Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

จะทำอย่างไรให้บ้านพื้นที่น้อยดูกว้างขึ้น? เทคนิคเปลี่ยนพื้นที่จำกัดให้ดูโปร่งสบาย

Homeday
13 พฤษภาคม 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 13/5/2568

จะทำอย่างไรให้บ้านพื้นที่น้อยดูกว้างขึ้น? เทคนิคเปลี่ยนพื้นที่จำกัดให้ดูโปร่งสบาย

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
การอยู่ในพื้นที่ที่จำกัดไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป เพราะมีหลากหลายเทคนิคที่จะช่วยให้บ้านหรือห้องขนาดเล็กของคุณดูกว้างขวาง โปร่ง และสบายตามากขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนทุบขยายพื้นที่เพิ่ม หากคุณกำลังประสบปัญหาพื้นที่อยู่อาศัยที่คับแคบ อึดอัด และอยากปรับเปลี่ยนให้ดูกว้างขึ้น บทความนี้รวบรวม 10 เทคนิคที่จะช่วยให้บ้านพื้นที่น้อยของคุณดูกว้างขวาง โปร่งสบาย เหมือนได้ขยายพื้นที่ใช้สอยจริงๆ
Article Image

เลือกโทนสีผนังอย่างไรให้บ้านดูกว้างขึ้น?

สีผนังเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความรู้สึกของผู้อยู่อาศัย การเลือกใช้สีอย่างชาญฉลาดสามารถเปลี่ยนห้องแคบๆ ให้ดูกว้างขวางและโปร่งสบายได้ทันที

ใช้โทนสีสว่างเพื่อสร้างความโปร่งโล่ง

โทนสีสว่างช่วยให้บ้านดูกว้าง ปลอดโปร่ง และไม่อึดอัด เพราะสามารถสะท้อนแสงได้ดี ทำให้พื้นที่ดูสว่างมากขึ้น สีที่แนะนำ เช่น สีขาว สีครีม สีเบจ สีเทาอ่อน หรือโทนสีพาสเทลต่างๆ นอกจากนี้ยังช่วยให้บ้านดูสะอาดตาและเป็นระเบียบมากขึ้นอีกด้วย

ทาสีผนังด้วยโทนสีใกล้เคียงกัน

การใช้โทนสีที่ใกล้เคียงกันในแต่ละผนังจะช่วยสร้างความกลมกลืน และทำให้บ้านดูมีพื้นที่มากขึ้น เช่น หากเลือกผนังด้านหนึ่งเป็นสีเหลืองอ่อน ผนังด้านที่ชิดกันควรใช้สีเหลืองที่เข้มขึ้นมาเล็กน้อย การตัดโทนสีแบบนี้จะเพิ่มมิติและเงาให้กับห้อง ทำให้รู้สึกถึงพื้นที่ที่มากขึ้น

ใช้สีเข้มสร้างมิติความลึก

การทาสีผนังด้านลึกด้วยสีที่เข้มกว่าผนังด้านอื่นเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่น่าสนใจ เพราะจะทำให้ห้องดูมีมิติมากขึ้น และให้ความรู้สึกว่าสามารถเดินลึกเข้าไปได้มากกว่าที่เห็น โดยเฉพาะเมื่อผสมกับฝ้าเพดานสีสว่าง จะยิ่งทำให้ห้องดูปลอดโปร่งมากขึ้น

ทาสีผนังเป็นเส้นนำสายตา

การทาสีผนังด้วยสีเดียวกันต่อเนื่องจากผนังหนึ่งไปยังผนังที่ชิดกัน จะช่วยนำสายตาและทำให้ห้องดูยาวกว่าที่เป็นจริง เหมือนหลักการเส้นนำสายตาในงานถ่ายภาพ ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดและช่วยให้ส่วนที่แคบดูมีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น
Article Image

ทำอย่างไรให้ผนังบ้านดูปลอดโปร่งมากขึ้น?

