
30/3/2568 • โดย Homeday
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เปรียบเสมือนการวางยุทธศาสตร์ที่ต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ดัชนีชี้วัดสุขภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยนักลงทุนในการตัดสินใจอย่างชาญฉลาด การเติบโตของราคาอสังหาริมทรัพย์ การเติบโตของราคาอสังหาริมทรัพย์เป็นดัชนีแรกที่นักลงทุนควรให้ความสนใจ ราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสะท้อนถึงความต้องการและศักยภาพของตลาด อัตราการเติบโตที่สม่ำเสมอระหว่าง 5-10% ต่อปีถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเติบโตของราคา ประกอบด้วย: การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การขยายตัวทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ นโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนต้องติดตามแนวโน้มราคาอย่างใกล้ชิด โดยเปรียบเทียบข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมอสังหาริมทรัพย์ และแหล่งข้อมูลราชการที่เกี่ยวข้อง อัตราการปล่อยเช่า อัตราการปล่อยเช่าเป็นอีกหนึ่งดัชนีที่บ่งบอกถึงสุขภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ อัตราการปล่อยเช่าที่สูงหมายถึงความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่นั้นๆ ตัวชี้วัดที่สำคัญในการประเมินอัตราการปล่อยเช่า: อัตราการครอบครองห้อง (Occupancy Rate) รายได้จากค่าเช่าเฉลี่ย ระยะเวลาเฉลี่ยในการหาผู้เช่า นักลงทุนควรวิเคราะห์อัตราการปล่อยเช่าในพื้นที่เป้าหมาย โดยเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่ง และคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เช่น ทำเล สภาพแวดล้อม และความต้องการของตลาด มูลค่าการลงทุน มูลค่าการลงทุนเป็นดัชนีที่สะท้อนความสนใจของนักลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ มูลค่าการลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้นแสดงถึงความเชื่อมั่นในตลาด องค์ประกอบสำคัญในการพิจารณามูลค่าการลงทุน: ปริมาณเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ จำนวนโครงการใหม่ที่เปิดตัว การลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ การติดตามแนวโน้มมูลค่าการลงทุนช่วยให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์ทิศทางของตลาดได้อย่างแม่นยำ อัตราดอกเบี้ยและสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยและความพร้อมของสินเชื่อมีผลกระทบโดยตรงต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำจะกระตุ้นการซื้อและการลงทุน ปัจจัยที่ควรพิจารณา: อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เงื่อนไขการอนุมัติสินเชื่อ นโยบายทางการเงินของธนาคารกลาง นักลงทุนควรติดตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อวางแผนการลงทุนได้อย่างเหมาะสม ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการประเมินสุขภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ [...]

18/9/2568 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดทำ “โครงการชำระดีมีคืน” ในโอกาสครบ 6 รอบ 72 ปี ตอบแทนลูกค้ารายย่อย ที่มีระยะเวลาการผ่อนชำระกับธนาคารมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญากู้เงิน โดยไม่เคย เป็นหนี้เสีย (NPL) ตั้งแต่วันกู้ และทุกบัญชีเงินกู้ภายใต้หลักประกันมีประวัติผ่อนชำระดีต่อเนื่อง 48 เดือน ที่ผ่านมา (นับถึงเดือนสิงหาคม 2568) อย่างสม่ำเสมอและไม่น้อยกว่าเงินงวดที่ธนาคารกำหนดทุกเดือน จะได้รับสิทธิพิเศษเงินคืน 1% ของดอกเบี้ยเงินกู้ที่ชำระไว้ในปี 2567 โดยเงินคืนดังกล่าวจะถูกนำไปหักชำระเงินกู้อัตโนมัติในงวดเดือนกันยายน 2568 ในวัตถุประสงค์การกู้ที่ธนาคารกำหนด โครงการดังกล่าวนอกจาก จะเป็นการตอบแทนลูกค้าที่ผ่อนชำระดีกับธนาคารมาอย่างยาวนานแล้ว ยังเป็นการช่วยเสริมสร้างวินัย ทางการเงินผ่านการผ่อนชำระเงินงวดสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับ ธอส. ด้วย โดยคาดการณ์มีลูกค้าได้รับเงินคืนดังกล่าวมากกว่า 120,000 ราย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ G H Bank Call Center โทร.0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ Application [...]

