กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

17/6/2568 • โดย Homeday
สารพิษที่แอบแฝงในบ้านของเราจริงหรือ? บ้านสมัยใหม่อาจดูสะอาดและปลอดภัย แต่ความจริงแล้วเต็มไปด้วยสารเคมีอันตรายที่มองไม่เห็น สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย หรือที่เรียกว่า VOCs สามารถคิดเป็น 90% ของมลพิษอากาศภายในอาคาร สารเหล่านี้มาจากเฟอร์นิเจอร์ สีทาบ้าน วัสดุก่อสร้าง และแม้แต่พรมในบ้านของเรา สารพิษหลักที่พบในบ้านได้แก่ ฟอร์มาลดีไฮด์จากไม้อัดและเฟอร์นิเจอร์ เบนซีนจากพลาสติกและหมึกพิมพ์ ไตรคลอโรเอทธิลีนจากสีทาบ้าน และไซลีนจากแผ่นไม้แปรรูป การสัมผัสสารเหล่านี้เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดอาการปวดหัว เวียนศีรษะ ระคายเคืองตา และระบบทางเดินหายใจ การศึกษาของ NASA เปิดเผยความสามารถของพืช การศึกษาที่มีชื่อเสียงของ NASA ในปี 1989 พบว่าพืชในบ้านสามารถกำจัดสารพิษจากอากาศได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ปิดที่มีการหมุนเวียนอากาศน้อย การทดลองใช้ห้องปิดผนึกจากกระจกใสและปล่อยสารเคมีอันตรายเข้าไป จากนั้นวัดประสิทธิภาพการกำจัดของพืชภายใน 24 ชั่วโมง ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าพืชหลายชนิดสามารถลดความเข้มข้นของสารพิษได้มากถึง 90% โดยเฉพาะพืชสกุลฟิโลเดนดรอนที่แสดงประสิทธิภาพสูงในการกำจัดฟอร์มาลดีไฮด์และต้นแอลเวร่าที่มีประสิทธิภาพในการขจัดฟอร์มาลดีไฮด์ในความเข้มข้นต่ำ กลไกการทำงานของพืชในการกรองอากาศ พืชกรองอากาศผ่านกระบวนการที่เรียกว่า “ไฟโตรีมีดิเอชัน” ซึ่งทำงานผ่านหลายวิธี ได้แก่ การดูดซึม การเจือจาง การตกตะกอน และการกรอง ใบพืชดูดซึมโมเลกุลในอากาศผ่านปากใบ ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักในกระบวนการดูดซึมและกรอง สิ่งที่น่าสนใจคือ ระบบรากและดินหรือตัวกลางการปลูกมีบทบาทสำคัญในการดูดซับสารมลพิษมากกว่าตัวพืชเอง ชุมชนจุลินทรีย์รอบระบบรากช่วยดูดซับและย่อยสลายสารพิษ นอกจากนี้ พืชยังช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมต่อสุขภาพมนุษย์ ข้อจำกัดของการใช้พืชกรองอากาศ [...]

24/9/2568 • โดย Homeday
นายประสิทธิ์ เงินถาวรกุล ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาสินทรัพย์ภาคตะวันออก นางปฏิญญา เจนศิริศักดิ์ ผู้จัดการสำนักงานชลบุรี นางสาวพิมพ์ชนา ศรีสุขพัฒนาชัย ผู้จัดการสำนักงานระยอง นางสุมาลี พงษ์พานิช ผู้จัดการสำนักงานฉะเชิงเทรา นางสาวชฎาภรณ์ วงศ์ชีวะ ผู้จัดการกลุ่มประชาสัมพันธ์ พร้อมทั้งพนักงานบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ร่วมจัดพิธีมอบทุนการศึกษาประจำปี 2568 ในเขตพื้นที่สถานศึกษาภาคตะวันออกให้กับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาจำนวน 8 โรงเรียน โรงเรียนละ 5 ทุน รวม 40 ทุน ทุนละ 5,000 บาท และระดับอุดมศึกษา รวม 10 ทุน ทุนละ 20,000 บาท รวมมอบทุนการศึกษาทั้งสิ้น 50 ทุน เป็นเงิน 400,000 บาท ณ อาคารกองกิจการนิสิต ชั้น 2 มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี BAM จัดทำโครงการมอบทุนการศึกษาต่อเนื่องเป็นปีที่ [...]

