กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

10/3/2568 • โดย Homeday
การเลือกที่อยู่อาศัยถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต เพราะบ้านไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักผ่อนเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนระยะยาวที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ อสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยในปัจจุบันแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก คือ แนวราบและแนวสูง ซึ่งแต่ละประเภทมีความโดดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน อสังหาริมทรัพย์แนวราบ: พื้นที่ส่วนตัวที่มากกว่า อสังหาริมทรัพย์แนวราบ หมายถึง บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ที่มีความสูงไม่เกิน 3-4 ชั้น โดยผู้อยู่อาศัยมีกรรมสิทธิ์ทั้งในตัวบ้านและที่ดิน ข้อดีที่สำคัญของที่อยู่อาศัยประเภทนี้คือความเป็นส่วนตัวสูง มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง และสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ตามความต้องการ การอยู่อาศัยในบ้านแนวราบเหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลางถึงใหญ่ที่ต้องการพื้นที่สำหรับสมาชิกหลายวัย มีสวนหรือพื้นที่สีเขียวส่วนตัว และต้องการความยืดหยุ่นในการใช้พื้นที่ เช่น การต่อเติมห้องเพิ่มเติม หรือการทำสวนครัว ข้อได้เปรียบของอสังหาริมทรัพย์แนวราบ ความเป็นส่วนตัวสูง มีรั้วรอบขอบชิด ไม่ต้องแชร์พื้นที่ส่วนกลางกับผู้อื่น มีทางเข้าออกเป็นของตัวเอง ความยืดหยุ่นในการใช้พื้นที่ สามารถต่อเติมหรือปรับปรุงได้ตามต้องการ มีพื้นที่สวนหรือจัดสรรพื้นที่นอกบ้านได้ เหมาะสำหรับการทำธุรกิจขนาดเล็กหรือ Home Office การถือครองกรรมสิทธิ์ เป็นเจ้าของทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่าการลงทุนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามราคาที่ดิน สามารถส่งต่อมรดกให้รุ่นต่อไปได้อย่างสมบูรณ์ อสังหาริมทรัพย์แนวสูง: ความสะดวกในการใช้ชีวิต อสังหาริมทรัพย์แนวสูง หมายถึง อาคารชุดหรือคอนโดมิเนียมที่มีความสูงตั้งแต่ 8 ชั้นขึ้นไป โดยผู้อยู่อาศัยมีกรรมสิทธิ์เฉพาะพื้นที่ห้องชุด และมีสิทธิ์ใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกับผู้อยู่อาศัยอื่น ข้อดีของที่อยู่อาศัยประเภทนี้คือความสะดวกสบายในการเดินทาง การบริหารจัดการ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน การอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมเหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตในเมือง [...]