6/1/2568 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) มอบโปรโมชันพิเศษ สนับสนุนคนไทยมีบ้านเป็นของตัวเองได้ง่ายขึ้น ให้แก่ผู้ที่สมัครสมาชิก และเลือกซื้อที่อยู่อาศัย พร้อมแจ้งความประสงค์การขอสินเชื่อผ่านเว็บไซต์ www.ghbankbigfamily.com จะได้รับ On Top ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในปีแรกอีก 0.25% ต่อปี จากอัตราดอกเบี้ยปกติของสินเชื่

6/3/2568 • โดย Homeday
สหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ จำกัด (สหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์) และบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์กลุ่มเปราะบาง” นับเป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ครูในภาคตะวันตกแห่งแรกที่เครดิตบูโรได้มีบทบาทสำคัญที่ให้การสนับสนุนการบริหารจัดการหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์ฯ โดยเครดิตบูโรจะช่วยจำกัดการขอสินเชื่อ พร้อมทั้งส่งเสริมการปรับพฤติกรรมทางการเงินของสมาชิกให้สามารถจัดการหนี้สินของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการดังกล่าวยังมุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้วินัยด้านการเงินให้กับข้าราชการครู และให้คำปรึกษาเพื่อช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ฯ ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน โดยการร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเสริมแกร่งความรู้ทางการเงินให้แก่ข้าราชการครู ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน พร้อมร่วมให้คำปรึกษาและแนะนำโครงการดังกล่าว นายพัฒชัย วิเศษสมบัติ ประธานคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า “ตามที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดให้มีโครงการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์กลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นกลุ่มสมาชิกที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเดิมที่ทางสหกรณ์ฯ ได้จัดไว้ให้แล้วนั้น เนื่องจากติดเงื่อนไขเงินเหลือหัก ณ ที่จ่ายไม่ถึง 30% และมีเงินงวดเหลือน้อย การช่วยเหลือสมาชิกกลุ่มเปราะบางกลุ่มนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้มีโอกาสถ่ายโอนหนี้จากสถาบันการเงินอื่น ๆ ที่มีดอกเบี้ยเงินกู้สูงมารวมไว้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ ที่คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รวมไว้ให้สมาชิกเพียงร้อยละ 4.50 บาทต่อปี อย่างไรก็ตาม สมาชิกกลุ่มนี้ต้องรักษาวินัยทางการเงินอย่างจริงจัง โดยไม่ไปก่อหนี้ผูกพันกับสถาบันการเงินอื่นอีก ในการนี้ เครดิตบูโรมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนข้อมูลเครดิตของสมาชิกกลุ่มดังกล่าวให้กับสถาบันการเงินอื่นๆ ได้พิจารณาการปล่อยสินเชื่อให้กับสมาชิกกลุ่มนี้ตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงไว้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ การร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยให้สมาชิกกลุ่มเปราะบางของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ได้มีโอกาสบริหารจัดการหนี้ของตนเองให้อยู่ในวงเงินที่เหมาะสมตามสถานการณ์ที่สมาชิกกลุ่มนี้ได้ผ่านความยากลำบากสู่การมีสถานะทางการเงินที่มีความคล่องตัวยิ่งขึ้นสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง สามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคตต่อไป” นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ เครดิตบูโร เปิดเผยว่า “ความร่วมมือโครงการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์กลุ่มเปราะบาง มีเป้าหมายในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์ฯ และส่งเสริมการปรับพฤติกรรมทางการเงินอย่างยั่งยืน [...]

18/11/2567 • โดย Homeday
เดินทางมาถึงไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการแม้จะมีการฟื้นตัวในบางกลุ่ม ทั้งจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ยังปรับลงไม่มากเท่าที่ควร เศรษฐกิจที่ชะลอตัว และภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม ความต้องการในตลาดลักซ์ชัวรีแ

9/3/2569 • โดย Homeday
เอิร์น บาย แอล.พี.เอ็น. (EARN by LPN) เปิดเกมรุกตลาดต้นปี รับสัญญาณดอกเบี้ยขาลง ส่งโปรแรงกระตุ้นกำลังซื้อ พร้อมเข้าถึงที่อยู่อาศัยทำเลศักยภาพได้ง่ายยิ่งขึ้น ระบุตลาดอสังหาฯ ช่วงนี้เป็นจังหวะที่เหมาะในการตัดสินใจทั้งเพื่ออยู่อาศัยและสร้างผลตอบแทนระยะยาว ตามคอนเซ็ปต์ “อยู่เองก็เพลิน ลงทุนยิ่งคุ้ม (Joyful Living at EARN)” จองเพียง 999 บาท* พร้อมรับ ของแถมจัดเต็ม 20 รายการทุก ยูนิต ตอกย้ำความคุ้มค่า #น่าอยู่ กับโครงการคุณภาพ นางสาวดารณี ฉัตรพิริยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 1.25% เหลือ 1.00% ต่อปี ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบสองปี นับเป็นสัญญาณเชิงบวกให้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งทยอยลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตาม ซึ่งส่งผลดีต่อภาระการผ่อนชำระของผู้กู้ให้ลดลง อีกทั้งยังช่วยเสริมความสามารถและการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคให้ดีขึ้น โดยการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายครั้งนี้ ยังมีส่วนสำคัญต่อการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม ช่วยบรรเทาภาระหนี้ของครัวเรือนและผู้ประกอบการ SMEs [...]