29/3/2568 • โดย Homeday
การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่เพียงแค่การซื้อบ้านหรือที่ดิน แต่เป็นการวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีและความมั่นคงในระยะยาว แผนพัฒนาเมืองจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่นักลงทุนควรให้ความสนใจอย่างยิ่ง เพราะมันคือแผนที่นำทางสู่อนาคตของพื้นที่ ความสำคัญของแผนพัฒนาเมือง แผนพัฒนาเมืองเปรียบเสมือนกระจกสะท้อนอนาคตของการพัฒนาพื้นที่ ซึ่งมีความสำคัญต่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์มากกว่าที่คุณคิด นักลงทุนที่เข้าใจและวิเคราะห์แผนพัฒนาเมืองอย่างลึกซึ้งจะสามารถคาดการณ์และวางแผนการลงทุนได้อย่างแม่นยำ การคาดการณ์การเติบโตของพื้นที่ แผนพัฒนาเมืองจะเปิดเผยทิศทางการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังจะเกิดขึ้น นักลงทุนสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้คาดการณ์การเพิ่มมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต ตัวอย่างเช่น การวางแผนสร้างรถไฟฟ้าสายใหม่ หรือการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม ล้วนส่งผลโดยตรงต่อราคาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณนั้น การประเมินศักยภาพการลงทุน การศึกษาแผนพัฒนาเมืองช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินศักยภาพการลงทุนได้อย่างแม่นยำ คุณจะทราบถึงโอกาสการเติบโตของพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน และแนวโน้มการพัฒนาในอนาคต ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน แหล่งข้อมูลแผนพัฒนาเมือง หน่วยงานราชการ แหล่งข้อมูลหลักในการศึกษาแผนพัฒนาเมืองคือหน่วยงานราชการ อาทิ กรมโยธาธิการและผังเมือง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสำนักงานเขต หน่วยงานเหล่านี้จะมีแผนพัฒนาระยะยาวที่ครอบคลุมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การขยายตัวของเมือง และทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจ เอกสารผังเมือง เอกสารผังเมืองเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่แสดงรายละเอียดการใช้ประโยชน์ที่ดิน การวางระบบสาธารณูปโภค และแนวทางการพัฒนาพื้นที่ นักลงทุนควรศึกษาอย่างละเอียดเพื่อเข้าใจข้อจำกัดและโอกาสของการลงทุน ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา การเติบโตทางเศรษฐกิจ พิจารณาแผนการลงทุนของภาครัฐและเอกชน การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ และโครงการขนาดใหญ่ที่จะส่งผลต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ โครงสร้างพื้นฐาน ติดตามแผนการพัฒนาระบบคมนาคม ระบบสาธารณูปโภค เช่น ถนน รถไฟฟ้า ระบบประปา ไฟฟ้า และอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ แนวโน้มประชากร ศึกษาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร [...]

