กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

4/6/2568 • โดย Homeday
การสร้างสตูดิโอในสวนหลังบ้านหรือที่เรียกกันว่า Backyard Studio กำลังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะในหมู่คนที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวสำหรับการทำงาน พักผ่อน หรือดำเนินกิจกรรมต่างๆ แยกออกจากตัวบ้านหลัก แนวคิดนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับบ้าน แต่ยังสร้างพื้นที่หลากหลายประโยชน์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคใหม่ โดยมีการพัฒนาและปรับแต่งให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและความต้องการของแต่ละครอบครัว ขอบคุณภาพจาก : Studio Shed ความหมายและที่มาของสตูดิโอในสวนหลังบ้าน สตูดิโอในสวนหลังบ้านเป็นแนวคิดที่มีต้นกำเนิดจากประเทศในแถบตะวันตก ซึ่งเป็นการเปลี่ยนพื้นที่ว่างในสวนหลังบ้านให้กลายเป็นห้องสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ตามความต้องการ เช่น ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น หรือห้องจัดปาร์ตี้ โครงสร้างเหล่านี้มักจะเป็นอาคารขนาดเล็กที่แยกออกจากตัวบ้านหลัก แต่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงได้สะดวก แต่ยังคงความเป็นส่วนตัว การออกแบบสตูดิโอในสวนหลังบ้านมักจะคำนึงถึงการใช้งานจริงและสภาพแวดล้อม โดยต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น ทิศทางแสงแดด การระบายอากาศ และความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงการเชื่อมโยงกับพื้นที่สวนและตัวบ้านหลัก เพื่อให้เกิดความลงตัวและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอบคุณภาพจาก : Summerwood Products หลากหลายรูปแบบของสตูดิโอในสวนหลังบ้าน รูปแบบของสตูดิโอในสวนหลังบ้านมีความหลากหลายมาก ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งานและพื้นที่ที่มีอยู่ โดยสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภท เช่น สตูดิโอสำหรับการทำงาน ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นโฮมออฟฟิศแยกต่างหาก ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดการรบกวนจากกิจกรรมภายในบ้าน หรือสตูดิโอสำหรับการพักผ่อน ที่เน้นความสงบและผ่อนคลาย บางครั้งอาจเป็นสตูดิโอแบบอเนกประสงค์ที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย เช่น เป็นห้องออกกำลังกาย ห้องเล่นดนตรี หรือพื้นที่สำหรับจัดงานเลี้ยงเล็กๆ การออกแบบจะต้องยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามความต้องการ [...]