25/11/2567 • โดย Homeday
เดินทางมาถึงไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการแม้จะมีการฟื้นตัวในบางกลุ่ม ทั้งจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ยังปรับลงไม่มากเท่าที่ควร เศรษฐกิจที่ชะลอตัว และภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม ความต้องการในตลาดลักซ์ชัวรีแ

17/4/2568 • โดย Homeday
เงินดาวน์บ้านเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัย เพราะเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า นอกจากจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยเงินกู้แล้ว ยังเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น บทความนี้จะอธิบายเรื่องเงินดาวน์บ้านให้เข้าใจตั้งแต่ความหมาย จำนวนเงินที่ต้องเตรียม รูปแบบการจ่ายดาวน์ ไปจนถึงวิธีแก้ปัญหาเมื่อวางเงินดาวน์แล้วกู้ไม่ผ่าน เงินดาวน์บ้านคืออะไร เงินดาวน์บ้าน คือ เงินก้อนที่ผู้ซื้อต้องจ่ายให้กับเจ้าของบ้านหรือโครงการก่อนทำสัญญากู้สินเชื่อกับธนาคาร เพื่อเป็นหลักประกันและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขาย โดยทั่วไปเงินดาวน์จะอยู่ที่ 5-30% ของราคาบ้าน เงินดาวน์นี้จะถูกนำไปหักออกจากมูลค่าบ้านทั้งหมด ทำให้ยอดเงินกู้ลดลง ช่วยลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว และเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย เงินดาวน์มีความแตกต่างกันตามสถานะของบ้าน ดังนี้: กรณีบ้านพร้อมอยู่ สำหรับบ้านที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งบ้านมือหนึ่งและบ้านมือสอง ผู้ซื้อต้องเตรียมวางเงินดาวน์เต็มจำนวนก่อนการเซ็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ จึงจะสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์ ปัจจุบันโครงการบ้านใหม่หลายแห่งมักมีโปรโมชันฟรีเงินดาวน์เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อด้วย กรณีบ้านยังสร้างไม่เสร็จ สำหรับบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จะมีการทำสัญญาจะซื้อจะขายระหว่างสองฝ่าย โดยโครงการส่วนใหญ่มักเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสามารถทยอยผ่อนดาวน์ได้ตามระยะเวลาที่ตกลงกัน รูปแบบการจ่ายเงินดาวน์บ้านมีกี่แบบ การจ่ายเงินดาวน์บ้านมีทั้งหมด 3 รูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินของผู้ซื้อที่แตกต่างกัน ดังนี้ จ่ายดาวน์บ้านแบบครั้งเดียว การจ่ายดาวน์บ้านแบบครั้งเดียว คือ การชำระเงินดาวน์บ้านเป็นเงินก้อนในครั้งเดียวจบ ส่วนใหญ่มักใช้กับบ้านหรือโครงการที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ พร้อมให้เข้าอยู่เรียบร้อยแล้ว หลังจากจ่ายเงินดาวน์แบบครั้งเดียวเสร็จ ผู้ซื้อสามารถทำเรื่องสัญญากู้สินเชื่อกับธนาคาร โอนกรรมสิทธิ์ และย้ายเข้าอยู่ได้ทันที รูปแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินเก็บก้อนใหญ่พร้อมจ่าย และต้องการเข้าอยู่ในบ้านได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยไม่ต้องรอระยะเวลาการก่อสร้าง ผ่อนดาวน์บ้านแบบเท่ากันทุกงวด การผ่อนดาวน์บ้านแบบเท่ากันทุกงวด ส่วนใหญ่มักใช้กับบ้านหรือโครงการที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยทั่วไปจะให้เวลาผ่อนดาวน์ประมาณ [...]

