Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

Line
DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

บทความ

พบ 71 บทความ

เรียงตาม:
กำลังค้นหา:
คำค้น: สายพันธุ์โฮย่า
123456
ปลูกสมุนไพรไทยที่บ้านทำอย่างไร? คู่มือเริ่มต้นจัดสวนสมุนไพรเพื่อการกิน
ทั่วไป

ปลูกสมุนไพรไทยที่บ้านทำอย่างไร? คู่มือเริ่มต้นจัดสวนสมุนไพรเพื่อการกิน

10/6/2568 • โดย Homeday

การปลูกสมุนไพรไทยที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในหมู่คนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการความสะดวกในการประกอบอาหาร เนื่องจากสมุนไพรไทยส่วนใหญ่สามารถปลูกได้ง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก และให้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้งในด้านการปรุงอาหารและสุขภาพ12 การมีสวนสมุนไพรไว้ที่บ้านไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องปรุงสด แต่ยังมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยจากสารเคมี นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความร่มรื่นให้กับบริเวณบ้านและสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้อีกด้วย สมุนไพรไทยยอดนิยมสำหรับปลูกที่บ้าน กะเพรา – เครื่องปรุงหลักในครัวไทย กะเพราเป็นพืชล้มลุกที่มี 2 สายพันธุ์หลักคือ กะเพราแดงที่มีลำต้นสีแดงและกะเพราขาวที่มีลำต้นสีเขียว1 ต้นกะเพรามีความสูงตั้งแต่ 30-60 เซนติเมตร ลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งก้านสาขา ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน รูปทรงรี มีรสเผ็ดร้อนกลิ่นฉุน1 กะเพรามีสรรพคุณแก้ปวดท้อง ท้องอืด แก้ลมจุกเสียดแน่นท้อง ขับลมทำให้เรอ เหมาะสำหรับเด็ก ในแง่คุณค่าทางอาหาร กะเพรามีเบต้าแคโรทีนสูง เสริมด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน การปลูกกะเพราทำได้โดยการเพาะเมล็ดหรือปักชำกิ่ง หว่านเมล็ดให้ทั่วแปลง ใช้ฟางกลบหรือปุ๋ยคอกโรยทับบางๆ รดน้ำตามทันที ใช้ฟักบัวรดน้ำต้นไม้รูเล็กๆ เมล็ดจะงอกเป็นต้นกล้าภายใน 7 วัน รอจนต้นกล้าอายุ 1 เดือน ค่อยถอนแยกจัดระยะต้นให้มีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 20-30 เซนติเมตร กะเพราชอบแสงแดดแบบเต็มวัน ควรรดน้ำทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง ปลูกในดินร่วนระบายน้ำดี ขิงและข่า – สมุนไพรตระกูลเดียวกัน ขิงเป็นไม้ล้มลุกมีเหง้าอยู่ใต้ดิน [...]

แคคตัสพันธุ์แมมสวยงาม ทำไมถึงเป็นที่นิยมของคนรักต้นไม้?
ทั่วไป

แคคตัสพันธุ์แมมสวยงาม ทำไมถึงเป็นที่นิยมของคนรักต้นไม้?

