กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

28/5/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักคะน้าไว้รับประทานเองที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่คนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการผักสวนครัวปลอดสารพิษ คะน้าเป็นผักที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็ว และให้ผลผลิตได้ตลอดปี ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผัก นอกจากจะได้ผักสดใหม่ปราศจากสารเคมีแล้ว คะน้ายังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากมาย การศึกษาวิธีการปลูกและดูแลคะน้าอย่างถูกต้องจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการปลูกผักสวนครัวที่บ้าน ผักคะน้าคืออะไรและทำไมถึงนิยมปลูกในบ้าน? ผักคะน้า หรือที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Brassica Oleracea Var alboglabra เป็นผักใบเขียวในวงศ์กะหล่ำ (Cruciferac) ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชีย1 คะน้าเป็นผักที่รับประทานได้ทั้งใบและก้าน ทำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ความนิยมของการปลูกคะน้าในบ้านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นการผัด ยำ หรือใส่ในข้าวผัด คะน้าได้รับความนิยมในการปลูกที่บ้านเพราะเป็นพืชที่เติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทราย และดินเหนียวปนดินร่วน1 ความสามารถในการปรับตัวที่ดีของคะน้าทำให้เหมาะสำหรับการปลูกในพื้นที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นกระถางหรือแปลงเล็กๆ ในบ้าน นอกจากนี้คะน้ายังเป็นผักที่ปลูกได้ตลอดปี แม้จะมีช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือระหว่างเดือนตุลาคมถึงเมษายน ข้อดีอีกประการหนึ่งของการปลูกคะน้าคือระยะเวลาการเก็บเกี่ยวที่รวดเร็ว โดยสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 45-55 วันหลังปลูก ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับผักชนิดอื่น การที่คะน้าให้ผลผลิตเร็วนี้ทำให้ผู้ปลูกได้รับความพึงพอใจและแรงบันดาลใจในการปลูกผักอย่างต่อเนื่อง ความง่ายในการดูแลและผลตอบแทนที่รวดเร็วจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คะน้าเป็นตัวเลือกแรกสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผักสวนครัวที่บ้าน สายพันธุ์คะน้าแบบไหนที่เหมาะสำหรับการปลูกในบ้าน? สายพันธุ์คะน้าที่นิยมปลูกในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นคะน้าจีนที่ได้รับการนำเข้าเมล็ดพันธุ์มาปรับปรุงและพัฒนาให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของไทย1 โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 พันธุ์หลักที่แต่ละพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานและสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการปลูกคะน้าให้ประสบความสำเร็จ พันธุ์ใบกลมเป็นสายพันธุ์ที่มีลักษณะใบกว้างใหญ่ ปล้องสั้น ปลายใบมนและผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย1 ข้อดีของพันธุ์นี้คือความทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศได้ดี ทำให้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกหรือพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมไม่ค่อยเอื้ออำนวย ตัวอย่างสายพันธุ์ที่นิยมได้แก่ พันธุ์ฝางเบอร์ 1 [...]