ผนังทึบมักทำให้บ้านดูคับแคบ การปรับเปลี่ยนผนังให้โปร่งมากขึ้นจะช่วยสร้างความรู้สึกกว้างขวางได้อย่างน่าทึ่ง

ใช้กระจกแทนผนังเพิ่มพื้นที่สายตา

การใช้กระจกแทนผนังทึบบางส่วนช่วยให้บ้านดูกว้างขึ้นทันที เพราะทำให้มองเห็นทะลุไปยังอีกห้องหนึ่ง หรือเห็นวิวภายนอกบ้าน สร้างความรู้สึกโปร่งโล่งและปลอดโปร่ง เทคนิคนี้มักนิยมใช้ในร้านอาหารหรือร้านกาแฟที่มีพื้นที่จำกัด เพื่อให้ร้านดูกว้างขวางมากขึ้น

ติดกระจกเงาสร้างมิติใหม่

กระจกเงาเป็นไอเทมวิเศษที่ช่วยขยายพื้นที่ในสายตาได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยการสะท้อนแสงและภาพในห้อง ทำให้รู้สึกว่าห้องมีขนาดใหญ่กว่าความเป็นจริง เทคนิคการติดตั้งกระจกที่ได้ผลดีคือ การติดบริเวณผนังตรงข้ามประตูทางเข้า บริเวณเหนือโซฟา หรือบริเวณหัวเตียง จะช่วยเสริมให้บ้านดูกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ใช้ฉากกั้นห้องแทนผนังถาวร

สำหรับคนที่ต้องการแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนแต่ไม่อยากเสียพื้นที่ใช้สอย ฉากกั้นห้องเป็นตัวเลือกที่ลงตัว โดยมีทั้งแบบพับเก็บได้และแบบมีราง ช่วยให้คุณปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ตามความต้องการ เมื่อไม่ใช้งานก็พับเก็บได้ ทำให้พื้นที่โล่งกว้างขึ้น และเหมาะกับผู้ที่ชอบปรับเปลี่ยนการจัดบ้านอยู่เสมอ
Article Image

เลือกหน้าต่างแบบไหนให้บ้านดูกว้างและสว่าง?

หน้าต่างเป็นช่องทางรับแสงธรรมชาติและช่วยให้บ้านดูโปร่งสบาย การเลือกหน้าต่างที่เหมาะสมจึงมีส่วนสำคัญมากในการทำให้บ้านดูกว้างขึ้น

หน้าต่างกระจกบานใหญ่เพิ่มแสงธรรมชาติ

การเปลี่ยนจากหน้าต่างแบบทึบเป็นหน้าต่างกระจกบานใหญ่จะช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าสู่บ้านได้มากขึ้น ทำให้บ้านดูสว่างและกว้างขวางขึ้น หน้าต่างกระจกบานเปิดช่วยให้สามารถรับลมและแสงได้เต็มที่ ในขณะที่หน้าต่างกระจกบานเลื่อนเหมาะกับพื้นที่จำกัดเพราะไม่ต้องการพื้นที่ในการเปิด-ปิด

หน้าต่างบานเฟี้ยมสร้างมุมมองกว้าง

หน้าต่างบานเฟี้ยมประกอบด้วยบานกระจกหลายบานที่ต่อกันด้วยบานพับ เมื่อเปิดออกทั้งหมดจะได้ช่องเปิดขนาดใหญ่ ช่วยสร้างมุมมองกว้างและเชื่อมโยงพื้นที่ภายในกับภายนอก ทำให้บ้านดูกว้างขวางมากขึ้น เหมาะกับบ้านที่มีระเบียงหรือสวนสวย

หน้าต่างบานยกประหยัดพื้นที่

หน้าต่างบานยกเปิด-ปิดโดยการยกหน้าต่างทั้งบานขึ้นด้านบน ทำให้ได้ช่องเปิดกว้างโดยไม่กินพื้นที่เลย จึงเหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด และยังช่วยให้รับลมและแสงได้อย่างเต็มที่ นับเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการตกแต่งบ้านขนาดเล็กให้ดูกว้าง
Article Image

เลือกผ้าม่านแบบไหนเหมาะกับบ้านพื้นที่จำกัด?

ผ้าม่านไม่เพียงแต่ให้ความเป็นส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างบรรยากาศของห้องให้ดูกว้างขวางมากขึ้น

ใช้ผ้าม่านสีอ่อนสร้างความโปร่ง

การเลือกผ้าม่านสีอ่อนอย่างสีครีม สีขาว หรือสีเทาอ่อน จะช่วยให้ห้องดูโปร่งโล่งและไม่อึดอัด เพราะสามารถสะท้อนแสงจากภายนอกได้ดี ทำให้ห้องดูสว่างและกว้างขึ้น แนะนำให้หลีกเลี่ยงผ้าม่านที่มีเนื้อผ้าหนา หรือมีลวดลายใหญ่ เพราะจะทำให้ห้องดูทึบและแคบลง

