กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

22/4/2568 • โดย Homeday
การขายฝากที่ดินเป็นการทำสัญญาซื้อขายโฉนดที่ดินรูปแบบพิเศษ ที่ผู้ขายฝากสามารถไถ่ถอนคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยกระบวนการทำงานคือ ผู้ขายฝากโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่ผู้รับซื้อฝากเพื่อแลกกับเงินก้อน และผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ถอนที่ดินคืนได้ภายในระยะเวลาที่ระบุในสัญญา ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ไม่ต่ำกว่า 1 ปี และไม่เกิน 10 ปี สำหรับอสังหาริมทรัพย์ การขายฝากที่ดินเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังต้องการใช้เงินด่วนแต่ไม่อยากเสียกรรมสิทธิ์ในที่ดินไปอย่างถาวร เมื่อทำสัญญาขายฝากแล้ว ผู้รับซื้อฝากจะได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดินทันที แต่ผู้ขายฝากยังมีสิทธิไถ่ถอนคืนได้ตามเงื่อนไข อย่างไรก็ตาม หากผู้ขายฝากไม่สามารถไถ่ถอนที่ดินคืนภายในระยะเวลาที่กำหนด ที่ดินจะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากโดยสมบูรณ์ ข้อดีของการขายฝากที่ดินที่ควรพิจารณา การขายฝากที่ดินมีข้อดีหลายประการที่อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากมูลค่าที่ดินของตน ข้อดีที่สำคัญมีดังนี้ ได้รับเงินอย่างรวดเร็ว การขายฝากที่ดินช่วยให้ผู้ขายฝากได้รับเงินอย่างรวดเร็ว โดยทั่วไปใช้เวลาเพียง 1-7 วันเท่านั้น ซึ่งเร็วกว่าการขายขาดที่อาจต้องรอหาผู้ซื้อที่เหมาะสม ทำให้เป็นแหล่งเงินทุนฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพเมื่อต้องการใช้เงินเร่งด่วน สามารถไถ่ถอนเรียกคืนกรรมสิทธิ์ได้ ข้อดีที่สำคัญที่สุดของการขายฝากที่ดินคือ ผู้ขายฝากยังมีโอกาสได้รับที่ดินคืนเมื่อนำเงินมาไถ่ถอนภายในระยะเวลาที่กำหนด ทำให้ไม่ต้องสูญเสียที่ดินไปอย่างถาวร หากสามารถหาเงินมาชำระคืนได้ในอนาคต ได้วงเงินสูงกว่าการจำนอง การขายฝากที่ดินมักได้รับวงเงินประมาณ 40-70% ของราคาตลาด ซึ่งสูงกว่าการจำนองที่โดยทั่วไปได้รับเพียง 20-30% ของราคาตลาดเท่านั้น ทำให้เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการเงินในจำนวนที่มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกัน การขายฝากที่ดินไม่จำเป็นต้องมีคนค้ำประกัน และไม่มีการตรวจสอบประวัติทางการเงินของผู้ขายฝาก ทำให้เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่อาจมีประวัติทางการเงินไม่ดีนัก หรือไม่สามารถหาผู้ค้ำประกันได้ ยังใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ ผู้ขายฝากยังสามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ตามปกติจนกว่าจะถึงกำหนดไถ่ถอน ต่างจากการขายขาดที่ต้องสูญเสียสิทธิการใช้ประโยชน์ทันที ทำให้ยังคงอาศัยหรือทำประโยชน์บนที่ดินนั้นได้ ข้อควรระวังและข้อเสียของการขายฝากที่ดิน แม้การขายฝากที่ดินจะมีข้อดีหลายประการ แต่ก็มีข้อควรระวังและข้อเสียที่ผู้ขายฝากควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ ดังนี้ [...]

