พบ 100 บทความ

24/4/2568 • โดย Homeday
การตัดสินใจซื้อบ้านเป็นหนึ่งในการลงทุนครั้งสำคัญของชีวิต ที่คนส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบ หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือวิธีการชำระเงิน โดยมีทางเลือกหลักๆ คือการซื้อด้วยเงินสดหรือการผ่อนชำระผ่านสินเชื่อจากธนาคาร แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป และเหมาะกับคนละกลุ่ม บทความนี้จะช่วยให้คุณได้เข้าใจถึงประโยชน์และข้อควรพิจารณาของการซื้อบ้านด้วยเงินสด เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและเหมาะสมกับสถานะทางการเงินของคุณ ข้อดีของการซื้อบ้านด้วยเงินสดที่คุณอาจไม่เคยรู้ การซื้อบ้านด้วยเงินสดนั้นมีข้อดีหลายประการที่หลายคนอาจมองข้าม เริ่มต้นจากความสะดวกในขั้นตอนการดำเนินการที่น้อยกว่าการขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน เพราะคุณไม่จำเป็นต้องเตรียมเอกสารมากมาย เพียงแค่บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านเท่านั้น ไม่ต้องใช้เอกสารแสดงรายได้หรือเอกสารอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการยื่นขอสินเชื่อ ทำให้กระบวนการทั้งหมดรวดเร็วและไม่ยุ่งยาก นอกจากนี้การซื้อบ้านด้วยเงินสดยังทำให้คุณไม่ต้องลุ้นผลการพิจารณาสินเชื่อจากธนาคาร ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สร้างความเครียดให้กับผู้ซื้อเป็นอย่างมาก เพราะโอกาสที่การขอสินเชื่อจะไม่ผ่านนั้นมีอยู่เสมอ แต่เมื่อคุณตัดสินใจซื้อด้วยเงินสด คุณสามารถเป็นเจ้าของบ้านได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือการประหยัดเงินจากการไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในการผ่อนบ้าน ในบางกรณี ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญาเงินกู้อาจมีมูลค่าสูงถึงร้อยละ 50-100 ของราคาบ้าน นั่นหมายความว่าคุณอาจต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกเท่าตัวหรือมากกว่านั้นเมื่อเทียบกับการซื้อด้วยเงินสด การตัดปัญหาเรื่องดอกเบี้ยออกไปจึงช่วยประหยัดเงินได้อย่างมหาศาล การซื้อบ้านเงินสดยังมีข้อดีอีกประการคือคุณไม่ต้องเสียค่าจดจำนอง ซึ่งโดยปกติแล้วจะเท่ากับร้อยละ 1 ของวงเงินกู้ เช่น หากกู้ 2 ล้านบาท คุณต้องจ่ายค่าจดจำนองประมาณ 20,000 บาท ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายที่คุณสามารถประหยัดได้เมื่อซื้อบ้านด้วยเงินสด อีกหนึ่งข้อดีที่สำคัญคือสิทธิพิเศษที่อาจได้รับจากโครงการ หลายโครงการมักมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อบ้านด้วยเงินสด เช่น ส่วนลดพิเศษ การลดค่าโอน หรือแม้กระทั่งการแถมเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับการซื้อบ้านของคุณ ใครเหมาะสมกับการซื้อบ้านเงินสด? เช็คลิสต์ก่อนตัดสินใจ การซื้อบ้านด้วยเงินสดอาจไม่เหมาะกับทุกคน การตัดสินใจซื้อบ้านด้วยเงินสดจำเป็นต้องประเมินความพร้อมและสถานะทางการเงินของตนเองให้ถี่ถ้วน กลุ่มคนที่เหมาะสมกับการซื้อบ้านเงินสดคือผู้ที่มี “เงินเย็น” [...]