ติดตั้งม่านให้สูงและกว้างกว่าหน้าต่าง

เทคนิคการติดตั้งรางม่านให้สูงใกล้เพดาน และปล่อยชายม่านให้ยาวลงถึงพื้น จะช่วยสร้างความรู้สึกว่าห้องสูงโปร่งมากขึ้น และทำให้หน้าต่างดูใหญ่และโดดเด่น นอกจากนี้ การติดรางม่านให้กว้างกว่าขอบหน้าต่างจะทำให้มีพื้นที่เปิดรับแสงมากขึ้นเมื่อเปิดม่าน

เลือกใช้ม่านโปร่งตามีชั้นเดียว

ผ้าม่านเนื้อบางโปร่งตาช่วยให้แสงผ่านเข้ามาได้มากกว่า ทำให้ห้องดูสว่างและกว้าง หากต้องการความเป็นส่วนตัว แนะนำให้ใช้ม่านสองชั้น คือ ม่านโปร่ง (voile) สำหรับช่วงกลางวันเพื่อกรองแสงและรักษาความเป็นส่วนตัว และม่านทึบ (blackout) สำหรับเวลาที่ต้องการปิดกั้นแสงทั้งหมด
Article Image

ใช้ชั้นวางของอย่างไรให้บ้านดูกว้างขึ้น?

การจัดการพื้นที่จัดเก็บที่ดีช่วยให้บ้านเป็นระเบียบและดูกว้างขวางมากขึ้น

ชั้นวางของสูงจรดเพดานเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ

ชั้นวางของที่สูงจรดเพดาน ไม่ว่าจะเป็นแบบบิวท์อินหรือเฟอร์นิเจอร์แยกชิ้น ช่วยให้มีพื้นที่จัดเก็บของมากขึ้นโดยไม่กินพื้นที่ใช้สอย และความสูงของชั้นยังช่วยให้สายตามองขึ้นไปด้านบน ทำให้ห้องดูสูงและกว้างขวางมากขึ้น

แขวนของบนผนังแทนการวางบนพื้น

การย้ายชั้นและอุปกรณ์จัดเก็บขึ้นไปไว้บนผนัง ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้มาก ไม่ว่าจะเป็นชั้นวางของขนาดกะทัดรัดหรือราวแขวนของง่ายๆ เพียงแค่นี้ก็มีพื้นที่ว่างมากขึ้นโดยไม่ต้องต่อเติมบ้าน

ใช้พื้นที่ใต้บันไดให้เกิดประโยชน์

พื้นที่ใต้บันไดมักถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งาน การดัดแปลงให้เป็นพื้นที่เก็บของ โต๊ะทำงานเล็กๆ หรือมุมอ่านหนังสือ จะช่วยใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าและทำให้บ้านดูเป็นระเบียบมากขึ้น
Article Image

เพิ่มแสงสว่างอย่างไรให้บ้านดูโปร่ง?

แสงสว่างเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บ้านดูกว้างและสว่าง การจัดการแสงที่ดีจะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในบ้านได้อย่างมาก

เปิดรับแสงธรรมชาติให้มากที่สุด

แสงธรรมชาติเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้บ้านดูกว้างและไม่อึดอัด การออกแบบบ้านให้มีหน้าต่างขนาดใหญ่ หรือหลังคาโปร่งแสง จะช่วยให้แสงเข้าสู่บ้านได้มากที่สุด หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าม่านหนาทึบที่ปิดกั้นแสง และเลือกใช้ผ้าม่านโปร่งแสงแทน

ใช้แสงไฟหลายระดับ

การใช้แสงไฟหลายระดับและหลายตำแหน่งจะช่วยให้ห้องดูมีมิติมากขึ้น เช่น ไฟเพดาน ไฟตั้งพื้น และไฟโต๊ะ การกระจายแสงไปทั่วห้องจะช่วยลดเงามืดในมุมห้องและทำให้ห้องดูกว้างขึ้น

ติดตั้งไฟส่องขึ้นบนเพดาน

การติดตั้งไฟที่ส่องขึ้นไปบนเพดาน (uplighting) จะช่วยให้ห้องดูสูงขึ้น ในขณะที่ไฟดาวน์ไลท์ที่ฝังในเพดานจะช่วยให้ห้องดูสะอาดและเป็นระเบียบมากขึ้น การจัดแสงที่ดีจะช่วยสร้างบรรยากาศและทำให้บ้านดูกว้างขวาง
Article Image

จัดสวนในบ้านอย่างไรให้บรรยากาศโปร่งสบาย?