24/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักในน้ำหรือที่เรียกว่าการเพาะปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์เป็นวิธีการทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกผักสวนครัวไว้บริโภคในครัวเรือน การปลูกผักแบบนี้ไม่ต้องใช้ดินแต่ใช้น้ำเป็นตัวกลางในการส่งสารอาหารไปยังรากพืช ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรือผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ทำไมถึงควรเลือกปลูกผักในน้ำ? การปลูกผักในน้ำมีข้อดีหลายประการที่ทำให้เป็นที่นิยมมากขึ้น การปลูกแบบนี้ช่วยประหยัดน้ำได้มากถึง 90% เมื่อเทียบกับการปลูกในดิน เนื่องจากสารอาหารถูกส่งตรงไปยังรากพืช ลดการสูญเสียจากการระเหยและการไหลบ่า นอกจากนี้ยังช่วยให้พืชเจริญเติบโตเร็วกว่าและให้ผลผลิตสูงกว่าการปลูกในดินทั่วไป ข้อดีอื่นๆ ที่สำคัญคือการควบคุมสิ่งแวดล้อมได้ดีกว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องวัชพืชหรือโรคพืชที่มาจากดิน และสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีแม้ในช่วงฤดูหนาว การปลูกในน้ำยังช่วยให้ผักที่ได้มีความปลอดภัยมากกว่า เนื่องจากไม่ต้องใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชหรือปุ่ยเคมีในปริมาณมาก ผักชนิดใดบ้างที่เหมาะสมกับการปลูกในน้ำ? ผักใบเขียวและสมุนไพร ผักใบเขียวเป็นพืชที่เหมาะสมที่สุดกับการปลูกในน้ำ ได้แก่ ผักกาด ผักบุ้ง และผักชี ซึ่งสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง ผักชีสามารถปลูกได้โดยการตัดลำต้นส่วนล่างที่มีรากติดอยู่ แล้วนำไปแช่ในน้ำและวางไว้ในที่ที่มีแสงแดดปานกลาง สำหรับสมุนไพร เช่น สะระแหน่ ต้นหอม และผักชีฝรั่ง สามารถปลูกได้ง่ายโดยการนำยอดอ่อนมาแช่ในน้ำ หลังจากนั้นไม่กี่วันรากก็จะงอกออกมา สะระแหน่เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณดีและควรมีติดไว้ในทุกบ้าน ผักหัวและผักรากน้ำ แครอตสามารถปลูกในน้ำได้ แต่ผลที่ได้จะเป็นใบสีเขียวที่ใช้ปรุงอาหารได้ ไม่ใช่หัวแครอต โดยการนำหัวแครอตส่วนบนที่ตัดออกมาแช่ในน้ำตื้นและตั้งให้โดนแสงแดด กะหล่ำปลีก็สามารถปลูกได้โดยการนำฐานรากที่เหลือจากการปรุงอาหารมาแช่ในน้ำตื้น ผักอื่นๆ ที่น่าสนใจ ผักฉ่อยซึ่งเป็นผักสัญชาติจีนที่มีรสชาติขมอมเผ็ดร้อนเล็กน้อย สามารถปลูกได้โดยการนำต้นติดรากไปแช่ในน้ำ ภายใน 1-2 วันจะมีใบอ่อนงอกขึ้นมา ตะไคร้ซึ่งมีสรรพคุณมากมายก็สามารถปลูกในน้ำได้โดยการตัดต้นส่วนล่างมาประมาณ 2-3 นิ้วแล้วแช่ในน้ำครึ่งเดียว วิธีการปลูกผักในน้ำแบบง่ายๆ การเตรียมอุปกรณ์ การปลูกผักในน้ำไม่ต้องใช้อุปกรณ์ซับซ้อน [...]

17/9/2564 • โดย Homeday
“ไข่” เป็นอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะคุณค่าด้านโปรตีน รวมไปถึงสารอาหารประเภทต่างๆ จึงทำให้ทุกครัวเรือนต้องมีไข่ติดครัวเอาไว้ แต่รู้ไหมว่านอกจากไข่จะมี