4/4/2568 • โดย Homeday
การเลือกซื้อคอนโดมิเนียมเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มักสร้างความลังเลให้กับผู้ซื้อคือการเลือกชั้นที่เหมาะสม เพราะระดับชั้นไม่เพียงส่งผลต่อราคา แต่ยังมีผลต่อคุณภาพชีวิตและมูลค่าการลงทุนในระยะยาว บทความนี้จะพาทุกท่านเจาะลึกถึงข้อดีข้อเสียของคอนโดในแต่ละระดับชั้น การเปรียบเทียบราคา และปัจจัยที่ควรพิจารณาเพื่อให้ได้ห้องที่คุ้มค่าและตรงกับความต้องการมากที่สุด ทำความเข้าใจโครงสร้างราคาคอนโดตามระดับชั้น การกำหนดราคาคอนโดมิเนียมมีความสัมพันธ์โดยตรงกับระดับชั้น โดยทั่วไปแล้ว ราคาจะเพิ่มขึ้นตามความสูงของชั้น แต่ไม่ได้เพิ่มในอัตราที่เท่ากันเสมอไป โดยเฉลี่ยแล้ว คอนโดชั้นสูงมักมีราคาสูงกว่าชั้นล่างประมาณ 10-30% ขึ้นอยู่กับทำเลและโครงการ ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย คอนโดมักถูกแบ่งเป็นกลุ่มชั้นต่างๆ ดังนี้: ชั้นล่าง (ชั้น 1-5): เป็นชั้นที่มีราคาต่ำที่สุดในโครงการ ยกเว้นชั้น 1 ที่อาจมีราคาสูงกว่าในบางโครงการเพราะสามารถเข้าถึงสวนหรือสระว่ายน้ำได้โดยตรง ชั้นกลาง (ชั้น 6-15): มีราคาที่สูงขึ้นประมาณ 5-15% จากชั้นล่าง ชั้นสูง (ชั้น 16 ขึ้นไป): มีราคาที่สูงขึ้นประมาณ 15-30% จากชั้นล่าง โดยชั้นสูงสุดหรือชั้นเพนท์เฮาส์อาจมีราคาสูงกว่าชั้นล่างถึง 40-60% นอกจากระดับชั้นแล้ว ทิศทางและวิวยังมีผลต่อราคาอย่างมาก ห้องที่มีวิวสวยหรือวิวแม่น้ำอาจมีราคาสูงกว่าห้องในชั้นเดียวกันที่มีวิวอาคารหรือกำแพงถึง 10-20% การเข้าใจโครงสร้างราคาเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ซื้อสามารถประเมินความคุ้มค่าและต่อรองราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โครงสร้างราคายังขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงการและนโยบายของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บางโครงการอาจคิดราคาเพิ่มตามชั้นในอัตราคงที่ เช่น เพิ่มขึ้นตารางเมตรละ 1,000 บาทต่อชั้น ในขณะที่บางโครงการอาจใช้อัตราก้าวหน้า โดยชั้นที่สูงขึ้นจะมีส่วนต่างราคาที่เพิ่มมากขึ้น ผู้ซื้อควรสอบถามรายละเอียดเหล่านี้จากเจ้าหน้าที่ขายเพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างชั้นต่างๆ [...]

29/3/2568 • โดย Homeday
การเคลื่อนย้ายของประชากรเป็นปัจจัยเชิงกลยุทธ์ที่นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ไม่ควรมองข้าม เสมือนเข็มทิศนำทางที่ช่วยให้เห็นโอกาสการลงทุนที่ซ่อนอยู่ในแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจ ความสำคัญของการศึกษาการเคลื่อนย้ายประชากร การวิเคราะห์การเคลื่อนย้ายประชากรเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการคาดการณ์ทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนที่เข้าใจแนวโน้มการเคลื่อนย้ายสามารถคาดการณ์ความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นการย้ายถิ่นฐานจากชนบทสู่เมือง การขยายตัวของเขตเมือง หรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครอบครัว ปัจจัยขับเคลื่อนการเคลื่อนย้ายประชากร โอกาสทางเศรษฐกิจ: การย้ายถิ่นเพื่อแสวงหางานและรายได้ที่ดีกว่า เป็นแรงผลักดันหลักของการเคลื่อนย้ายประชากร เมืองใหญ่และเขตเศรษฐกิจมักดึงดูดประชากรวัยทำงานด้วยโอกาสทางอาชีพที่หลากหลาย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน: การพัฒนาระบบคมนาคม ระบบราง และโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ กระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนย้ายของประชากรไปยังพื้นที่ที่มีการพัฒนา พื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าหรือเส้นทางคมนาคมสำคัญมักมีมูลค่าอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้น คุณภาพชีวิต: ปัจจัยด้านการศึกษา สาธารณสุข ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยเป็นแรงจูงใจสำคัญในการเลือกถิ่นที่อยู่อาศัย ผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ การเคลื่อนย้ายประชากรส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ ดังนี้ การเปลี่ยนแปลงความต้องการที่อยู่อาศัย พฤติกรรมการอยู่อาศัยเปลี่ยนแปลงไปตามโครงสร้างประชากร คนรุ่นใหม่มีความต้องการที่อยู่อาศัยที่แตกต่างจากรุ่นก่อน โดยให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย ทำเลที่ตั้ง และการเชื่อมต่อกับระบบนิเวศน์การใช้ชีวิตสมัยใหม่ มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ พื้นที่ที่มีการเคลื่อนย้ายประชากรเข้ามาอย่างต่อเนื่องมักมีแนวโน้มราคาอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้น การวิเคราะห์ทิศทางการเคลื่อนย้ายช่วยให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ล่วงหน้าได้ กลยุทธ์การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก นักลงทุนควรใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลประชากรศาสตร์ อาทิ ข้อมูลการย้ายถิ่นรายปี สถิติการเกิดและการตาย แนวโน้มโครงสร้างอายุประชากร การสำรวจการย้ายถิ่นฐานของหน่วยงานราชการ การติดตามแนวโน้มระยะยาว การลงทุนอย่างอัจฉริยะต้องมองการณ์ไกล ติดตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางประชากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับกลยุทธ์การลงทุนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง สรุป การวิเคราะห์การเคลื่อนย้ายประชากรเป็นเครื่องมือสำคัญในการตัดสินใจลงทุนอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนที่เข้าใจและติดตามแนวโน้มอย่างใกล้ชิดจะสามารถค้นพบโอกาสการลงทุนที่มีศักยภาพ และสร้างผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจในระยะยาว #อสังหาริมทรัพย์ [...]

15/3/2568 • โดย Homeday
ความสำคัญของการวิเคราะห์แนวโน้มพื้นที่พัฒนา การวิเคราะห์แนวโน้มการพัฒนาพื้นที่ถือเป็นหัวใจสำคัญในวงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งต้องอาศัยทักษะการสังเกตและเครื่องมือที่หลากหลาย เพื่อคาดการณ์ทิศทางการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างแม่นยำ นักลงทุนและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาพื้นที่ เครื่องมือและวิธีการวิเคราะห์แนวโน้มพื้นที่ 1. การศึกษาข้อมูลภูมิศาสตร์และผังเมือง การวิเคราะห์แนวโน้มการพัฒนาพื้นที่เริ่มต้นจากการศึกษาข้อมูลภูมิศาสตร์อย่างละเอียด นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องติดตามแผนผังเมืองและทิศทางการขยายตัวของชุมชน โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ อาทิ เส้นทางคมนาคม ระบบสาธารณูปโภค และการวางผังเมืองใหม่ๆ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้สามารถคาดการณ์แนวโน้มการพัฒนาพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ 2. การวิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจและประชากร ข้อมูลทางเศรษฐกิจและประชากรเป็นตัวบ่งชี้สำคัญในการคาดการณ์การพัฒนาพื้นที่ นักวิเคราะห์ต้องศึกษาปัจจัยต่างๆ เช่น อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ การย้ายถิ่นฐาน โครงสร้างประชากร และแนวโน้มการจ้างงาน ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจถึงความต้องการที่อยู่อาศัยและพื้นที่พัฒนาในอนาคต 3. เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลสมัยใหม่ ปัจจุบันเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลมีความก้าวหน้ามาก เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยให้สามารถประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สามารถใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการคาดการณ์แนวโน้มการพัฒนาพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลยุทธ์การวิเคราะห์แนวโน้มที่แม่นยำ การติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ความแม่นยำในการวิเคราะห์แนวโน้มขึ้นอยู่กับการติดตามข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ควรสร้างระบบการติดตามข้อมูลที่ครอบคลุม ประกอบด้วย: การติดตามประกาศและนโยบายภาครัฐ การวิเคราะห์ข้อมูลตลาดอย่างต่อเนื่อง การประเมินผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เครือข่ายและแหล่งข้อมูล การสร้างเครือข่ายและแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือเป็นกลยุทธ์สำคัญ ประกอบด้วย: การติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐ การแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้เชี่ยวชาญในวงการ การใช้แพลตฟอร์มข้อมูลออนไลน์ที่ทันสมัย เทคนิคเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ การใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) [...]