ต้นไม้และการจัดสวนในบ้านไม่เพียงแต่สร้างความสดชื่น แต่ยังช่วยให้บ้านดูกว้างและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

เลือกต้นไม้ขนาดเหมาะสมกับพื้นที่

การเลือกต้นไม้ที่มีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่เป็นสิ่งสำคัญ สำหรับพื้นที่จำกัด ควรเลือกต้นไม้ขนาดเล็กถึงกลาง หลีกเลี่ยงต้นไม้ที่โตเร็วและมีทรงพุ่มใหญ่ ต้นไม้ที่มีลำต้นสูงและใบพุ่มอยู่ด้านบนจะช่วยให้ห้องดูสูงขึ้น

จัดสวนแนวตั้งประหยัดพื้นที่

สวนแนวตั้งเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด สามารถทำได้โดยการติดตั้งชั้นวางต้นไม้บนผนัง หรือใช้โครงสร้างพิเศษสำหรับปลูกพืชแนวตั้ง นอกจากจะประหยัดพื้นที่แล้ว ยังช่วยให้บ้านดูสดชื่นและมีชีวิตชีวามากขึ้น

ใช้กระถางโปร่งใสเพิ่มความโปร่งตา

กระถางใสหรือกระถางแก้วช่วยให้พื้นที่ดูโปร่งและไม่รกตา เพราะมองเห็นทะลุผ่านได้ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้กระถางแขวนเพื่อประหยัดพื้นที่และสร้างมิติให้กับห้อง การจัดวางต้นไม้อย่างเป็นระเบียบจะช่วยให้บ้านดูสวยงามและกว้างขวางขึ้น

สรุป

การทำให้บ้านพื้นที่น้อยดูกว้างขึ้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ใช้เทคนิคต่างๆ ข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกโทนสีอ่อนสำหรับผนังและเฟอร์นิเจอร์ การใช้กระจกและกระจกเงาเพิ่มมิติ การเลือกหน้าต่างและผ้าม่านที่เหมาะสม การจัดวางเฟอร์นิเจอร์อย่างฉลาด การเลือกเฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ การใช้ชั้นวางของที่มีประสิทธิภาพ และการเพิ่มแสงสว่างในบ้าน
ทั้งหมดนี้จะช่วยสร้างภาพลวงตาให้บ้านดูกว้างขวางและโปร่งสบายมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนทุบหรือขยายพื้นที่เพิ่มเติม ที่สำคัญคือต้องเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะกับสไตล์และความชอบของคุณ เพื่อให้บ้านนอกจากจะดูกว้างแล้ว ยังสวยงามและน่าอยู่อีกด้วย
#สาระ #เทคนิคแต่งบ้าน #บ้านพื้นที่จำกัด #ตกแต่งบ้านให้ดูกว้าง #เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ #โทนสีบ้าน #กระจกเพิ่มพื้นที่ #ผ้าม่านสำหรับบ้านเล็ก #จัดแสงในบ้าน #เทคนิคพรางตา #พื้นที่จัดเก็บ
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#บ้านพื้นที่จำกัด
#ผ้าม่านสำหรับบ้านเล็ก
#กระจกเพิ่มพื้นที่
#พื้นที่จัดเก็บ
#Mehome
#โทนสีบ้าน
#ตกแต่งบ้านให้ดูกว้าง
#แต่งบ้าน
#มีบ้านต้องมีโฮม
#เทคนิคพรางตา
#สาระ
#เทคนิคแต่งบ้าน
#จัดแสงในบ้าน
#เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
จะแต่งบ้านทาวน์โฮมอย่างไรให้ดูกว้างและน่าอยู่มากขึ้น ด้วยงบประมาณที่เหมาะสม?
ทั่วไป

จะแต่งบ้านทาวน์โฮมอย่างไรให้ดูกว้างและน่าอยู่มากขึ้น ด้วยงบประมาณที่เหมาะสม?