22/4/2568 • โดย Homeday
การซื้อบ้านไม่ได้จบเพียงแค่การจ่ายเงินค่าบ้านเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายสำคัญที่เกิดขึ้นในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินอีกด้วย หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าค่าโอนบ้านนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง และใครเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนใด บทความนี้จะพาทุกคนเจาะลึกเรื่องค่าธรรมเนียมโอนบ้าน วิธีคำนวณแบบง่ายๆ พร้อมเผยเคล็ดลับสำคัญที่จะช่วยให้คุณวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน ค่าโอนบ้านคืออะไร และประกอบด้วยอะไรบ้าง? ค่าโอนบ้าน คือค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ณ สำนักงานที่ดินในวันที่โอนกรรมสิทธิ์บ้านจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ โดยไม่ได้มีเพียงแค่ค่าธรรมเนียมการโอนเท่านั้น แต่ยังประกอบไปด้วยค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกหลายรายการ ซึ่งคนที่กำลังมองหาบ้านควรทำความเข้าใจเพื่อเตรียมเงินให้พร้อม ค่าใช้จ่ายในการโอนบ้านประกอบด้วย 5 รายการหลักๆ ได้แก่: ค่าธรรมเนียมการโอน: คิดในอัตรา 2% ของราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นการคิดจากราคาประเมินที่กรมธนารักษ์กำหนด ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริง ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ: คิดในอัตรา 3.3% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า) โดยจะต้องเสียค่าภาษีนี้เมื่อขายบ้านภายในระยะเวลา 5 ปีนับแต่วันที่ได้มา ค่าอากรแสตมป์: คิดในอัตรา 0.5% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า) แต่หากเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: เป็นภาษีที่หัก ณ ที่จ่าย โดยคิดตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ซึ่งจะเป็นแบบอัตราก้าวหน้าหรือแบบขั้นบันได และขึ้นอยู่กับวิธีการที่ได้มาและระยะเวลาที่ถือครอง ค่าจดจำนอง: คิดในอัตรา 1% ของวงเงินกู้ทั้งหมด หากเป็นการซื้อขายด้วยเงินสด ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ [...]

22/4/2568 • โดย Homeday
การผ่อนบ้านจนครบถ้วนหรือชำระหนี้จนหมดเป็นความสำเร็จที่น่ายินดี แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่ายังมีขั้นตอนสำคัญตามมาคือการ “ไถ่ถอนจำนอง” ซึ่งเป็นกระบวนการทางกฎหมายเพื่อให้กรรมสิทธิ์ในบ้านกลับมาเป็นของเราอย่างสมบูรณ์ บทความนี้จะอธิบายทุกขั้นตอนการไถ่ถอนจำนอง เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คุณสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น ไถ่ถอนจำนองคืออะไร? ทำไมต้องดำเนินการ? ไถ่ถอนจำนองคือกระบวนการที่เกิดขึ้นเมื่อเจ้าของบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้จดทะเบียนจำนองไว้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ ได้ผ่อนชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว จึงต้องดำเนินการไถ่ถอนเพื่อให้การจำนองสิ้นสุดลงตามกฎหมาย เมื่อเราทำสัญญากู้ซื้อบ้าน ทางธนาคารจะให้เราจดทะเบียนจำนองเพื่อเป็นหลักประกัน โดยเจ้าหน้าที่กรมที่ดินจะจดบันทึกไว้ด้านหลังโฉนดในส่วนของสารบัญจดทะเบียนว่าใครเป็นผู้จำนอง และใครเป็นผู้รับจำนอง เมื่อเราผ่อนหมดแล้ว จำเป็นต้องไปจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่กรมที่ดิน เพื่อแก้ไขเอกสารสิทธิและระบุว่าไม่มีการจำนองหรือปลอดจำนองแล้ว มีวิธีไถ่ถอนจำนองกี่แบบ? ต่างกันอย่างไร? การไถ่ถอนจำนองสามารถทำได้ 2 วิธี โดยแต่ละวิธีมีรายละเอียดแตกต่างกัน: วิธีที่ 1: ผู้จำนองและผู้รับจำนองไปดำเนินการพร้อมกัน วิธีนี้คือการที่ทั้งผู้จำนอง (เจ้าของบ้าน) และผู้รับจำนอง (ธนาคาร) ไปที่สำนักงานที่ดินพร้อมกัน เพื่อยื่นคำขอจดทะเบียนไถ่ถอนจำนอง ซึ่งจะเป็นการยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันในการไถ่ถอนจำนอง เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและดำเนินการตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว จะทำการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองในที่ดินแปลงนั้น วิธีที่ 2: ผู้มีสิทธิในที่ดินหรือผู้มีสิทธิไถ่ถอนไปดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว อีกวิธีหนึ่งคือ ผู้มีสิทธิในที่ดินหรือผู้มีสิทธิไถ่ถอนเพียงฝ่ายเดียวสามารถไปที่สำนักงานที่ดิน โดยนำหลักฐานที่ผู้รับจำนองได้ทำเป็นหนังสือหลังสัญญาจำนองฉบับผู้รับจำนอง ระบุว่าได้มีการไถ่ถอนจากจำนองแล้ว และมีการชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว ไปยื่นขอจดทะเบียนไถ่ถอนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดิน ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างสำหรับการไถ่ถอนจำนอง? เพื่อให้การไถ่ถอนจำนองเป็นไปอย่างราบรื่น คุณจำเป็นต้องเตรียมเอกสารสำคัญต่างๆ ให้ครบถ้วน ดังนี้: หลักฐานสัญญาจำนองที่ทำเป็นหนังสือระหว่างผู้จำนองและผู้รับจำนอง ที่มีการสลักหลังสัญญาให้ไถ่ถอนจำนองได้ เพื่อเป็นหลักฐานว่าได้ชำระสินไถ่เรียบร้อยแล้ว [...]