24/6/2568 • โดย Homeday
การจัดสวนขวดแก้วหรือ Terrarium ได้กลายเป็นกิจกรรมยอดนิยมสำหรับคนที่ต้องการสร้างพื้นที่เขียวในบ้าน แต่คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ ควรจัดสวนแบบเปิดหรือแบบปิดดีกว่ากัน การเลือกระบบที่เหมาะสมจะส่งผลต่อความสำเร็จของสวนขนาดเล็กของคุณอย่างมาก ข้อแตกต่างหลักระหว่างสวนขวดแก้วแบบเปิดและแบบปิด สวนขวดแก้วแบบเปิดใช้ภาชนะที่มีปากกว้าง เช่น โถแก้วใส ซึ่งช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี ระดับความชื้นจึงต่ำกว่าระบบแบบปิด ส่วนสวนขวดแก้วแบบปิดจะใช้ภาชนะที่มีฝาปิดหรือปากแคบ สร้างระบบนิเวศที่สามารถรักษาความชื้นและความชื้นสูงสำหรับพืชที่ชอบสภาพแวดล้อมชื้น ระบบแบบปิดสามารถสร้างวัฏจักรน้ำของตัวเอง โดยน้ำจะระเหยจากดินขึ้นสู่อากาศ แล้วควบแน่นบนผนังแก้วและไหลกลับลงสู่ดิน กระบวนการนี้ทำให้ไม่ต้องรดน้ำบ่อยครั้ง ในขณะที่ระบบแบบเปิดต้องการการรดน้ำที่สม่ำเสมอมากกว่า พืชที่เหมาะสมกับสวนขวดแก้วแบบเปิด สวนขวดแก้วแบบเปิดเหมาะสำหรับพืชที่ชอบสภาพแวดล้อมแห้งและต้องการการถ่ายเทอากาศที่ดี กลุ่มพืชที่เหมาะสมได้แก่: พืชอวบน้ำและแคคตัส เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับระบบแบบเปิด เนื่องจากพืชเหล่านี้มาจากพื้นที่แห้งแล้งและไม่สามารถทนต่อความชื้นสูงได้ หากนำไปใส่ในระบบปิด พืชเหล่านี้จะเน่าเสียได้ง่าย พืชอากาศ (Air Plants) ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม เนื่องจากในธรรมชาติพืชเหล่านี้เติบโตบนเปลือกไม้ในป่าเขตร้อนและดูดซับสารอาหารจากอากาศ จึงต้องการการถ่ายเทอากาศเพื่อการหายใจ พืชที่เหมาะสมกับสวนขวดแก้วแบบปิด ระบบแบบปิดเหมาะสำหรับพืชที่ชอบความชื้นสูงและสามารถเติบโตในสภาพแสงแก้วอ่อน พืชที่แนะนำมีดังนี้: มอสและเฟิร์น เป็นพืชพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ในสวนขวดแก้วแบบปิด มอสช่วยควบคุมความชื้นผ่านการคายน้ำและการดูดซับความชื้น ขณะที่เฟิร์นชอบความชื้นสูง 80% ขึ้นไป พืชใบลาย เช่น พืชจุดโพลกา (Polka Dot Plants) และ Fittonia ที่มีใบสีสันสวยงาม เหมาะสำหรับการสร้างความหลากหลายทางสีสันในระบบปิด เปเปโรเมีย เป็นพืชที่มีความหลากหลายและสามารถเติบโตได้ดีในสภาพแสงน้อย ทำให้เหมาะสำหรับสวนขวดแก้วแบบปิด [...]

10/3/2569 • โดย Homeday
กรุงเทพฯ 10 มีนาคม 2569 – จากกรณีที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์หอมหัวใหญ่ที่มีผลผลิตทยอยออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ส่งผลให้ราคาปรับตัวลดลง บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “แม็คโคร–โลตัส” เคียงข้างเกษตรไทย ขานรับนโยบายภาครัฐ เดินหน้ารับซื้อในราคานำตลาด และเร่งกระจายผลผลิต เพื่อร่วมรักษาเสถียรภาพราคาและดูแลรายได้เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม ในปี 2569 แม็คโคร–โลตัส รับซื้อหอมหัวใหญ่จากจังหวัดเชียงใหม่ รวม 6,000 ตัน กระจายผ่านเครือข่ายสาขาทั่วประเทศ เพื่อช่วยระบายผลผลิตในช่วงพีคของฤดูกาล โดยจัดรูปแบบบรรจุภัณฑ์ขนาด 1 กิโลกรัม สำหรับผู้บริโภคทั่วไป และขนาด 10 กิโลกรัม สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารและธุรกิจบริการอาหาร เพื่อเพิ่มความสะดวกและขยายโอกาสทางการตลาดให้ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า โดยตัวแทนเกษตรกรอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า “ในช่วงนี้ตลาดหอมหัวใหญ่ได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ความต้องการในตลาดลดลง ผู้ค้าส่งหลายรายปรับลดการสต๊อกสินค้า ขณะเดียวกันยังมีหอมหัวใหญ่จากต่างประเทศ เข้ามาแข่งขันในตลาด ส่งผลให้ราคาผลผลิตของเกษตรกรปรับตัวลดลง การที่ภาครัฐร่วมกับแม็คโคร–โลตัส เข้ามาทำงานร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการรับซื้อและเร่งกระจายผลผลิตสู่ตลาดในวงกว้าง จึงถือเป็นความร่วมมือสำคัญที่ช่วยเปิดโอกาสทางการตลาด [...]