17/6/2568 • โดย Homeday

แคคตัสพันธุ์แมมหรือมัมมิลลาเรีย (Mammillaria) กลายเป็นหนึ่งในกระบองเพชรที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่คนรักต้นไม้ทั่วโลก เนื่องจากมีลักษณะเฉพาะตัวที่น่าสนใจและการดูแลที่ไม่ซับซ้อน ประกอบกับความหลากหลายของพันธุ์ที่มีมากกว่า 300 สายพันธุ์ทั่วโลก ทำให้นักสะสมสามารถเลือกหาพันธุ์ที่ตรงใจได้อย่างง่ายดาย จุดเด่นที่ทำให้แคคตัสแมมโดดเด่น ลักษณะทางกายภาพที่น่าสนใจ แคคตัสแมมมีจุดโดดเด่นที่หนามของพวกมันไม่ได้แหลมและแข็งเหมือนแคคตัสทั่วไป แต่กลับมีลักษณะอ่อนนุ่มคล้ายขนสัตว์ปกคลุมทั่วทั้งต้น หนามเหล่านี้มีหน้าที่ช่วยปกป้องต้นจากศัตรูและลดการสูญเสียน้ำผ่านการระเหย ลำต้นส่วนใหญ่จะเป็นทรงกลมหรือทรงกระบอกขนาดเล็ก เหมาะสำหรับการปลูกในพื้นที่จำกัด ดอกไม้สีสันสวยงาม สิ่งที่ทำให้แคคตัสแมมพิเศษคือการออกดอกที่สวยงาม โดยดอกจะมีหลากหลายสี ตั้งแต่สีขาว ชมพู เหลือง และแดง ดอกไม้เหล่านี้มักจะออกเป็นวงกลมรอบยอดต้นคล้ายมงกุฎ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของแคคตัสแมม การออกดอกจะเกิดขึ้นตามฤดูกาล โดยส่วนใหญ่จะออกดอกในช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน พันธุ์ยอดนิยมและลักษณะเด่น แมมขนนกขาว (Mammillaria Plumosa) เป็นพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีหนามที่นุ่มคล้ายขนนกสีขาวปกคลุมทั่วทั้งต้น ต้นจะสูงประมาณ 4-7 เซนติเมตร แต่สามารถแตกกอกว้างได้มากถึง 40 เซนติเมตร ดอกมีหลากหลายสี และจะออกดอกในช่วงธันวาคมถึงมีนาคม แมมขนแมวและแมมขนแกะ (Mammillaria Bocasana) ทั้งสองพันธุ์นี้มีลักษณะคล้ายกัน โดยแมมขนแกะจะมีขนหนาและฟูกว่า ขนาดของต้นจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 7 เซนติเมตร และมีจุดเด่นที่ปลายหนามจะงอคล้ายตะขอ พันธุ์นี้ทนแล้งได้ดีและต้องการการรดน้ำเพียงเล็กน้อย แมมเลาอาย (Mammillaria Laui) พันธุ์นี้เป็นที่นิยมเพราะโตไวและออกดอกง่าย สามารถออกดอกได้แม้ต้นจะยังอายุน้อย [...]

ต้นปาล์มสายพันธุ์ไหนเหมาะสำหรับจัดสวนบ้านคุณ? คู่มือเลือกปลูกปาล์มทนแดดทนฝนดูแลง่าย
ทั่วไป

ต้นปาล์มสายพันธุ์ไหนเหมาะสำหรับจัดสวนบ้านคุณ? คู่มือเลือกปลูกปาล์มทนแดดทนฝนดูแลง่าย

12/6/2568 • โดย Homeday

ต้นปาล์มเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการจัดสวนบ้าน เนื่องจากมีความทนทานต่อสภาพอากาศร้อนและฝน พร้อมทั้งดูแลง่าย นอกจากจะช่วยเพิ่มความร่มรื่นให้กับบ้านแล้ว ต้นปาล์มยังมีคุณสมบัติในการฟอกอากาศภายในบ้านได้อีกด้วย การเลือกสายพันธุ์ปาล์มที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากการปลูก สายพันธุ์ปาล์มแนะนำสำหรับคนรักการจัดสวน หมากเหลือง – ราชาแห่งการฟอกอากาศ หมากเหลืองเป็นปาล์มที่มีประสิทธิภาพสูงในการดูดสารพิษจากอากาศและคายความชื้นให้แก่บ้าน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Chrysalidocarpus lutescens มีถิ่นกำเนิดในมาดากัสการ์ลักษณะเด่นคือลำต้นหุ้มด้วยกาบสีเหลืองขนาดใหญ่ และสามารถแตกกอได้สูงถึง 9 เมตร ข้อดีของหมากเหลืองคือสามารถดัดใบให้เป็นพุ่มสวยงามได้และดัดลำต้นให้กางออกพอดีกับพื้นที่ นิยมปลูกในที่ร่มหรือแดดรำไร และต้องการการรดน้ำเมื่อดินแห้ง สำหรับการดูแล ควรให้น้ำตอนเช้าวันละครั้งแต่อย่าให้แฉะ และให้ปุ๋ยคอกอย่างสม่ำเสมอเดือนละ 1 ครั้ง ปาล์มใบไผ่ – มิตรแท้ของสัตว์เลี้ยง ปาล์มใบไผ่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Chamaedorea elegans มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโกและกัวเตมาลา เป็นปาล์มขนาดเล็กที่สูงไม่ถึง 2 เมตร มีใบสีเขียวเข้มเรียวแหลมคล้ายใบไผ่ ข้อดีสำคัญคือไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงและช่วยดูดสารพิษภายในบ้าน การดูแลปาล์มใบไผ่ค่อนข้างง่าย ต้องการแสงแดดปานกลางหรือรำไร รดน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และไม่จำเป็นต้องตัดแต่งกิ่งบ่อย เนื่องจากโตช้า ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อหรือเพาะเมล็ด ควรปลูกในดินร่วน ปาล์มหางกระรอก – ความงามแบบธรรมชาติ ปาล์มหางกระรอกหรือฟอกซ์เทล มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Wodyetia bifurcata มีลักษณะเด่นที่ใบสีเขียวรูปขนนกปลายแหลม [...]

วิธีดูแลสัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาข้อสะโพกทำอย่างไร?
ทั่วไป

วิธีดูแลสัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาข้อสะโพกทำอย่างไร?

10/3/2568 • โดย Homeday

ปัญหาข้อสะโพกเป็นหนึ่งในโรคที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมว ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง หากเจ้าของสังเกตเห็นอาการผิดปกติ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเข้าใจและดูแลอย่างถูกวิธี สาเหตุของปัญหาข้อสะโพก พันธุกรรม สายพันธุ์บางชนิดมีความเสี่ยงสูงต่อปัญหาข้อสะโพก เช่น: สุนัขพันธุ์ใหญ่ เช่น เยอรมันเชพเพิร์ด สุนัขพันธุ์เล็ก เช่น ปั๊ก ชิสุ แมวบางสายพันธุ์ อายุ เมื่อสัตว์เลี้ยงมีอายุมากขึ้น โอกาสเกิดปัญหาข้อสะโพกจะเพิ่มสูงขึ้น น้ำหนัก น้ำหนักเกินเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้ข้อสะโพกเสื่อมเร็ว อาการที่บ่งชี้ปัญหาข้อสะโพก สัญญาณเตือนเบื้องต้น เดินลำบาก ขาเซ ถอยหลังยากหรือขึ้นบันไดไม่ได้ มีเสียงดังจากข้อต่อเมื่อเคลื่อนไหว แสดงอาการปวดเมื่อถูกสัมผัสบริเวณสะโพก อาการรุนแรง ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ มีอาการปวดมาก ถอยหลังหรือเดินไม่ได้ การวินิจฉัยปัญหาข้อสะโพก การตรวจร่างกาย สัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกายโดยละเอียด ประกอบด้วย: การตรวจสอบการเคลื่อนไหว การคลำบริเวณข้อสะโพก การประเมินระดับความเจ็บปวด การตรวจเพิ่มเติม เอกซเรย์ การสแกนด้วยเครื่อง MRI การตรวจเลือด วิธีการรักษา การรักษาแบบไม่ใช้ศัลยกรรม ยาบรรเทาปวด อาหารเสริมบำรุงข้อ การควบคุมน้ำหนัก กายภาพบำบัด การรักษาด้วยศัลยกรรม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก การซ่อมแซมข้อต่อ การตัดปลายกระดูก [...]

เฟิร์นคืออะไร และทำไมคุณควรปลูกไว้ในบ้าน?
ทั่วไป

เฟิร์นคืออะไร และทำไมคุณควรปลูกไว้ในบ้าน?