22/4/2568 • โดย Homeday
การเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นหน้าที่ของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทุกคน ในปี 2568 มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางประการและขยายเวลาการชำระภาษี ผู้เป็นเจ้าของบ้าน คอนโด ที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างต่างๆ จำเป็นต้องเข้าใจรายละเอียดการคำนวณภาษี อัตราการจัดเก็บ และวิธีชำระภาษีอย่างถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงเบี้ยปรับและดอกเบี้ยที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคืออะไร และเริ่มใช้เมื่อไหร่? ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือที่หลายคนเรียกสั้นๆ ว่า “ภาษีที่ดิน” เป็นภาษีที่จัดเก็บเป็นรายปีตามมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562 และเริ่มจัดเก็บภาษีครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นมา โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นผู้จัดเก็บภาษี ภาษีนี้เข้ามาแทนที่ภาษีโรงเรือนและที่ดิน รวมถึงภาษีบำรุงท้องถิ่นแบบเดิม เพื่อให้การจัดเก็บภาษีมีความเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการคำนวณภาษีจะใช้มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นฐานในการคิดคำนวณ แบ่งเป็น 3 รายการคือ ที่ดิน – ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง – ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์สิ่งปลูกสร้าง สิ่งปลูกสร้างที่เป็นห้องชุด – ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุด โดยองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นจะประกาศราคาประเมินทุนทรัพย์และอัตราภาษีที่เรียกเก็บในแต่ละปี ซึ่งราคาประเมินทุนทรัพย์นี้จะเป็นราคาเดียวกันกับราคาประเมินทุนทรัพย์ของกรมที่ดิน ประเภทของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จำแนกอย่างไร? ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแบ่งออกเป็น 4 ประเภทตามลักษณะการใช้ประโยชน์ ได้แก่: 1. ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย [...]

22/4/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่การออมเงินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับเป้าหมายทางการเงินในอนาคต การลงทุนกลายเป็นทางเลือกสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงิน โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่ที่ต้องการวางแผนระยะยาว ปี 2025 เป็นปีที่เต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทายในการลงทุน บทความนี้จะแนะนำ 7 ประเภทการลงทุนที่น่าสนใจในปี 2025 พร้อมข้อมูลเชิงลึกที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจมากขึ้น การลงทุนระยะสั้นและระยะยาวต่างกันอย่างไร? การลงทุนสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักคือ การลงทุนระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งในแง่ของระยะเวลา ผลตอบแทน และความเสี่ยง การลงทุนระยะสั้นมุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนในช่วงเวลาไม่เกิน 3 เดือนถึง 3 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสภาพคล่องและอาจต้องการใช้เงินในระยะเวลาอันใกล้ ตัวอย่างการลงทุนระยะสั้น ได้แก่ ตราสารหนี้ระยะสั้น หุ้นกู้ระยะสั้น การซื้อขายหุ้นแบบรายวัน การซื้อขายใบจองอสังหาริมทรัพย์ และการลงทุนในค่าเงินหรือค่าเงินดิจิทัล ส่วนการลงทุนระยะยาว คือการวางแผนลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนและบรรลุเป้าหมายในระยะเวลาตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป หรือบางกรณีอาจนานถึง 5-10 ปี หรือมากกว่านั้น การลงทุนแบบนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการสะสมความมั่งคั่ง เช่น การเตรียมเงินเพื่อเกษียณ หรือการสะสมทรัพย์สินขนาดใหญ่ ตัวอย่างการลงทุนระยะยาว ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ หุ้นสามัญ อสังหาริมทรัพย์ และของมีค่า เช่น ทองคำ ตราสารหนี้และพันธบัตร: ทางเลือกที่มั่นคงสำหรับนักลงทุนมือใหม่? ตราสารหนี้และพันธบัตรเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความปลอดภัยของเงินต้น [...]

17/4/2568 • โดย Homeday
เงินดาวน์บ้านเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัย เพราะเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า นอกจากจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยเงินกู้แล้ว ยังเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น บทความนี้จะอธิบายเรื่องเงินดาวน์บ้านให้เข้าใจตั้งแต่ความหมาย จำนวนเงินที่ต้องเตรียม รูปแบบการจ่ายดาวน์ ไปจนถึงวิธีแก้ปัญหาเมื่อวางเงินดาวน์แล้วกู้ไม่ผ่าน เงินดาวน์บ้านคืออะไร เงินดาวน์บ้าน คือ เงินก้อนที่ผู้ซื้อต้องจ่ายให้กับเจ้าของบ้านหรือโครงการก่อนทำสัญญากู้สินเชื่อกับธนาคาร เพื่อเป็นหลักประกันและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขาย โดยทั่วไปเงินดาวน์จะอยู่ที่ 5-30% ของราคาบ้าน เงินดาวน์นี้จะถูกนำไปหักออกจากมูลค่าบ้านทั้งหมด ทำให้ยอดเงินกู้ลดลง ช่วยลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว และเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย เงินดาวน์มีความแตกต่างกันตามสถานะของบ้าน ดังนี้: กรณีบ้านพร้อมอยู่ สำหรับบ้านที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งบ้านมือหนึ่งและบ้านมือสอง ผู้ซื้อต้องเตรียมวางเงินดาวน์เต็มจำนวนก่อนการเซ็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ จึงจะสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์ ปัจจุบันโครงการบ้านใหม่หลายแห่งมักมีโปรโมชันฟรีเงินดาวน์เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อด้วย กรณีบ้านยังสร้างไม่เสร็จ สำหรับบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จะมีการทำสัญญาจะซื้อจะขายระหว่างสองฝ่าย โดยโครงการส่วนใหญ่มักเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสามารถทยอยผ่อนดาวน์ได้ตามระยะเวลาที่ตกลงกัน รูปแบบการจ่ายเงินดาวน์บ้านมีกี่แบบ การจ่ายเงินดาวน์บ้านมีทั้งหมด 3 รูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินของผู้ซื้อที่แตกต่างกัน ดังนี้ จ่ายดาวน์บ้านแบบครั้งเดียว การจ่ายดาวน์บ้านแบบครั้งเดียว คือ การชำระเงินดาวน์บ้านเป็นเงินก้อนในครั้งเดียวจบ ส่วนใหญ่มักใช้กับบ้านหรือโครงการที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ พร้อมให้เข้าอยู่เรียบร้อยแล้ว หลังจากจ่ายเงินดาวน์แบบครั้งเดียวเสร็จ ผู้ซื้อสามารถทำเรื่องสัญญากู้สินเชื่อกับธนาคาร โอนกรรมสิทธิ์ และย้ายเข้าอยู่ได้ทันที รูปแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินเก็บก้อนใหญ่พร้อมจ่าย และต้องการเข้าอยู่ในบ้านได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยไม่ต้องรอระยะเวลาการก่อสร้าง ผ่อนดาวน์บ้านแบบเท่ากันทุกงวด การผ่อนดาวน์บ้านแบบเท่ากันทุกงวด ส่วนใหญ่มักใช้กับบ้านหรือโครงการที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยทั่วไปจะให้เวลาผ่อนดาวน์ประมาณ [...]