21/5/2568 • โดย Homeday
ผักตระกูลกะหล่ำเป็นกลุ่มพืชที่มีคุณประโยชน์มหาศาลต่อร่างกาย อุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยป้องกันโรคร้ายหลายชนิด โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ผักตระกูลนี้มีมากกว่า 3,000 ชนิดทั่วโลก มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์คล้ายคลึงกัน คือมีลำต้นเป็นแกนกลางและแตกกิ่งกับช่อดอกตรงยอดลำต้น ที่สำคัญคือนอกจากรสชาติอร่อยแล้ว ผักกลุ่มนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่ส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างมาก บทความนี้จะแนะนำให้คุณรู้จักผักตระกูลกะหล่ำที่มีประโยชน์ พร้อมวิธีการปลูกไว้รับประทานเองที่บ้านเพื่อสุขภาพที่ดีแบบยั่งยืน ประโยชน์ทางสุขภาพของผักตระกูลกะหล่ำที่อาจคุณไม่เคยรู้ ผักตระกูลกะหล่ำหรือ Cruciferous Vegetable อยู่ในวงศ์ Brassica มีสารอาหารสำคัญมากมายที่มอบประโยชน์ให้ร่างกายอย่างน่าทึ่ง ดังนี้ กลูโคซิโนเลต (Glucosinolates) เป็นสารสำคัญที่มีคุณสมบัติป้องกันโรคมะเร็งหลายชนิด ทั้งมะเร็งเต้านม มะเร็งตับอ่อน มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีการศึกษาพบว่า ผู้ที่รับประทานพืชตระกูลกะหล่ำเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง สามารถลดโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึง 66% เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีสารชัลโฟราเฟน อินโดล-3-คาร์บินอล และสารไอโซไธโอไซยาเนต ที่มีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ยับยั้งเอนไซม์ที่กระตุ้นสารก่อมะเร็ง และดักจับสารก่อมะเร็งรวมถึงอนุมูลอิสระที่จะทำลายเซลล์ปกติ ไฟเบอร์ (Fiber) ที่พบในผักกลุ่มนี้ช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน ปรับระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ รักษาระดับน้ำตาลในเลือด และยังช่วยลดคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย วิตามินซี (Vitamin C) ที่อุดมในผักตระกูลกะหล่ำช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เร่งการสมานแผล บำรุงสายตาและผิวพรรณ เพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก และยังช่วยบรรเทาอาการไข้หวัดได้อีกด้วย ผักตระกูลกะหล่ำยังมีวิตามินเค [...]

6/9/2567 • โดย Homeday
บริษัท นิปปอนเพนต์ (ประเทศไทย) จำกัด กลุ่มธุรกิจสีพ่นซ่อมรถยนต์ นำโดย นายนพดล ศรีสินรุ่งเรือง ผู้จัดการทั่วไป และ นายเสกสรรค์ ตันมธุสรชัย ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป จัดกิจกรรม CSR “รวมใจ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ภาคเหนือ” โดยทางบริษัทฯ ได้เปิดรับบริจาค ปัจจัย ข้าวสารอาหารแห้ง เสื้อผ้า สิ่งของ และเงินส

29/2/2567 • โดย Homeday
Nectapharma พร้อมส่งโปรโมชันเด็ด รับมหกรรมเทศกาลช้อปปิ้งออนไลน์อย่างยิ่งใหญ่ครั้งแรกของปีใน Shopee 3.3 ลดใหญ่ต้นปี จากไลฟ์สไตล์และการดำเนินชีวิตของคนในยุคปัจจุบันที่เร่งรีบ อาจส่งผลให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพที่แข็งแรง และก่อให้เกิดโทษต่อสุขภาพร่างกายในระยะยาวได้ Nectapharma ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีผลวิจัยรองรับ ร่วมกับ ช้อปปี้ อีคอมเมิร์ซเบอร์ 1 ครอง

