พบ 99 บทความ

11/6/2568 • โดย Homeday
ต้นเงินไหลมาหรือซิงโกเนียมเป็นไม้มงคลที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย ด้วยความเชื่อที่ว่าจะช่วยดึงดูดเงินทองและความมั่งมีเข้าสู่บ้าน นอกจากจะมีความหมายมงคลแล้ว ต้นเงินไหลมายังเป็นไม้ที่ดูแลง่าย โตไว และมีสายพันธุ์ที่หลากหลายสวยงาม ทำให้เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และนักสะสมต้นไม้ที่มีประสบการณ์ ต้นเงินไหลมาคืออะไรและมีต้นกำเนิดมาจากไหน ต้นเงินไหลมามีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Syngonium podophyllum Schott เป็นพืชในวงศ์ Araceae สกุล Syngonium ถิ่นกำเนิดของต้นเงินไหลมาอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ โดยพบได้ในหลายประเทศ ได้แก่ บราซิล โบลิเวีย และเม็กซิโก ในภาษาอังกฤษมักเรียกว่า Arrow Head Plant หรือ Tricolor Nephthytis เนื่องจากรูปทรงใบที่มีลักษณะคล้ายหัวลูกศร ลักษณะโดดเด่นของต้นเงินไหลมาคือเป็นไม้เลื้อยที่สามารถเติบโตได้ยาวถึง 10-20 เมตรเมื่อโตเต็มที่ มีลำต้นขนาดเล็กสีเขียว ผิวเกลี้ยงและมีรากอากาศออกตามข้อ ใบมีทรงหัวลูกศรที่โดดเด่น โคนใบเว้าลึกถึงสะดือใบ ปลายใบเรียวแหลม ความกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร สิ่งที่ทำให้ต้นเงินไหลมาน่าสนใจคือใบสีเขียวที่มีด่างขาวหรือสีเหลืองปรากฏบริเวณเส้นใบ ต้นจะออกดอกสีขาวนวลแบบช่อบริเวณปลายยอด ลักษณะดอกจะคล้ายกับต้นบอน แต่จะมีผลขนาดเล็กและพบได้ไม่บ่อยนัก ทำไมต้นเงินไหลมาจึงเป็นไม้มงคลที่ได้รับความนิยม ความเชื่อเกี่ยวกับต้นเงินไหลมามีรากฐานมาจากคนไทยโบราณที่เชื่อว่าหากบ้านใดปลูกต้นเงินไหลมาจะเป็นการเสริมสิริมงคล ช่วยให้มีเงินทองไหลเข้ามา เกิดความมั่งมีและร่ำรวย การปลูกไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบ้านจะช่วยเพิ่มความเป็นสิริมงคล นอกจากความเชื่อด้านการเงินแล้ว ต้นเงินไหลมายังมีความหมายในด้านอื่นๆ [...]