ปัจจุบันบ้านทาวน์โฮมกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนรุ่นใหม่ เนื่องจากตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่หลากหลาย ทั้งเรื่องขนาดพื้นที่ที่เพียงพอ ราคาที่สมเหตุสมผล และทำเลที่ตั้งที่เดินทางสะดวก แต่หลายคนมักกังวลเรื่องพื้นที่ที่อาจจะดูคับแคบ บทความนี้จะมาแนะนำไอเดียการตกแต่งบ้านทาวน์โฮมให้ดูกว้างขวาง อบอุ่น และน่าอยู่มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูง พร้อมเคล็ดลับและข้อควรรู้ที่ช่วยให้คุณสามารถใช้ชีวิตในบ้านทาวน์โฮมได้อย่างคุ้มค่าและมีความสุข ทาวน์โฮมคืออะไร? แตกต่างจากทาวน์เฮ้าส์อย่างไร? ทาวน์โฮมและทาวน์เฮ้าส์มีความคล้ายคลึงกันมาก จนหลายคนอาจสับสน แต่มีรายละเอียดที่แตกต่างกันที่ควรทราบก่อนตัดสินใจเลือกซื้อหรือตกแต่ง ทาวน์เฮ้าส์ คือ บ้านแถวหรือตึกแถวที่มีลักษณะเหมือนกัน ติดกันเป็นแถวตั้งแต่ 2 คูหาขึ้นไป มักสูงไม่เกิน 3 ชั้น โดยส่วนใหญ่จะเป็น 2 ชั้น มีกำแพงร่วมระหว่างบ้านแต่ไม่มีรั้วแบ่งอาณาเขตชัดเจน พื้นที่ใช้สอยค่อนข้างจำกัด เช่น อาจมี 2 ห้องน้ำ 3 ห้องนอน 1 ห้องครัว ส่วนทาวน์โฮม เป็นบ้านแถวที่พัฒนามาจากทาวน์เฮ้าส์ ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านเดี่ยวมากขึ้น มีดีไซน์ที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ สูง 2-3 ชั้น มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีการแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนชัดเจน และมักจะมีรั้วรอบขอบชิดเพิ่มความเป็นส่วนตัว ความแตกต่างหลักๆ ระหว่างทาวน์โฮมกับทาวน์เฮ้าส์ สรุปได้ดังนี้: ด้านการออกแบบ: ทาวน์โฮมมักมีดีไซน์ที่ทันสมัยและสวยงามกว่า พื้นที่ใช้สอย: ทาวน์โฮมมีพื้นที่กว้างขวางกว่าทาวน์เฮ้าส์ [...]

2 นาที
เหตุใดการตกแต่งบ้านแบบวินเทจจึงไม่มีวันตกเทรนด์?
ทั่วไป

เหตุใดการตกแต่งบ้านแบบวินเทจจึงไม่มีวันตกเทรนด์?

การตกแต่งบ้านสไตล์วินเทจ คือการสร้างบรรยากาศย้อนยุคที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยรวมเอากลิ่นอายของการออกแบบในช่วงยุค 20-90 มาประยุกต์ใช้ในพื้นที่อยู่อาศัยสมัยใหม่ สไตล์นี้มีความพิเศษตรงที่สามารถผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ทำให้บ้านมีเรื่องราวและจิตวิญญาณที่ไม่เหมือนใคร ทำไมสไตล์วินเทจจึงไม่เคยตกเทรนด์? เพราะเป็นการตกแต่งที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น มีเสน่ห์ และสร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็น แต่ละชิ้นของตกแต่งล้วนมีประวัติศาสตร์และเรื่องราวของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า โคมไฟโบราณ หรือของสะสมที่มีคุณค่าทางจิตใจ การนำสิ่งเหล่านี้มาผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างมีศิลปะจะสร้างบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่มีวันล้าสมัย บ้านสไตล์วินเทจมักมีลักษณะเด่นคือ โครงสร้างที่มีความซับซ้อน การใช้สีสันที่กลมกลืนกัน บันไดบ้านที่มีดีไซน์สวยงาม ห้องโถงกว้างโปร่งโล่ง และห้องนอนที่กว้างขวาง ทั้งหมดนี้ประกอบกันเป็นบรรยากาศของความคลาสสิกที่ไม่เหมือนบ้านสมัยใหม่ทั่วไป เทคนิคการเลือกโทนสีและวัสดุอย่างไรให้บ้านดูวินเทจอย่างแท้จริง? การเลือกโทนสีที่เหมาะสมเป็นพื้นฐานสำคัญของการตกแต่งบ้านสไตล์วินเทจ สีที่นิยมใช้มักเป็นสีในกลุ่มเอิร์ธโทน (Earth tone) เช่น สีน้ำตาลอ่อน สีเบจ สีครีม หรือสีขาวนวล สีเหล่านี้ช่วยสร้างความอบอุ่นและความสงบให้กับบ้าน นอกจากนี้ ยังสามารถหยิบเอาการผสมผสานสีแบบย้อนยุคมาใช้ได้ เช่น สีทอง สีเขียวมรกต หรือสีน้ำเงินคราม ซึ่งเป็นที่นิยมในยุค 60-70s หรือจะเป็นการใช้สีพาสเทลอ่อนๆ ที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและเป็นมิตร สีเหล่านี้เมื่อนำมาใช้ร่วมกันอย่างลงตัวจะช่วยสร้างบรรยากาศย้อนยุคได้อย่างมีเสน่ห์ สำหรับวัสดุ ไม้คือหัวใจหลักของการตกแต่งสไตล์วินเทจ ไม่ว่าจะเป็นพื้นไม้ เฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือเครื่องประดับตกแต่งที่ทำจากไม้ วัสดุธรรมชาติอื่นๆ เช่น หวาย ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน [...]