2/4/2568 • โดย Homeday
สุนัขเป็นสัตว์ที่มีความหลากหลายของสายพันธุ์ ในปัจจุบันสุนัขมีสายพันธุ์มากกว่า 400 สายพันธุ์ทั่วโลก ตั้งแต่สุนัขพันธุ์จิ๋วที่มีน้ำหนักเพียง 2-3 กิโลกรัม ไปจนถึงสุนัขพันธุ์ยักษ์ที่มีน้ำหนักมากกว่า 60 กิโลกรัม ซึ่งน้องหมาที่มีขนาดตัวและน้ำหนักที่ต่างกันก็ต้องเลือกสารอาหารที่ต่างกัน เพื่อการเจริญเติบโต และการดูแลที่แตกต่างกัน การเลือกอาหารสุนัขให้เหมาะกับสายพันธุ์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของต้องใส่ใจ การแบ่งสายพันธุ์สุนัข การเลือกอาหารสุนัขจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับขนาดของสายพันธุ์ และน้ำหนักตัว ก่อนที่จะเลือกอาหารเราต้องเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจการแบ่งกลุ่มสายพันธุ์สุนัขตามขนาด ซึ่งมีผลต่อการเลือกอาหารและการเข้าสู่วัยต่าง ๆ ดังนี้ พันธุ์จิ๋ว (Tiny) : สุนัขที่มีขนาดเล็กที่สุด น้ำหนักตัวเมื่อโตเต็มวัยน้อยกว่า 4 กิโลกรัม เช่น ชิวาวา ยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์ เข้าสู่วัยเต็มวัยเร็วที่สุดคือประมาณ 10 เดือน และเข้าสู่วัยสูงอายุเมื่อ 8 ปี พันธุ์เล็ก (Small) : สุนัขพันธุ์เล็กจะมีน้ำหนักตัวเมื่อโตเต็มวัยน้อยกว่า 10 กิโลกรัม เช่น ปอมเมอเรเนียน ชิสุ พุดเดิ้ล เข้าสู่วัยเต็มวัยที่ 10 เดือน และเข้าสู่วัยสูงอายุเมื่อ 8 ปี พันธุ์กลาง [...]

24/3/2568 • โดย Homeday
นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในโอกาสเป็นประธานแสดงความยินดีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการภาคีร่วมใจส่งรักส่งนมจากอกแม่สู่ลูก” เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 ณ โรงแรม ที.เค.พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร ที่ผ่านมา ว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัยมีนโยบายในการส่งเสริมให้เด็กทุกคนได้กินนมแม่อย่างเต็มที่ ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก คือ ทารกแรกเกิดได้กินนมแม่ตั้งแต่ 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด และกินนมแม่เพียงอย่างเดียวไม่ผสมน้ำในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต รวมทั้งกินนมแม่ต่อเนื่องจนถึงอายุ 2 ปี หรือนานกว่านั้น เพราะนมแม่เป็นอาหารที่ดีมีสารอาหารมากกว่า 200 ชนิดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กทุกช่วงวัย เปรียบเสมือนวัคซีนป้องกันโรคตั้งแต่หยดแรก อีกทั้งในน้ำนมแม่มีภูมิคุ้มกันโรคต่าง ๆ ช่วยลดโรคภูมิแพ้ในเด็ก และช่วยลดภาวะทุพโภชนาการของเด็ก อีกทั้งเป็นการถักทอสายใยความผูกพันจากแม่สู่ลูก ส่งผลดีต่อพัฒนาการทางกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม นอกจากนี้ยังพบว่าเด็กที่กินนมแม่ จะลดโอกาสการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในอนาคตได้ ซึ่งโครงการนี้นับเป็นหนึ่งโครงการสำคัญที่มีส่วนช่วยให้เด็กไทยไม่เสียโอกาสในการกินนมแม่และผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนมากกว่าร้อยละ 50 ได้สำเร็จ ด้าน นายแพทย์ปกรณ์ [...]

