พบ 100 บทความ

25/3/2568 • โดย Homeday
บี.กริม เทคโนโลยี ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนด้วยการนำเสนอโซลูชันประหยัดพลังงาน หลากหลายรูปแบบ สำหรับโครงการอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์ ในงาน NOVA Expo 2025 ซึ่งจัดขึ้นที่ ศูนย์นิทรรศการ และการประชุมไบเทค บางนา โดยบูธของ บี.กริม เทคโนโลยี ได้รับความสนใจ จากผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน คู่ค้า และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมมากมาย ที่ต้องการสัมผัสกับความก้าวหน้าล่าสุด ของเทคโนโลยีสีเขียว บี.กริม เทคโนโลยี ได้นำเสนอโซลูชันล้ำสมัยที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดต้นทุนการดำเนินงานและสนับสนุนให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน โดยไฮไลต์สำคัญประกอบด้วย: โซลูชันเพิ่มประสิทธิภาพระบบปรับอากาศ (HVAC Energy Efficient Solutions) – เทคโนโลยี ปรับปรุงระบบเครื่องทำความเย็นเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงาน โซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop Solutions) – ระบบพลังงานสะอาดที่พร้อมให้บริการทั้งในรูปแบบสัญญาการซื้อขายไฟฟ้า (PPA) หรือรูปแบบการซื้อขาด (EPC) เพื่อตอบโจทย์ ทุกความต้องการ โซลูชันแสงสว่างเปลือกอาคาร (Facade Lighting) – ระบบไฟอัจฉริยะประหยัดพลังงาน ที่ช่วยเพิ่มความสวยงาม ฟังก์ชั่นการใช้งาน และมูลค่าให้กับอาคารเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม [...]

18/3/2568 • โดย Homeday
บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ หรือ EA ส่งบริษัทย่อย “อมิตา” ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) ร่วมกับ บริษัท โตโยต้า แมททีเรียล แฮนด์ลิ่ง แวร์เฮ้าส์ โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TMHWST เปิดตัวผลิตภัณฑ์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนคุณภาพสูง ภายใต้แบรนด์ TerraXell สำหรับรถฟอร์คลิฟต์ไฟฟ้า ยกระดับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ มุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาด นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยว่า บริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ อมิตา ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ EA ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) กับ บริษัท โตโยต้า แมททีเรียล แฮนด์ลิ่ง แวร์เฮ้าส์ โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด [...]

26/3/2568 • โดย Homeday
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค และ ETAP เปิดตัว Digital Twin แห่งแรกของโลก เพื่อจำลองความต้องการพลังงานของ AI Factory ตั้งแต่ระดับกริด จนถึงชิป ด้วยแพลตฟอร์ม NVIDIA Omniverse Digital Twin ให้ข้อมูลวิเคราะห์เชิงลึกที่ละเอียดขึ้น ช่วยควบคุมระบบไฟฟ้าและความต้องการพลังงานของ AI Factory ได้ดียิ่งขึ้น ความร่วมมือด้านผลิตภัณฑ์นี้ ผสานรวมเทคโนโลยี Electrical Digital Twin ขั้นสูงของ ETAP เข้ากับ NVIDIA Omniverse™ Cloud APIs ผู้ประกอบการจะได้ประโยชน์ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ และช่วยลดต้นทุนการเป็นเจ้าของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ในการจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ ร่วมกับ ETAP ผู้นำเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมด้านการออกแบบและดำเนินงานด้านระบบพลังงาน เปิดตัวเทคโนโลยี Digital Twin ที่ล้ำหน้า สามารถออกแบบและจำลองความต้องการพลังงานของ AI Factory ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งแพลตฟอร์มต้นแบบ NVIDIA Omniverse™ Blueprint สำหรับ Digital Twin ใน AI Factory ช่วยให้ชไนเดอร์ อิเล็คทริค และ ETAP สามารถพัฒนา Digital Twin โดยรวบรวมข้อมูลจากหลากหลายระบบ ทั้งระบบเครื่องกล ระบบระบายความร้อน ระบบเครือข่าย และระบบไฟฟ้า มาใช้จำลองการทำงานของ AI Factory ได้อย่างสมจริง โดยเป็นความร่วมมือในการปฏิรูปการออกแบบและการดำเนินการสำหรับ AI Factory ที่ให้ข้อมูลจากการวิเคราะห์ในเชิงลึกมากขึ้น ช่วยให้ควบคุมระบบไฟฟ้าและความต้องการด้านพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ น่าเชื่อถือ อีกทั้งให้ความยั่งยืน เดิมทีการแสดงภาพระบบไฟฟ้าสามารถทำได้แค่ในระดับพื้นฐาน แต่การผสานรวมเทคโนโลยีของ ETAP และ NVIDIA Omniverse ช่วยให้สามารถสร้าง Digital Twin สำหรับ AI Factory ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยที่องค์ประกอบต่างๆ สามารถตอบสนองการทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ซึ่งเทคโนโลยีการสร้างแบบจำลองอัจฉริยะของ ETAP จะสร้างแบบจำลองเสมือนจริงของโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าภายในดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมผสานเข้ากับข้อมูลระบบไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ รวมถึง การวิเคราะห์ขั้นสูงและข้อมูลเชิงลึก ซึ่งอัลกอริทึมอัจฉริยะ ช่วยให้สามารถวิเคราะห์และคาดการณ์การใช้พลังงานและรูปแบบการกระจายพลังงาน ช่วยให้สามารถมองเห็นข้อมูลเชิงลึกได้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในประเด็นต่อไปนี้ การออกแบบและจำลองระบบไฟฟ้าขั้นสูง การวิเคราะห์สถานการณ์ “What-If” ได้แบบไดนามิก การติดตามประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานขั้นสูง การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์และการประเมินความน่าเชื่อถือของระบบ การวิเคราะห์ความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานตามการใช้พลังงาน ที่ช่วยลดต้นทุนการเป็นเจ้าของ (total cost of ownership) การทำงานของ AI ทั้งในระบบคลัสเตอร์สำหรับการเทรน AI ขนาดใหญ่ ตลอดจนเซิร์ฟเวอร์ประมวลผลที่เอดจ์ (edge inference servers) ล้วนส่งผลให้มีการใช้พลังงานในดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างมาก [...]