17/4/2568 • โดย Homeday
การเป็นเจ้าของบ้านเป็นความฝันของใครหลายคน แต่การเตรียมตัวเพื่อยื่นกู้สินเชื่อบ้านเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แค่เลือกบ้านที่ชอบและยื่นเรื่องขอกู้เท่านั้น บทความนี้รวบรวมเทคนิคสำคัญในการเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ พร้อมวิธีคำนวณวงเงินกู้ที่เหมาะสมกับรายได้ของคุณ เพื่อให้ได้รับการอนุมัติสินเชื่อบ้านอย่างราบรื่นและได้วงเงินสูงตามที่ต้องการ รู้ก่อนกู้: วิธีคำนวณวงเงินสินเชื่อบ้านที่เหมาะกับคุณ การประเมินความสามารถในการกู้ซื้อบ้านด้วยตัวเองเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ ก่อนที่จะไปติดต่อสถาบันการเงิน ซึ่งช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้เหมาะสมและเลือกบ้านที่อยู่ในงบประมาณของตัวเอง มาดูวิธีคำนวณวงเงินกู้กันดังนี้ ขั้นตอนที่ 1: ประเมินรายได้ของตัวเอง รายได้เป็นปัจจัยหลักที่สถาบันการเงินใช้ในการพิจารณาวงเงินกู้สูงสุดที่คุณสามารถขอได้ โดยทั่วไปแล้ว สถาบันการเงินมักกำหนดให้ภาระผ่อนชำระต่อเดือนไม่ควรเกิน 40% ของรายได้สุทธิ ตัวอย่างการคำนวณ: หากคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน ค่างวดผ่อนบ้านสูงสุดที่คุณสามารถรับภาระได้คือ 30,000 × 40% = 12,000 บาทต่อเดือน ขั้นตอนที่ 2: นำภาระหนี้สินมาหักออก หากคุณมีภาระหนี้อื่นๆ อยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถหรือผ่อนสินค้าต่างๆ สถาบันการเงินจะนำภาระหนี้เหล่านี้มาหักออกจากรายได้ เพื่อประเมินความสามารถในการผ่อนชำระที่แท้จริง ตัวอย่างการคำนวณ: รายได้ 30,000 บาทต่อเดือน มีภาระผ่อนรถ 6,000 บาทต่อเดือน รายได้สุทธิหลังหักภาระหนี้ = 30,000 – 6,000 = 24,000 บาท [...]

17/4/2568 • โดย Homeday
ทรัพย์สินรอการขาย หรือที่เรียกกันว่า NPA เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยหรือนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ด้วยราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดและโอกาสในการลงทุนที่น่าสนใจ แต่การซื้อทรัพย์สินประเภทนี้ก็มีความเสี่ยงและข้อควรระวังที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับทรัพย์สินรอการขาย ข้อดี ข้อควรระวัง และคำแนะนำสำคัญก่อนการตัดสินใจลงทุน NPA คืออะไร? ทำความเข้าใจทรัพย์สินรอการขายจากธนาคาร ทรัพย์สินรอการขาย หรือ Non-Performing Asset (NPA) คือ สินทรัพย์ที่สถาบันการเงินหรือธนาคารยึดมาจากลูกหนี้ที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามสัญญา สินทรัพย์เหล่านี้เป็นหลักประกันที่ลูกหนี้นำมาใช้ในการกู้ยืมเงิน เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระ ธนาคารจึงยึดทรัพย์สินเหล่านี้มาเพื่อนำไปขายทอดตลาดและนำเงินมาชำระหนี้ ทรัพย์สินรอการขายมีหลากหลายประเภท ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ ที่ดิน รวมถึงอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์อื่นๆ เช่น โรงงาน โกดัง หรือสำนักงาน โดยทั่วไปแล้ว ทรัพย์สินเหล่านี้มักมีราคาขายต่ำกว่าราคาตลาดประมาณ 10-30% ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งและสภาพของทรัพย์สิน ทำไมทรัพย์สิน NPA ถึงได้รับความนิยม? 6 จุดเด่นที่น่าสนใจ 1. มีทรัพย์สินให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทรัพย์สินรอการขายมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ และที่ดิน นอกจากนี้ ยังมีช่องทางการขายที่หลากหลาย [...]

