Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap

จะทำอย่างไรเมื่อต้องเปลี่ยนโต๊ะอาหารให้เป็นโต๊ะทำงานที่บ้านอย่างถูกหลักสรีรศาสตร์?

Homeday
14 พฤษภาคม 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 14/5/2568

จะทำอย่างไรเมื่อต้องเปลี่ยนโต๊ะอาหารให้เป็นโต๊ะทำงานที่บ้านอย่างถูกหลักสรีรศาสตร์?
มหกรรมบ้านและคอนโด
การทำงานที่บ้านกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของหลายคน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับจัดมุมทำงานโดยเฉพาะ ทำให้หลายคนต้องปรับใช้พื้นที่อเนกประสงค์อย่างโต๊ะอาหารมาเป็นโต๊ะทำงานชั่วคราว แม้ว่าการนั่งที่โต๊ะอาหารในช่วงเวลาสั้นๆ อาจไม่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ แต่หากต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน การไม่ใส่ใจเรื่องการจัดท่านั่งและปรับพื้นที่ให้เหมาะสม อาจส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวได้ บทความนี้จะอธิบายถึงวิธีการปรับโต๊ะอาหารให้เป็นโต๊ะทำงานที่ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้ทำงานที่บ้าน
Article Image

ทำไมการนั่งทำงานที่โต๊ะอาหารถึงเป็นปัญหา?

ปัญหาหลักของการใช้โต๊ะอาหารเป็นโต๊ะทำงานไม่ได้อยู่ที่โต๊ะ แต่อยู่ที่ความไม่สอดคล้องกันระหว่างระดับความสูงของโต๊ะกับเก้าอี้ที่ออกแบบมาเพื่อการรับประทานอาหาร ไม่ใช่เพื่อการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน แม้ว่าโต๊ะอาหารจะมีความสูงใกล้เคียงกับโต๊ะทำงานทั่วไป (ประมาณ 29-30 นิ้ว) แต่เก้าอี้รับประทานอาหารมักจะเตี้ยเกินไปสำหรับการวางแขนในมุม 90 องศาเพื่อพิมพ์งานและใช้เมาส์
การศึกษาพบว่าการนั่งทำงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่ได้ออกแบบตามหลักการยศาสตร์ (ergonomics) เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการปวดหลัง ปวดคอ ท่าทางไม่ถูกต้อง อัตราการเผาผลาญต่ำ การทำงานของระบบหายใจผิดปกติ และความเครียด ยิ่งไปกว่านั้น การวางจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะอาหารโดยตรงทำให้ต้องก้มหรือแหงนคอเพื่อมองหน้าจอ ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดคอและบ่าเรื้อรังได้
นอกจากนี้ เก้าอี้รับประทานอาหารส่วนใหญ่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการนั่งเป็นเวลานาน ขาดการรองรับหลังและเอวที่เพียงพอ ทำให้เมื่อนั่งนานๆ จะเกิดความไม่สบายและมีแนวโน้มที่จะนั่งในท่าที่ไม่ถูกต้อง
Article Image

อุปกรณ์เสริมที่จำเป็นสำหรับปรับโต๊ะอาหารเป็นโต๊ะทำงาน

การแปลงโต๊ะอาหารให้เป็นพื้นที่ทำงานที่เหมาะสมต้องอาศัยอุปกรณ์เสริมหลายอย่าง เพื่อช่วยปรับระดับและสร้างความสบายในการทำงาน อุปกรณ์เหล่านี้ช่วยให้ร่างกายอยู่ในท่าที่ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์ ลดความเครียดของกล้ามเนื้อ และช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพในระยะยาว ดังนี้:

เบาะรองนั่ง

เบาะรองนั่งเป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วในการเพิ่มความสูงของที่นั่ง คุณอาจต้องใช้ 1-2 เบาะ ขึ้นอยู่กับความสูงที่ต้องการ เพื่อให้แขนอยู่ในระดับที่สามารถวางบนโต๊ะได้สบายในมุม 90 องศา และเท้ายังวางราบกับพื้นได้อย่างสบาย หากเบาะทำให้เท้าลอยจากพื้น ให้พิจารณาใช้ที่วางเท้าร่วมด้วย เบาะรองนั่งที่มีความหนาประมาณ 2-3 นิ้วจะช่วยปรับระดับความสูงได้อย่างเหมาะสม

หมอนรองหลังหรือเอว

เก้าอี้รับประทานอาหารส่วนใหญ่ไม่ได้ออกแบบให้มีการรองรับหลังส่วนล่าง (lumbar support) ที่เพียงพอ การใช้หมอนรองหลังหรือผ้าขนหนูม้วนวางที่บริเวณเอวจะช่วยรักษาความโค้งตามธรรมชาติของกระดูกสันหลัง ลดความเครียดของกล้ามเนื้อหลัง และช่วยป้องกันอาการปวดหลังเมื่อนั่งเป็นเวลานาน หมอนรองควรวางในตำแหน่งที่รองรับส่วนโค้งของกระดูกสันหลังส่วนล่าง ไม่ใช่บริเวณก้นหรือไหล่

ที่วางเท้าหรือเก้าอี้วางเท้า

เมื่อปรับความสูงของที่นั่งแล้ว หากเท้าไม่สามารถวางราบกับพื้นได้สบาย จำเป็นต้องมีที่วางเท้า เพื่อให้ขาอยู่ในมุมที่เหมาะสม (งอประมาณ 90 องศา) และลดแรงกดที่ด้านหลังขาและเส้นเลือด ที่วางเท้าอาจเป็นกล่อง หนังสือหนาๆ หรืออุปกรณ์วางเท้าที่มีจำหน่ายโดยเฉพาะ ที่วางเท้าที่ดีควรมีพื้นผิวที่ไม่ลื่น และสามารถปรับมุมได้เพื่อให้เหมาะกับความสูงและความสบายของผู้ใช้