29/3/2568 • โดย Homeday
การเคลื่อนย้ายของประชากรเป็นปัจจัยเชิงกลยุทธ์ที่นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ไม่ควรมองข้าม เสมือนเข็มทิศนำทางที่ช่วยให้เห็นโอกาสการลงทุนที่ซ่อนอยู่ในแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจ ความสำคัญของการศึกษาการเคลื่อนย้ายประชากร การวิเคราะห์การเคลื่อนย้ายประชากรเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการคาดการณ์ทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนที่เข้าใจแนวโน้มการเคลื่อนย้ายสามารถคาดการณ์ความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นการย้ายถิ่นฐานจากชนบทสู่เมือง การขยายตัวของเขตเมือง หรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครอบครัว ปัจจัยขับเคลื่อนการเคลื่อนย้ายประชากร โอกาสทางเศรษฐกิจ: การย้ายถิ่นเพื่อแสวงหางานและรายได้ที่ดีกว่า เป็นแรงผลักดันหลักของการเคลื่อนย้ายประชากร เมืองใหญ่และเขตเศรษฐกิจมักดึงดูดประชากรวัยทำงานด้วยโอกาสทางอาชีพที่หลากหลาย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน: การพัฒนาระบบคมนาคม ระบบราง และโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ กระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนย้ายของประชากรไปยังพื้นที่ที่มีการพัฒนา พื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าหรือเส้นทางคมนาคมสำคัญมักมีมูลค่าอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้น คุณภาพชีวิต: ปัจจัยด้านการศึกษา สาธารณสุข ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยเป็นแรงจูงใจสำคัญในการเลือกถิ่นที่อยู่อาศัย ผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ การเคลื่อนย้ายประชากรส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ ดังนี้ การเปลี่ยนแปลงความต้องการที่อยู่อาศัย พฤติกรรมการอยู่อาศัยเปลี่ยนแปลงไปตามโครงสร้างประชากร คนรุ่นใหม่มีความต้องการที่อยู่อาศัยที่แตกต่างจากรุ่นก่อน โดยให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย ทำเลที่ตั้ง และการเชื่อมต่อกับระบบนิเวศน์การใช้ชีวิตสมัยใหม่ มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ พื้นที่ที่มีการเคลื่อนย้ายประชากรเข้ามาอย่างต่อเนื่องมักมีแนวโน้มราคาอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้น การวิเคราะห์ทิศทางการเคลื่อนย้ายช่วยให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ล่วงหน้าได้ กลยุทธ์การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก นักลงทุนควรใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลประชากรศาสตร์ อาทิ ข้อมูลการย้ายถิ่นรายปี สถิติการเกิดและการตาย แนวโน้มโครงสร้างอายุประชากร การสำรวจการย้ายถิ่นฐานของหน่วยงานราชการ การติดตามแนวโน้มระยะยาว การลงทุนอย่างอัจฉริยะต้องมองการณ์ไกล ติดตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางประชากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับกลยุทธ์การลงทุนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง สรุป การวิเคราะห์การเคลื่อนย้ายประชากรเป็นเครื่องมือสำคัญในการตัดสินใจลงทุนอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนที่เข้าใจและติดตามแนวโน้มอย่างใกล้ชิดจะสามารถค้นพบโอกาสการลงทุนที่มีศักยภาพ และสร้างผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจในระยะยาว #อสังหาริมทรัพย์ [...]

3/6/2566 • โดย Homeday
อสังหาริมทรัพย์คืออะไร? อสังหาริมทรัพย์คืออะไร คำจำกัดความจาก Oxford Languages แปลว่า ทรัพย์ที่นำไปไหนไม่ได้, ทรัพย์ที่ติดกับที่, เช่น บ้าน ที่ดิน, ที่ดิน และทรัพย์อันติดอยู่

26/6/2567 • โดย Homeday
Noble Development แบรนด์อสังหาริมทรัพย์ดีไซน์ Unique ร่วมกับ AIMER แบรนด์แฟชั่น Woman Essentials เนรมิตบ้านตัวอย่างโครงการ Noble Curve ให้กลายเป็น Fashion Gallery พร้อมจัดงานเปิดตัวครั้งแรกแบบ Exclusive ต้อนรับเซเลปบริตี้ และนักธุรกิจรุ่นใหม่ ในคอนเซปต์ L’AIMER, LA MAISON INSPIRANT บ้านแห่งแรงบันดาล