1/8/2568 • โดย Homeday
บริษัท ฮิวแมนิก้า จำกัด (มหาชน) หรือ HMC ผู้นำด้านโซลูชันการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล (HR Solutions) ร่วมมือกับ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TBS) สถาบันการศึกษาชั้นนำซึ่งเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการ เพื่อเชื่อมต่อองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีและการบริหารจัดการ สร้างมิติใหม่ในการพัฒนาบุคลากรในวงการสาธารณสุขไทย นายสุนทร เด่นธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮิวแมนิก้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมประสิทธิภาพและยกระดับการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย โดยผนึกกำลังกับสถาบันการศึกษาชั้นนำอย่างคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มีภารกิจหลักคือการผลักดันความร่วมมือภายใต้แนวคิด “Collaboration Forward” ผ่านการสร้างพันธมิตรกับองค์กรภายนอก เพื่อยกระดับองค์ความรู้และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในโลกธุรกิจ ดังนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าโซลูชันที่พัฒนาสามารถเข้าใจและก้าวข้ามข้อจำกัดได้อย่างตรงจุด การเสริมพันธมิตรในด้านเทคโนโลยีและขบวนการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล (HR Tech และ HR Process) เพื่อสร้างเครื่องมือและขบวนการทำงาน ที่จะช่วยให้บุคลากรสามารถก้าวข้ามความท้าทายเดิมๆ เช่น งานเอกสารที่ต้องทำด้วยมือ ทำให้ภาระงานที่มากเกินไป หรือความซับซ้อนในการบริหารจัดการ และสามารถทุ่มเทเวลาให้กับการดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่” เพื่อต่อยอดการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ไปสู่บุคลากรทางการแพทย์โดยตรง ในโอกาสเดียวกันนี้ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับองค์กรที่เป็นศูนย์กลางของบุคลากรแพทย์อย่าง ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของแพทย์ (ศ.น.พ.) [...]

9/4/2568 • โดย Homeday
บ้านที่ตั้งอยู่ใกล้สวนสาธารณะมักมีราคาสูงกว่าบ้านในละแวกเดียวกันที่อยู่ห่างจากพื้นที่สีเขียว ปรากฏการณ์นี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก แต่หลายคนอาจไม่เข้าใจว่าเหตุใดทำเลใกล้สวนสาธารณะจึงมีอิทธิพลต่อราคาบ้านมากเช่นนี้ บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจปัจจัยสำคัญที่ทำให้บ้านใกล้สวนสาธารณะมีราคาแพง รวมถึงข้อควรคำนึงในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยใกล้พื้นที่สีเขียว เพื่อให้ผู้ที่กำลังมองหาบ้านได้เข้าใจมูลค่าที่แท้จริงของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้ คุณภาพชีวิตที่เพิ่มขึ้น: ผลประโยชน์จากการอยู่ใกล้พื้นที่สีเขียว การเข้าถึงพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะสร้างคุณค่ามหาศาลต่อผู้อยู่อาศัย ทั้งในแง่ของสุขภาพกายและสุขภาพใจ การศึกษาจากหลายประเทศยืนยันว่าการอยู่ใกล้ธรรมชาติช่วยลดความเครียด ลดความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า และเพิ่มสุขภาวะทางจิตใจโดยรวม นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ที่อาศัยใกล้สวนสาธารณะมีแนวโน้มจะออกกำลังกายมากขึ้น มีอัตราการเป็นโรคอ้วนต่ำกว่า และมีอายุยืนยาวกว่าประชากรที่อาศัยในพื้นที่ซึ่งขาดแคลนพื้นที่สีเขียว อากาศบริสุทธิ์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ต้นไม้ในสวนสาธารณะทำหน้าที่เป็นกรองธรรมชาติ ดักจับฝุ่นละอองและมลพิษ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีปัญหามลภาวะทางอากาศ คุณภาพอากาศที่ดีส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพระบบทางเดินหายใจและระบบหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ พื้นที่สีเขียวยังช่วยลดอุณหภูมิโดยรอบได้ถึง 2-3 องศาเซลเซียส ช่วยบรรเทาปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island) ทำให้ประหยัดพลังงานในการใช้เครื่องปรับอากาศ สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก สวนสาธารณะเป็นพื้นที่ที่เด็กๆ สามารถวิ่งเล่น ออกกำลังกาย และเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติได้อย่างอิสระ การเล่นกลางแจ้งมีประโยชน์ต่อพัฒนาการของเด็กทั้งทางร่างกาย จิตใจ และทักษะทางสังคม สวนสาธารณะยังเป็นศูนย์กลางสำหรับกิจกรรมชุมชน เช่น งานเทศกาล การแสดงดนตรี หรือตลาดนัดท้องถิ่น สร้างความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและเพิ่มคุณภาพชีวิตทางสังคม ผลประโยชน์มากมายเหล่านี้ถูกแปลงเป็นมูลค่าที่จับต้องได้ในราคาบ้าน ผู้ซื้อพร้อมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อได้รับประโยชน์เหล่านี้ โดยการศึกษาจากหลายประเทศพบว่า บ้านที่อยู่ในรัศมี 500 เมตรจากสวนสาธารณะขนาดใหญ่มีราคาสูงกว่าบ้านที่คล้ายกันแต่อยู่ไกลกว่าประมาณ 8-20% ขึ้นอยู่กับพื้นที่และขนาดของสวน มูลค่าการลงทุนที่เติบโต: ทำไมอสังหาริมทรัพย์ใกล้สวนสาธารณะจึงเป็นที่ต้องการในตลาด ต้นทุนที่ดินในเขตเมืองมีจำกัดและมีมูลค่าสูง [...]