11/6/2567 • โดย Homeday
คาราบาวกรุ๊ป รับรางวัลด้านความยั่งยืนระดับโลก จาก S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) ในงานมอบรางวัล “S&P Global Sustainability Yearbook 2024 Distinction Ceremony” พร้อมคว้าอับดับ 1 ของเครื่องดื่มให้พลังงาน และเป็นอันดับ 2 ของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มในประเทศไทย ตอกย้ำ วิสัยทัศน

29/4/2569 • โดย Homeday Aum
SENA ก้าวสู่ New S-Curve ดัน “SENA Green Auto” ทรานส์ฟอร์มจาก Developer สู่ Green Lifestyle Platform เชื่อม บ้าน–รถ–พลังงาน ครบในที่เดียว

3/6/2568 • โดย Homeday
ชะอมเป็นผักพื้นบ้านไทยที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ให้พลังงาน 57 กิโลแคลอรี่ต่อ 100 กรัม มีเส้นใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินเอมากถึง 10,066 IU การปลูกชะอมที่ถูกวิธีจะให้ผลผลิตที่ดี สามารถเก็บเกี่ยวได้ทุก 3-4 วันและมีรายได้ต่อเนื่องตลอดปี เนื่องจากเป็นไม้ยืนต้นที่มีอายุยืนนาน ทนทานต่อสภาพแวดล้อม และต้องการการดูแลรักษาที่ไม่ซับซ้อน ทั้งยังสามารถปลูกได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเพาะเมล็ด การปักชำ หรือการตอนกิ่ง ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียและเทคนิคเฉพาะที่ควรรู้ ขอบคุณภาพจาก : เกษตรสัญจร การเลือกวิธีปลูกชะอมที่เหมาะสม การปลูกชะอมสามารถทำได้หลายวิธี โดยแต่ละวิธีจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันทั้งในเรื่องของความแข็งแรงของต้น ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยว และความหนาแน่นของหนาม การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการปลูกและสภาพพื้นที่ที่มีอยู่ การปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์ การเพาะเมล็ดเป็นวิธีที่ได้ต้นชะอมที่แข็งแรงและทนทานต่อสภาพแวดล้อมมากที่สุด ต้นที่ได้จากเมล็ดจะมีหนามหนากว่าการปลูกด้วยวิธีอื่น และมีระบบรากที่แข็งแรงกว่า เมล็ดชะอมสามารถเก็บรักษาได้นานถึง 3 ปี และยังคงสามารถงอกได้2 ขั้นตอนการเพาะเมล็ดเริ่มต้นด้วยการแช่เมล็ดในน้ำเป็นเวลา 1 วันและ 1 คืน เพื่อคัดเลือกเมล็ดที่สมบูรณ์1 เมล็ดที่ดีจะปริเปลือกออกเล็กน้อยหลังจากแช่น้ำ ส่วนเมล็ดที่ไม่ปริเปลือกแสดงว่าไม่สมบูรณ์ควรทิ้งไป หลังจากได้เมล็ดที่พร้อมปลูกแล้ว ให้นำไปปลูกในกระถางเพาะกล้าที่มีดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ยหมัก โดยฝังเมล็ดลงผิวดินไม่ต้องกลบจนมิด ใส่ประมาณ 2 เมล็ดต่อกระถาง [...]