11/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักสวนครัวด้วยไม้ไผ่กำลังเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการผักปลอดสารพิษไว้บริโภคในครอบครัว วิธีการนี้ไม่เพียงแต่ประหยัดค่าใช้จ่ายเท่านั้น แต่ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและให้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูง ด้วยการใช้วัสดุธรรมชาติอย่างไม้ไผ่ที่หาได้ง่ายและราคาไม่แพง ทำให้การสร้างแปลงผักเป็นเรื่องที่ทำได้จริงสำหรับทุกครัวเรือน เหตุผลที่ควรเลือกปลูกผักสวนครัวเองที่บ้าน การปลูกผักสวนครัวเองมีข้อดีมากมายที่หลายคนอาจไม่เคยคิดถึง ผักที่ซื้อจากตลาดมักมีสารพิษและยาฆ่าแมลงเจือปนอยู่เสมอ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว การปลูกผักเองจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการได้รับประทานผักที่สด สะอาด และปลอดภัย ผักที่ปลูกเองจะมีรสชาติที่หวาน กรอบ และอร่อยกว่าผักที่ซื้อจากภายนอก เนื่องจากไม่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งที่ยาวนาน ทำให้ยังคงความสดใหม่และคุณค่าทางอาหารไว้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า ลดรายจ่ายค่าผัก และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับครอบครัว การมีสวนผักที่บ้านยังเป็นกิจกรรมที่ดีสำหรับเด็กๆ ในครอบครัว ช่วยให้พวกเขาเรียนรู้เกี่ยวกับการเจริญเติบโตของพืช เข้าใจถึงที่มาของอาหาร และสร้างนิสัยการกินผักให้เป็นเรื่องธรรมชาติ ข้อดีของการใช้ไม้ไผ่ในการทำแปลงผัก ไม้ไผ่เป็นวัสดุที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการทำแปลงปลูกผัก เนื่องจากมีหลายประโยชน์ที่โดดเด่น ราคาของไม้ไผ่ถูกมากเมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุอื่นๆ โดยลำไผ่ยาวๆ หนึ่งลำมีราคาประมาณสิบกว่าบาทเท่านั้น ทำให้สามารถสร้างแปลงผักได้อย่างประหยัด ไม้ไผ่มีลักษณะที่ดูเป็นธรรมชาติและสวยงาม เมื่อนำมาทำแปลงผักจะทำให้สวนดูมีเสน่ห์และกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม ไม้ไผ่ยังมีความทนทานพอสมควร สามารถใช้งานได้นานหลายฤดูกาล และเมื่อเก่าแล้วก็สามารถย่อยสลายกลับสู่ธรรมชาติได้ นอกจากลำไผ่แล้ว ใบไผ่ยังมีประโยชน์อย่างมากในการปลูกผัก ใบไผ่อุดมไปด้วยสารประกอบต่างๆ ที่ช่วยบำรุงดิน สามารถนำมาใช้เป็นวัสดุคลุมดินได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยป้องกันวัชพืชและรักษาความชื้นในดิน ขั้นตอนการเตรียมพื้นที่สำหรับทำแปลงผัก การเตรียมพื้นที่เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมาก ต้องเริ่มจากการถางหญ้าและกำจัดวัชพืชออกจากบริเวณที่จะทำแปลง การใช้มือถอนจะดีกว่าการตัด เพราะจะได้ถอนรากถอนโคนออกไปด้วย แม้ว่าหญ้าจะงอกขึ้นมาใหม่อีก แต่การถอนรากจะช่วยลดปริมาณการขึ้นซ้ำ หลังจากถางหญ้าแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการปรับระดับดินให้เท่าๆ กัน เพื่อให้แปลงที่จะสร้างขึ้นมีความเรียบร้อยและสวยงาม การปรับระดับดินจะช่วยให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสม [...]

10/3/2568 • โดย Homeday
ผศ.ดร.วีระชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ดร.พงศธร ประภักรางกูล รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ ผอ.ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์และคณะนักวิจัย เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดกรอบประเด็นยุทธศาสตร์กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พ.ศ. 2570-2579 ซึ่งได้รับเกียรติจาก นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธานเปิดการประชุมฯ ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. กล่าวต้อนรับ และดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผอ. สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กล่าววัตถุประสงค์การจัดงาน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการบูรณาการ เกิดพลังในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศที่สอดคล้องกับทิศทางของยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทและนโยบายของรัฐบาล ในวันที่ 7-10 มีนาคม 2568 ณ เรเนซองส์ เกาะสมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.สุราษฎร์ธานี [...]