แท่นวางแล็ปท็อป หรือ ที่ยกจอมอนิเตอร์

การวางแล็ปท็อปบนโต๊ะโดยตรงทำให้ต้องก้มคอเพื่อมองหน้าจอ ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดคอและบ่า แท่นวางแล็ปท็อปหรือที่ยกจอมอนิเตอร์จะช่วยปรับระดับความสูงของจอให้ส่วนบนของจออยู่ระดับสายตาหรือต่ำกว่าเล็กน้อย ทำให้คอและศีรษะอยู่ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ ลดความตึงของกล้ามเนื้อคอและบ่า มีแท่นวางแล็ปท็อปให้เลือกหลากหลายรูปแบบ บางรุ่นมีฟีเจอร์พิเศษเช่น สามารถปรับมุมได้ มีพอร์ตเชื่อมต่อ USB และช่องวางโทรศัพท์มือถือ

คีย์บอร์ดและเมาส์ภายนอก

การใช้แล็ปท็อปอย่างเดียวโดยไม่มีคีย์บอร์ดและเมาส์ภายนอก จะทำให้มือและข้อมืออยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม คีย์บอร์ดและเมาส์ภายนอกจะช่วยให้สามารถวางแขนในมุม 90 องศาที่เหมาะสม ในขณะที่จอยังอยู่ในระดับสายตา ควรวางคีย์บอร์ดและเมาส์ให้ชิดขอบโต๊ะ เพื่อให้แขนและไหล่ผ่อนคลาย ไม่ต้องเอื้อมไกล

โคมไฟตั้งโต๊ะ

แสงสว่างในห้องครัวหรือพื้นที่รับประทานอาหารอาจไม่เพียงพอสำหรับการทำงาน หรืออาจอยู่ในตำแหน่งที่ทำให้เกิดเงาหรือแสงสะท้อนบนหน้าจอ การใช้โคมไฟตั้งโต๊ะเพิ่มเติมจะช่วยให้มีแสงสว่างที่เพียงพอและเหมาะสม ช่วยลดความเมื่อยล้าของดวงตา โคมไฟที่ดีควรสามารถปรับทิศทางได้ และให้แสงที่ไม่จ้าหรือกระพริบ

วิธีจัดพื้นที่ทำงานให้แยกจากพื้นที่ใช้ชีวิต

การทำงานที่บ้านโดยเฉพาะในพื้นที่อเนกประสงค์อย่างโต๊ะอาหาร อาจทำให้เกิดความรู้สึกว่า “ทำงานไม่จบไม่สิ้น” เพราะขาดการแบ่งแยกที่ชัดเจนระหว่างพื้นที่ทำงานและพื้นที่ใช้ชีวิต นี่คือวิธีการจัดการพื้นที่เพื่อสร้างขอบเขตที่ชัดเจน:

สร้างพื้นที่ทำงานเฉพาะ

แม้ว่าจะใช้โต๊ะอาหารเป็นโต๊ะทำงาน แต่ควรกำหนดพื้นที่เฉพาะสำหรับการทำงาน อาจเป็นมุมใดมุมหนึ่งของโต๊ะที่จัดไว้สำหรับวางอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเอกสารการทำงานโดยเฉพาะ การมีพื้นที่ทำงานที่แน่นอนจะช่วยให้สมองสลับโหมดระหว่าง “เวลาทำงาน” และ “เวลาพักผ่อน” ได้ง่ายขึ้น

ใช้ตะกร้าหรือกล่องเก็บอุปกรณ์ทำงาน

เตรียมตะกร้าหรือกล่องเก็บอุปกรณ์ทำงานที่สามารถย้ายออกได้ง่ายเมื่อถึงเวลาใช้โต๊ะสำหรับรับประทานอาหาร การจัดเก็บที่เป็นระเบียบจะช่วยให้การเปลี่ยนโหมดจากพื้นที่ทำงานเป็นพื้นที่รับประทานอาหารเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่ยุ่งยาก ควรเลือกกล่องหรือตะกร้าที่มีหูหิ้วหรือล้อเลื่อนเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้าย

กำหนดตารางเวลาที่ชัดเจน

สร้างและรักษาตารางเวลาทำงานประจำวันให้ชัดเจน เริ่มต้นและจบการทำงานในเวลาเดียวกันทุกวัน การมีตารางเวลาที่แน่นอนจะช่วยให้ร่างกายและจิตใจปรับตัวได้ดีขึ้น และรู้สึกถึงการแบ่งแยกระหว่างช่วงเวลาทำงานและเวลาส่วนตัว เมื่อถึงเวลาเลิกงาน ให้เก็บอุปกรณ์ทำงานทั้งหมดใส่กล่องหรือตะกร้า เพื่อเป็นสัญญาณบอกตัวเองว่าหมดเวลาทำงานแล้ว

แต่งตัวให้พร้อมทำงาน

การเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดนอนหรือชุดอยู่บ้านเป็นชุดทำงาน (แม้จะเป็นชุดลำลองก็ตาม) จะช่วยสร้างความรู้สึกเปลี่ยนโหมดจากการพักผ่อนเป็นการทำงาน และเมื่อเลิกงาน การเปลี่ยนกลับเป็นชุดอยู่บ้านก็จะช่วยให้รู้สึกถึงการจบวันทำงานได้อย่างชัดเจน เทคนิคง่ายๆ นี้ช่วยสร้างขอบเขตทางจิตใจระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว
Article Image