29/3/2568 • โดย Homeday
อสังหาริมทรัพย์เป็นการลงทุนที่น่าสนใจและซับซ้อน ตลาดอสังหาริมทรัพย์เปรียบเสมือนระบบนิเวศที่มีชีวิต เคลื่อนไหว และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การเข้าใจกลไกของอุปสงค์และอุปทานจึงเป็นกุญแจสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการประสบความสำเร็จ หลักการพื้นฐานของอุปสงค์และอุปทานในอสังหาริมทรัพย์ อุปสงค์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์คือความต้องการของผู้ซื้อหรือผู้เช่าที่มีต่อทรัพย์สิน ส่วนอุปทานคือจำนวนทรัพย์สินที่มีอยู่ในตลาด ความสมดุลระหว่างสองปัจจัยนี้เป็นตัวกำหนดราคาและโอกาสการลงทุน ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุปสงค์ ประชากรและการเติบโตทางเศรษฐกิจ การเพิ่มขึ้นของประชากร โดยเฉพาะในเขตเมือง ส่งผลโดยตรงต่อความต้องการที่อยู่อาศัย เมื่อเศรษฐกิจขยายตัว การจ้างงานเพิ่มขึ้น ความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ก็จะสูงตามไปด้วย อัตราดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยมีอิทธิพลอย่างมากต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ เมื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ การกู้ยืมเพื่อซื้อบ้านจะง่ายขึ้น ส่งผลให้อุปสงค์เพิ่มสูงขึ้น การวิเคราะห์อุปทาน อุปทานในตลาดอสังหาริมทรัพย์ประกอบด้วยทรัพย์สินที่มีอยู่และโครงการก่อสร้างใหม่ การวิเคราะห์ต้องคำนึงถึง: ปริมาณที่อยู่อาศัยที่มีอยู่ โครงการก่อสร้างใหม่ พื้นที่ว่างเพื่อการพัฒนา ข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและการวางผังเมือง เทคนิคการวิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์สำหรับนักลงทุน 1. การเก็บรวบรวมข้อมูล นักลงทุนต้องรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เช่น: รายงานภาครัฐ ข้อมูลจากหน่วยงานอสังหาริมทรัพย์ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ข้อมูลจากสถาบันการเงิน 2. เครื่องมือวิเคราะห์ การใช้สถิติและการคำนวณ อัตราการเติบโตของราคา อัตราการครอบครองพื้นที่ อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (Yield) การวิเคราะห์เชิงพื้นที่ ทำเลที่ตั้ง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แนวโน้มการขยายตัวของเมือง 3. กลยุทธ์การลงทุน การกระจายความเสี่ยง ลงทุนในทรัพย์สินหลายประเภท เลือกทำเลที่แตกต่างกัน พิจารณาทั้งการลงทุนระยะสั้นและระยะยาว [...]

30/3/2568 • โดย Homeday
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในช่องทางการลงทุนที่น่าสนใจและมีศักยภาพในการสร้างรายได้ แต่ความสำเร็จของการลงทุนขึ้นอยู่กับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อราคาค่าเช่า ทำเลที่ตั้งและความสำคัญของทำเลในการกำหนดค่าเช่า ทำเลถือเป็นหัวใจหลักในการกำหนดราคาค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ ปัจจัยทางภูมิศาสตร์มีอิทธิพลอย่างมากต่อมูลค่าและความน่าสนใจของพื้นที่ นักลงทุนควรพิจารณาองค์ประกอบสำคัญดังนี้ การเข้าถึงระบบคมนาคม: ความสะดวกในการเดินทางเป็นปัจจัยแรกที่ผู้เช่าให้ความสำคัญ พื้นที่ใกล้รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน หรือถนนสายหลัก มักมีอัตราค่าเช่าสูงกว่าพื้นที่ห่างไกล การมีระบบขนส่งสาธารณะที่ดีช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์อย่างเห็นได้ชัด สิ่งอำนวยความสะดวกใกล้เคียง: การมีสาธารณูปโภคและสถานที่สำคัญรอบข้าง เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านอาหาร ล้วนเป็นปัจจัยดึงดูดผู้เช่า ยิ่งพื้นที่มีความสะดวกครบครัน ค่าเช่าก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย สภาพแวดล้อมและความปลอดภัย: ย่านที่มีความปลอดภัย มีระบบรักษาความปลอดภัย ชุมชนน่าอยู่ และมีทัศนียภาพที่ดี จะสามารถเรียกเก็บค่าเช่าได้สูงกว่าพื้นที่ที่ขาดความน่าดึงดูด ภาวะเศรษฐกิจและผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ เศรษฐกิจเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อราคาค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนจำเป็นต้องเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างเศรษฐกิจกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ อัตราการจ้างงาน: จำนวนตำแหน่งงานในพื้นที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับความต้องการเช่าอสังหาริมทรัพย์ พื้นที่ที่มีการจ้างงานสูง มีบริษัทใหญ่ๆ ตั้งอยู่ จะมีอุปสงค์ในการเช่าอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น รายได้เฉลี่ยของประชากร: รายได้ของประชากรในพื้นที่เป็นตัวกำหนดความสามารถในการจ่ายค่าเช่า หากพื้นที่ใดมีรายได้เฉลี่ยสูง ค่าเช่าก็มีแนวโน้มสูงตามไปด้วย เงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย: การเปลี่ยนแปลงของอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยส่งผลกระทบต่อต้นทุนการลงทุนและราคาค่าเช่า นักลงทุนควรติดตามแนวโน้มทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด คุณลักษณะของอสังหาริมทรัพย์ที่มีผลต่อราคาค่าเช่า คุณภาพและคุณลักษณะเฉพาะของอสังหาริมทรัพย์เป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดราคาค่าเช่า สภาพของทรัพย์สิน: อสังหาริมทรัพย์ที่มีการดูแลรักษาดี มีการปรับปรุงและซ่อมแซมอย่างสม่ำเสมอ ย่อมสามารถเรียกเก็บค่าเช่าได้สูงกว่าทรัพย์สินที่ทรุดโทรม ขนาดและพื้นที่ใช้สอย: จำนวนห้อง [...]