10/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกสมุนไพรไทยที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในหมู่คนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการความสะดวกในการประกอบอาหาร เนื่องจากสมุนไพรไทยส่วนใหญ่สามารถปลูกได้ง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก และให้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้งในด้านการปรุงอาหารและสุขภาพ12 การมีสวนสมุนไพรไว้ที่บ้านไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องปรุงสด แต่ยังมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยจากสารเคมี นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความร่มรื่นให้กับบริเวณบ้านและสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้อีกด้วย สมุนไพรไทยยอดนิยมสำหรับปลูกที่บ้าน กะเพรา – เครื่องปรุงหลักในครัวไทย กะเพราเป็นพืชล้มลุกที่มี 2 สายพันธุ์หลักคือ กะเพราแดงที่มีลำต้นสีแดงและกะเพราขาวที่มีลำต้นสีเขียว1 ต้นกะเพรามีความสูงตั้งแต่ 30-60 เซนติเมตร ลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งก้านสาขา ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน รูปทรงรี มีรสเผ็ดร้อนกลิ่นฉุน1 กะเพรามีสรรพคุณแก้ปวดท้อง ท้องอืด แก้ลมจุกเสียดแน่นท้อง ขับลมทำให้เรอ เหมาะสำหรับเด็ก ในแง่คุณค่าทางอาหาร กะเพรามีเบต้าแคโรทีนสูง เสริมด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน การปลูกกะเพราทำได้โดยการเพาะเมล็ดหรือปักชำกิ่ง หว่านเมล็ดให้ทั่วแปลง ใช้ฟางกลบหรือปุ๋ยคอกโรยทับบางๆ รดน้ำตามทันที ใช้ฟักบัวรดน้ำต้นไม้รูเล็กๆ เมล็ดจะงอกเป็นต้นกล้าภายใน 7 วัน รอจนต้นกล้าอายุ 1 เดือน ค่อยถอนแยกจัดระยะต้นให้มีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 20-30 เซนติเมตร กะเพราชอบแสงแดดแบบเต็มวัน ควรรดน้ำทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง ปลูกในดินร่วนระบายน้ำดี ขิงและข่า – สมุนไพรตระกูลเดียวกัน ขิงเป็นไม้ล้มลุกมีเหง้าอยู่ใต้ดิน [...]

13/6/2568 • โดย Homeday
การจัดสวนสไตล์อังกฤษเป็นการออกแบบที่ผสมผสานความเป็นธรรมชาติกับความเป็นระเบียบ ซึ่งจะช่วยให้พื้นที่หน้าบ้านของคุณดูสวยงามและใช้งานได้จริง การสร้างสวนในสไตล์นี้ไม่เพียงแต่จะเพิ่มความสวยงามให้กับบ้าน แต่ยังช่วยลดการบำรุงรักษาและสร้างพื้นที่พักผ่อนที่ดีอีกด้วย การวางแผนการออกแบบสวนอังกฤษ การเริ่มต้นจัดสวนสไตล์อังกฤษต้องเริ่มจากการวางแผนที่ดี โดยต้องพิจารณาถึงพื้นที่ที่มีอยู่ ลักษณะของแสงแดด และการระบายน้ำ การวาดแผนผังคร่าวๆ จะช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมของสวนที่ต้องการได้ชัดเจนขึ้น โดยควรแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนต่างๆ เช่น โซนนั่งเล่น โซนเดิน และโซนปลูกต้นไม้ หลักการสำคัญของการออกแบบสวนอังกฤษคือการสร้างความสมดุลระหว่างความเป็นทางการและความเป็นธรรมชาติ ควรเน้นการใช้เส้นตรงและเส้นโค้งอย่างประณีตเพื่อสร้างทั้งโครงสร้างและความนุ่มนวล ตลอดจนการวางตำแหน่งที่ดีของแต่ละองค์ประกอบในสวน การเลือกพื้นที่และการเตรียมดิน การเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ สวนอังกฤษต้องการแสงแดดอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน และต้องมีการระบายอากาศที่ดี ควรเลือกพื้นที่ที่มีการระบายน้ำดีเพื่อป้องกันปัญหาน้ำขัง การเตรียมดินเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ความพิถีพิถัน ต้องเริ่มจากการขุดดินเอาวัชพืชออก แล้วปรับปรุงดินด้วยการใส่ปุ่ยหมักหรือวัสดุอินทรีย การใช้ทรายหยาบช่วยปรับระดับพื้นผิวให้เรียบเสมอกัน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการปูพื้นและปลูกต้นไม้ในขั้นตอนต่อไป การเลือกและจัดวางพืชพรรณ ต้นไม้หลัก การเลือกต้นไม้เป็นหัวใจสำคัญของสวนอังกฤษ ต้นไทรเกาหลีเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับปลูกตามแนวรั้วเพราะโตเร็วและสร้างความเป็นส่วนตัว ส่วนต้นสนมังกรและต้นสนบลูจะช่วยให้บรรยากาศดูยุโรปมากขึ้น การจัดวางต้นไม้ควรเป็นไปตามหลักของการสร้างชั้น โดยใส่ต้นไม้สูงไว้ด้านหลัง ต้นไม้ขนาดกลางไว้ตรงกลาง และต้นไม้เตี้ยไว้ด้านหน้า การปลูกแบบกลุ่มจะช่วยให้ได้ผลทางสายตาที่ดีกว่าการปลูกแบบกระจัดกระจาย ไม้ดอกและไม้ประดับ ดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์ของสวนอังกฤษที่ขาดไม่ได้ ควรเลือกพันธุ์ที่ต้านทานโรคดีและมีกลิ่นหอม การปลูกดอกกุหลาบแบบปีนป่ายตามซุ้มจะช่วยเพิ่มมิติในแนวดิ่งให้กับสวน ไม้ดอกยืนต้นอื่นๆ ที่เหมาะสมกับสวนอังกฤษ ได้แก่ ลาเวนเดอร์ ไอริส และไม้ดอกที่มีกลิ่นหอม การเลือกพืชที่ออกดอกในช่วงเวลาต่างกันจะทำให้สวนมีสีสันตลอดปี การออกแบบทางเดินและพื้นผิว ทางเดินหิน ทางเดินเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงส่วนต่างๆ [...]

26/8/2568 • โดย Homeday
บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” ร่วมขับเคลื่อนการเรียนรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) สำหรับนักศึกษา จัดสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “ความรู้เรื่องการใช้บัตรเครดิต” เพื่อให้ผู้เข้าเรียนได้ทราบถึงวิธีการใช้บัตรเครดิตอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด ภายใต้โครงการ “กรุงไทยรัก Smart University” ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ เป็นการผนึกกำลังกับบริษัทในเครือคือ “เคทีซี” โดยมีนักศึกษาจากหลากหลายมหาวิทยาลัยเข้าร่วมฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นางสาวปิยะสุดา แคว้นนนทรีย์ ผู้บริหารสูงสุดสายงานทรัพยากรบุคคล เคทีซี กล่าวว่า เคทีซีมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยส่งเสริมการเข้าถึงความรู้และการใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างรับผิดชอบแก่เยาวชน การปลูกฝังวินัยทางการเงินตั้งแต่วันนี้คือรากฐานสู่คุณภาพชีวิตทางการเงินที่มั่นคงในอนาคต สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นางกนกกาญจน์ แนววงศ์ ผู้จัดการแผนกฝึกอบรมการขาย สายงานบริหารช่องทางการขาย เคทีซี ร่วมเป็นวิทยากร ถ่ายทอดความรู้ตั้งแต่การใช้บัตรเครดิตอย่างถูกวิธี การเลือกบัตรที่เหมาะสม การรักษาวินัยการชำระ ไปจนถึงความสำคัญของข้อมูลเครดิตจากบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เน้นย้ำความสำคัญของการรักษาเครดิต และป้องกันปัญหาทางการเงินในอนาคต โครงการ “กรุงไทยรัก Smart University” มีกำหนดดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องตลอดปี 2568 ขยายโอกาสการเรียนรู้ไปสู่นิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ ตอกย้ำความร่วมมือของธนาคารกรุงไทยและเคทีซีในการเสริมสร้าง Financial [...]