17/4/2568 • โดย Homeday
การโอนที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียม เป็นเรื่องที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าการโอนกรรมสิทธิ์นั้นมีค่าใช้จ่ายมากมายที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า ซึ่งแตกต่างกันไปตามประเภทของการโอน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขาย การโอนให้ลูก คู่สมรส หรือญาติ รวมถึงการโอนมรดก บทความนี้จะรวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมโอนที่ดิน บ้าน และคอนโดล่าสุดในปี 2568 พร้อมเอกสารที่ต้องใช้และขั้นตอนการโอน เพื่อช่วยให้คุณเตรียมความพร้อมได้อย่างครบถ้วน เอกสารอะไรบ้างที่ต้องเตรียมในการโอนอสังหาริมทรัพย์? การโอนอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กรณีหลัก คือ การโอนในนามบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยมีรายละเอียดดังนี้ การโอนในนามบุคคลธรรมดา สำหรับการโอนในนามบุคคลธรรมดา ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องเตรียมเอกสารไม่เหมือนกัน เอกสารที่ผู้ซื้อต้องเตรียม: บัตรประชาชนพร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลพร้อมสำเนา (ถ้ามี) เอกสารที่ผู้ขายต้องเตรียม: โฉนดที่ดินที่ต้องการขาย บัตรประชาชนพร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลพร้อมสำเนา (ถ้ามี) หนังสือยินยอมจากคู่สมรส (กรณีมีคู่สมรส) ทะเบียนสมรสพร้อมสำเนา (กรณีมีคู่สมรส) ใบสำคัญการหย่าพร้อมสำเนา (กรณีหย่าร้าง) หากให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่: ใบมอบอำนาจที่ดิน (ทด.21) สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ การโอนในนามนิติบุคคล สำหรับการโอนในนามนิติบุคคล จำเป็นต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้: [...]

15/4/2568 • โดย Homeday
การมีบ้านสักหลังเป็นความฝันของคนจำนวนมาก หลายคนวางแผนและเตรียมตัวมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่การหาทำเลที่ดี ใกล้รถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานที่ทำงาน หรือสถานศึกษา การเลือกโครงการที่น่าเชื่อถือ รวมไปถึงการดูฮวงจุ้ยและสภาพแวดล้อม แต่หลายคนอาจมองข้ามขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ การตรวจรับบ้านก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญและละเอียดอ่อน โดยเฉพาะหากเป็นการซื้อบ้านหลังแรก บทความนี้จะแนะนำเช็คลิสต์ทุกจุดสำคัญในการตรวจรับบ้านอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าบ้านของคุณไม่มีปัญหาและพร้อมสำหรับการอยู่อาศัย ทำไมการตรวจรับบ้านก่อนโอนจึงสำคัญสำหรับเจ้าของบ้านใหม่? การตรวจรับบ้านก่อนโอนกรรมสิทธิ์เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดในกระบวนการซื้อบ้าน เพราะเป็นโอกาสสุดท้ายที่คุณจะได้ตรวจสอบความเรียบร้อยและความสมบูรณ์ของบ้านก่อนการเซ็นรับโอน ผู้ซื้อบ้านจำเป็นต้องตรวจสอบทุกจุดภายในตัวบ้านอย่างละเอียด หากมีจุดไหนที่เสียหายหรือชำรุด คุณสามารถแจ้งให้เจ้าของโครงการหรือผู้ขายดำเนินการแก้ไขได้ทันที แต่หากคุณเซ็นรับโอนไปแล้วค่อยพบปัญหา กระบวนการแก้ไขอาจยุ่งยากและใช้เวลานานกว่า หรือในบางกรณีอาจไม่ได้รับการแก้ไขเลย นอกจากนี้ การตรวจรับบ้านอย่างละเอียดยังช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าบ้านที่คุณกำลังจะเป็นเจ้าของนั้นมีคุณภาพตามมาตรฐาน ไม่มีปัญหาซ่อนเร้น และพร้อมสำหรับการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง การลงทุนเวลาในขั้นตอนนี้จะช่วยประหยัดทั้งเวลา เงิน และความเครียดในอนาคต ซึ่งอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าในการซ่อมแซมปัญหาที่พบในภายหลัง อุปกรณ์ที่ควรเตรียมสำหรับการตรวจบ้าน การตรวจรับบ้านอย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องมีการวางแผนและเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เพื่อให้สามารถตรวจสอบทุกส่วนของบ้านได้อย่างละเอียดและครบถ้วน อุปกรณ์ที่ควรเตรียมมีดังนี้: อุปกรณ์พื้นฐาน อุปกรณ์เครื่องเขียน เช่น ดินสอ ปากกา สำหรับจดบันทึกรายละเอียดต่างๆ ระหว่างการตรวจสอบ สมุดโน้ต สำหรับทำเช็คลิสต์ตรวจรับบ้านและบันทึกรายละเอียดที่ต้องแก้ไข โทรศัพท์มือถือหรือกล้องถ่ายรูป สำหรับบันทึกภาพจุดที่มีปัญหา เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งซ่อม ไฟฉาย สำหรับส่องดูพื้นที่ต่างๆ ภายในบ้านที่แสงไม่เพียงพอ อุปกรณ์เฉพาะทาง สายวัด [...]

15/4/2568 • โดย Homeday
การซื้อคอนโดครั้งแรกเป็นก้าวสำคัญในชีวิตที่ต้องใช้การพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะนอกจากเป็นการลงทุนขนาดใหญ่แล้ว ยังเป็นที่อยู่อาศัยที่คุณอาจต้องอยู่เป็นเวลานาน การตัดสินใจผิดพลาดอาจนำมาซึ่งความเสียใจและผิดหวังในภายหลัง บทความนี้จะแนะนำปัจจัยสำคัญที่มือใหม่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด ตั้งแต่ทำเลที่ตั้ง สิ่งอำนวยความสะดวก ขนาดห้อง ไปจนถึงการวางแผนด้านการเงิน เพื่อให้การเลือกซื้อคอนโดหลังแรกของคุณตอบโจทย์ทั้งความต้องการในปัจจุบันและอนาคต ทำไมการเลือกคอนโดหลังแรกถึงเป็นเรื่องสำคัญ? การซื้อคอนโดไม่ใช่เพียงการตัดสินใจซื้อสินค้าทั่วไปที่หากไม่พอใจก็สามารถเปลี่ยนหรือคืนได้ง่าย แต่เป็นการลงทุนระยะยาวที่มีมูลค่าสูงและมีผลต่อคุณภาพชีวิตโดยตรง คนส่วนใหญ่มักจะใช้เวลาหลายปีในการผ่อนชำระ และต้องอยู่อาศัยในสถานที่นั้นเป็นเวลานาน การตัดสินใจซื้อคอนโดจึงควรพิจารณาปัจจัยหลายด้านประกอบกัน ทั้งความชอบส่วนตัว ความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน และต้องคำนึงถึงแผนการในอนาคตด้วย ไม่ว่าจะเป็นการขยายครอบครัว หรือโอกาสในการขายต่อเพื่อทำกำไร หากเลือกผิดพลาด นอกจากจะเสียใจแล้ว ยังอาจส่งผลให้เกิดปัญหาทางการเงินตามมาได้ ทำเลที่ตั้งสำคัญอย่างไรในการเลือกซื้อคอนโด? ทำเลที่ตั้งถือเป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ที่ทุกคนควรพิจารณาเมื่อตัดสินใจซื้อคอนโด เพราะทำเลที่ดีจะช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายและอาจส่งผลต่อมูลค่าของคอนโดในอนาคตด้วย การเลือกทำเลควรคำนึงถึงความชอบส่วนตัวและลักษณะการใช้ชีวิต หากคุณเป็นคนชอบความเงียบสงบ ควรตรวจสอบว่าบริเวณใกล้เคียงมีสถานบันเทิงหรือแหล่งที่อาจส่งเสียงรบกวนหรือไม่ แต่หากคุณชอบความคึกคักมีชีวิตชีวา ทำเลในย่านใจกลางเมืองอาจเหมาะสมกว่า นอกจากนี้ การเลือกคอนโดที่มีทำเลดีจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว โดยเฉพาะหากทำเลนั้นมีแนวโน้มที่จะพัฒนาเป็นแหล่งธุรกิจในอนาคต ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการขายต่อหรือปล่อยเช่าที่ให้ผลตอบแทนดี สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการที่จำเป็นมีอะไรบ้าง? ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด คุณควรสำรวจสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบโครงการว่ามีความครบครันเพียงพอหรือไม่ เนื่องจากคุณจะต้องใช้ชีวิตในพื้นที่นั้นเป็นเวลานาน การขาดสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานอาจทำให้การใช้ชีวิตประจำวันลำบากมากขึ้น สิ่งอำนวยความสะดวกที่ควรตรวจสอบว่ามีอยู่ใกล้เคียงกับคอนโดที่คุณสนใจ ได้แก่: โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลสำหรับเหตุฉุกเฉิน ห้างสรรพสินค้าหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตสำหรับซื้อของใช้จำเป็น ร้านค้าและร้านอาหารเพื่อความสะดวกในชีวิตประจำวัน สถานีรถไฟฟ้าหรือระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ สถานีตำรวจเพื่อความปลอดภัย สถานีดับเพลิงเพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉิน การมีสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้อยู่ใกล้ๆ จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและลดความยุ่งยากในการเดินทาง ระบบขนส่งสาธารณะและความสะดวกในการเดินทางมีผลอย่างไร? แม้ว่าคอนโดที่ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าจะเป็นที่ต้องการสูงและมีราคาแพง โดยเฉลี่ยคอนโดติดรถไฟฟ้าจะมีราคาเริ่มต้นประมาณ [...]

15/4/2568 • โดย Homeday
เมื่อเวลาผ่านไป ความต้องการใช้พื้นที่ในบ้านอาจเปลี่ยนแปลงไปตามจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นหรือรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้หลายครอบครัวต้องพิจารณาการต่อเติมบ้านเพื่อขยายพื้นที่ใช้สอย แต่การต่อเติมบ้านไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ตามใจชอบ เพราะมีกฎหมายและข้อบังคับมากมายที่ต้องปฏิบัติตาม มิฉะนั้นอาจนำไปสู่ปัญหาทั้งกับเพื่อนบ้าน ถูกปรับ หรือแม้กระทั่งต้องรื้อถอนสิ่งที่ต่อเติม บทความนี้จะรวบรวมสาระสำคัญเกี่ยวกับกฎหมายการต่อเติมบ้านที่ทุกคนควรรู้ เพื่อให้การต่อเติมบ้านเป็นไปอย่างถูกต้องและราบรื่น อะไรคือสิ่งที่ควรรู้ก่อนต่อเติมบ้าน? การต่อเติมบ้านไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านจัดสรร หรืออาคารใดๆ ล้วนต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยและเพื่อนบ้าน รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยกฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องกับการต่อเติมบ้านโดยตรงคือ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 21 และ 39 ทวิ ซึ่งระบุว่าการดัดแปลงหรือต่อเติมอาคารต้องแจ้งและได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนเสมอ ก่อนเริ่มต้นโครงการต่อเติมบ้าน สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาคือความจำเป็นและงบประมาณ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่างสถาปนิกหรือวิศวกรเพื่อให้มั่นใจว่าแบบแปลนและโครงสร้างมีความมั่นคงแข็งแรง นอกจากนี้ ต้องตรวจสอบข้อกำหนดของกฎหมายท้องถิ่นและกฎระเบียบของหมู่บ้านจัดสรร (ถ้ามี) เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง การต่อเติมแบบไหนที่ไม่ต้องขออนุญาต? ไม่ใช่การต่อเติมบ้านทุกประเภทที่ต้องขออนุญาต การต่อเติมบางประเภทที่เป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยและไม่กระทบต่อความมั่นคงของโครงสร้างสามารถทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ได้แก่: การเปลี่ยนโครงสร้างของบ้านโดยใช้วัสดุ ขนาด จำนวน และชนิดเดียวกันกับแบบเดิม เช่น เปลี่ยนเสาไม้เก่า 4 เสาเป็นเสาไม้ใหม่ 4 เสา ยกเว้นการเปลี่ยนโครงสร้างที่ใช้คอนกรีตเสริมเหล็ก คอนกรีตอัดแรง และโครงสร้างเหล็ก ซึ่งต้องขออนุญาตเสมอ การเปลี่ยนแปลงส่วนต่างๆ ที่ไม่เป็นโครงสร้างหลักของบ้าน เช่น ผนัง [...]