ข้อดีและข้อเสียของการใช้โต๊ะอาหารเป็นโต๊ะทำงาน

การใช้โต๊ะอาหารเป็นโต๊ะทำงานมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณา:

ข้อดี

1. พื้นที่กว้างขวาง: โต๊ะอาหารมักมีพื้นที่ผิวมากกว่าโต๊ะทำงานทั่วไป ทำให้มีที่วางเอกสาร อุปกรณ์การทำงาน และของใช้จำเป็นอื่นๆ ได้มากกว่า 2. ความยืดหยุ่น: สามารถปรับเปลี่ยนกลับไปใช้เป็นโต๊ะอาหารได้ง่ายเมื่อจำเป็น ทำให้ใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าในบ้านขนาดเล็ก 3. ประหยัดค่าใช้จ่าย: ไม่ต้องลงทุนซื้อโต๊ะทำงานใหม่ เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานที่บ้านเป็นครั้งคราวหรือมีงบประมาณจำกัด 4. เปลี่ยนบรรยากาศ: การทำงานในพื้นที่ที่ต่างไปจากโต๊ะทำงานปกติอาจช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และลดความเบื่อหน่าย

ข้อเสีย

1. ไม่เหมาะกับการยศาสตร์: โต๊ะอาหารและเก้าอี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการทำงานเป็นเวลานาน ต้องใช้อุปกรณ์เสริมหลายอย่างเพื่อปรับให้ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์ 2. การเก็บอุปกรณ์: ต้องเก็บและจัดเตรียมอุปกรณ์ทำงานทุกครั้งที่ต้องเปลี่ยนกลับไปใช้เป็นโต๊ะอาหาร ซึ่งอาจเป็นเรื่องยุ่งยาก 3. ความสับสนของสมอง: การใช้พื้นที่เดียวกันสำหรับกิจกรรมที่แตกต่างกัน อาจทำให้สมองสับสนและยากต่อการแยกแยะระหว่างเวลาทำงานและเวลาพักผ่อน 4. สิ่งรบกวนและการเสียสมาธิ: พื้นที่รับประทานอาหารมักเป็นพื้นที่ส่วนกลางของบ้าน ซึ่งอาจมีคนเดินผ่านไปมาหรือมีเสียงรบกวนมากกว่าห้องทำงานส่วนตัว
Article Image

เทคนิคการรักษาสุขภาพเมื่อต้องทำงานที่โต๊ะอาหาร

นอกจากการจัดสถานที่และอุปกรณ์ให้เหมาะสมแล้ว ยังมีเทคนิคที่ช่วยรักษาสุขภาพเมื่อต้องทำงานที่โต๊ะอาหารเป็นเวลานาน:

เปลี่ยนท่านั่งและลุกเดินบ่อยๆ

ไม่ควรนั่งในท่าเดียวนานเกินไป ควรเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ ลุกเดินประมาณ 5-10 นาทีทุกชั่วโมง การเคลื่อนไหวร่างกายสม่ำเสมอช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือด และลดความตึงของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มความสดชื่นและสมาธิในการทำงานอีกด้วย

บริหารร่างกายระหว่างวัน

ทำการยืดเหยียดกล้ามเนื้อง่ายๆ ที่โต๊ะทำงาน เช่น การยืดคอ หมุนไหล่ กระดิกข้อมือ และยืดขาเป็นระยะๆ การบริหารร่างกายสั้นๆ ทุก 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงจะช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อและป้องกันอาการปวดเมื่อย

ดูแลสุขภาพดวงตา

ปฏิบัติตามกฎ 20-20-20 คือทุกๆ 20 นาที ให้มองไกลออกไปที่ระยะ 20 ฟุต (ประมาณ 6 เมตร) เป็นเวลา 20 วินาที เพื่อลดความเมื่อยล้าของดวงตา ปรับความสว่างของหน้าจอให้เหมาะสมกับแสงในห้อง และพิจารณาใช้แว่นกรองแสงสีฟ้าหากต้องจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน

ดื่มน้ำและรับประทานอาหารให้เป็นเวลา

จัดวางขวดน้ำไว้ใกล้ตัวเพื่อเตือนให้ดื่มน้ำสม่ำเสมอ และควรแยกเวลารับประทานอาหารออกจากเวลาทำงานอย่างชัดเจน การรับประทานอาหารที่โต๊ะทำงานอาจทำให้รับประทานอาหารเร็วเกินไป ไม่เคี้ยวอาหารให้ละเอียด และไม่รู้สึกถึงความอิ่ม ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาระบบย่อยอาหารได้

สรุป

การปรับเปลี่ยนโต๊ะอาหารให้เป็นโต๊ะทำงานที่ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์เป็นสิ่งที่ทำได้ ด้วยการเพิ่มอุปกรณ์เสริมที่เหมาะสม เช่น เบาะรองนั่ง หมอนรองหลัง ที่วางเท้า และแท่นวางแล็ปท็อป นอกจากนี้ การจัดพื้นที่ทำงานให้เป็นสัดส่วน การสร้างขอบเขตที่ชัดเจนระหว่างเวลาทำงานและเวลาส่วนตัว และการดูแลสุขภาพร่างกายระหว่างวัน ล้วนมีความสำคัญเมื่อต้องใช้โต๊ะอาหารเป็นโต๊ะทำงานที่บ้าน แม้ว่าโต๊ะอาหารจะไม่ใช่ทางเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับการทำงานในระยะยาว แต่ด้วยการปรับแต่งอย่างเหมาะสม ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานที่บ้านได้
#สาระ #ทำงานที่บ้าน #โต๊ะอาหาร #การยศาสตร์ #โฮมออฟฟิศ #สุขภาพการทำงาน #ท่านั่งทำงาน #แท่นวางแล็ปท็อป #work-life-balance
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#work-life-balance
#แท่นวางแล็ปท็อป
#โฮมออฟฟิศ
#ท่านั่งทำงาน
#Mehome
#แต่งบ้าน
#ทำงานที่บ้าน
#มีบ้านต้องมีโฮม
#การยศาสตร์
#สุขภาพการทำงาน
#โต๊ะอาหาร
#สาระ