9/10/2566 • โดย Homeday
บริษัท เอสเตทกูรู จำกัด โดยนายสรวุฒิ มานะสมจิตร กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย นายณัท มานะสมจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เข้ารับรางวัลเกียรติยศระดับโลก ใน

12/3/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวน หลายคนต้องเผชิญกับปัญหาทางการเงิน และต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน แต่ประวัติเครดิตไม่ดี หรือติดแบล็คลิสต์บูโรอาจเป็นอุปสรรคสำคัญในการขอสินเชื่อ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะปัจจุบันมีทางเลือกสำหรับ “สินเชื่อไม่เช็คบูโร” ที่ช่วยให้คุณเข้าถึงเงินทุนได้ แม้มีประวัติเครดิตที่ไม่สมบูรณ์แบบ สำหรับใครที่วางแผนจะขอสินเชื่อไม่เช็คบูโร แล้วกังวลว่า จะขอไม่ผ่าน บทความนี้ เรามาแนะนำเคล็ดลับขอสินเชื่อไม่เช็คบูโรให้มีโอกาสผ่านการอนุมัติได้ง่ายขึ้น พร้อมเอกสารที่ควรเตรียมเพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับความช่วยเหลือทางการเงินอย่างทันท่วงที ลองนำไปปรับใช้ดูได้เลย 3 ทริคขอสินเชื่อไม่เช็คบูโรให้ผ่านได้ง่ายขึ้น สำหรับคนที่มีประวัติเครดิตไม่ดี หรือติดแบล็คลิสต์ การขอสินเชื่อไม่เช็คบูโรอาจดูเป็นเรื่องยาก แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะมีเคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับการอนุมัติ ดังนี้ 1. รวมหนี้เป็นก้อนเดียว ทางออกของคนมีหนี้หลายทาง หากคุณมีหนี้หลายก้อนกระจัดกระจาย ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต ค่าผ่อนสินค้า หรือเงินกู้จากหลายแหล่ง การรวมหนี้ให้เป็นก้อนเดียวจะช่วยให้การจัดการง่ายขึ้น และเพิ่มโอกาสการได้รับอนุมัติสินเชื่อไม่เช็คบูโร เพราะการมีหนี้ก้อนเดียวแทนที่จะเป็นหลายก้อน ทำให้สถาบันการเงินมองว่าคุณมีระเบียบในการจัดการการเงินมากขึ้น และสามารถวางแผนการชำระหนี้ได้อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ยังช่วยลดภาระดอกเบี้ยลงและทำให้คุณมีกำลังในการผ่อนชำระมากขึ้น เมื่อภาพรวมหนี้ของคุณดูดีขึ้น โอกาสที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อไม่เช็คบูโรก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย 2. ใช้หลักทรัพย์มาค้ำประกัน เพิ่มโอกาสอนุมัติ การใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันถือเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากในการเพิ่มโอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อไม่เช็คบูโร หลักทรัพย์ที่สามารถนำมาใช้ได้ เช่น บ้าน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ รถยนต์ หรือแม้แต่บัญชีเงินฝาก การมีหลักทรัพย์ค้ำประกันช่วยลดความเสี่ยงให้กับสถาบันการเงิน [...]