2 นาที
จะสร้างมุมอ่านหนังสือในบ้านให้สมบูรณ์แบบได้อย่างไร?
ทั่วไป

จะสร้างมุมอ่านหนังสือในบ้านให้สมบูรณ์แบบได้อย่างไร?

สำหรับคนรักการอ่านหนังสือ การมีมุมส่วนตัวที่สงบเงียบและออกแบบมาเพื่อการอ่านโดยเฉพาะเป็นสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝันอยากมี การสร้างมุมอ่านหนังสือที่สมบูรณ์แบบไม่เพียงแต่ช่วยให้มีพื้นที่พักผ่อนส่วนตัว แต่ยังเป็นการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการจดจ่อกับเนื้อหาและเพิ่มความเพลิดเพลินในการอ่าน บทความนี้จะแนะนำวิธีสร้างมุมอ่านหนังสือในบ้านที่ทั้งสวยงามและใช้งานได้จริง ตั้งแต่การเลือกพื้นที่ การจัดแสง การเลือกเฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงการสร้างบรรยากาศที่ช่วยส่งเสริมการอ่าน การเลือกพื้นที่มุมอ่านหนังสือควรพิจารณาอะไรบ้าง? การเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างมุมอ่านหนังสือ พื้นที่ที่ดีควรมีความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เนื่องจากสมาธิเป็นปัจจัยสำคัญในการอ่าน ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีผู้คนเดินผ่านไปมาบ่อยๆ หรือพื้นที่ที่มีเสียงรบกวนจากภายนอกหรือจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ หากบ้านของคุณมีมุมที่แยกออกมาเป็นสัดส่วน เช่น มุมใต้บันได มุมระเบียง หรือมุมห้องที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่าน ก็สามารถปรับให้เป็นมุมอ่านหนังสือได้อย่างดี บางคนอาจเลือกปรับพื้นที่ในห้องนอนหรือห้องทำงานที่มีความเป็นส่วนตัวสูง แต่หากมีพื้นที่มากพอ การจัดห้องเฉพาะสำหรับการอ่านหนังสือก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด นอกจากความเงียบสงบแล้ว ควรพิจารณาถึงการเข้าถึงแสงธรรมชาติด้วย มุมที่ได้รับแสงธรรมชาติอย่างเพียงพอจะช่วยให้การอ่านหนังสือสะดวกและถนอมสายตา แต่ต้องระวังไม่ให้แสงจ้าเกินไปจนทำให้เกิดแสงสะท้อนที่รบกวนการอ่าน แสงไฟแบบใดที่เหมาะสำหรับการอ่านหนังสือโดยไม่ทำร้ายสายตา? แสงเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างยิ่งในมุมอ่านหนังสือ การมีแสงที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยให้อ่านได้สะดวก แต่ยังเป็นการถนอมสายตาในระยะยาวอีกด้วย แสงที่ดีที่สุดสำหรับการอ่านหนังสือคือแสงธรรมชาติ ซึ่งให้ความสว่างที่สม่ำเสมอและความรู้สึกสดชื่น อย่างไรก็ตาม แสงธรรมชาติมีข้อจำกัดทั้งในแง่เวลาและความเข้มของแสง ในกรณีที่ต้องอาศัยแสงไฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านแสงสว่างแนะนำให้เลือกหลอดไฟที่ให้แสงสีวอร์มไวท์ (Warm White) หรือสีนวล ซึ่งมีความใกล้เคียงกับแสงธรรมชาติมากที่สุด และทำให้สบายตาเวลาอ่านเป็นเวลานาน ควรหลีกเลี่ยงหลอดไฟที่ให้แสงสีขาวจัด (Cool Daylight) เพราะอาจทำให้เกิดความเมื่อยล้าของสายตาได้ง่าย โคมไฟสำหรับอ่านหนังสือควรเป็นประเภทที่สามารถปรับทิศทางได้ เพื่อให้แสงตกกระทบที่หน้าหนังสือโดยตรงโดยไม่เกิดเงาหรือแสงสะท้อน โคมไฟตั้งพื้นหรือโคมไฟตั้งโต๊ะที่มีแขนยืดหยุ่นเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะสามารถปรับองศาได้ตามความต้องการ นอกจากนี้ ยังควรเลือกใช้หลอดไฟที่ให้แสงนิ่ง ไม่กะพริบ เพราะแสงกะพริบจะรบกวนประสาทตาและทำให้เกิดความเครียดระหว่างการอ่าน [...]