16/6/2568 • โดย Homeday
การจัดสวนรอบบ้านด้วยตัวเอง เป็นงานที่หลายคนฝันว่าอยากทำให้สำเร็จ แต่มักคิดว่าเป็นเรื่องยากเกินไป อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนพื้นที่รกร้างให้กลายเป็นสวนสวยด้วยต้นไม้ฟอร์มสวยนั้น ไม่ได้ยากอย่างที่คิด หากมีความรู้และวางแผนที่ถูกต้อง เริ่มต้นจัดสวนอย่างถูกวิธี การสำรวจพื้นที่และวางแผน ก่อนเริ่มจัดสวน ขั้นตอนแรกคือการสำรวจพื้นที่ให้ละเอียด โดยต้องพิจารณาขนาดพื้นที่ ทิศทางแสงแดด และสภาพดินเดิม การวัดขนาดพื้นที่จะช่วยให้เราวางแผนการตกแต่งสวนและเลือกสไตล์ได้อย่างเหมาะสม ตำแหน่งที่จะจัดสวนควรตรวจเช็คให้ดีว่ามีแสงแดดส่องถึงมากหรือน้อย เพื่อจะได้เลือกพันธุ์ไม้ให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมมากที่สุด 4 การออกแบบสวนควรร่างแบบลงบนกระดาษหรือในคอมพิวเตอร์ก่อน เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าจะใช้ต้นไม้และของตกแต่งสวนแบบไหน จำนวนเท่าไหร่ การเตรียมดินและปรับสภาพพื้นที่ หากพื้นที่มีหญ้ารกหรือดินที่ไม่เหมาะสม ควรนำดินเก่าออกไปบ้าง โดยไม่จำเป็นต้องรื้อดินออกทั้งสวน สำหรับการปลูกไม้พุ่มหรือไม้คลุมดิน ให้ขุดดินออกลึกประมาณ 20-25 เซนติเมตร ส่วนไม้ยืนต้นให้ขุดหลุมปลูกลึกกว่าความสูงของตุ้มดินอีกราว 30 เซนติเมตร การฟื้นฟูดินโดยใส่อินทรียวัตถุเป็นวิธีที่ง่ายและเห็นผลดีที่สุด แหล่งที่มาของอินทรียวัตถุ ได้แก่ เศษซากพืช เช่น ใบไม้ กิ่งไม้ เศษหญ้า รวมทั้งปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และวัสดุจากธรรมชาติอื่นๆ เช่น แกลบ ฟางข้าว เปลือกถั่ว กาบมะพร้าวสับ ต้นไม้ฟอร์มสวยยอดนิยมสำหรับจัดสวน ไทรใบสัก – ต้นไม้ฟอกอากาศสุดฮิต ไทรใบสัก (Fiddle Fig) [...]

24/5/2566 • โดย Homeday
นายธีระ ทองวิไล กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจทาวน์เฮาส์ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ทิศทางของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มที่

12/2/2569 • โดย Homeday
ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ประเมินเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ยังคงขยายตัวได้ท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยรอบด้าน โดยบริษัทฯ วางแผนดำเนินธุรกิจปี 2569 ด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นคุณภาพ ความคล่องตัว และนวัตกรรม เน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน ตั้งเป้ายอดขาย 4,200 ล้านบาท พร้อมแผนเปิดโครงการใหม่ทั้งสิ้น 4 – 6 โครงการ มูลค่ารวม 3,500 – 4,500 ล้านบาทครอบคลุมทั้งทาวน์โฮม บ้านแนวคิดใหม่ และบ้านเดี่ยวในช่วงราคา 2-12 ล้านบาท เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ซื้อที่มีความต้องการอยู่อาศัยจริง และในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว บริษัทปรับตัวเพื่อผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ 1. ต้องรักษาสภาพคล่องให้ได้ 2. ควบคุมอัตราหนี้สินต่อทุน เพื่อลดความเสี่ยง 3. การเปิดโครงการใหม่ต้องแม่นยำ และมีข้อมูลที่ดี 4. บริหาร Quality ทั้งสินค้า ระบบบริหาร และทรัพยากรมนุษย์ ช่วงรอเศรษฐกิจฟื้นตัว และ 5. ยกระดับองค์กรตามแนวทาง ESG เพื่อวางรากฐานการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายการเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าในระยะยาว นายไชยยันต์ ชาครกุล [...]