22/5/2568 • โดย Homeday

เฟิร์นเป็นหนึ่งในพืชเขียวที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับมาอย่างยาวนาน ด้วยความสวยงามของใบสีเขียวสดที่มีรูปทรงหลากหลาย ทำให้เฟิร์นเป็นที่นิยมในการตกแต่งทั้งภายในและภายนอกบ้าน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า นอกจากความสวยงามแล้ว เฟิร์นยังมีคุณประโยชน์มากมายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ทั้งช่วยฟอกอากาศ เพิ่มความชื้น และบางชนิดยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย เฟิร์นคืออะไร และมีลักษณะอย่างไร? เฟิร์นเป็นพืชชั้นต่ำที่มีหลากหลายรูปแบบ มีทั้งแบบลำต้นตั้งตรง ทอดตัวไปกับพื้นดิน และแบบเหง้าใต้ดิน ลำต้นทำหน้าที่เป็นท่อลำเลียงน้ำและอาหาร เฟิร์นเป็นพืชที่ไม่มีดอกหรือเมล็ด แต่สามารถแพร่พันธุ์ได้ด้วยสปอร์ ซึ่งเป็นเซลล์สืบพันธุ์เล็กๆ ที่อยู่บริเวณใต้ใบ เฟิร์นมีประมาณ 20,000 สายพันธุ์ทั่วโลก และสามารถเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ตั้งแต่พื้นที่ชุ่มชื้น ภูเขาสูง พื้นที่เปิดโล่ง ในน้ำ บนหิน หรือแม้แต่บนต้นไม้อื่น ในระบบนิเวศ เฟิร์นหลายชนิดอยู่ร่วมกับเชื้อราไมคอร์ไรซา ซึ่งช่วยในการดูดซึมสารอาหาร ในแง่ของโครงสร้างทางพฤกษศาสตร์ เฟิร์นประกอบด้วยลำต้น (มักเป็นเหง้าใต้ดิน) ใบ และราก บางชนิดอาจมีลำต้นสูงได้ถึง 20 เมตร ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ประโยชน์ที่น่าทึ่งของการปลูกเฟิร์นในบ้านมีอะไรบ้าง? การปลูกเฟิร์นไว้ในบ้านมีประโยชน์มากมายนอกเหนือจากความสวยงาม ดังนี้: ช่วยฟอกอากาศได้ดีเยี่ยม เฟิร์นเป็นหนึ่งในพืชที่มีประสิทธิภาพสูงในการฟอกอากาศ สามารถขจัดสารพิษในอากาศได้หลายชนิด เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ที่พบในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ไตรคลอโรเอทิลีนในผลิตภัณฑ์ซักแห้ง ไซลีนในสีและกาว และโทลูอีนที่พบในทินเนอร์และน้ำมันเบนซิน การศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าเฟิร์นสามารถลดมลพิษในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ [...]

จะปลูกขึ้นฉ่ายฝรั่งไว้กินเองที่บ้านได้อย่างไร? เคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยประหยัดเงินและปลอดสารพิษ
ทั่วไป

จะปลูกขึ้นฉ่ายฝรั่งไว้กินเองที่บ้านได้อย่างไร? เคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยประหยัดเงินและปลอดสารพิษ

23/5/2568 • โดย Homeday

ช่วงนี้กระแสการดื่มน้ำขึ้นฉ่ายฝรั่งกำลังฮิตในหมู่คนรักสุขภาพ เพราะมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกาย ช่วยลดน้ำหนัก ดีท็อกซ์ และมีแคลลอรี่ต่ำ แต่การซื้อขึ้นฉ่ายฝรั่งมากินทุกวันอาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายไม่น้อย และยังมีความกังวลเรื่องสารเคมีตั้งแต่ยาฆ่าแมลงที่อาจเจือปน1 การปลูกขึ้นฉ่ายฝรั่งไว้กินเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดี ที่จะช่วยให้เรามั่นใจในความปลอดภัยและประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ขึ้นฉ่ายฝรั่งคืออะไร และแตกต่างจากขึ้นฉ่ายจีนอย่างไร ผักในตระกูลขึ้นฉ่ายมีอยู่ 2 สายพันธุ์หลัก คือ ขึ้นฉ่ายจีน และ ขึ้นฉ่ายฝรั่ง โดยขึ้นฉ่ายฝรั่งหรือเซเลอรี่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Apium graveolens L. จัดอยู่ในวงศ์ผักชี ลักษณะเด่นของขึ้นฉ่ายฝรั่งคือมีก้านใบขนาดใหญ่และสูงกว่า เมื่อโตเต็มที่ลำต้นจะสูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร มีลำต้นสีขาวและใบสีเหลืองอมเขียว ดอกสีขาวออกเป็นช่อคล้ายซี่ร่ม ส่วนใหญ่นิยมทำไปใส่ในสลัด ซุป หรือนำไปทำน้ำผัก1 ในขณะที่ขึ้นฉ่ายจีนจะมีลำต้นหรือก้านใบที่เรียวเล็กกว่า ความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร มีสีเข้มและกลิ่นฉุนมากกว่า ไว้สำหรับทำกับข้าวประเภทผัด ยำ หรือแกงจืด ขึ้นฉ่ายฝรั่งจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผักที่มีลำต้นหนาใหญ่ เหมาะสำหรับทำน้ำปั่นและใช้ในอาหารสไตล์ตะวันตก คุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ต่อสุขภาพ ขึ้นฉ่ายฝรั่งเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยในน้ำหนัก 100 กรัม ให้พลังงานเพียง 67 กิโลแคลลอรี่ มีน้ำถึง 95 กรัม ทำให้เป็นผักที่มีแคลลอรี่ต่ำมาก [...]