16/6/2568 • โดย Homeday
ฤดูฝนมาถึงแล้ว หลายคนอาจกังวลใจเกี่ยวกับการดูแลสวนและดอกไม้ประดับในช่วงนี้ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ฝนตกหนัก และความชื้นสูงอาจส่งผลกระทบต่อต้นไม้และดอกไม้ที่เราปลูกไว้ แต่ที่จริงแล้ว มีดอกไม้หลากหลายชนิดที่ไม่เพียงแต่ทนทานต่อสภาพอากาศในฤดูฝนเท่านั้น แต่ยังแสดงความงามได้อย่างเต็มที่ในช่วงเวลานี้ ดอกไม้ยอดนิยมสำหรับปลูกในฤดูฝน คุณนายตื่นสาย – ความงามที่เรียบง่าย คุณนายตื่นสายเป็นดอกไม้ที่โดดเด่นด้วยความสามารถในการปลูกและดูแลที่ง่ายดายเป็นอย่างมาก ดอกไม้ชนิดนี้มีลักษณะเป็นไม้เลื้อยอวบน้ำ ลำต้นสีม่วงแดง ใบรูปไข่รี และออกดอกเป็นช่อ 3-6 ดอกในหลากสีสัน ได้แก่ ขาว แดง ชมพู ส้ม และเหลือง ความพิเศษของคุณนายตื่นสายคือดอกจะบานเมื่อได้รับแสงแดดจัดในช่วงสาย จึงได้ชื่อนี้มา การปลูกคุณนายตื่นสายทำได้ง่ายมาก เพียงแค่นำกิ่งมาปักชำลงดิน รดน้ำเป็นประจำทุกวัน และในวันที่ฝนตกก็ไม่จำเป็นต้องรดน้ำ เมื่อถึงเวลาที่แดดออก คุณนายตื่นสายจะผลิดอกบานสะพรั่งสวยงาม ต้นไม้ชนิดนี้เติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ชอบน้ำปานกลาง และต้องการแสงแดดตลอดทั้งวัน ต้นชบา – สัญลักษณ์แห่งความเจริญ ชบาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกยอดเยี่ยมสำหรับการปลูกในฤดูฝน เนื่องจากเป็นไม้พุ่มที่ทนทานต่อทุกสภาพอากาศ รวมถึงทนแล้งและทนแดดได้ดี ต้นชบามีลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง สูงได้ตั้งแต่ 1-10 เมตร มีดอกหลายสีสัน ได้แก่ สีชมพู แดง ขาว เหลือง และม่วง ดอกชบาสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปีและมีความหมายเป็นสัญลักษณ์ของรักครั้งใหม่และความเจริญก้าวหน้า การดูแลต้นชบาไม่ซับซ้อน [...]