25/11/2568 • โดย Homeday
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตกำลังเติบโตจากดีมานด์ต่างชาติที่เพิ่มขึ้น กระแสการพำนักระยะยาว และแผนการลงทุนรวมกว่า 14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (4.5 แสนล้านบาท) ขณะที่ภูเก็ตขยับสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ระยะยาว ทิศทางดังกล่าวสะท้อนในงาน Phuket Real Estate Forum 2025 ครั้งแรกที่ SAii Laguna Phuket โดยมีผู้นำอุตสาหกรรมกว่า 300 คน เข้าร่วม ตั้งแต่ต้นปีถึงกันยายน 2568 ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตมีผู้โดยสารเข้าเกาะรวม 6.3 ล้านคน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 3.8 ล้านคน และในประเทศ 2.4 ล้านคน เติบโต 0.7% จากปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นถึง 9.2% ในไตรมาสแรก จากดีมานด์ต่างชาติที่ยังคงแข็งแกร่ง ในด้านอสังหาริมทรัพย์ ปัจจุบันมีที่อยู่อาศัยตลาด primary 43,481 ยูนิต และจะมีโรงแรมใหม่อีก 5,208 ห้อง เปิดตั้งแต่ปี 2569–2572 ทำให้จำนวนห้องพักรวมเพิ่มเป็น 102,109 ห้องภายใน 4 ปี [...]

2/2/2569 • โดย Homeday
ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ประเมินแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยปี 2569 ชี้แรงขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มกำลังซื้อแบบ “Real Demand ที่มีคุณภาพ” เผยปัจจุบันผู้บริโภคตัดสินใจซื้อบนพื้นฐานการอยู่อาศัยได้จริง และให้ความสำคัญกับบ้านที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในระยะยาว ทั้งด้านค่าใช้จ่าย ความมั่นคง และคุณภาพชีวิต ส่งผลให้บ้านถูกมองเป็น “โครงสร้างพื้นฐานของชีวิต ครอบครัว และการทำงานในอนาคต” มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ “LALIN” ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพภายใต้คอนเซ็ปต์ “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี” เปิดเผยว่า “ทิศทางการตัดสินใจของผู้ซื้อบ้านกลุ่ม Real Demand ในปัจจุบัน สะท้อนการมองที่อยู่อาศัยในฐานะพื้นที่ใช้ชีวิตระยะยาว มากกว่าการพิจารณาเพียงราคา หรือสิทธิประโยชน์ในช่วงเวลาสั้น ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับบ้านที่สามารถรองรับการใช้ชีวิตจริง ทั้งด้านการใช้งาน ความคุ้มค่า ค่าใช้จ่ายที่สามารถบริหารจัดการได้ และสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาวะ ส่งผลให้แนวคิดเรื่องบ้านประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัยอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิต และสะท้อนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกลายเป็นความคาดหวังพื้นฐานของผู้ซื้อบ้านกลุ่ม Real Demand ในยุคปัจจุบัน” ผลสำรวจพบว่า ผู้ซื้อโฟกัส “ต้นทุนตลอดอายุการอยู่อาศัย (Total Cost of Living)” มากกว่าราคาซื้อเริ่มต้น ขณะเดียวกันความผันผวนด้านสภาพอากาศและปัญหาสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ผู้บริโภคมองหาบ้านที่ช่วยลดการใช้พลังงาน อยู่สบาย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ภาพดังกล่าวสอดคล้องกับเมกะเทรนด์ด้าน “พลังงานแพงและความเสี่ยงด้านพลังงาน [...]