แมวไทยพันธุ์แท้ มีอะไรพิเศษที่ทำให้แตกต่างจากแมวทั่วโลก?
ทั่วไป

แมวไทยพันธุ์แท้ มีอะไรพิเศษที่ทำให้แตกต่างจากแมวทั่วโลก?

21/2/2568 • โดย Homeday

ประวัติความเป็นมาของแมวไทย แมวไทยมีประวัติศาสตร์ยาวนานควบคู่กับวัฒนธรรมไทย โดยมีการบันทึกไว้ในสมุดข่อยโบราณ “ตำราแมวไทย” หรือ “ทำเนียบแมว” ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แมวไทยถูกเลี้ยงดูในวังและวัดเพื่อปกป้องคัมภีร์ใบลานจากหนูและสัตว์รบกวน นอกจากนี้ยังเชื่อว่าแมวไทยนำโชคลาภและความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ผู้เลี้ยง ลักษณะเด่นทางกายภาพของแมวไทย แมวไทยมีรูปร่างกะทัดรัด กล้ามเนื้อแน่น หัวเป็นรูปสามเหลี่ยม ตาสีฟ้าสดใส ขนสั้นเรียบเป็นมันวาว สีขนมีความหลากหลายแต่ที่เป็นเอกลักษณ์คือลายสีสวาด ซึ่งเป็นสีเทาเงินอมฟ้า นอกจากนี้ยังมีหางเรียวยาว และท่าทางสง่างามเป็นธรรมชาติ สายพันธุ์แมวไทยที่ได้รับการรับรอง วิเชียรมาศ – ขนสีขาวล้วน ตาสีฟ้า ศุภลักษณ์ – ขนสีทอง ตาสีทอง โกนจา – ขนสีดำ ตาสีเหลือง สีสวาด – ขนสีเทาเงิน ตาสีฟ้า ขาวมณี – ขนสีขาว ตาสีเหลืองหรือฟ้า นิสัยและพฤติกรรมเฉพาะตัว แมวไทยมีความฉลาด เรียนรู้ได้เร็ว มีความจงรักภักดีต่อเจ้าของสูง ชอบอยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์ แต่ไม่ชอบการบังคับ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง เสียงร้องไพเราะ และมีความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี การดูแลสุขภาพและโรคประจำพันธุ์ แมวไทยมีสุขภาพแข็งแรงโดยธรรมชาติ แต่ก็ต้องการการดูแลเอาใจใส่เช่นเดียวกับแมวพันธุ์อื่นๆ ควรพาไปฉีดวัคซีนตามกำหนด ตรวจสุขภาพประจำปี และดูแลเรื่องอาหารการกินให้เหมาะสม [...]

มะยงชิดมีกี่สายพันธุ์ และปลูกอย่างไรให้ออกผลดก?
ทั่วไป

มะยงชิดมีกี่สายพันธุ์ และปลูกอย่างไรให้ออกผลดก?