13/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกถั่วเป็นหนึ่งในกิจกรรมการเกษตรที่สำคัญและมีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทย ถั่วเป็นพืชตระกูลที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยม และยังมีความสามารถในการปรับปรุงคุณภาพดินผ่านการตรึงไนโตรเจนจากอากาศ การเลือกปลูกถั่วชนิดต่างๆ ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างอาชีพให้กับเกษตรกร แต่ยังเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า การเลือกชนิดถั่วที่เหมาะสมกับพื้นที่ ถั่วแดงหลวง: พืชทดแทนที่มีประวัติศาสตร์ ถั่วแดงหลวงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Phaseolus vulgaris L. เป็นพืชล้มลุกที่มีลำต้นคล้ายกับต้นถั่วเหลือง ความสูงประมาณ 40-65 เซนติเมตร ถั่วชนิดนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะคือเมล็ดจะเปลี่ยนสีตามอายุ เริ่มจากสีขาว เปลี่ยนเป็นสีเขียว และเมื่อแก่เต็มที่จะกลายเป็นสีแดงเข้ม พันธุ์ที่แนะนำสำหรับการปลูกคือ พันธุ์หมอกจ๋าม และสายพันธุ์ใหม่ที่อยู่ระหว่างการทดสอบ ถั่วอะซูกิ: สมบัติจากแดนอาทิตย์อุทัย ถั่วอะซูกิ (Vigna angularis) เป็นพืชล้มลุกฤดูเดียวที่มีต้นแข็งแรง ความสูงประมาณ 20-25 เซนติเมตร เมล็ดมีทรงกลม สีแดงสด และตาสีขาว ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่แยกแยะได้ง่าย ถั่วอะซูกิพันธุ์ปางดะเป็นพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาโดยเฉพาะสำหรับสภาพอากาศของประเทศไทย โดยใช้เวลาในการเพาะปลูกประมาณ 80-100 วันหลังปลูก ถั่วขาว: ทางเลือกใหม่สำหรับพื้นที่สูง ถั่วขาว (Phaseolus vulgalis Linn.) เป็นไม้ล้มลุกอายุฤดูเดียวที่มีลำต้นเป็นทรงพุ่มเตี้ยรูปปิรามิด ความสูงประมาณ 8-15 เซนติเมตร ถั่วขาวมีขนาดเมล็ดเล็กกว่าถั่วแดงและมีทรงกลม พันธุ์ปางดะ 2 [...]

29/4/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักปลอดสารพิษที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะวิธีไฮโดรโปนิกส์ที่ไม่ต้องใช้ดิน ทำให้สามารถปลูกได้แม้ในพื้นที่จำกัดอย่างคอนโดหรือบ้านที่ไม่มีพื้นที่สวน บทความนี้จะแนะนำวิธีการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ในกล่องโฟมแบบง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้ พร้อมเทคนิคการดูแลให้ผักเติบโตอย่างสมบูรณ์ ไฮโดรโปนิกส์คืออะไร? ทำไมการปลูกแบบไร้ดินจึงได้รับความนิยม? ไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) คือการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน แต่ใช้น้ำที่ผสมสารละลายธาตุอาหารที่พืชต้องการแทน โดยให้รากพืชแช่อยู่ในปุ๋ยเพื่อทดแทนธาตุอาหารจากดิน ทำให้พืชได้รับสารอาหารโดยตรงและเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการปลูกแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีประวัติศาสตร์ย้อนไปถึงสวนลอยบิบาโลนเมื่อ 600 ปีก่อนคริสตกาล และสวนลอยแห่งอัสเต็กซ์ในคริสต์ศตวรรษที่ 11 การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์มีข้อดีมากมาย เช่น ประหยัดน้ำได้มากกว่าการปลูกในดินถึง 10 เท่า สามารถปลูกได้แม้ในพื้นที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นคอนโด ระเบียง หรือพื้นที่เล็กๆ ข้างบ้าน ช่วยลดค่าแรงงานในการเตรียมพื้นที่ ควบคุมโรคได้ง่ายกว่า และที่สำคัญคือให้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงกว่าผักที่ปลูกในดินทั่วไป เนื่องจากไม่มีการปนเปื้อนของสารเคมีจากดิน อุปกรณ์อะไรบ้างที่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้นปลูกผักไฮโดรโปนิกส์? การเริ่มต้นปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ในกล่องโฟมไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพงหรือซับซ้อน เพียงแค่มีอุปกรณ์พื้นฐานต่อไปนี้: กล่องโฟมพร้อมฝา – ควรเลือกขนาดกว้างประมาณ 35-40 ซม. สูง 15-20 ซม. ความยาวขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่มี ถ้วยปลูก – มีให้เลือก 2 แบบ คือแบบสีเขียวที่บางและอายุการใช้งานสั้น กับแบบสีขาวที่หนาและมีอายุการใช้งานนานกว่า ถาดเพาะ [...]