4/8/2569 • โดย Homeday
แสนสิริจับมือธนาคารกรุงไทย เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริผ่านแอปฯ เป๋าตัง อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.70-3.80% ต่อปี จองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท คาดเปิดจองซื้อ 27-31 สิงหาคม 2569

25/3/2568 • โดย Homeday
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ KKP HOME FLEXI สินเชื่อบ้านที่ออกแบบให้สามารถเปลี่ยนบ้านเป็นความยืดหยุ่นทางการเงินได้สุดสะดวก โดยนำเงินที่ผ่อนชำระค่างวดบ้านกลับมาใช้ได้โดยไม่ต้องยื่นขอสินเชื่อใหม่ พร้อมเบิกใช้เงินได้ตลอดเวลาผ่านแอปพลิเคชัน KKP MOBILE นายภัทรพงศ์ รักตะบุตร ประธานสายธุรกิจสินเชื่อรายย่อย และประธานสายเครือข่ายสาขา เปิดเผยว่า ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนไทยสูงถึง 90% ของ GDP โดยหนี้ส่วนใหญ่เป็นหนี้จากบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งเป็นสินเชื่อมีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 16% – 25% ต่อปี ยิ่งกว่านั้น หากสังเกตพฤติกรรมผู้บริโภคยังพบว่ามียอดการจำนองบ้านที่ต่ำ โดยมียอดคงค้างเพียง 70,000 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับยอดสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันอยู่ที่ 200,000 กว่าล้านบาท แม้ดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านจะมีอัตราต่ำกว่าสินเชื่อไม่มีหลักประกันถึงประมาณ 3 เท่า แต่ผู้บริโภคก็ยังไม่นิยมเลือกใช้ โดยสาเหตุสำคัญมาจากผู้บริโภคมีความกังวลเรื่องการถูกยึดทรัพย์หากผิดนัดชำระค่างวด ตลอดจนภาระด้านเอกสาร กระบวนการสมัคร และระยะเวลาในการขอสินเชื่อที่ยุ่งยากกว่าสินเชื่อไม่มีหลักประกัน KKP จึงต้องการเข้ามาปิดช่องว่างในส่วนนี้และเปิดทางเลือกทางการเงินให้เป็นไปได้มากกว่า สำหรับผู้ต้องการบริหารจัดการเงินให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด “ธนาคารพบว่าผู้กู้สินเชื่อบ้านที่มีศักยภาพจำนวนมากต้องการนำเงินก้อน เช่น โบนัสหรือเงินออม มาโปะบ้านเพื่อลดภาระดอกเบี้ยและปลดหนี้ได้เร็วขึ้นตามหลักการจัดการทางการเงินที่ดี แต่ในขณะเดียวกันก็ลังเลว่าหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน จะนำเงินที่โปะไปออกมาใช้ไม่ได้ หากต้องการกู้ใหม่ หรือต้องใช้เวลาในการดำเนินการซึ่งอาจไม่ทันกับการใช้จ่าย และต้องมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นอย่างค่าจดจำนองกับกรมที่ดินใหม่ในส่วนวงเงินกู้เพิ่มเติม [...]

4/4/2568 • โดย Homeday
การซื้อคอนโดมิเนียมถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญสำหรับหลายคน แต่คำถามที่มักพบบ่อยคือ “ควรวางเงินดาวน์เท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม?” การตัดสินใจเรื่องเงินดาวน์ไม่ใช่เพียงแค่การปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางแผนทางการเงินที่ส่งผลต่อภาระผ่อนในระยะยาวอีกด้วย บทความนี้จะนำเสนอแนวทางการคำนวณเงินดาวน์อย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยแบบคอนโดสามารถวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักการพื้นฐานในการคำนวณเงินดาวน์คอนโด เงินดาวน์คือจำนวนเงินที่ผู้ซื้อต้องชำระให้กับผู้ขายหรือโครงการล่วงหน้าก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ โดยทั่วไปแล้ว โครงการคอนโดมิเนียมมักกำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำไว้ที่ประมาณ 10-20% ของราคาขาย อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าควรวางเงินดาวน์เท่าไหร่นั้น ไม่ควรดูเพียงแค่เงื่อนไขขั้นต่ำที่โครงการกำหนดเท่านั้น แต่ควรพิจารณาจากปัจจัยหลายประการร่วมกัน การวางเงินดาวน์ในสัดส่วนที่สูงขึ้นมีข้อดีหลายประการ ประการแรกคือ สามารถลดยอดเงินกู้และภาระการผ่อนรายเดือน ทำให้มีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารมากขึ้น ประการที่สองคือ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญาเงินกู้จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น หากคอนโดราคา 3 ล้านบาท การวางดาวน์ 10% (3 แสนบาท) เทียบกับ 20% (6 แสนบาท) อาจทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญากู้ต่างกันนับแสนบาท อย่างไรก็ตาม การวางเงินดาวน์มากเกินไปอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมเสมอไป เนื่องจากอาจทำให้เงินสดสำรองที่มีไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือรับมือกับเหตุฉุกเฉินลดลง นอกจากนี้ ในบางกรณีการนำเงินไปลงทุนในช่องทางอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ดังนั้น การหาจุดสมดุลระหว่างการวางเงินดาวน์กับการรักษาสภาพคล่องทางการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญ วิธีคำนวณเงินดาวน์ที่เหมาะสมกับกำลังซื้อ การคำนวณเงินดาวน์ที่เหมาะสมนั้น ควรวิเคราะห์จากสถานะทางการเงินส่วนบุคคล ซึ่งสามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้: วิเคราะห์สถานะทางการเงินปัจจุบัน: เริ่มต้นด้วยการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ตรวจสอบว่ามีเงินออมเท่าไหร่ มีภาระหนี้อื่นๆ หรือไม่ และมีค่าใช้จ่ายประจำเท่าไหร่ การเข้าใจกระแสเงินสดส่วนบุคคลจะช่วยให้ประเมินได้ว่าสามารถจัดสรรเงินดาวน์ได้มากน้อยเพียงใด ประเมินความสามารถในการผ่อนชำระ: [...]