17/5/2568 • โดย Homeday

มะยงชิดเป็นผลไม้ที่หลายคนชื่นชอบในช่วงหน้าร้อน ด้วยรสชาติหวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอม และเนื้อสัมผัสที่นุ่มฉ่ำ ทำให้มะยงชิดเป็นที่ต้องการของตลาดและมีราคาสูง เกษตรกรหลายรายจึงหันมาให้ความสนใจปลูกมะยงชิดเพื่อสร้างรายได้ บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับมะยงชิดอย่างละเอียด ทั้งประวัติความเป็นมา สายพันธุ์ยอดนิยม วิธีการปลูกและดูแลให้ออกผลดก เพื่อให้คุณสามารถปลูกมะยงชิดไว้รับประทานเองหรือปลูกเพื่อการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ มะยงชิดคืออะไร? ทำความรู้จักกับผลไม้มงคลรสชาติเยี่ยม มะยงชิด (Marian Plum) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bouea oppositifolia (Roxb.) เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ในวงศ์ Anacardiaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับมะม่วง มะปราง และมะกอก ต้นมะยงชิดสามารถสูงได้ถึง 10-30 เมตร มีลำต้นสีน้ำตาลแก่ แตกกิ่งก้านเป็นทรงพุ่ม ใบมีลักษณะเป็นรูปขอบขนาน (oblong) มีสีเขียวอ่อนปนน้ำตาลเมื่อยังอ่อน และเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มเมื่อแก่ ความยาวประมาณ 10-12 เซนติเมตร กว้าง 3-5 เซนติเมตร ผิวใบเป็นมัน ดอกมะยงชิดมีสีขาว ขนาดเล็กประมาณ 0.5 เซนติเมตร คล้ายกับดอกมะปราง ออกเป็นช่อที่ซอกใบ ส่วนผลมีลักษณะกลมยาวรีคล้ายไข่เป็ด เมื่อยังอ่อนจะมีสีเขียว และเมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ในแต่ละผลจะมีเมล็ดเพียง 1 เมล็ด โดยเนื้อในของเมล็ดมีสีม่วง [...]

ทำไมสัตว์เลี้ยงถึงแพ้ไรฝุ่น ป้องกันอย่างไร?
ทั่วไป

ทำไมสัตว์เลี้ยงถึงแพ้ไรฝุ่น ป้องกันอย่างไร?

12/3/2568 • โดย Homeday

ไรฝุ่นเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่สามารถสร้างปัญหาสุขภาพให้กับสัตว์เลี้ยงได้อย่างน่าตกใจ สัตว์เลี้ยงที่มีความไวต่อสิ่งแวดล้อมมักจะประสบปัญหาการแพ้ไรฝุ่นได้ง่าย โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่มีผิวหนังและระบบภูมิคุ้มกันที่ละเอียดอ่อน ทำความเข้าใจไรฝุ่นและผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยง ไรฝุ่นคืออะไร ไรฝุ่นเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมาก มีขนาดประมาณ 0.2-0.3 มิลลิเมตร อาศัยอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ในบ้าน โดยเฉพาะที่นอน เฟอร์นิเจอร์ พรม และของใช้ต่างๆ ที่มีเส้นใยหรือผ้า กินเศษสะเก็ดผิวหนังของมนุษย์และสัตว์เป็นอาหาร กลไกการแพ้ของสัตว์เลี้ยง เมื่อไรฝุ่นสัมผัสกับผิวหนังหรือระบบทางเดินหายใจของสัตว์เลี้ยง ร่างกายจะตอบสนองโดยระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดปฏิกิริยาการอักเสบและอาการแพ้ตามมา อาการแพ้ไรฝุ่นในสัตว์เลี้ยง อาการทางผิวหนัง คันผิวหนังอย่างรุนแรง ผื่นแดงตามตัว ผิวหนังแห้งและมีสะเก็ด หลุดร่วงของขน เกิดแผลถลอกจากการเกา อาการทางระบบหายใจ ไอเรื้อรัง จาม มีน้ำมูก หายใจมีเสียงวี๊ด เยื่อบุตาอักเสบ ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้สัตว์เลี้ยงแพ้ไรฝุ่นง่าย ปัจจัยทางพันธุกรรม สายพันธุ์บางประเภทมีความไวต่อการแพ้มากกว่า เช่น สุนัขพันธุ์เล็ก แมวขนยาว หรือสัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาภูมิแพ้ทางพันธุกรรม สภาพแวดล้อม บ้านที่มีความชื้นสูง การทำความสะอาดบ้านไม่เพียงพอ การระบายอากาศที่ไม่ดี การใช้เครื่องปรับอากาศและพรมจำนวนมาก วิธีป้องกันและรักษาการแพ้ไรฝุ่น การทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม ทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอ ใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีระบบกรองประสิทธิภาพสูง ซักทำความสะอาดที่นอนและของใช้สัตว์เลี้ยงสัปดาห์ละครั้ง ลดความชื้นในบ้านโดยใช้เครื่องลดความชื้น การดูแลสัตว์เลี้ยง อาบน้ำและแปรงขนสัตว์เลี้ยงสัปดาห์ละ [...]