4/4/2568 • โดย Homeday
กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ได้จัดการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 30 ระดับประเทศ ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี และมหาวิทยาลัยรังสิต การแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 30 ดังกล่าว เป็นรายการแข่งขันระดับชาติที่นักศึกษาจากสถาบันต่างๆ ทั่วประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันในสาขาวิชาชีพที่หลากหลาย โดยจะต้องผ่านการแข่งขันในรอบระดับภาคก่อนไปแข่งขันในรอบระดับประเทศ ซึ่งผู้ชนะในแต่ละสาขาจะได้เป็นหนึ่งในตัวแทนประเทศไทยเพื่อไปเข้าร่วมการแข่งขัน WorldSkills ASEAN 2025 และ WorldSkills Asia 2025 สำหรับการแข่งขันในรอบนี้ วิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันการศึกษาชั้นแนวหน้าด้านธุรกิจบริการในเครือโรงแรมดุสิตธานี ก็ได้ส่งนักศึกษา 6 คนที่ได้เป็นตัวแทนภาคเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในสาขาประกอบอาหาร จัดดอกไม้ และบริการอาหารและเครื่องดื่ม ผลปรากฏว่า นายนครินทร์ จรูญพันธุ์วณิช ซึ่งเข้าแข่งขันในสาขาประกอบอาหาร สามารถคว้ารางวัลเหรียญทองมาครองได้ ในขณะที่ นางสาวบุษกร เจียมสกุล ซึ่งเข้าแข่งขันในสาขาเดียวกันคว้าเหรียญเงิน นอกจากนี้ยังมีตัวแทนวิทยาลัยเข้าแข่งขันในสาขาต่างๆ อีกดังนี้ นางสาวปลายฝน ถ้ำสูงเนิน ทำคะแนนได้อันดับที่ 5 ในสาขาบริการอาหารและเครื่องดื่ม นายสิรวิชญ์ ภูมิภมร และ นายสิทธินันท์ อระวีพร ซึ่งเข้าแข่งขันในสาขาจัดดอกไม้ [...]

24/3/2568 • โดย Homeday
นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกล่าวแสดงความยินดี ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการภาคีร่วมใจส่งรักส่งนมจากอกแม่สู่ลูก” เพื่อแสดงจุดยืนในการส่งเสริมให้เด็กได้รับนมแม่อย่างเต็มที่ เผยผลสำรวจพบว่ามีเด็กแรกเกิดเพียงร้อยละ 29.4 ได้กินนมแม่ภายใน 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด และมีเพียงร้อยละ 28.6 ที่ได้กินนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต หนุนส่งรักส่งนมจากอกแม่สู่ลูก ตั้งเป้าเพิ่มขึ้น ร้อยละ 50 นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายในการส่งเสริมให้เด็กทุกคนได้กินนมแม่อย่างเต็มที่ ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกคือ ทารกแรกเกิดได้กินนมแม่ตั้งแต่ 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด และกินนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต รวมทั้ง กินนมแม่ต่อเนื่อง ควบคู่อาหารตามวัยจนถึงอายุ 2 ปี หรือนานกว่านั้น เพราะนมแม่เป็นอาหารที่ดีมีสารอาหารมากกว่า 200 ชนิดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กทุกช่วงวัย เปรียบเสมือนวัคซีนป้องกันโรคตั้งแต่หยดแรก เพราะในน้ำนมแม่มีภูมิคุ้มกันโรคที่ไม่สามารถหาได้จากอาหารอื่นและช่วยลดภาวะทุพโภชนาการของเด็ก อีกทั้งเป็นการถักทอสายใยความผูกพันจากแม่สู่ลูก ส่งผลดีต่อพัฒนาการทางกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม โครงการนี้นับเป็นหนึ่งโครงการสำคัญที่มีส่วนช่วยให้เด็กไทยไม่เสียโอกาสในการกินนมแม่และผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนอย่างน้อยร้อยละ 50 ได้สำเร็จ ด้าน [...]