1/4/2568 • โดย Homeday
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ย่านเมืองเก่านั้นมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ดึงดูดนักลงทุนมากมาย ด้วยมนต์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมดั้งเดิม วัฒนธรรมท้องถิ่น และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในพื้นที่เหล่านี้มาพร้อมกับความเสี่ยงที่แตกต่างจากการลงทุนในโครงการพัฒนาใหม่ บทความนี้จะนำเสนอความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนควรพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ย่านเมืองเก่า เพื่อให้คุณสามารถวางแผนและรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อจำกัดด้านกฎหมายและกฎระเบียบการอนุรักษ์ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในย่านเมืองเก่ามักมาพร้อมกับข้อจำกัดด้านกฎหมายและกฎระเบียบการอนุรักษ์ที่เข้มงวด ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาและปรับปรุงทรัพย์สิน ในหลายพื้นที่ อาคารในย่านประวัติศาสตร์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานหรืออยู่ภายใต้ข้อบังคับพิเศษเพื่อการอนุรักษ์ ซึ่งหมายความว่าเจ้าของไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายนอก เพิ่มเติมพื้นที่ใช้สอย หรือแม้แต่เปลี่ยนวัสดุบางประเภทได้โดยอิสระ การดำเนินการใดๆ ต้องผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมศิลปากรหรือสำนักงานเขตพื้นที่นั้นๆ ซึ่งกระบวนการขออนุญาตมักใช้เวลานานและมีขั้นตอนซับซ้อน นอกจากนี้ ย่านเมืองเก่าบางแห่งยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้งานจากที่อยู่อาศัยเป็นเชิงพาณิชย์ หรือจากร้านค้าเป็นร้านอาหารได้โดยง่าย นักลงทุนควรทำการวิจัยอย่างละเอียดเกี่ยวกับกฎระเบียบเฉพาะในพื้นที่เป้าหมาย และอาจจำเป็นต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ย่านประวัติศาสตร์ การเพิกเฉยต่อข้อกำหนดเหล่านี้อาจนำไปสู่ค่าปรับที่สูง การระงับโครงการ หรือแม้กระทั่งการบังคับให้รื้อถอนส่วนที่ต่อเติมและคืนสภาพอาคารให้เหมือนเดิม ซึ่งส่งผลให้การลงทุนเกิดความเสียหายอย่างมาก ต้นทุนการบำรุงรักษาและการซ่อมแซมที่สูง อสังหาริมทรัพย์ในย่านเมืองเก่ามักมีอายุหลายสิบปีหรือแม้กระทั่งเป็นร้อยปี ซึ่งนำมาสู่ความเสี่ยงด้านต้นทุนการบำรุงรักษาและการซ่อมแซมที่สูงกว่าอาคารใหม่อย่างมีนัยสำคัญ โครงสร้างเก่าแก่มักประสบปัญหาหลายประการ เช่น ระบบไฟฟ้าล้าสมัยที่ไม่รองรับการใช้งานในปัจจุบัน ท่อประปาเก่าที่เสี่ยงต่อการรั่วซึมหรือแตกหัก หลังคารั่ว ปัญหาความชื้น รากฐานที่ทรุดตัว และโครงสร้างไม้ที่ถูกปลวกทำลาย การซ่อมแซมอาคารเก่าไม่เพียงแต่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า แต่ยังต้องใช้ช่างฝีมือเฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญในการทำงานกับอาคารโบราณ ซึ่งหายากและมีค่าแรงสูง วัสดุที่ใช้ในการซ่อมแซมก็มีราคาแพงกว่าวัสดุทั่วไป เนื่องจากต้องเลือกใช้วัสดุที่มีลักษณะใกล้เคียงกับของเดิมเพื่อรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ หรือต้องสั่งทำพิเศษให้เข้ากับสไตล์ดั้งเดิมของอาคาร นอกจากนี้ อาคารเก่ามักไม่มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน ทำให้มีค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคสูงกว่าอาคารสมัยใหม่ที่ออกแบบตามมาตรฐานการประหยัดพลังงาน การปรับปรุงระบบเหล่านี้ให้ทันสมัยมักมีต้นทุนสูงและอาจถูกจำกัดโดยกฎระเบียบการอนุรักษ์ ดังนั้น นักลงทุนควรประเมินสภาพอาคารอย่างละเอียด และวางแผนงบประมาณสำรองสำหรับการซ่อมแซมฉุกเฉินและการบำรุงรักษาตามกำหนดเวลา [...]