มะละกอปลูกยังไงให้โตเร็วออกผลดก พร้อมเคล็ดลับเลือกพันธุ์และดูแลที่คุณควรรู้
ทั่วไป

มะละกอปลูกยังไงให้โตเร็วออกผลดก พร้อมเคล็ดลับเลือกพันธุ์และดูแลที่คุณควรรู้

27/5/2568 • โดย Homeday

การปลูกมะละกอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรไทย เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีความต้องการในตลาดสูงและสามารถให้ผลตอบแทนที่ดี โดยมะละกอสามารถนำมาบริโภคได้ทั้งผลดิบและผลสุก มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และยังมีการใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของต้น1 การเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมและการดูแลอย่างถูกต้องจะส่งผลให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี โดยต้นมะละกอสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวได้ภายใน 5-6 เดือนหลังจากปลูก1 และสามารถให้ผลผลิตต่อเนื่องได้ประมาณ 2 ปี หากมีการดูแลที่เหมาะสม สายพันธุ์มะละกอที่นิยมปลูกในประเทศไทยมีอะไรบ้าง การเลือกพันธุ์มะละกอที่เหมาะสมเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการปลูกที่ประสบความสำเร็จ ในประเทศไทยมีสายพันธุ์มะละกอที่นิยมปลูกหลายพันธุ์ ซึ่งแต่ละพันธุ์จะมีลักษณะเฉพาะและความเหมาะสมที่แตกต่างกันไป โดยพันธุ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ แขกดำ ซึ่งมีจุดกำเนิดที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี และได้แพร่กระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ มะละกอแขกดำ ถือเป็นต้นแบบของสายพันธุ์มะละกอไทย มีลักษณะเด่นคือต้นเตี้ย แข็งแรง สูงประมาณ 2-4 เมตร มีใบหนากว่าพันธุ์อื่น ดอกติดเร็ว ให้ผลไว ผลมีน้ำหนักประมาณ 1.7 กิโลกรัม เมื่อสุกเนื้อจะมีสีแดงเข้มและมีรสหวาน ขณะที่ผลดิบจะมีเปลือกสีเขียวเข้ม เนื้อหนาประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร เหมาะสำหรับการบริโภคทั้งแบบสุกและดิบ จากการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์แขกดำ ได้เกิดสายพันธุ์ย่อยที่มีคุณสมบัติเด่นในด้านต่างๆ เช่น แขกดำท่าพระ ที่เป็นผลผสมระหว่างแขกดำกับฟอริดา โทเลอแรนต์ มีความทนทานต่อโรคใบด่างจุดวงแหวนดี ติดผลเร็ว ผลหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัม ผลดิบเนื้อกรอบ ผลสุกเนื้อสีเหลืองอมส้ม [...]

เตรียมพร้อมอย่างไร ก่อนผสมพันธุ์สัตว์เลี้ยงของคุณ?
ทั่วไป

เตรียมพร้อมอย่างไร ก่อนผสมพันธุ์สัตว์เลี้ยงของคุณ?