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE
HOMEDAY
ทั่วไป
HOMEDAY
Homeday AgentHomeday Agent
Hausty
Homeday AgentHomeday Agent

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

โครงการแนะนำ

ดูทั้งหมด
นิว คอนเน็กซ์ บิซ ดอนเมือง (Nue Connex Bizz Don Mueang)
shophouse
โครงการพร้อมอยู่

นิว คอนเน็กซ์ บิซ ดอนเมือง (Nue Connex Bizz Don Mueang)

โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์
โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์
เขตดอนเมือง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ นิว คอนเน็กซ์ บิซ ดอนเมือง (Nue Connex Bizz Don Mueang) เป็นโครงการอาคารพาณิชย์ (Shophouse) ระดับพรีเมียม ความสูง 4.5 ชั้น พร้อมลิฟต์ส่วนตัวทุกหลัง จาก โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ (Noble Development) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่ 2 ฝั่ง ทั้งถนนวิภาวดีรังสิตและถนนพหลโยธิน ภายใต้แนวคิดที่ตอบโจทย์ทั้งการทำธุรกิจและการอยู่อาศัย (Business & Living) โดดเด่นด้วยการออกแบบที่รองรับวิถีชีวิตของนักลงทุนและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่ยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนเป็นโฮมออฟฟิศ คลินิก หรือร้านค้าได้อย่างลงตัว พร้อมเชื่อมต่อทุกการเดินทางสู่ใจกลางเมืองและสนามบินดอนเมือง ตัวโครงการชูจุดเด่นด้านการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่และฟังก์ชันที่ใช้งานได้จริง (Smart Functional Design) หน้ากว้างขวาง พื้นที่ใช้สอย 235 ตร.ม. ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การมีลิฟต์ส่วนตัวภายในอาคารทุกยูนิต ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานและรองรับลูกค้าหรือผู้สูงอายุได้อย่างเต็มที่ พร้อมพื้นที่จอดรถหน้าโครงการที่เพียงพอ คัดสรรวัสดุตกแต่งระดับพรีเมียม ทุกยูนิตถูกคิดมาเพื่อสนับสนุนทุกความฝันและต่อยอดธุรกิจได้อย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดในสังคมธุรกิจระดับเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเพียง 14 ยูนิตเท่านั้น สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ (Facilities) เน้นความคล่องตัวในการทำธุรกิจ อาทิ พื้นที่จอดรถส่วนกลางที่เพียงพอสำหรับผู้มาติดต่อ, พื้นที่สีเขียวและสวนพักผ่อนร่มรื่น, พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด และกล้องวงจรปิด CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อส่งมอบความอุ่นใจและคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดให้กับเจ้าของธุรกิจและผู้อยู่อาศัยทุกท่าน ทำเลที่ตั้งโครงการมีความโดดเด่นและเดินทางสะดวกสบายเป็นอันดับหนึ่ง (Super Prime Location) ด้วยทางเข้า-ออกโครงการที่สามารถเชื่อมต่อถนนสายหลักถึง 2 สาย ห่างจากสนามบินดอนเมืองและจุดขึ้น-ลงดอนเมืองโทลล์เวย์เพียงไม่กี่นาที สะดวกสบายในการเดินทางเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าถึง 2 สาย (สายสีเขียว สถานีแยก คปอ. และสายสีแดง สถานีดอนเมือง) แวดล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดสี่มุมเมือง, เซียร์ รังสิต, ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต, สนามกีฬาธูปะเตมีย์ และกองทัพอากาศ ทำให้ นิว คอนเน็กซ์ บิซ ดอนเมือง เป็นที่สุดของอาคารพาณิชย์ที่ตอบโจทย์ทั้งการต่อยอดธุรกิจและการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพตอนเหนือ

เริ่ม 9,990,000 บาท
โนเบิล เคิร์ฟ (Noble Curve)
ทาวน์โฮม
โครงการพร้อมอยู่

โนเบิล เคิร์ฟ (Noble Curve)

โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์
โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดพร้าว, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โนเบิล เคิร์ฟ (Noble Curve) เป็นพรีเมียมทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศ (Urban Home) แนวคิดใหม่ ความสูง 3-4 ชั้น จาก โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ (Noble Development) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่ประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา) ภายใต้แนวคิด 'LIVE. WORK. PLAY ที่เดียว ใช้อยู่ ใช้ทำงาน ใช้ตามใจ' โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ Mid-Century Modern ผสานกลิ่นอาย Modern Brutalism ที่ใช้รูปทรงเรขาคณิตโค้งมนเป็นเอกลักษณ์ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ Gen Y, Gen Z และผู้ประกอบการที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้อย่างอิสระ ทั้งเพื่อการพักอาศัยที่ลงตัวและการทำโฮมออฟฟิศที่สะท้อนภาพลักษณ์ธุรกิจ ตัวโครงการชูจุดเด่นด้านการออกแบบพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่และฟังก์ชันที่ใช้งานได้จริง (Smart Functional Design) โดยมีแบบบ้านให้เลือกถึง 4 สไตล์ (OCTA, HELIX, SPHERE, ARC) ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การมี Indoor Courtyard กลางบ้านที่ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติและสายลม (Nature in Space) ทำให้ภายในบ้านโปร่งโล่ง พร้อมลิฟต์ส่วนตัว (ในบางแบบบ้าน) คัดสรรวัสดุระดับพรีเมียม ติดตั้งนวัตกรรม Smart Home Automation, ระบบ Air Flow และรองรับการติดตั้ง EV Charger ทุกยูนิตถูกคิดมาเพื่อเป็นสเปซแห่งแรงบันดาลใจ พร้อมมอบความเป็นส่วนตัวขั้นสุดในสังคมคุณภาพที่มีเพียง 187 ยูนิต สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ (Facilities) จัดเต็มอย่างเหนือระดับด้วย The Arch Clubhouse อาคารส่วนกลางดีไซน์โดดเด่นสูง 3 ชั้น อาทิ สระว่ายน้ำ, ฟิตเนสระดับมาตรฐานพร้อมอุปกรณ์ครบครัน (Curve Gym), พื้นที่พักผ่อนสังสรรค์ (Curve Society Club), Kids Club, พื้นที่สีเขียวและถนนส่วนกลางสุดร่มรื่น (Bliss Boulevard) พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด และกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อส่งมอบความอุ่นใจและคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดให้กับสมาชิกทุกคน ทำเลที่ตั้งโครงการมีความโดดเด่นและสะดวกสบายเป็นอันดับหนึ่ง (Super Prime Location) ด้วยทำเลติดถนนประดิษฐ์มนูธรรม ห่างจากศูนย์การค้า เดอะ คริสตัล เอกมัย-รามอินทรา (The Crystal) เพียง 300 เมตร ทำให้การเข้าถึงแหล่งไลฟ์สไตล์ระดับแม็กเน็ต ร้านอาหาร และคาเฟ่ชิคๆ เป็นเรื่องง่ายดาย แวดล้อมด้วย เซ็นทรัล อีสต์วิลล์ (Central Eastville), โฮมโปร, โลตัส, และ CDC รวมถึงใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนฉลองรัช ทำให้ โนเบิล เคิร์ฟ เป็นที่สุดของโครงการทาวน์โฮมที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้ชีวิตแบบเอ็กซ์คลูซีฟและการต่อยอดธุรกิจบนทำเลทองของย่านเลียบด่วนรามอินทรา

เริ่ม 12,500,000 บาท
นิว เวิร์ส กรุงเทพกรีฑา (Nue Verse Krungthep Kreetha)
ทาวน์โฮม
โครงการพร้อมอยู่

นิว เวิร์ส กรุงเทพกรีฑา (Nue Verse Krungthep Kreetha)

โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์
โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์
เขตสะพานสูง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ นิว เวิร์ส กรุงเทพกรีฑา (Nue Verse Krungthep Kreetha) เป็นพรีเมียมทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศ ความสูง 3.5 ชั้น จาก โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ (Noble Development) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า (กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่) ภายใต้แนวคิด 'Urban Hybrid Home' ที่ออกแบบให้เป็นพื้นที่ใช้ชีวิตและการทำงานที่ยืดหยุ่น โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์ Modern Minimal ที่เน้นความเรียบง่ายและทันสมัย ผสมผสานสีเอิร์ธโทนเพื่อความอบอุ่น เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ Gen Y และ Gen Z ตลอดจนผู้ประกอบการที่ต้องการสเปซส่วนตัวที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการพักอาศัยแบบครอบครัวหรือต่อยอดทำเป็นโฮมออฟฟิศ ตัวโครงการชูจุดเด่นด้านการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ (Smart Functional Design) หน้ากว้าง 5.5 เมตร โดยมีฟังก์ชันบ้านรองรับ 3 ห้องนอน 4-5 ห้องน้ำ ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การออกแบบเพดานเล่นระดับแบบ Double Volume ที่สูงถึง 5.5 - 5.7 เมตร ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้าสู่ตัวบ้านและเพิ่มการระบายอากาศ (Nature in Space) ทำให้ภายในบ้านโปร่งโล่งสบายตา คัดสรรวัสดุตกแต่งระดับพรีเมียม ทุกยูนิตถูกคิดมาเพื่อเป็นสเปซแห่งแรงบันดาลใจ พร้อมมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดในสังคมคุณภาพด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยเพียง 208 ยูนิต สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ (Facilities) จัดเต็มเพื่อรองรับการพักผ่อนและการใช้ชีวิตแบบไฮบริด อาทิ คลับเฮาส์ส่วนกลางดีไซน์โดดเด่น, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนสระดับมาตรฐานพร้อมอุปกรณ์ครบครัน, พื้นที่ Co-Working Space สำหรับทำงานและพักผ่อน, สวนสีเขียวร่มรื่น และระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด พร้อมกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อส่งมอบความอุ่นใจและคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดให้กับสมาชิกทุกคน ทำเลที่ตั้งโครงการมีความโดดเด่นและเดินทางสะดวกสบาย (Prime Location) ด้วยทำเลติดถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ทำให้การเชื่อมต่อเข้าสู่ย่านธุรกิจ (CBD) อย่างพระราม 9, เอกมัย, และทองหล่อ เป็นเรื่องง่ายดายเพียงไม่กี่นาที แวดล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านอาหาร รวมถึงใกล้ทางด่วน มอเตอร์เวย์ สนามบินสุวรรณภูมิ และรายล้อมด้วยโรงเรียนนานาชาติชั้นนำระดับประเทศ ทำให้ นิว เวิร์ส กรุงเทพกรีฑา เป็นที่สุดของโครงการทาวน์โฮมที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้ชีวิตที่ลงตัวและการลงทุนบนทำเลที่มีการเติบโตสูงของโซนกรุงเทพตะวันออก