6/8/2568 • โดย Homeday
บริษัท สีเบเยอร์ จำกัด ผู้นำนวัตกรรมสีรักษ์โลกของไทย เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ ธนาคารเกียรตินาคิน ณ สำนักงานใหญ่ อาคารอโศก เพื่อสนับสนุนโครงการ “สินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Loan)” โดยมี ดร.จารุรัตน์ ชัยยศบูรณะ ผู้บริหารกลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ เป็นผู้แทนองค์กรเข้าร่วมพิธีลงนามครั้งนี้ เบเยอร์ ภูมิใจ เป็นแบรนด์สีรายเดียวที่ได้รับคัดเลือกเป็นวัสดุสีเขียว ด้วยความร่วมมือครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ เบเยอร์กลายเป็นผู้ผลิตสีและเคมีภัณฑ์ก่อสร้างรายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “วัสดุสีเขียว” (Green Material) สำหรับใช้ในโครงการเงินกู้สีเขียวของธนาคารเกียรตินาคิน โดยจะถูกนำไปใช้ในงานก่อสร้างและปรับปรุงอาคารที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม การลดการใช้พลังงาน และการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ การได้รับคัดเลือกครั้งนี้ เกิดจากคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์สีเบเยอร์ที่ผ่านมาตรฐานสีเขียว (Green Label) ในระดับสากล รวมถึงเทคโนโลยีสีเย็น (Heat Reflective) และสูตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี ซึ่งในครั้งนี้ กระบวนการคัดเลือกเป็นไปอย่างเข้มข้นตามเกณฑ์มาตรฐานสีเขียวระดับสากล จนทำให้เบเยอร์ผ่านเข้ารอบสุดท้าย (Finalist) และได้รับการจัดอันดับให้เป็นแบรนด์อันดับ 1 ของวัสดุก่อสร้างสีเขียวในกลุ่มผลิตภัณฑ์สีและเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพและความเชื่อมั่นของภาคการเงินที่มีต่อผลิตภัณฑ์ของเบเยอร์ ด้านการผลักดันอาคารสีเขียว สู่เป้าหมาย [...]

11/6/2567 • โดย Homeday
จุดเด่น ตอบโจทย์ทุกขนาดครอบครัวรูปแบบใหม่ของที่อยู่อาศัยผสมผสานอย่างลงตัว กับบ้านเดี่ยว บ้านรุ่นใหม่ และบ้านชั้นเดียว มี 3-4 ห้องนอน ออกแบบโดยเน้นการอนุรักษ์พลังงาน เลือกใช้วัสดุที่ช่วยให้บ้านเป็นบ้านที่อยู่สบาย

14/3/2568 • โดย Homeday
การเดินทางในคอนโดสูง: ความสำคัญของระบบลิฟต์ ระบบลิฟต์เป็นหัวใจสำคัญของการใช้ชีวิตในคอนโดมิเนียมสูง การออกแบบและประสิทธิภาพของลิฟต์ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายของผู้พักอาศัย ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องมือในการเคลื่อนย้ายระหว่างชั้น แต่ยังเป็นองค์ประกอบที่บ่งบอกถึงมาตรฐานและคุณภาพของอาคารที่พักอาศัย เทคโนโลยีลิฟต์สมัยใหม่: มากกว่าการเคลื่อนที่ เทคโนโลยีลิฟต์ในปัจจุบันได้พัฒนาไปไกลมาก ด้วยนวัตกรรมต่างๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัย ระบบลิฟต์อัจฉริยะที่มีการเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมสามารถตอบสนองความต้องการของผู้พักอาศัยได้อย่างครอบคลุม ตัวอย่างเช่น ระบบการจัดการคิวอัตโนมัติ การควบคุมการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน และระบบความปลอดภัยขั้นสูง การประเมินประสิทธิภาพลิฟต์: สิ่งที่ควรพิจารณา การเลือกคอนโดที่มีระบบลิฟต์ที่ดีควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้: ความเร็วและความสมูทของการเคลื่อนที่: ลิฟต์ที่มีประสิทธิภาพควรเคลื่อนที่อย่างราบรื่นและรวดเร็ว ความจุและขนาด: ต้องเหมาะสมกับจำนวนผู้พักอาศัยและความสูงของอาคาร ระบบความปลอดภัย: มีระบบตรวจสอบและป้องกันอุบัติเหตุที่ทันสมัย การประหยัดพลังงาน: ลิฟต์รุ่นใหม่ออกแบบมาเพื่อลดการใช้พลังงาน นวัตกรรมความปลอดภัยในระบบลิฟต์ ความปลอดภัยเป็นประเด็นสำคัญที่สุดในการออกแบบลิฟต์ ระบบลิฟต์สมัยใหม่มีการติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับความผิดปกติ ระบบหยุดฉุกเฉิน และการแจ้งเตือนอัตโนมัติในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ ยังมีระบบควบคุมการเข้าถึงที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้พักอาศัย ผลกระทบของระบบลิฟต์ต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ การมีระบบลิฟต์ที่มีคุณภาพสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างมาก นักลงทุนและผู้ซื้อให้ความสำคัญกับระบบสาธารณูปโภคที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ลิฟต์ที่ดีไม่เพียงแต่อำนวยความสะดวก แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของคุณภาพชีวิตที่ดี การบำรุงรักษาระบบลิฟต์: กุญแจสู่ความยั่งยืน การบำรุงรักษาที่ดีเป็นสิ่งสำคัญในการยืดอายุการใช้งานของระบบลิฟต์ การตรวจสอบและซ่อมบำรุงอย่างสม่ำเสมอช่วยป้องกันปัญหาและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ นิติบุคคลหมู่บ้านที่ดีควรมีแผนการบำรุงรักษาที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ สรุป ระบบลิฟต์มีความสำคัญมากกว่าที่คิด การเลือกคอนโดที่มีระบบลิฟต์ที่ดี ทันสมัย และปลอดภัย จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มความพึงพอใจในการอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสะดวก ความปลอดภัย หรือมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ #อสังหาริมทรัพย์ #สาระ [...]