24/2/2568 • โดย Homeday

การผสมพันธุ์สัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจและเตรียมการอย่างรอบคอบ เพราะนอกจากจะส่งผลต่อสุขภาพของพ่อพันธุ์แม่พันธุ์แล้ว ยังมีผลต่อลูกที่จะเกิดมาด้วย บทความนี้จะแนะนำขั้นตอนการเตรียมความพร้อมสำหรับการผสมพันธุ์สัตว์เลี้ยงอย่างถูกวิธี การตรวจสอบความพร้อมของสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงที่จะนำมาผสมพันธุ์ต้องมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ควรพาไปตรวจสุขภาพที่สัตวแพทย์เพื่อประเมินความพร้อม โดยมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาดังนี้: อายุที่เหมาะสม: สัตว์เลี้ยงต้องโตเต็มวัย โดยสุนัขและแมวควรมีอายุประมาณ 1-5 ปี สุขภาพร่างกาย: ต้องไม่มีโรคประจำตัวหรือโรคติดต่อทางพันธุกรรม การฉีดวัคซีน: ต้องได้รับวัคซีนครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ประวัติการผสมพันธุ์: หากเคยผสมพันธุ์มาก่อน ต้องพักร่างกายอย่างน้อย 6-8 เดือน การเลือกคู่ผสมที่เหมาะสม การเลือกคู่ผสมที่ดีจะช่วยให้ได้ลูกที่มีสุขภาพแข็งแรง ควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้: สายพันธุ์: ควรเป็นสายพันธุ์เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ขนาดร่างกาย: ไม่ควรต่างกันมากเกินไป โดยเฉพาะในสุนัข ประวัติสุขภาพ: ทั้งคู่ต้องไม่มีโรคทางพันธุกรรม ลักษณะภายนอก: ควรมีลักษณะที่ดีตามมาตรฐานสายพันธุ์ การเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อความสำเร็จในการผสมพันธุ์: พื้นที่สะอาด ปลอดภัย และเป็นส่วนตัว อุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป อุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น กรงคลอดสำหรับแม่พันธุ์ การดูแลระหว่างตั้งท้อง เมื่อผสมพันธุ์สำเร็จ การดูแลแม่พันธุ์ระหว่างตั้งท้องมีความสำคัญมาก: อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง การออกกำลังกายที่เหมาะสม การตรวจสุขภาพตามกำหนด การเตรียมพื้นที่สำหรับคลอด ปัญหาที่อาจพบและการแก้ไข การผสมพันธุ์อาจพบปัญหาต่างๆ ควรเตรียมพร้อมรับมือ: การผสมไม่ติด ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งท้อง [...]

อยากรู้ไหม? ทุเรียน 9 สายพันธุ์ยอดนิยมของไทย มีอะไรบ้างและจะเลือกยังไงให้อร่อยกำลังดี?
ทั่วไป

อยากรู้ไหม? ทุเรียน 9 สายพันธุ์ยอดนิยมของไทย มีอะไรบ้างและจะเลือกยังไงให้อร่อยกำลังดี?

22/5/2568 • โดย Homeday

ทุเรียนได้รับการยกย่องให้เป็นราชาแห่งผลไม้ ด้วยรสชาติหวานมัน และกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ในประเทศไทยมีการปลูกทุเรียนมากกว่า 600 สายพันธุ์ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าแต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์อย่างไร และอะไรคือเคล็ดลับในการเลือกทุเรียนให้ได้ลูกที่สุกกำลังดี? บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจสายพันธุ์ทุเรียนยอดนิยมของไทย พร้อมเคล็ดลับการเลือกให้ได้ผลที่อร่อยถูกใจ ทุเรียนไทยถูกแบ่งเป็นกี่กลุ่ม และแต่ละกลุ่มแตกต่างกันอย่างไร? จากการรวบรวมข้อมูลของศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี กรมวิชาการเกษตร สามารถแบ่งทุเรียนที่ปลูกในเมืองไทยออกเป็น 6 กลุ่มใหญ่ตามลักษณะทรงของผล ได้แก่ กลุ่มกบ – มีทรงผลกลม มีทั้งแบบทรงรี ทรงกลม และแป้น หนามโค้งงอ มี 46 สายพันธุ์ เช่น กบตาดำ กบทองคำ กบชายน้ำ กบพิกุล กลุ่มลวง – มีทรงผล 2 แบบ คือ ทรงกระบอกและทรงรี หนามเว้า มี 12 สายพันธุ์ เช่น ชะนี ชะนีก้านยาว รวงทอง สายหยุด กลุ่มก้านยาว – มีทรงผลกลม รูปไข่กลับ หนามนูน [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday TOP
Homeday FB
Homeday FB