เริ่ม 7,990,000 บาท
พาทิโอ กรุงเทพกรีฑา-วงแหวน (PATIO Krungthepkreetha-Wongwaen)
ทาวน์โฮม
โครงการใหม่

พาทิโอ กรุงเทพกรีฑา-วงแหวน (PATIO Krungthepkreetha-Wongwaen)

พฤกษา
พฤกษา
เขตสะพานสูง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ พาทิโอ กรุงเทพกรีฑา-วงแหวน (PATIO Krungthepkreetha-Wongwaen) เป็นโครงการพรีเมียมทาวน์โฮม 3.5 ชั้น ระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ติดถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกตะวันออก) แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ Biophilic Architecture Design ที่เชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับการอยู่อาศัยอย่างใกล้ชิด ถ่ายทอดผ่านแนวคิด "The Perfect Synchrony" ที่ผสานพื้นที่ใช้ชีวิตและการทำงานเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน (Work-Life Harmony) ทำเลที่ตั้งมีความโดดเด่นด้านการเดินทาง สามารถเชื่อมต่อถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ มอเตอร์เวย์ และพระราม 9 ได้อย่างรวดเร็ว ใกล้แอร์พอร์ตลิงก์ (สถานีลาดกระบัง) สนามบินสุวรรณภูมิ และใกล้แนวรถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีชมพู ทำให้การเดินทางเข้า-ออกเมืองเป็นไปอย่างสะดวกสบาย พื้นที่โครงการได้รับการพัฒนาบนเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดระดับ Exclusive Private ด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยเพียง 51 ครอบครัว รูปแบบบ้านเป็นพรีเมียมทาวน์โฮม 3.5 ชั้น ดีไซน์หน้ากว้างพิเศษถึง 10 เมตร พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเทียบเท่าบ้านเดี่ยวขนาด 340 ตารางเมตร บนเนื้อที่ดินเริ่มต้น 35 ตารางวา ฟังก์ชันบ้านจัดเต็ม ประกอบด้วย 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 3 คัน โดดเด่นด้วยเพดานสูงแบบ Double Volume 6 เมตร โปร่งโล่ง รองรับการทำโฮมออฟฟิศ (Home Office) ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังใช้นวัตกรรมผนังพรีคาสท์ (Precast) มาตรฐานสูงที่ทนต่อแรงแผ่นดินไหว เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Carbon Neutral House) พร้อมพื้นที่สวนส่วนตัว (Private Garden) ทุกหลัง คุ้มค่าและตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ พื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกจัดเตรียมไว้อย่างครบครัน นำโดย คลับเฮ้าส์หรู 2 ชั้น, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), สวนหย่อมส่วนกลางถึง 3 จุดที่ให้บรรยากาศร่มรื่น และสนามเด็กเล่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างรัดกุมด้วยระบบควบคุมการเข้า-ออกโครงการแบบสแกนป้ายทะเบียน (LPR) ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) บริเวณ Main Gate และภายในโครงการ พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลความสงบเรียบร้อยตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลแวดล้อมด้วยศูนย์การค้า โรงเรียนนานาชาติ และโรงพยาบาลชั้นนำในย่านกรุงเทพกรีฑา ทำให้ พาทิโอ กรุงเทพกรีฑา-วงแหวน เป็นสุดยอดทางเลือกที่โดดเด่นสำหรับการใช้ชีวิตและต่อยอดธุรกิจบนทำเลศักยภาพ

เริ่ม 12,900,000 บาท

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด
ทำอย่างไรให้บ้านกลายเป็นโฮมออฟฟิศที่สมบูรณ์แบบ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน?
ทั่วไป

ทำอย่างไรให้บ้านกลายเป็นโฮมออฟฟิศที่สมบูรณ์แบบ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน?

ในยุคที่ธุรกิจสตาร์ทอัพเติบโตอย่างต่อเนื่อง และรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น โฮมออฟฟิศจึงกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ประกอบการและธุรกิจขนาดเล็ก การปรับเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นพื้นที่ทำงานที่มีประสิทธิภาพนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องอาศัยการวางแผนที่ดี บทความนี้จะแนะนำขั้นตอนและวิธีการต่างๆ ในการสร้างโฮมออฟฟิศที่ลงตัว เพื่อให้คุณสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในพื้นที่ที่คุ้นเคย โฮมออฟฟิศคืออะไร และทำไมจึงเป็นที่นิยมในปัจจุบัน? โฮมออฟฟิศ (Home Office) คือการเปลี่ยนแปลงบ้านให้กลายเป็นสถานที่ทำงาน โดยการออกแบบและตกแต่งให้มีลักษณะคล้ายกับออฟฟิศ พร้อมทั้งอุปกรณ์จำเป็นต่างๆ ที่ใช้ในการทำงาน ในขณะเดียวกันก็ยังคงเป็นที่พักอาศัยได้ด้วย โฮมออฟฟิศมีลักษณะคล้ายกับทาวน์โฮม แต่มีการออกแบบภายในที่เหมาะสมสำหรับเป็นพื้นที่ทำงาน ส่วนใหญ่จะมี 2-3 ชั้นขึ้นไป โดยปรับพื้นที่แต่ละชั้นให้เป็นห้องทำงาน ห้องประชุม ห้องสตูดิโอ และที่พักในสถานที่เดียวกัน โฮมออฟฟิศกำลังได้รับความนิยมอย่างมากเพราะบรรยากาศการทำงานที่ผ่อนคลาย เสมือนอยู่บ้าน ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น พนักงานไม่รู้สึกกดดัน และยังช่วยประหยัดต้นทุนในการเช่าสำนักงานราคาแพงอีกด้วย สำหรับธุรกิจขนาดเล็กหรือ SME การทำงานในรูปแบบโฮมออฟฟิศจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะไม่ต้องลงทุนเช่าสำนักงานขนาดใหญ่ราคาสูง นอกจากนี้ ธุรกิจของคนรุ่นใหม่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับสถานที่ทำงานมากนัก พวกเขาชอบความอิสระและความยืดหยุ่นในการทำงาน โฮมออฟฟิศจึงตอบโจทย์ในด้านความสะดวกสบาย ความเป็นกันเอง และไม่ตึงเครียด อะไรคือข้อดีและข้อจำกัดของการมีโฮมออฟฟิศ? การมีโฮมออฟฟิศนั้นมีทั้งข้อดีและข้อจำกัด ซึ่งควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ ข้อดีของโฮมออฟฟิศ: ช่วยลดเวลาการเดินทางไปทำงาน ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย สามารถออกแบบพื้นที่ได้ตามใจชอบ สร้างบรรยากาศการทำงานที่เหมาะสมกับตัวเอง ลดต้นทุนในการเช่าสำนักงาน โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจเริ่มต้น เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เนื่องจากบรรยากาศที่ผ่อนคลาย บริหารจัดการเวลาได้ยืดหยุ่นมากขึ้น [...]

ห้องนอนสีเทาสวยได้ไม่น่าเบื่อ จัดอย่างไรให้มีเสน่ห์และน่าพักผ่อน?
ทั่วไป

ห้องนอนสีเทาสวยได้ไม่น่าเบื่อ จัดอย่างไรให้มีเสน่ห์และน่าพักผ่อน?

ห้องนอนสีเทากำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในวงการออกแบบภายใน เนื่องจากความสามารถในการสร้างบรรยากาศที่ทั้งหรูหรา ผ่อนคลาย และร่วมสมัย สีเทาเป็นสีกลางที่สามารถปรับเข้ากับหลายสไตล์การตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นมินิมอล โมเดิร์น หรือแม้แต่สไตล์อุตสาหกรรม ทั้งยังช่วยสร้างพื้นหลังที่สมบูรณ์แบบให้กับเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเทคนิคต่างๆ ในการสร้างห้องนอนสีเทาที่สวยงาม มีเสน่ห์ ไม่น่าเบื่อ และน่าพักผ่อนอย่างแท้จริง ทำความรู้จักกับห้องนอนสีเทา สีแห่งความสงบและความหรูหรา สีเทาเป็นสีที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างสีขาวและสีดำ ทำให้มีความยืดหยุ่นสูง สามารถสร้างบรรยากาศได้หลากหลาย ตั้งแต่อบอุ่น เย็นสบาย ไปจนถึงดูหรูหราทันสมัย ในห้องนอน สีเทาสามารถช่วยสร้างความรู้สึกสงบและปลอดโปร่ง ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่ที่เน้นการพักผ่อน นอกจากนี้ สีเทาเป็นสีที่มีความเป็นกลาง ทำให้สามารถผสมผสานเข้ากับสีอื่นๆ ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นสีสด สีพาสเทล หรือแม้แต่สีเข้ม เฉดสีเทามีหลากหลาย ตั้งแต่สีเทาอ่อนแบบสีขี้เถ้า สีเทาควันบุหรี่ ไปจนถึงสีเทาเข้มเกือบดำ ซึ่งแต่ละเฉดให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน สีเทาอ่อนสร้างบรรยากาศสบายตา และทำให้ห้องดูกว้างขึ้น ในขณะที่สีเทาเข้มให้ความรู้สึกหรูหรา มั่นคง และอบอุ่น การเลือกเฉดสีเทาให้เหมาะกับห้องนอนจึงขึ้นอยู่กับขนาดห้อง ปริมาณแสงธรรมชาติ และความชอบส่วนบุคคล จิตวิทยาสีเทากับการพักผ่อน ทำไมถึงเป็นสีที่เหมาะกับห้องนอน? ในด้านจิตวิทยาสี สีเทามีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึกอย่างน่าสนใจ สีเทาสื่อถึงความสมดุล ความสงบนิ่ง และความมั่นคง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับห้องนอน เนื่องจากสีเทามีความเป็นกลาง ไม่กระตุ้นประสาทมากเกินไป [...]

2 นาที
จะแต่งบ้านทาวน์โฮมอย่างไรให้ดูกว้างและน่าอยู่มากขึ้น ด้วยงบประมาณที่เหมาะสม?
ทั่วไป

จะแต่งบ้านทาวน์โฮมอย่างไรให้ดูกว้างและน่าอยู่มากขึ้น ด้วยงบประมาณที่เหมาะสม?