1/10/2567 • โดย Homeday
ตามที่รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนผลักดันให้เกิดการปรับโครงสร้างหนี้ทั้งระบบ โดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อบ้าน ภายใต้ปรัชญาที่จะไม่ขัดต่อวินัยทางการเงินและไม่ทำให้เกิดภาวะภัยทางจริยธรรม (Moral Hazard) ของผู้มีภาระหนี้สิน โดยจะดำเนินการผ่านสถาบันการเงินของรัฐ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ ข

28/2/2568 • โดย Homeday
ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% ต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีมติให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 2.25% มาอยู่ที่ 2.00% ต่อปี เพื่อให้ภาวะการเงินลดความตึงตัว สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ กนง. ประเมินไว้และสามารถรองรับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้อย่างเหมาะสม โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้มีแนวโน้มเติบโตไม่สูงนักจากปัจจัยท้าทายภายนอกและความเปราะบางภายในประเทศ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งนี้จะมีส่วนช่วยลดต้นทุนทางการเงิน สนับสนุนการใช้จ่ายและการลงทุนให้เกิดสภาพคล่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป โดยจะช่วยบรรเทาความตึงตัวของภาวะการเงินในปัจจุบัน และช่วยให้ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ต้องเผชิญกับปัญหาการแข่งขันและข้อจำกัดด้านสภาพคล่องของธุรกิจ รวมถึงลูกค้ารายย่อยที่รายได้ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่และต้องรับภาระหนี้สูง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบสนองต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารไทยพาณิชย์จึงได้พิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR : Minimum Overdraft Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 7.325% เป็น 7.075% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR [...]

4/9/2568 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ห่วงใยประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ บรรเทาความเดือดร้อนจำนวน 1,100 ชุด พร้อมจัดทำ 7 มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปี 2568 ผู้ที่สนใจติดต่อ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัย ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือขณะนี้ ส่งผลให้หลายจังหวัดภาคเหนือเกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ จึงได้ส่งทีมลงพื้นที่เป็นการเร่งด่วนเพื่อมอบถุงยังชีพจำนวน 1,100 ชุด ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัยครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก พร้อมกันนี้ ธอส. ยังเดินหน้าให้ความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยแก่ผู้ได้รับผลกระทบผ่าน “มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปี 2568” โดยมีรายละเอียด ดังนี้ มาตรการที่ 1 : สำหรับลูกค้าปัจจุบัน ลดเงินงวดและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยพักชำระหนี้นาน 3 [...]

30/3/2568 • โดย Homeday
การตัดสินใจระหว่างซื้อหรือเช่าที่อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิต ซึ่งส่งผลกระทบทั้งทางการเงินและคุณภาพชีวิตในระยะยาว บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจหลักการประเมินความคุ้มค่าอย่างรอบด้าน เพื่อให้คุณสามารถเลือกทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวคุณ ปัจจัยทางการเงินที่ต้องพิจารณา การวิเคราะห์ทางการเงินเป็นหัวใจสำคัญในการตัดสินใจระหว่างซื้อหรือเช่า นักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า การเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายระยะยาวมีความสำคัญอย่างยิ่ง ต้นทุนในการซื้อบ้าน ค่าใช้จ่ายเริ่มแรกในการซื้อบ้านประกอบด้วยหลายส่วน ได้แก่ เงินดาวน์ (20-30% ของราคาบ้าน) ค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดจำนอง ค่าประเมินหลักทรัพย์ ค่าภาษีเงินได้ ต้นทุนรายเดือนเมื่อซื้อบ้าน ค่างวดสินเชื่อ ค่าประกันอัคคีภัย ค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษา ค่าภาษีโรงเรือน ค่าส่วนกลาง (กรณีบ้านจัดสรรหรือคอนโด) ต้นทุนในการเช่าบ้าน ค่ามัดจำ (มักเท่ากับ 1-2 เดือนแรก) ค่าเช่ารายเดือน ค่าประกันทรัพย์สิน ค่าสาธารณูปโภค การวิเคราะห์สถานการณ์ส่วนตัว การตัดสินใจที่ดีต้องคำนึงถึงบริบทชีวิตส่วนตัวเป็นหลัก ปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณามีดังนี้ ความมั่นคงทางอาชีพ ความเสถียรของรายได้ แนวโน้มการเติบโตในอาชีพ โอกาสในการย้ายงานหรือย้ายถิ่น เป้าหมายชีวิตระยะสั้นและระยะยาว แผนการสร้างครอบครัว ความต้องการเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัย การวางแผนการเงินในอนาคต การคำนวณความคุ้มค่า การเปรียบเทียบต้นทุนระหว่างซื้อและเช่ามีหลักการคำนวณดังนี้ สูตรการคำนวณจุดคุ้มทุน คำนวณค่าเช่ารายปีเทียบกับมูลค่าบ้าน พิจารณาอัตราการเติบโตของราคาอสังหาริมทรัพย์ คำนวณดอกเบี้ยเงินกู้และค่าใช้จ่ายต่างๆ ตัวแปรสำคัญในการคำนวณ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ แนวโน้มราคาอสังหาริมทรัพย์ ค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน ต้นทุนค่าเสียโอกาส [...]