28/11/2567 • โดย Homeday
เปอโยต์ และ จี๊ป ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์รถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส ‘เปอโยต์’ และ ‘จี๊ป’ ราชาออฟ-โรด สัญชาติอเมริกัน อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดเต็มยนตรกรรม รุ่นไฮไลท์ Peugeot 408 สไตล์สปอร์ต ฟาสแบ็ค ครอสโอเวอร์ และ Jeep Grand Cherokee Summit Reserve 4xe Plug-in Hybrid ตำนานแห่งรถยนต์ พร

4/4/2567 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดตัว สลากออมทรัพย์ ชุด “นาคราช” หน่วยละ 1,000 บาท อายุสลาก 3 ปี ผลตอบแทนหน้าสลากสูงถึง 1.00% ต่อปี ลุ้นรับเงินรางวัลมูลค่า 2 ล้านบาท ตลอด 36 งวด เริ่มรับฝากตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2567 และออกรางวัลครั้งแรก วันที่ 16 พฤษภาคม 2567 จำหน่ายผ่านช่องทาง Mobile Application : GHB ALL

20/7/2569 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กระตุ้นตลาดบ้านแนวราบ จัดมหกรรมบ้านเดี่ยวออนไลน์ 2569 คัดบ้านคุณภาพดีกว่า 3,000 รายการ ลดราคาสูงสุด 50% พร้อมสินเชื่อพิเศษดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี

2/10/2567 • โดย Homeday
พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ (PD) ในเครือ บมจ.มั่นคงเคหะการ ผู้พัฒนาและบริหารโครงการคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า โครงการบางกอกฟรีเทรดโซน (Bangkok Free Trade Zone: BFTZ) เตรียม ออกหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ครั้งที่ 2/2567 เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ล

10/10/2567 • โดย Homeday
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ในฐานะผู้นำด้านสินเชื่อบ้านที่มีโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ตรงใจกลุ่มคนต้องการมีบ้าน ร่วมกับบริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) ผู้นำในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งมั่นพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อสังคมที่ดีอย่างยั่งยืน เดินหน้ามอบประสบการณ์และความสุขต่อเนื่องให้กลุ่มคนที่ต้องการมีบ้