10/4/2568 • โดย Homeday
ข้อพิจารณาด้านคุณภาพชีวิตกับระยะห่างจากสนามบิน การอยู่อาศัยใกล้สนามบินนำมาซึ่งประเด็นคุณภาพชีวิตหลายประการที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบโดยตรงคือมลภาวะทางเสียง เครื่องบินขึ้น-ลงสร้างเสียงรบกวนที่มีระดับความดังสูงถึง 80-100 เดซิเบล โดยเฉพาะบริเวณที่อยู่ใต้เส้นทางการบิน เสียงที่ดังเกิน 70 เดซิเบลอย่างต่อเนื่องสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทั้งความเครียด นอนไม่หลับ และปัญหาการได้ยินในระยะยาว นอกจากมลภาวะทางเสียง คุณภาพอากาศก็เป็นอีกประเด็นสำคัญ สนามบินปล่อยมลพิษจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงอากาศยาน รวมถึงฝุ่นละอองจากการจราจรหนาแน่นบริเวณโดยรอบ การศึกษาพบว่าผู้อยู่อาศัยในรัศมี 5 กิโลเมตรจากสนามบินขนาดใหญ่มีความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจสูงกว่าพื้นที่อื่น แต่ในทางกลับกัน การอยู่ห่างจากสนามบินมากเกินไปก็มีผลต่อความสะดวกสบายในการเดินทาง ผู้ที่ต้องเดินทางบ่อยอาจต้องเผื่อเวลาเดินทางไปสนามบินมากขึ้น เสี่ยงต่อการพลาดเที่ยวบินในช่วงการจราจรหนาแน่น และมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่สูงขึ้น การพิจารณาสมดุลระหว่างระยะห่างที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญด้านที่อยู่อาศัยแนะนำว่า ระยะห่างประมาณ 10-15 กิโลเมตรจากสนามบินเป็นจุดที่สมดุลระหว่างการได้รับผลกระทบจากมลภาวะและความสะดวกในการเข้าถึง โดยผู้ซื้อควรสำรวจพื้นที่ในช่วงเวลาต่างๆ เพื่อประเมินระดับเสียงและมลภาวะที่แท้จริงก่อนตัดสินใจ ผลกระทบด้านมูลค่าอสังหาริมทรัพย์และการลงทุน การอยู่ใกล้หรือไกลสนามบินส่งผลโดยตรงต่อราคาและศักยภาพการเติบโตของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ โดยทั่วไป บ้านที่อยู่ในรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตรจากสนามบินมักมีราคาต่ำกว่าพื้นที่ใกล้เคียงที่มีลักษณะคล้ายกันแต่อยู่ห่างจากสนามบินมากกว่า ความแตกต่างด้านราคานี้อาจสูงถึง 15-20% ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของผลกระทบด้านเสียงและมลภาวะ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าอสังหาริมทรัพย์ใกล้สนามบินจะไม่เป็นการลงทุนที่ดี เนื่องจากมีปัจจัยอื่นที่ต้องพิจารณาประกอบ เช่น แผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต การเติบโตของพื้นที่พาณิชยกรรมโดยรอบ และมาตรการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของสนามบิน ในมุมของการลงทุน พื้นที่ในรัศมี 5-10 กิโลเมตรจากสนามบินที่ไม่อยู่ใต้เส้นทางการบินโดยตรง มักมีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยเฉพาะหากมีการวางแผนพัฒนาระบบขนส่งมวลชนเชื่อมต่อกับสนามบิน ทำให้เกิดย่านธุรกิจและที่อยู่อาศัยใหม่ [...]

