมกลืนให้กับพื้นที่ อาจเลือกใช้หมอน โคมไฟ พรม หรือวอลล์อาร์ตที่มีโทนสีเขียวพาสเทล เพื่อเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายและเชื่อมโยงกับธรรมชาติ เคล็ดลับการเลือกของตกแต่ง เลือกชิ้นของตกแต่งที่มีเอกลักษณ์ คำนึงถึงสัดส่วนและความสมดุล ไม่ควรใช้สีเขียวพาสเทลมากเกินไป 4. การเพิ่มพืชสีเขียวเพื่อชีวิตชีวา พืชสีเขียวเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเติมชีวิตชีวาให้กับพื้นที่ การเลือกกระถางต้นไม้โทนสีเขียวพาสเทล หรือการวางตำแหน่งพืชให้กลมกลืนกับสีผนัง จะช่วยสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลงตัว การเลือกและจัดวางพืช เลือกพืชที่เหมาะสมกับแสงในห้อง พิจารณาขนาดและรูปทรงของพืช จัดวางอย่างสร้างสรรค์และมีจังหวะ [...]

13/5/2568 • โดย Homeday
การอาศัยอยู่ในคอนโดขนาดเล็กกลางเมืองเป็นทางเลือกของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกในการเดินทาง แต่พื้นที่จำกัดมักทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัด คับแคบ และไม่สบายใจ ทว่าด้วยเทคนิคการจัดห้องและตกแต่งที่ถูกต้อง คุณสามารถสร้างความรู้สึกโปร่งโล่งและเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้กับคอนโดขนาดเล็กของคุณได้ บทความนี้รวบรวมเทคนิคการแต่งคอนโดให้ดูกว้างขวางและน่าอยู่ โดยไม่จำเป็นต้องต่อเติมหรือทุบกำแพงใด ๆ เพียงปรับเปลี่ยนการจัดวางและเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสม จัดระเบียบและลดความรกรุงรังได้อย่างไร? ความรกรุงรังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พื้นที่ดูแคบลง สิ่งของที่วางกระจัดกระจายบนพื้นจะทำให้ห้องดูอึดอัดและไร้ระเบียบ วิธีแก้ปัญหานี้คือการจัดเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบและเลือกเก็บเฉพาะสิ่งที่จำเป็น คุณควรจัดหาตู้เก็บของที่มีฝาปิดมิดชิดหรือใช้พื้นที่ใต้เตียงซึ่งเป็นจุดอับสายตาในการเก็บของ นอกจากนี้ ควรหมั่นทำความสะอาดและจัดเก็บสิ่งของที่ไม่ได้ใช้อยู่เสมอ ลองพิจารณาว่าสิ่งของใดที่คุณไม่ได้ใช้เป็นเวลานานและกำจัดมันออกไป การลดจำนวนสิ่งของลงจะช่วยให้พื้นที่โล่งและดูกว้างขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ เฟอร์นิเจอร์มัลติฟังก์ชันช่วยประหยัดพื้นที่ได้อย่างไร? การใช้เฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็กหลายชิ้นอาจทำให้ห้องดูรกและแคบลง ทางเลือกที่ดีกว่าคือการใช้เฟอร์นิเจอร์มัลติฟังก์ชันที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย เช่น เตียงที่มีลิ้นชักเก็บของด้านล่าง โซฟาเบดที่ปรับเป็นเตียงนอนได้ โต๊ะกินข้าวพับเก็บได้ หรือเก้าอี้ที่มีช่องเก็บของ เฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้จะช่วยให้คุณใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า โดยไม่ต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้น การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถพับเก็บหรือซ้อนกันได้ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี เช่น โต๊ะที่สามารถพับเก็บได้เมื่อไม่ได้ใช้งาน หรือเก้าอี้ที่ซ้อนเก็บไว้ใต้โต๊ะได้ จะช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างในยามที่ไม่ต้องการใช้งาน เฟอร์นิเจอร์ที่ยกสูงจากพื้น เช่น เตียงยกสูงที่มีพื้นที่ใช้สอยด้านล่างก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เมื่อพื้นที่บนพื้นมีจำกัด การใช้พื้นที่ในแนวตั้งจึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด ผนังห้องเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในการเพิ่มพื้นที่เก็บของและลดความรกรุงรังบนพื้น คุณสามารถติดตั้งชั้นวางของบนผนัง ตะขอแขวน หรือแผ่นแม่เหล็กในครัวเพื่อเก็บมีด ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของแล้ว ยังช่วยตกแต่งห้องให้มีลูกเล่นน่าสนใจอีกด้วย การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ทรงสูงก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการใช้ประโยชน์จากพื้นที่แนวตั้ง เช่น ตู้สูงจรดเพดาน ชั้นวางหนังสือสูง หรือเตียงยกระดับที่มีพื้นที่ใช้สอยด้านล่าง การติดตั้งไฟดาวน์ไลท์บนเพดานแทนการใช้โคมไฟตั้งพื้นก็ช่วยประหยัดพื้นที่และเพิ่มแสงสว่างให้กับห้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระจกและการสะท้อนมีบทบาทอย่างไรในการทำให้ห้องดูกว้าง? กระจกเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญในการสร้างภาพลวงตาให้ห้องดูกว้างขึ้น เนื่องจากกระจกสามารถสะท้อนทั้งภาพและแสงสว่าง ทำให้เกิดมิติและความรู้สึกโปร่งโล่ง [...]