16/10/2566 • โดย Homeday
ริชมอนทส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ปรึกษาด้านการตลาดและการขายอสังหาริมทรัพย์ ประเมินสถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวจากค่าเงินเยนอ่อน ทำให้มีกำลังซื้อจากต่างชาติเพิ่มขึ้น ขณะที่โควิดคลี่คลายดันจำนวนนักท่องเที่ยวในญี่ปุ่นเพิ่ม หนุนความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นพุ่ง เตรียมนำเสนอคอนโดเท

3/12/2568 • โดย Homeday
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) นำโดย นายอุทัย อุทัยแสงสุข (ที่สองจากซ้าย) กรรมการผู้จัดการใหญ่ ร่วมด้วย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ (ที่สองจากขวา) อธิการบดี ร่วมลงนามความร่วมมือเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการศึกษา ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษา มุ่งสู่การสร้างความร่วมมืออย่างยั่งยืนในการพัฒนาบัณฑิตที่มีคุณภาพ และตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจในอนาคต นำร่องหลักสูตรแรกคือ “นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์รุ่นใหม่” ที่มีความรู้ด้านการเงิน การออม การลงทุน และการวิเคราะห์อสังหาริมทรัพย์อย่างรอบด้าน เริ่มมกราคม 2569 นี้ ตลอดปี 2568 แสนสิริ ได้ดำเนินกิจกรรมความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในหลายมิติ อาทิ การส่งผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรเข้าร่วมเป็นวิทยากรพิเศษในรายวิชาและเวทีเสวนาที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้น การเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าร่วมโครงการ Sansiri Alpha Internship Program และการสนับสนุนกิจกรรม Site Visit เพื่อให้ นักศึกษา และคณาจารย์ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ความร่วมมือในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่น ที่สอดคล้องกันของทั้งสององค์กรชั้นนำ จากผู้นำภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยและสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของประเทศ ในการส่งเสริมและสนับสนุนด้านการศึกษา การสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพให้กับสังคมในวงกว้าง และเปิดเวทีในการพัฒนา ในฐานะองค์กรชั้นนำที่ประสบความสำเร็จและประสงค์จะนำองค์ความรู้ [...]

3/3/2568 • โดย Homeday
ใครว่าแบรนด์อสังหาหาริมทรัพย์ต้องพูดถึงแต่บ้านหรือคอนโดมิเนียมเท่านั้น ล่าสุด บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ AssetWise นำโดยสุรัตน์ พงศ์พูลสุข รองประธานสายงานอาวุโส ฝ่ายสื่อสารการตลาด นำทีมแอสเซทไวส์ เข้าร่วมงาน Thailand Social Award ครั้งที่ 13 งานประกาศรางวัลโซเชียลระดับประเทศ ซึ่งจัดโดยบริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลมีเดียอันดับหนึ่งของไทย หลังคว้ารางวัล Finalist “รางวัลแบรนด์ที่ทำผลงานยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดีย” (Best Brand Performance on Social Media) สาขาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็น 1 ใน 5 อันดับแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับประเทศ จากการสร้างสรรค์คอนเทนต์ในช่องทางโซเชียลมีเดียที่เข้าถึงและโดนใจกลุ่มผู้บริโภค สะท้อนถึงความสำเร็จของกลยุทธ์ Lifestyle Marketing ที่ช่วยขยายฐานให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคได้หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายหลักของแอสเซทไวส์ นอกจากพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพแล้ว หลายปีที่ผ่านมา แอสเซทไวส์ได้ตอกย้ำการเป็น “บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์” มาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ Lifestyle Marketing [...]