2 นาที
อยากจัดห้องนอนให้ลูกรัก ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง เพื่อส่งเสริมพัฒนาการที่ดีที่สุด?
ทั่วไป

อยากจัดห้องนอนให้ลูกรัก ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง เพื่อส่งเสริมพัฒนาการที่ดีที่สุด?

การออกแบบห้องนอนเด็กไม่ใช่เพียงแค่การตกแต่งให้สวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างพื้นที่ที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญาของลูกน้อย ในวัยเด็กนั้นพวกเขาเต็มไปด้วยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบห้องนอนที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างทักษะเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้จะพาทุกท่านไปสำรวจปัจจัยสำคัญที่ควรคำนึงถึงเมื่อต้องการจัดห้องนอนให้ลูกรัก เพื่อช่วยส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัยและสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กๆ สีห้องมีผลต่อจิตใจและพัฒนาการของลูกน้อยอย่างไร? สีที่เราเลือกใช้ในห้องนอนเด็กไม่ได้มีผลเพียงแค่ความสวยงามเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อจิตวิทยาและพัฒนาการของเด็กอย่างมีนัยสำคัญ มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์มานานแล้วว่า “จิตวิทยาสีกับความรู้สึกนั้นมีความสัมพันธ์กัน” การเลือกสีให้เหมาะสมกับช่วงวัยจึงเป็นเรื่องสำคัญ เลือกสีตามช่วงวัยของลูก สำหรับเด็กอายุ 0-2 ปี แนะนำให้ใช้โทนสีอบอุ่น เพราะสีเหล่านี้จะช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัย และอาจเสริมด้วยการตกแต่งรูปดอกไม้ ผีเสื้อ หรือสัตว์ต่างๆ ที่มีสีสันสดใส เพื่อกระตุ้นการมองเห็น ส่วนเด็กอายุ 4 ปีขึ้นไป อาจผสมผสานระหว่างเฉดสีอบอุ่น เช่น สีน้ำเงินอ่อนร่วมกับสีเหลืองพาสเทล สีส้ม หรือสีเบจอ่อน เพื่อลดความรู้สึกซึมเศร้าที่อาจจะเกิดขึ้นได้ อิทธิพลของสีต่อพฤติกรรมและอารมณ์ สีฟ้า: เป็นสีที่นิยมตกแต่งห้องนอนเด็กมากที่สุด เพราะใช้ได้ทั้งเด็กผู้หญิงและผู้ชาย ให้ความรู้สึกสดใส ผ่อนคลาย และปลอดโปร่ง สีฟ้าช่วยปรับสมดุลในร่างกาย ทำให้หัวใจเต้นช้าลง ความดันอยู่ในระดับคงที่ และลดความวิตกกังวล สีเขียว: ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายตา ช่วยพัฒนาทักษะด้านการอ่านให้เร็วขึ้น และเพิ่มความเข้าใจในสิ่งต่างๆ นอกจากนี้ยังช่วยลดความตึงเครียดและทำให้เด็กหลับสบายได้ง่ายขึ้น สีเหลือง: เป็นสีแห่งความร่าเริง มีชีวิตชีวา ช่วยเสริมสร้างสมาธิ [...]

2 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent