ASW โชว์ผลงานบวกครึ่งแรกปี 2569 ทำรายได้รวม 5,691 ล้านบาท โตขึ้น 57% และกำไรสุทธิ 792 ล้านบาท เติบโต 98% หลังยอดโอนแคมปัสคอนโดพุ่งรับเปิดเทอม และภูเก็ตโอนต่ออย่างแข็งแกร่ง ลุยต่อไตรมาส 3 เตรียมโอนคอนโดใกล้รถไฟฟ้า-บิ๊กล็อตภูเก็ตต่อเนื่องช่วงไฮซีซั่น ดันครึ่งปีหลังโตแกร่ง พร้อมแบ็กล็อกแน่น 38,181 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ถึงปี 2571 มองตลาดอสังหาฯยังมีดีมานด์ แต่ทำเลต้องชัด เน้นเมืองท่องเที่ยว-ใกล้สถาบันการศึกษา ชูความสำเร็จกลยุทธ์ขยายทำเลไปภูเก็ตกระจายความเสี่ยง ย้ำคุมวินัยทางการเงิน-บริหาร Inventory มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 2/2569 (เม.ย.-มิ.ย. 69) บริษัททำรายได้รวมทั้งสิ้น 3,529 ล้านบาท เติบโต 63% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ด้านกำไรสุทธิอยู่ที่ 563 ล้านบาท หรือโตขึ้น 145% (QoQ) ส่งผลให้รอบ 6 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย. 69) ASW สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง มีรายได้รวม 5,691 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ทั้งยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) สูงถึง 43% และทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 792 ล้านบาท หรือเติบโตราว 98% (YoY)

ความสำเร็จดังกล่าวมาจากยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่โดดเด่นของโครงการแคมปัสคอนโด โดยเฉพาะช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ ทั้งเคฟ วันเดอร์แลนด์ (KAVE Wonderland) มูลค่า 2,550 ล้านบาท และเคฟ ลูมินัส บางมด (KAVE Luminous Bangmod) มูลค่า 1,200 ล้านบาท รวมถึงโครงการคอนโดมิเนียมใกล้มหาวิทยาลัยอย่างโมดิซ วอลท์ เกษตร-ศรีปทุม (Modiz Vault Kaset-Sripatum) มูลค่า 2,200 ล้านบาท และแอทโมซ ซีซั่น ลาดกระบัง (Atmoz Season Ladkrabang)มูลค่า 1,100 ล้านบาท ที่ยังคงทยอยโอนต่อเนื่อง ขณะที่โครงการ Leisure Residence ในภูเก็ตที่พัฒนาโดยบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE บริษัทในเครือ มีเดอะ ไทเทิล เซเรนิตี้ ในยาง (THE TITLE Serenity Naiyang) มูลค่า 4,000 ล้านบาท เป็นโครงการหลักที่ขับเคลื่อนสร้างการรับรู้รายได้ใน Q2/2569 ได้อย่างสวยงาม

“ASW ยังรักษาโมเมนตัมบวกได้อย่างแข็งแกร่งทั้งรายได้และกำไรสุทธิ ท่ามกลางภาพรวมอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยความท้าทาย โดยล่าสุดเราได้รับการปรับเพิ่มเครดิตองค์กรสู่ระดับ ‘BBB/Stable’ จาก TRIS Rating ซึ่งสะท้อนถึงสถานะการเงินที่เข้มแข็ง และศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากกลยุทธ์กระจายพอร์ตธุรกิจ ทั้งการขยายทำเลพัฒนาโครงการไปยังทำเลศักยภาพ ทั้งโซน EEC และใน จ.ภูเก็ต และการทยอยเพิ่มสัดส่วนธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ ทำให้โครงสร้างธุรกิจของ ASW มีความยืดหยุ่น พร้อมรับมือกับทุกสภาวะตลาดได้อย่างมั่นคง” นายกรมเชษฐ์ กล่าว
นายกรมเชษฐ์ กล่าวเสริมว่า ASW มีแผนส่งมอบโครงการสร้างเสร็จใหม่ในปีนี้รวม 11 โครงการ มูลค่ารวม 26,760 ล้านบาท ซึ่งทำสถิติมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-Time High) โดยจะทยอยรับรู้รายได้ในทุกไตรมาส สำหรับช่วง Q3/2569 มีกลุ่มโครงการ Leisure Residence ทั้งโครงการ THE TITLE Serenity Naiyang ที่ยังโอนต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน พร้อมเริ่มส่งมอบโครงการสร้างเสร็จใหม่เพิ่มอีก 3 โครงการ ได้แก่ “เดอะ ไทเทิล เฮอริเทจ บางเทา” (THE TITLE Heritage Bang-Tao) มูลค่า 6,000 ล้านบาท “เดอะ ไทเทิล เชียโล่ ราไวย์” (THE TITLE Cielo Rawai)มูลค่า 1,200 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้า “โมดิซ โวยาจ ศรีนครินทร์” (Modiz Voyage Srinakarin) มูลค่า 2,600 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้บริษัทสามารถรักษาการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลังได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน ยังมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้น Q2/2569 มูลค่ารวมกว่า 38,181 ล้านบาท ที่จะทยอยรับรู้รายได้จนถึงปี 2571

ด้านตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 มองว่า ความต้องการอยู่อาศัยของผู้บริโภคยังมีอยู่ต่อเนื่อง แม้เผชิญข้อจำกัดด้านการเข้าถึงสินเชื่อจากความเข้มงวดของสถาบันการเงิน อย่างไรก็ตาม ทำเลที่มีดีมานด์รองรับชัดเจน ยังคงมีกลุ่มผู้ซื้อที่มีความพร้อมทางการเงิน โดยเฉพาะหัวเมืองท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ทั้งคนไทยและคนต่างชาติที่มองหาบ้านหลังที่สอง ซึ่งจะได้อานิสงส์ในช่วงไฮซีซั่นปลายปี ขณะที่ทำเลใกล้สถาบันการศึกษาและแนวรถไฟฟ้า ยังได้รับความสนใจทั้งจากกลุ่มผู้ปกครอง นักเรียนนักศึกษา คนทำงานที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง และกลุ่มนักลงทุน ซึ่งหากรวมกับปัจจัยบวกจากมาตรการรัฐ ทั้งแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยต่ำ การผ่อนคลายเงื่อนไข LTV รวมถึงการลดค่าโอนและจดจำนอง จะยิ่งช่วยสนับสนุนให้ผู้บริโภคที่มีความพร้อมเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น

“ในวันที่ตลาดมีความไม่แน่นอน เรายิ่งต้องวางแผนให้รอบคอบ และกระจายความเสี่ยงเพื่อสร้างสมดุล ซึ่ง ASW พิสูจน์แล้วว่า การขยายการลงทุนไปยังภูเก็ตที่เป็นทำเลศักยภาพสูงและมี Cancellation Rate แทบเป็นศูนย์ มาตั้งแต่ 3 ปีก่อน ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้เรายังรักษาการเติบโตต่อไปได้ แต่เรายังคงไม่ประมาท ด้วยการเฝ้าติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับรักษาวินัยทางการเงิน และการบริหารจัดการ Inventory ให้มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสร้างองค์กรให้มีความยืดหยุ่นและปรับตัวอยู่เสมอ เพื่อให้ ASW เดินหน้าได้อย่างมั่นคง” นายกรมเชษฐ์ กล่าว
