21/5/2568 • โดย Homeday
ดอกไม้นอกจากจะมีความสวยงามให้ชื่นชมแล้ว หลายชนิดยังสามารถนำมาต้มเป็นเครื่องดื่มที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายได้อีกด้วย บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับดอกไม้ 5 ชนิดที่สามารถปลูกในสวนบ้านและนำมาทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้ ทั้งวิธีปลูก สรรพคุณที่น่าทึ่ง และวิธีทำเครื่องดื่มอย่างง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้าน เก๊กฮวยมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง? เก๊กฮวยหรือที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Chrysanthemum indicum L. จัดอยู่ในวงศ์ Compositae อยู่ในตระกูลเดียวกับดอกเบญจมาศ ลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีดอกสีเหลืองหรือสีขาว ซึ่งถูกนำมาใช้ในการทำเครื่องดื่มสมุนไพรมายาวนานกว่า 2,000 ปีในประเทศจีน น้ำเก๊กฮวยเป็นเครื่องดื่มที่มีสีเหลืองอ่อนๆ กลิ่นหอมละมุน รสชาติเบาๆ ไม่เปรี้ยว ไม่ขม และไม่ฝาด ทำให้เหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ชื่นชอบเครื่องดื่มที่ดื่มง่ายไม่จัดจ้าน สรรพคุณของน้ำเก๊กฮวยที่คุณอาจยังไม่เคยรู้ มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ น้ำเก๊กฮวยอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต่อต้านความเสียหายของเซลล์และลดความเสี่ยงของการเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ บำรุงสุขภาพดวงตา การดื่มน้ำเก๊กฮวยเป็นประจำช่วยให้ร่างกายได้รับสารประกอบลูทีนและซีแซนทีน ที่ช่วยบำรุงสุขภาพดวงตาและลดความเสี่ยงของจอประสาทตาเสื่อม มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในน้ำเก๊กฮวย ช่วยลดการอักเสบในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเครียด น้ำเก๊กฮวยมีสารที่ทำหน้าที่เป็นยาระงับประสาทตามธรรมชาติอ่อนๆ กลิ่นหอมช่วยส่งเสริมความผ่อนคลายและบรรเทาความเครียดได้ ช่วยระบบย่อยอาหาร ช่วยบรรเทาอาการไม่สบายของระบบทางเดินอาหารและช่วยแก้อาหารไม่ย่อย ดีต่อสุขภาพผิว สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำเก๊กฮวยช่วยรักษาสุขภาพผิวและลดริ้วรอยก่อนวัย บำรุงสุขภาพกระดูก น้ำเก๊กฮวยมีแร่ธาตุที่ดีต่อกระดูก ช่วยลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน มีฤทธิ์บรรเทาอาการปวดและลดไข้ การศึกษาพบว่าเก๊กฮวยมีคุณสมบัติในการบรรเทาอาการปวดและลดไข้ได้อย่างอ่อนโยน วิธีปลูกเก๊กฮวยให้งอกงามมีดอกสวย เก๊กฮวยสามารถขยายพันธุ์ได้หลายวิธี ทั้งการเพาะเมล็ด [...]

6/1/2569 • โดย Homeday
กรุงเทพฯ – มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง (Huazhong University of Science and Technology หรือ HUST) เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางการศึกษาระหว่างจีนและไทย ด้วยการจัดนิทรรศการภาพถ่ายสุดพิเศษ “Sino-Thai Youth Photography Exhibition” หรือ “นิทรรศการภาพถ่ายเยาวชนจีน – ไทย” เพื่อต่อยอดความสำเร็จของความร่วมมือและเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย ภายในงานจะนำเสนอผลงานภาพถ่ายสุดพิเศษด้วยกล้องสมาร์ทโฟน VIVO จากมุมมองของนักศึกษาไทยที่เข้าร่วมโครงการ ODOS Summer Camp หรือ โครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ “ค่ายแห่งโอกาสภาคฤดูร้อนในระดับนานาชาติ” ซึ่งบันทึกประสบการณ์การเรียนรู้ตลอด 6 สัปดาห์ ณ มหาวิทยาลัย HUST โดยจัดแสดงระหว่างวันที่ 9-18 มกราคม 2025 ที่ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น 7 ไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร ศาสตราจารย์ ดร.จาง ย่งฮุย รองอธิการบดีฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง [...]

12/12/2568 • โดย Homeday
ปทุมธานี 12 ธันวาคม 2568 – บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก แม็คโคร-โลตัส นำผู้บริหาร และพนักงาน พร้อมด้วย คุณ จอง วุง มูน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ล็อก แอนด์ ล็อก (ประเทศไทย) จำกัด และ คุณกนกวรรณ การุญ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต1 จัดกิจกรรม “โรงเรียนไร้ขยะ มอบกระบอกน้ำรักษ์โลก ลดการใช้ขวดพลาสติก” เพื่อสร้างนิสัยลดใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง และปลูกฝังเยาวชนให้เห็นความสำคัญของการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยนำร่องมอบกระบอกน้ำรักษ์โลก LocknLock (Tumble Eco Friendly) ให้เด็กนักเรียนที่ โรงเรียนวัดบ้านพร้าวใน จังหวัดปทุมธานี สำหรับกิจกรรม “โรงเรียนไร้ขยะ มอบกระบอกน้ำรักษ์โลก ลดการใช้ขวดพลาสติก” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste” [...]

9/4/2568 • โดย Homeday
การเลือกซื้อบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณา หนึ่งในนั้นคือระยะห่างระหว่างบ้าน ประเด็นที่มักถูกมองข้ามแต่กลับส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ ระยะห่างระหว่างบ้านมิได้เป็นเพียงตัวเลขทางกฎหมายหรือเรื่องของการออกแบบเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย สุขภาพกายและใจ รวมถึงความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านอีกด้วย บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของระยะห่างระหว่างบ้าน ผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต และปัจจัยที่ควรพิจารณาเมื่อต้องตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัย เพื่อให้ได้บ้านที่ไม่เพียงแต่สวยงามแต่ยังเหมาะสมกับการอยู่อาศัยในระยะยาว ระยะห่างระหว่างบ้านกับความเป็นส่วนตัวและคุณภาพชีวิต ระยะห่างระหว่างบ้านเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย ในสังคมเมืองที่มีความหนาแน่นสูง พื้นที่ส่วนตัวกลายเป็นสิ่งที่มีค่ามากขึ้นเรื่อยๆ บ้านที่มีระยะห่างที่เหมาะสมจะช่วยลดโอกาสที่จะได้ยินเสียงรบกวนจากเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเสียงพูดคุย เสียงเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือเสียงกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเสียงรบกวนเหล่านี้อาจนำไปสู่ความเครียดและความไม่พอใจในระยะยาว นอกจากเรื่องเสียงแล้ว ระยะห่างที่เพียงพอยังช่วยป้องกันการมองเห็นจากภายนอก ทำให้รู้สึกปลอดภัยและเป็นส่วนตัวมากขึ้นเมื่ออยู่ในบ้าน ลองนึกภาพว่าคุณกำลังพักผ่อนในสวนหลังบ้าน แต่รู้สึกอึดอัดเพราะมีคนสามารถมองเห็นทุกการเคลื่อนไหวได้จากบ้านข้างๆ หรือกำลังพักผ่อนในห้องนั่งเล่นแต่ต้องคอยระวังการแต่งตัวเพราะหน้าต่างอยู่ตรงกับบ้านตรงข้าม สถานการณ์เหล่านี้จะลดทอนความรู้สึกสบายใจในการใช้ชีวิตภายในบ้านของตนเอง การศึกษาทางจิตวิทยาหลายชิ้นยังพบว่า การมีพื้นที่ส่วนตัวที่เพียงพอส่งผลดีต่อสุขภาพจิต ช่วยลดความเครียด และเพิ่มความรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่ บ้านที่มีระยะห่างที่ดีจะให้ความรู้สึกปลอดภัยและเป็น “ที่หลบภัย” ที่แท้จริงจากโลกภายนอก ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในยุคที่ชีวิตมีความเร่งรีบและการทำงานมักเต็มไปด้วยความกดดัน ในด้านสุขภาพกาย ระยะห่างระหว่างบ้านยังส่งผลต่อการไหลเวียนของอากาศ แสงธรรมชาติ และสภาพแวดล้อมโดยรวม บ้านที่อยู่ใกล้กันเกินไปอาจทำให้มีปัญหาเรื่องอากาศไม่ถ่ายเท ชื้น และทึบ ขาดแสงธรรมชาติที่เพียงพอ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้ เช่น ปัญหาระบบทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ หรือแม้แต่ผลกระทบต่อสุขภาพจิตจากการขาดแสงแดดที่เพียงพอ ผลกระทบต่อความปลอดภัยและความสัมพันธ์กับชุมชน ระยะห่างระหว่างบ้านไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความเป็นส่วนตัว แต่ยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ บ้านที่มีระยะห่างที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัยลุกลามจากบ้านข้างเคียง ในกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ [...]

9/4/2568 • โดย Homeday
ความสูงของเพดานบ้านเป็นหนึ่งในรายละเอียดที่ผู้ซื้อบ้านมักมองข้าม ทั้งที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว บ้านที่มีเพดานสูงเหมาะสมไม่เพียงสร้างความรู้สึกโปร่งโล่งเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการระบายอากาศ การประหยัดพลังงาน และมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต บทความนี้จะอธิบายถึงความสำคัญของความสูงเพดานที่ผู้ซื้อบ้านควรพิจารณา ผลกระทบต่อการอยู่อาศัย และข้อควรรู้เพื่อการตัดสินใจซื้อบ้านอย่างชาญฉลาด ความสูงของเพดานกับผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ความสูงของเพดานเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความรู้สึกเมื่ออยู่อาศัยภายในบ้าน บ้านที่มีเพดานสูงประมาณ 2.8-3 เมตรขึ้นไป จะช่วยสร้างความรู้สึกโปร่งโล่ง ไม่อึดอัด ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม บ้านที่มีเพดานต่ำกว่า 2.4 เมตร มักทำให้รู้สึกอึดอัด กดดัน และอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตในระยะยาว นอกจากนี้ ความสูงของเพดานยังส่งผลต่อการระบายอากาศภายในบ้าน เพดานที่สูงช่วยให้อากาศหมุนเวียนได้ดีขึ้น อากาศร้อนจะลอยตัวขึ้นสู่เพดาน ทำให้บริเวณที่คนอยู่อาศัยเย็นสบายมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่มีอากาศร้อนอย่างประเทศไทย การมีเพดานสูงจึงช่วยลดการใช้เครื่องปรับอากาศและประหยัดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ การศึกษาจากนักจิตวิทยาสิ่งแวดล้อมพบว่า ความสูงของเพดานยังส่งผลต่อกระบวนการคิดของผู้อยู่อาศัย เพดานสูงมักกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และการคิดแบบอิสระ ในขณะที่เพดานต่ำอาจช่วยให้มีสมาธิจดจ่อกับงานที่ต้องการความละเอียดมากขึ้น ดังนั้น ห้องที่มีเพดานสูงจึงเหมาะกับพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก ส่วนเพดานที่ต่ำลงมาอาจเหมาะกับห้องนอนหรือห้องทำงานที่ต้องการสมาธิ ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเพดานบ้านมีความสูงไม่เหมาะสม ปัญหาด้านอุณหภูมิและการประหยัดพลังงาน เพดานที่สูงเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาในการควบคุมอุณหภูมิภายในบ้าน โดยเฉพาะในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากอากาศเย็นจะตกลงสู่พื้น ในขณะที่อากาศร้อนจะลอยตัวขึ้นสู่เพดาน ทำให้ต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการทำความเย็น การติดตั้งพัดลมเพดานจึงเป็นสิ่งจำเป็นในบ้านที่มีเพดานสูง เพื่อช่วยให้อากาศหมุนเวียนและกระจายความเย็นได้ทั่วถึง ในทางกลับกัน บ้านที่มีเพดานต่ำเกินไปอาจมีข้อดีในแง่ของการประหยัดพลังงานจากเครื่องปรับอากาศ แต่จะประสบปัญหาเรื่องการระบายอากาศและการสะสมของความร้อน โดยเฉพาะในชั้นบนสุดของอาคารที่รับความร้อนจากหลังคาโดยตรง ทำให้ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลาเพื่อให้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม การคำนวณค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาวเป็นสิ่งสำคัญ [...]