12/10/2567 • โดย Homeday
บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย ตอกย้ำความสำเร็จด้านการอนุรักษ์พลังงาน ส่งอาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ 1 (สีลม) คว้ารางวัลอาคารมาตรฐานตราสัญลักษณ์ “MEA ENERGY AWARDS 2023” ระดับ STANDARD ประเภท “อาคารสำนักงาน” จาก การไฟฟ้านครหลวง ชูมาตรฐานอาคาร

27/3/2568 • โดย Homeday
การบริหารจัดการพลังงานในบ้านเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรใส่ใจ ระบบ Energy Monitor จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมและลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเงิน แต่ยังเป็นการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกด้วย เข้าใจพื้นฐานของระบบ Energy Monitor ระบบ Energy Monitor คือเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ช่วยตรวจวัดและวิเคราะห์การใช้พลังงานภายในบ้าน ทำงานด้วยเซ็นเซอร์พิเศษที่ติดตั้งในระบบไฟฟ้าหลัก โดยมีความสามารถหลักในการ: บันทึกปริมาณการใช้ไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ แสดงผลการใช้พลังงานผ่านแอปพลิเคชันหรือหน้าจอเฉพาะ วิเคราะห์แนวโน้มการใช้ไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลา คำนวณค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้น องค์ประกอบหลักของระบบ Energy Monitor เซ็นเซอร์วัดกระแสไฟฟ้า: อุปกรณ์หลักที่ทำหน้าที่ตรวจวัดปริมาณไฟฟ้าที่ใช้งาน มีความแม่นยำสูงและสามารถติดตั้งได้ง่าย โมดูลสื่อสาร: ทำหน้าที่ส่งข้อมูลจากเซ็นเซอร์ไปยังอุปกรณ์แสดงผล เชื่อมต่อผ่านระบบอินเทอร์เน็ตหรือ Wi-Fi แอปพลิเคชันควบคุม: เป็นอินเตอร์เฟซหลักที่ผู้ใช้สามารถตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงาน เทคนิคการใช้ Energy Monitor เพื่อประหยัดพลังงาน การวิเคราะห์ข้อมูลการใช้ไฟฟ้า การอ่านและทำความเข้าใจกราฟการใช้ไฟฟ้าเป็นขั้นตอนแรกของการประหยัดพลังงาน ควรสังเกต: ช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด อุปกรณ์ที่สิ้นเปลืองพลังงานมากที่สุด แนวโน้มการใช้พลังงานในแต่ละวันและแต่ละเดือน การตั้งค่าและปรับแต่งระบบ กำหนดเป้าหมายการใช้พลังงาน: ตั้งค่าขีดจำกัดการใช้ไฟฟ้ารายวันหรือรายเดือน ตั้งการแจ้งเตือน: สร้างการแจ้งเตือนเมื่อการใช้ไฟฟ้าเกินค่าที่กำหนด วิเคราะห์อุปกรณ์ไฟฟ้า: ระบุอุปกรณ์ที่กินไฟมากที่สุดและหาวิธีลดการใช้ เทคโนโลยีเสริมเพื่อการประหยัดพลังงาน อุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อการประหยัดพลังงาน สมาร์ทปลั๊ก: ช่วยตัดการจ่ายไฟอัตโนมัติเมื่ออุปกรณ์ไม่ได้ใช้งาน หลอดไฟ LED [...]

17/1/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความเครียด การจัดฮวงจุ้ยให้ถูกต้องไม่เพียงแต่ช่วยสร้างความสมดุลให้กับพลังงานภายในบ้านเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่