4/3/2568 • โดย Homeday
การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของคนทำงานหลายคน แต่ด้วยราคาบ้านที่สำคัญที่สุดคือต้องศึกษาทำเลและโครงการให้ดีครับ ดูว่ามีแผนพัฒนาอะไรในอนาคต เพราะนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว บ้านยังเป็นการลงทุนระยะยาวด้วย และอีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือการวางแผนรับมือกับดอกเบี้ยที่อาจปรับขึ้นในอนาคตครับ ควรประเมินความสามารถในการผ่อนในกรณีที่ดอกเบี้ยสูงขึ้น และวางแผนการเงินให้รองรับได้ ถ้าเตรียมตัวให้พร้อมตามนี้ การกู้ซื้อบ้านหลังแรกก็ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดครับ แค่ต้องวางแผนให้ดีและมีวินัยทางการเงินูงขึ้นทุกปี ทำให้การซื้อบ้านด้วยเงินสดเป็นเรื่องยาก การกู้ซื้อบ้านจึงเป็นทางเลือกที่นิยมมากที่สุด แต่หลายคนอาจสงสัยว่าต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ และต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง มาดูกันว่าเราควรวางแผนอย่างไรให้ได้บ้านในฝัน เงินเก็บที่ต้องมีก่อนกู้ซื้อบ้าน การกู้ซื้อบ้านไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องมีเงินเก็บเลย เพราะยังมีค่าใช้จ่ายอีกหลายส่วนที่ต้องจ่ายด้วยเงินสด ดังนี้ เงินดาวน์ โดยทั่วไปธนาคารจะให้กู้ประมาณ 90-95% ของราคาบ้าน นั่นหมายความว่าเราต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 5-10% ของราคาบ้าน เช่น บ้านราคา 3 ล้านบาท ต้องมีเงินดาวน์ประมาณ 150,000-300,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคารและประวัติทางการเงินของผู้กู้ ค่าใช้จ่ายในการโอน ประกอบด้วยค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดจำนอง และภาษีต่างๆ โดยรวมแล้วประมาณ 2-3% ของราคาบ้าน ในกรณีบ้านราคา 3 ล้านบาท จะมีค่าใช้จ่ายในการโอนประมาณ 60,000-90,000 บาท เงินสำรองสำหรับตกแต่งบ้าน ควรมีเงินสำรองสำหรับค่าตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าประมาณ 10-15% ของราคาบ้าน หรือประมาณ [...]

12/3/2568 • โดย Homeday
สัญญาเช่า: การใช้งานโดยไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของ สัญญาเช่าเป็นข้อตกลงทางกฎหมายที่ให้สิทธิผู้เช่าในการใช้ทรัพย์สินของผู้ให้เช่าชั่วระยะเวลาหนึ่ง โดยมีการชำระค่าเช่าเป็นรายเดือนหรือรายปี ลักษณะสำคัญของสัญญาเช่ามีดังนี้: สิทธิการใช้งาน: ผู้เช่ามีสิทธิใช้ทรัพย์สินเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของ ความยืดหยุ่น: สามารถย้ายออกเมื่อครบสัญญาได้โดยไม่มีภาระผูกพัน ค่าใช้จ่าย: ชำระเพียงค่าเช่าและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ระยะเวลา: มักมีการทำสัญญาระยะสั้น ตั้งแต่ 1-3 ปี ข้อดีของสัญญาเช่า มีความคล่องตัวสูง ไม่ต้องรับภาระในการซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการอยู่อาศัย ลดภาระทางการเงินระยะยาว ข้อจำกัดของสัญญาเช่า ไม่มีสิทธิในการปรับปรุงหรือดัดแปลงสถานที่ อาจถูกขอขึ้นค่าเช่าได้เมื่อสิ้นสุดสัญญา ไม่ได้สร้างทรัพย์สินหรือมูลค่าเพิ่มให้ตนเอง สัญญาเช่าซื้อ: ก้าวแรกสู่การเป็นเจ้าของ สัญญาเช่าซื้อเป็นข้อตกลงที่มีความซับซ้อนมากกว่าสัญญาเช่าปกติ โดยมีเป้าหมายให้ผู้เช่าสามารถเป็นเจ้าของทรัพย์สินในอนาคต ลักษณะสำคัญประกอบด้วย: สิทธิการเป็นเจ้าของ: มีสิทธิที่จะซื้อทรัพย์สินเมื่อครบเงื่อนไขในสัญญา การชำระเงิน: ประกอบด้วยค่าเช่าและเงินส่วนหนึ่งที่นำไปคำนวณเป็นมูลค่าของทรัพย์สิน ระยะเวลา: มักมีสัญญาระยะยาว 5-30 ปี การโอนกรรมสิทธิ์: เมื่อชำระครบตามเงื่อนไข จะได้กรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์ ข้อดีของสัญญาเช่าซื้อ มีโอกาสเป็นเจ้าของทรัพย์สินในอนาคต สามารถปรับปรุงหรือตกแต่งได้ภายใต้ข้อตกลง สร้างทรัพย์สินและมูลค่าเพิ่มให้ตนเอง มีการผ่อนชำระที่ยาวนานกว่าสินเชื่อทั่วไป ข้อจำกัดของสัญญาเช่าซื้อ ดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายโดยรวมสูงกว่าการซื้อปกติ หากผิดนัดชำระอาจถูกยึดทรัพย์ มีข้อผูกพันทางกฎหมายที่ซับซ้อน การเลือกระหว่างสัญญาเช่าและสัญญาเช่าซื้อ การตัดสินใจขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ: สถานะทางการเงิน เป้าหมายระยะยาว [...]