26/4/2568 • โดย Homeday
การมีบ้านเป็นของตัวเองเป็นความฝันของคนจำนวนมาก แต่การผ่อนบ้านมักกินระยะเวลายาวนานถึง 20-30 ปี ส่งผลให้เสียดอกเบี้ยมหาศาล บทความนี้จะมาแนะนำวิธีผ่อนบ้านให้หมดเร็วกว่ากำหนด เพื่อประหยัดดอกเบี้ยและสร้างอิสรภาพทางการเงินได้เร็วขึ้น พร้อมทั้งคำแนะนำในการวางแผนการเงินอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจผ่อนบ้าน เพื่อให้คุณสามารถบริหารจัดการหนี้บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่เป็นภาระมากเกินไป ทำไมการผ่อนบ้านให้หมดเร็วจึงสำคัญต่อสุขภาพทางการเงิน? การผ่อนบ้านให้หมดเร็วกว่ากำหนดนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพทางการเงินในระยะยาว เนื่องจากสามารถช่วยลดภาระดอกเบี้ยจำนวนมหาศาลที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญาเงินกู้ ยิ่งผ่อนนานเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งเสียดอกเบี้ยมากขึ้นเท่านั้น ตัวอย่างเช่น หากคุณกู้เงิน 3 ล้านบาท ผ่อน 30 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 4% ต่อปี คุณจะต้องจ่ายดอกเบี้ยรวมกว่า 2.1 ล้านบาทตลอดอายุสัญญา แต่หากคุณสามารถผ่อนให้หมดใน 15 ปี ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายจะลดลงเหลือเพียง 1 ล้านบาทเท่านั้น นอกจากนี้ การปลดภาระหนี้บ้านเร็วขึ้นยังช่วยให้คุณมีความยืดหยุ่นทางการเงินมากขึ้น ทำให้สามารถนำเงินก้อนนั้นไปลงทุนหรือเก็บออมเพื่ออนาคตได้ อีกทั้งยังช่วยลดความเครียดจากการมีหนี้สินระยะยาว และเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวน อัตราดอกเบี้ยอาจปรับตัวสูงขึ้นได้ตลอดเวลา การมีภาระหนี้น้อยลงจึงช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินได้อย่างมาก การวางแผนการเงินเพื่อปิดหนี้บ้านเร็วขึ้นจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้คุณมีอิสรภาพทางการเงินได้เร็วกว่าที่คิด และจะทำให้คุณมีเงินเหลือเพื่อทำตามเป้าหมายทางการเงินอื่นๆ ในอนาคต เช่น การเกษียณอายุ การศึกษาของบุตร หรือการลงทุนเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนตัดสินใจผ่อนบ้าน? ก่อนตัดสินใจผ่อนบ้าน สิ่งสำคัญที่สุดคือการประเมินสถานะทางการเงินของตัวเองอย่างรอบคอบ คุณควรเริ่มจากการสำรวจรายรับรายจ่ายให้ชัดเจน ตามหลักการวางแผนการเงินที่ดี ภาระหนี้ทั้งหมดไม่ควรเกิน 40% [...]