ปัจจุบันบ้านทาวน์โฮมกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนรุ่นใหม่ เนื่องจากตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่หลากหลาย ทั้งเรื่องขนาดพื้นที่ที่เพียงพอ ราคาที่สมเหตุสมผล และทำเลที่ตั้งที่เดินทางสะดวก แต่หลายคนมักกังวลเรื่องพื้นที่ที่อาจจะดูคับแคบ บทความนี้จะมาแนะนำไอเดียการตกแต่งบ้านทาวน์โฮมให้ดูกว้างขวาง อบอุ่น และน่าอยู่มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูง พร้อมเคล็ดลับและข้อควรรู้ที่ช่วยให้คุณสามารถใช้ชีวิตในบ้านทาวน์โฮมได้อย่างคุ้มค่าและมีความสุข ทาวน์โฮมคืออะไร? แตกต่างจากทาวน์เฮ้าส์อย่างไร? ทาวน์โฮมและทาวน์เฮ้าส์มีความคล้ายคลึงกันมาก จนหลายคนอาจสับสน แต่มีรายละเอียดที่แตกต่างกันที่ควรทราบก่อนตัดสินใจเลือกซื้อหรือตกแต่ง ทาวน์เฮ้าส์ คือ บ้านแถวหรือตึกแถวที่มีลักษณะเหมือนกัน ติดกันเป็นแถวตั้งแต่ 2 คูหาขึ้นไป มักสูงไม่เกิน 3 ชั้น โดยส่วนใหญ่จะเป็น 2 ชั้น มีกำแพงร่วมระหว่างบ้านแต่ไม่มีรั้วแบ่งอาณาเขตชัดเจน พื้นที่ใช้สอยค่อนข้างจำกัด เช่น อาจมี 2 ห้องน้ำ 3 ห้องนอน 1 ห้องครัว ส่วนทาวน์โฮม เป็นบ้านแถวที่พัฒนามาจากทาวน์เฮ้าส์ ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านเดี่ยวมากขึ้น มีดีไซน์ที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ สูง 2-3 ชั้น มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีการแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนชัดเจน และมักจะมีรั้วรอบขอบชิดเพิ่มความเป็นส่วนตัว ความแตกต่างหลักๆ ระหว่างทาวน์โฮมกับทาวน์เฮ้าส์ สรุปได้ดังนี้: ด้านการออกแบบ: ทาวน์โฮมมักมีดีไซน์ที่ทันสมัยและสวยงามกว่า พื้นที่ใช้สอย: ทาวน์โฮมมีพื้นที่กว้างขวางกว่าทาวน์เฮ้าส์ [...]

2 นาที
เหตุใดการตกแต่งบ้านแบบวินเทจจึงไม่มีวันตกเทรนด์?
ทั่วไป

เหตุใดการตกแต่งบ้านแบบวินเทจจึงไม่มีวันตกเทรนด์?

การตกแต่งบ้านสไตล์วินเทจ คือการสร้างบรรยากาศย้อนยุคที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยรวมเอากลิ่นอายของการออกแบบในช่วงยุค 20-90 มาประยุกต์ใช้ในพื้นที่อยู่อาศัยสมัยใหม่ สไตล์นี้มีความพิเศษตรงที่สามารถผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ทำให้บ้านมีเรื่องราวและจิตวิญญาณที่ไม่เหมือนใคร ทำไมสไตล์วินเทจจึงไม่เคยตกเทรนด์? เพราะเป็นการตกแต่งที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น มีเสน่ห์ และสร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็น แต่ละชิ้นของตกแต่งล้วนมีประวัติศาสตร์และเรื่องราวของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า โคมไฟโบราณ หรือของสะสมที่มีคุณค่าทางจิตใจ การนำสิ่งเหล่านี้มาผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างมีศิลปะจะสร้างบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่มีวันล้าสมัย บ้านสไตล์วินเทจมักมีลักษณะเด่นคือ โครงสร้างที่มีความซับซ้อน การใช้สีสันที่กลมกลืนกัน บันไดบ้านที่มีดีไซน์สวยงาม ห้องโถงกว้างโปร่งโล่ง และห้องนอนที่กว้างขวาง ทั้งหมดนี้ประกอบกันเป็นบรรยากาศของความคลาสสิกที่ไม่เหมือนบ้านสมัยใหม่ทั่วไป เทคนิคการเลือกโทนสีและวัสดุอย่างไรให้บ้านดูวินเทจอย่างแท้จริง? การเลือกโทนสีที่เหมาะสมเป็นพื้นฐานสำคัญของการตกแต่งบ้านสไตล์วินเทจ สีที่นิยมใช้มักเป็นสีในกลุ่มเอิร์ธโทน (Earth tone) เช่น สีน้ำตาลอ่อน สีเบจ สีครีม หรือสีขาวนวล สีเหล่านี้ช่วยสร้างความอบอุ่นและความสงบให้กับบ้าน นอกจากนี้ ยังสามารถหยิบเอาการผสมผสานสีแบบย้อนยุคมาใช้ได้ เช่น สีทอง สีเขียวมรกต หรือสีน้ำเงินคราม ซึ่งเป็นที่นิยมในยุค 60-70s หรือจะเป็นการใช้สีพาสเทลอ่อนๆ ที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและเป็นมิตร สีเหล่านี้เมื่อนำมาใช้ร่วมกันอย่างลงตัวจะช่วยสร้างบรรยากาศย้อนยุคได้อย่างมีเสน่ห์ สำหรับวัสดุ ไม้คือหัวใจหลักของการตกแต่งสไตล์วินเทจ ไม่ว่าจะเป็นพื้นไม้ เฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือเครื่องประดับตกแต่งที่ทำจากไม้ วัสดุธรรมชาติอื่นๆ เช่น หวาย ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน [...]

2 นาที
2 นาที