17/4/2568 • โดย Homeday
สำหรับคนที่ฝันอยากเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียม สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อมก่อนตัดสินใจซื้อคือเรื่องของเงินดาวน์ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นในการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย การวางแผนทางการเงินสำหรับเงินดาวน์ที่ดีจะช่วยให้การซื้อคอนโดเป็นไปอย่างราบรื่น ลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว และเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารได้ง่ายขึ้น บทความนี้จะแนะนำทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับเงินดาวน์คอนโด ตั้งแต่ความหมาย วิธีการจ่าย ขั้นตอนต่างๆ รวมไปถึงเคล็ดลับในการบริหารจัดการเงินดาวน์อย่างมีประสิทธิภาพ เงินดาวน์คอนโดคืออะไร? ทำไมต้องวางเงินดาวน์ก่อนซื้อ เงินดาวน์คอนโด คือ เงินก้อนที่ผู้ซื้อต้องจ่ายให้กับผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเพื่อเป็นหลักประกันในการจองห้องชุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโครงการ Pre-sale หรือโครงการที่ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง เงินดาวน์นี้จะถูกนำไปหักจากราคาห้องที่จองไว้ ทำให้วงเงินกู้ลดลงและเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารได้ง่ายขึ้น การวางเงินดาวน์คอนโดมีความสำคัญเพราะเป็นการแสดงเจตนาและความจริงจังในการซื้อ อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการลดภาระในการผ่อนชำระในระยะยาว เนื่องจากเงินกู้ที่น้อยลงย่อมส่งผลให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายน้อยลงด้วย นอกจากนี้ การวางเงินดาวน์ยังช่วยให้ผู้ซื้อสามารถทำสัญญาและโอนย้ายเพื่อเข้ามาอยู่ได้ทันทีเมื่อคอนโดสร้างเสร็จ หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเงินดาวน์คอนโดต้องจ่ายให้กับธนาคารเหมือนการผ่อนคอนโดทั่วไป แต่ความจริงแล้วการผ่อนคอนโดกับการผ่อนดาวน์คอนโดเป็นเงินคนละส่วนกัน ผู้ซื้อจะต้องจ่ายหรือผ่อนเงินดาวน์ให้กับโครงการคอนโดโดยตรง ซึ่งช่วยให้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยเพิ่มเติม ต้องใช้เงินเท่าไหร่ในการดาวน์คอนโด? โดยทั่วไปแล้ว เงินดาวน์คอนโดจะอยู่ที่ประมาณ 5-10% ของราคาห้องที่ต้องการซื้อ ซึ่งจำนวนเงินจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับราคาของโครงการนั้นๆ บางโครงการอาจมีโปรโมชั่นเรียกเก็บเงินดาวน์น้อยกว่านี้เพื่อดึงดูดลูกค้าและกระตุ้นยอดขาย สำหรับค่างวดในการผ่อนดาวน์ในแต่ละเดือนจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการทำสัญญาและรูปแบบการผ่อนดาวน์ที่คุณเลือก ยิ่งระยะเวลาผ่อนดาวน์นานเท่าไร ค่างวดก็จะยิ่งน้อยลงตามไปด้วย ตัวอย่างเช่น หากซื้อคอนโดราคา 4,500,000 บาท และต้องวางเงินดาวน์ 10% คือ 450,000 บาท ถ้าเลือกผ่อนดาวน์เป็นเวลา 30 เดือน จะต้องจ่ายเดือนละ 15,000 บาท [...]