3/6/2568 • โดย Homeday
ชะอมเป็นผักพื้นบ้านไทยที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ให้พลังงาน 57 กิโลแคลอรี่ต่อ 100 กรัม มีเส้นใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินเอมากถึง 10,066 IU การปลูกชะอมที่ถูกวิธีจะให้ผลผลิตที่ดี สามารถเก็บเกี่ยวได้ทุก 3-4 วันและมีรายได้ต่อเนื่องตลอดปี เนื่องจากเป็นไม้ยืนต้นที่มีอายุยืนนาน ทนทานต่อสภาพแวดล้อม และต้องการการดูแลรักษาที่ไม่ซับซ้อน ทั้งยังสามารถปลูกได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเพาะเมล็ด การปักชำ หรือการตอนกิ่ง ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียและเทคนิคเฉพาะที่ควรรู้ ขอบคุณภาพจาก : เกษตรสัญจร การเลือกวิธีปลูกชะอมที่เหมาะสม การปลูกชะอมสามารถทำได้หลายวิธี โดยแต่ละวิธีจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันทั้งในเรื่องของความแข็งแรงของต้น ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยว และความหนาแน่นของหนาม การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการปลูกและสภาพพื้นที่ที่มีอยู่ การปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์ การเพาะเมล็ดเป็นวิธีที่ได้ต้นชะอมที่แข็งแรงและทนทานต่อสภาพแวดล้อมมากที่สุด ต้นที่ได้จากเมล็ดจะมีหนามหนากว่าการปลูกด้วยวิธีอื่น และมีระบบรากที่แข็งแรงกว่า เมล็ดชะอมสามารถเก็บรักษาได้นานถึง 3 ปี และยังคงสามารถงอกได้2 ขั้นตอนการเพาะเมล็ดเริ่มต้นด้วยการแช่เมล็ดในน้ำเป็นเวลา 1 วันและ 1 คืน เพื่อคัดเลือกเมล็ดที่สมบูรณ์1 เมล็ดที่ดีจะปริเปลือกออกเล็กน้อยหลังจากแช่น้ำ ส่วนเมล็ดที่ไม่ปริเปลือกแสดงว่าไม่สมบูรณ์ควรทิ้งไป หลังจากได้เมล็ดที่พร้อมปลูกแล้ว ให้นำไปปลูกในกระถางเพาะกล้าที่มีดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ยหมัก โดยฝังเมล็ดลงผิวดินไม่ต้องกลบจนมิด ใส่ประมาณ 2 เมล็ดต่อกระถาง [...]

29/5/2568 • โดย Homeday
ดอกอัญชันเป็นพืชที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยดอกสีน้ำเงินสวยงามและสารแอนโทไซยานินที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย การปลูกและดูแลต้นอัญชันทำได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพืชสวยงามและได้ประโยชน์ใช้สอยในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการนำมาทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ สีผสมอาหารธรรมชาติ หรือใช้ประโยชน์ทางการแพทย์แผนโบราณ ดอกอัญชันคืออะไร และมีต้นกำเนิดจากที่ไหน ดอกอัญชันมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Clitoria ternatea L. เป็นพืชในตระกูลถั่ว (Fabaceae) ที่มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า butterfly pea หรือ blue pea ซึ่งสะท้อนถึงรูปทรงดอกที่คล้ายปีกผีเสื้อและสีน้ำเงินที่โดดเด่น ในประเทศไทยมีชื่อเรียกที่หลากหลายตามภูมิภาค เช่น แดงชัน ในเชียงใหม่ เอื้องชัน ในภาคเหนือ และอังจัน ในบางพื้นที่ เกี่ยวกับถิ่นกำเนิดของดอกอัญชันนั้นมีความขัดแย้งกันในข้อมูลทางวิชาการ แหล่งข้อมูลบางแห่งระบุว่ามีต้นกำเนิดในแถบอเมริกาใต้ ในขณะที่บางแหล่งอ้างถึงแถบเอเชียเขตร้อน การศึกษาทางพฤกษศาสตร์สมัยใหม่ชี้ให้เห็นว่าชื่อวิทยาศาสตร์ “ternatea” อาจมาจากเกาะ Ternate ในหมู่เกาะอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นสถานที่ที่นักพฤกษศาสตร์ Linnaeus ได้ตัวอย่างพืชชนิดนี้มาศึกษา ปัจจุบันดอกอัญชันแพร่กระจายไปทั่วโลกในเขตร้อนและกึ่งร้อน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และหมู่เกาะแปซิฟิก ความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพอากาศที่หลากหลาย การผสมเกสรเองได้ และความสามารถในการตรึงไนโตรเจนทำให้พืชชนิดนี้เจริญเติบโตได้ดีในหลายพื้นที่ ลักษณะเด่นของดอกอัญชันที่ควรรู้จัก ดอกอัญชันเป็นไม้เลื้อยล้มลุกที่มีลักษณะโดดเด่นหลายประการ ลำต้นมีความยาวประมาณ 3-5 เมตร ปกคลุมด้วยขนนุ่ม สามารถเลื้อยได้ไกลถึง 20 [...]