20/2/2568 • โดย Homeday
นายโจ ไช่ ประธานของอาลีบาบา กรุ๊ป แลกเปลี่ยนมุมมองของอาลีบาบาเกี่ยวกับอนาคตของ AI ในระหว่างการประชุมสุดยอด World Government Summit เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยโจได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมจากบทบรรณาธิการที่ตีพิมพ์ในโอกาสเดียวกัน เกี่ยวกับความสำคัญของโมเดลโอเพ่นซอร์สต่าง ๆ ที่สามารถมอบ AI ที่ทุกคนใช้ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้เฉพาะทางหรือความรู้ทางเทคนิคใด ๆ และการคาดการณ์ทิศทางที่จะทำให้การพัฒนา AI ก้าวสู่การนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์ โดยมีมุมมองสำคัญดังนี้ นักพัฒนาซอฟต์แวรจะคิดถึงแอปพลิเคชันที่นำไปใช้งานได้จริง และส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้โมเดลและเอเจนต์ AI เฉพาะทาง และ เจาะจงเฉพาะงาน ขยายตัวเร็วขึ้น เงินทุนจะไปยังบริษัทต่าง ๆ ที่สร้างนวัตกรรมด้วยการเทรนและการนำ AI ไปใช้ได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า โมเดลโอเพ่นซอร์สต่าง ๆ จะทำให้เกิด AI ที่ใครก็ใช้ได้ ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทที่มีขนาดเล็กสามารถเข้าถึงโมเดลโอเพ่นซอร์ส และต่อยอดพัฒนาแอปพลิเคชันที่นำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แอปพลิเคชัน AI ที่ใช้โมเดลที่มีพารามิเตอร์เล็กกว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นสามารถเข้าถึง AI ได้ การทำให้ค่าใช้จ่ายด้าน AI ลดลง และการเข้าถึงได้มากขึ้นนั้น หมายถึง [...]

13/3/2569 • โดย Homeday
บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM จัดงาน “SAM Town Hall Meeting ” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “เติมพลัง ก้าวข้ามขีดจำกัด สร้างโอกาสเพื่อสังคม” โดยนางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ มอบนโยบายการทำงาน เป้าหมาย ทิศทางกลยุทธ์การบริหารและขับเคลื่อนองค์กร ในปี 2569 รวมทั้งความสำเร็จการดำเนินธุรกิจของ SAM ท่ามกลางความท้าทายและความคืบหน้าของ โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ที่โดดเด่นทั้งในด้านความรวดเร็วของการพัฒนาระบบ และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนแบบครบวงจร นับเป็นการยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ SAM เพื่อรองรับภารกิจการเป็นกลไกลภาครัฐในบทบาท บริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคม หรือ Social AMC ให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน โดยมีผู้บริหารและพนักงานเข้าร่วมงาน ทั้งในรูปแบบออนไซต์ ณ สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ และระบบออนไลน์

28/2/2568 • โดย Homeday
SMART เผยทิศทาง Q1/68 ยังคงเผชิญความท้าทาย คาดการลงทุนภาครัฐ กระตุ้นภาคอสังหาฯ ทยอยลงทุนโครงการใหม่ เร่งเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ ชูอิฐมวลเบาเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน การันตีมาตรฐาน อิฐมวลเบาSmart Block ตอบรับงานโครงการภาครัฐ ภาคอสังหาฯเน้นความต้องการสูงขึ้น ลุยขยายช่องทางจำหน่าย ดิลเลอร์ ร้านโมเดิร์นเทรด ครอบคลุมทั่วประเทศ อัดกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ กระตุ้นยอดขาย หนุนรายได้โตตามเป้า 600 ล้านบาท สำหรับผลประกอบการปี 67 รายได้รวม 585.53 ล้านบาท กำไรสุทธิ 87.02 ล้านบาท เตรียมเสนอจ่ายปันผล 0.0485 บาท /หุ้น นายรังสี ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) (SMART) ผู้ผลิตและจำหน่ายอิฐมวลเบาด้วยระบบอบไอน้ำภายใต้ความดันสูงเพื่อใช้ในงานก่อสร้างและงานกั้นผนังอาคาร เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจไตรมาส 1/ 2568 ยังคงเผชิญกับความท้าทายในสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว คาดว่าการลงทุนต่าง ๆ โครงการภาครัฐจะกระตุ้นภาคอสังหาฯ ทยอยลงทุนโครงการใหม่ อย่างไรก็ตาม [...]