20/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักสลัดที่บ้านเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการรับประทานผักปลอดสารพิษและสดใหม่ แม้จะมีพื้นที่จำกัดหรือไม่ถนัดในการใช้อุปกรณ์การเกษตรแบบดั้งเดิม เช่น จอบหรือเสียม ก็สามารถปลูกผักสลัดได้ง่ายๆ ด้วยวิธีการที่เหมาะสม บทความนี้จะแนะนำวิธีการปลูกผักสลัดที่บ้านแบบง่ายๆ ทั้งระบบไฮโดรโปนิกส์และการปลูกในดิน เพื่อให้คุณได้ผักสลัดออร์แกนิกสดใหม่ไว้รับประทานเองที่บ้าน ขอบคุณภาพจาก : EY – Gardening วิธีปลูกผักสลัดแบบไฮโดรโปนิกส์ในกล่องโฟม การปลูกผักสลัดแบบไฮโดรโปนิกส์ในกล่องโฟมเป็นวิธีที่ง่ายและประหยัด เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรือไม่ต้องการยุ่งยากกับการเตรียมดิน กล่องโฟมที่ใช้แล้วสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้โดยไม่ต้องซื้อใหม่ ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อุปกรณ์ที่ต้องใช้ กล่องโฟมพร้อมฝาปิด (สามารถขอจากซูเปอร์มาร์เก็ตที่มักทิ้งกล่องเหล่านี้) มีดคัตเตอร์หรือเลื่อยบางๆ สำหรับตัดรูบนฝากล่องโฟม ถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่ กระถางสำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิกส์หรือกระถางที่มีรูระบายน้ำดี สารละลายธาตุอาหารสำหรับไฮโดรโปนิกส์ (ปุ๋ย A และ B) วัสดุปลูกไฮโดรโปนิกส์ เช่น เพอร์ไลท์หรือเวอร์มิคูไลท์ เมล็ดผักสลัด ขั้นตอนการทำ เตรียมกล่องโฟมโดยล้างให้สะอาด ถ้ามีแกนโฟมอยู่ข้างในให้ใช้มีดคัตเตอร์กรีดออกให้หมด ตัดรูบนฝากล่องโฟมตามขนาดของกระถาง โดยใช้ก้นกระถางเป็นแนวในการตัด ควรตัดรูให้เล็กกว่าขนาดกระถางเล็กน้อยเพื่อให้กระถางพอดีกับรู ผสมสารละลายธาตุอาหาร A และ B ตามสัดส่วนที่แนะนำบนฉลาก โดยทั่วไปจะใช้ประมาณ 5 ซีซีต่อน้ำ 1 ลิตร เพาะเมล็ดผักสลัดในฟองน้ำหรือวัสดุปลูกที่เตรียมไว้ รอให้งอกประมาณ 2-3 วัน [...]