
31/3/2568 • โดย Homeday
แสนสิริสรุปรายชื่อโครงการคอนโดมิเนียมที่ได้รับการตรวจสอบความปลอดภัย ทั้งด้านโครงสร้าง และระบบต่างๆ ภายในอาคารอย่างละเอียด โดยทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยขอบเขตการตรวจสอบทั้ง 5 หมวด มีดังนี้ โครงสร้าง: เสา คาน พื้น และฐานราก สถาปัตยกรรม: ผนัง ฝ้า รอยต่อ และวัสดุปิดผิว ระบบป้องกันอัคคีภัย: ถังดับเพลิง สปริงเกลอร์ และระบบสัญญาณเตือนภัย ระบบลิฟต์โดยสารภายในอาคาร ระบบประปา – ไฟฟ้า นอกเหนือจากโครงการที่ระบุไว้ด้านล่าง แสนสิริยังได้ดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยในทุกโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้วทั้งหมด รวมถึงโครงการแนวราบ โดยครอบคลุมทั้งพื้นที่ส่วนกลาง บ้านตัวอย่าง และบ้านที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมอื่นๆ ซึ่งรวมถึงโครงการเดิมที่แสนสิริเป็นผู้พัฒนา และโครงการในต่างจังหวัด ทีมงานกำลังเร่งประสานงานกับนิติบุคคลของแต่ละโครงการ เพื่อดำเนินการนัดหมายและเข้าตรวจสอบความปลอดภัยในลำดับถัดไป แสนสิริ จะเร่งดำเนินการอย่างรอบคอบที่สุด พร้อมคำนึงถึงความปลอดภัยและความสบายใจของลูกบ้านเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้ ลูกบ้านทุกท่านสามารถติดตามอัปเดตผลการตรวจสอบความปลอดภัยโดยละเอียดผ่านช่องทาง Home Service Application และจะไม่หยุดให้ความช่วยเหลือจนกว่าทุกอย่างจะกลับสู่ภาวะปกติ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นิติบุคคลประจำโครงการ หรือช่องแชท Inbox บนโซเชียลมีเดียทุกช่องทางของแสนสิริ (Sansiri PLC) หรือ [...]

4/4/2568 • โดย Homeday
นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด หัวเรือหลักของธุรกิจ ‘ทัช พร็อพเพอร์ตี้’ บริการด้านระบบวิศวกรรมอาคารครบวงจรในเครือพลัสฯ เปิดเผยถึงขั้นตอนในการตรวจสอบอาคารหลังเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นไปตามคู่มือการสำรวจความเสียหายขั้นต้นของโครงสร้างอาคารหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ว่าการสำรวจความเสียหายสามารถแบ่งได้เป็น 2 ระดับ คือ การสำรวจขั้นต้น และ การสำรวจอย่างละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญในจุดที่อาจเกิดอันตรายกับโครงสร้างอาคาร 1. การสำรวจขั้นต้นเป็นการประเมินว่าความเสียหายที่พบมีผลกระทบต่อตัวอาคารหรือไม่ ซึ่งการเข้าตรวจประเมินขั้นต้นนี้ จะใช้ผู้ที่มีความความเข้าใจพื้นฐานในเรื่องวิศวกรรมโครงสร้าง อย่างบริษัทผู้ตรวจสอบอาคารที่ปกติจะมีการเข้าตรวจอาคารประจำปีให้กับอาคารอยู่แล้วมาเป็นผู้ตรวจให้ โดยบริษัทตรวจสอบอาคารมีการขึ้นทะเบียนรับรองโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้ว จะเป็นผู้เข้าตรวจพื้นที่ทันทีหลังเกิดเหตุ ในขั้นต้นนี้สามารถสำรวจด้วยตาเปล่า (visual check) โดยจะตรวจดูความเสียหายของสภาพอาคารที่อาจส่งผลกระทบต่ออาคารที่กำลังประเมิน ความเสียหายเมื่อสังเกตจากภายนอกอาคาร และ ความเสียหายของโครงสร้างอาคาร ได้แก่ พื้น คาน เสา กำแพง โครงหลังคา ผนังก่อ ฝ้า เพดาน และ วัสดุมุงหลังคา การประเมินความเสียหายขั้นต้นของอาคารหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวนี้ ผู้ตรวจส่วนใหญ่ใช้แบบสำรวจความเสียหายขั้นต้นของโครงสร้างอาคารหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ของกรมโยธาธิการและผังเมืองกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2560 โดยแบ่งระดับความเสียหายของอาคารเป็น 3 ระดับ: [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นโดยไม่อาจคาดเดาล่วงหน้าได้ สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ในประเทศไทยแม้จะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวรุนแรงเท่าบางประเทศ แต่ก็เคยเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายมาแล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ การเตรียมบ้านให้พร้อมรับมือกับแผ่นดินไหวเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกครอบครัวควรตระหนักถึง บทความนี้จะแนะนำ 7 วิธีที่ช่วยให้บ้านของคุณและผู้อยู่อาศัยปลอดภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว 1. การตรวจสอบโครงสร้างบ้านให้มั่นคงแข็งแรง การเตรียมบ้านให้พร้อมรับมือกับแผ่นดินไหวเริ่มต้นที่โครงสร้างหลักของบ้าน โครงสร้างที่แข็งแรงคือด่านแรกในการปกป้องผู้อยู่อาศัยจากภัยแผ่นดินไหว สำหรับบ้านที่สร้างใหม่ ควรออกแบบและก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐานการต้านทานแผ่นดินไหว (Seismic Design) ซึ่งจะทำให้โครงสร้างบ้านสามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี มาตรฐานดังกล่าวประกอบด้วยการเลือกใช้วัสดุที่มีความยืดหยุ่น การเสริมเหล็กในจุดสำคัญ และการออกแบบให้น้ำหนักกระจายตัวอย่างสมดุล สำหรับบ้านที่มีอยู่แล้ว ควรตรวจสอบสภาพโครงสร้างอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะส่วนที่เป็นเสา คาน และฐานราก หากพบรอยแตกร้าว การทรุดตัว หรือความผิดปกติใดๆ ควรรีบซ่อมแซมทันที การเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การติดตั้งค้ำยันเพิ่มเติม การเสริมกำแพงรับแรงเฉือน (Shear Wall) หรือการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เสริมความแข็งแรงในจุดสำคัญ นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับจุดต่อระหว่างโครงสร้างต่างๆ เช่น รอยต่อระหว่างเสากับคาน หรือผนังกับพื้น ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่มักเกิดความเสียหายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว การใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อที่แข็งแรงและยืดหยุ่น เช่น แผ่นเหล็กเสริมกำลัง หรือสลักเกลียวพิเศษ จะช่วยให้โครงสร้างสามารถเคลื่อนตัวและรับแรงสั่นสะเทือนได้ดีขึ้น 2. การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของใช้ภายในบ้าน การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของใช้ภายในบ้านอย่างเหมาะสมเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ เช่น ตู้เสื้อผ้า [...]

31/3/2568 • โดย Homeday
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในวันที่ 28 มีนาคม ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกและความเสียหายต่ออาคารและที่อยู่อาศัยในหลายพื้นที่ นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้ให้ข้อแนะนำในการจัดการเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวภายในอาคาร เพื่อช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมทั้งย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมและการดำเนินการที่ถูกต้องตามขั้นตอนดังนี้ เตรียมแผนอพยพให้พร้อม และฝึกซ้อมเป็นประจำ การเตรียมแผนอพยพที่ชัดเจนและสามารถนำไปปฏิบัติได้ทันทีในกรณีที่เกิดแผ่นดินไหวเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยแผนดังกล่าวควรครอบคลุมการประสานงานของทีมอาคารและการอพยพของผู้อยู่อาศัยภายในอาคาร ควรมีการฝึกซ้อมแผนอพยพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และมีการซ้อมย่อยทุก 3-6 เดือน เพื่อให้ทุกคนคุ้นเคยกับขั้นตอนและสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง ปฏิบัติตามแผนอพยพเมื่อเกิดแผ่นดินไหว หากเกิดเหตุแผ่นดินไหวและผู้คนในอาคารรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงและต่อเนื่อง หรือมีอาการเวียนหัวและสิ่งของหล่นหรือสั่นสะเทือน ควรปฏิบัติตามแผนอพยพทันที โดยใช้การประกาศเสียงตามสายหรือสัญญาณเตือนภัย เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยในอาคารอพยพไปยังจุดรวมพลที่ปลอดภัย ซึ่งควรตั้งอยู่ห่างจากตัวอาคารในระยะที่มากกว่าความสูงของอาคาร เพื่อความปลอดภัยในกรณีที่เกิดเหตุอาคารถล่ม การตรวจสอบความปลอดภัยและติดตามข้อมูล หลังจากการอพยพเรียบร้อยแล้ว ต้องมีการตรวจสอบรายชื่อหรือจำนวนผู้อยู่อาศัยภายในอาคารเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครตกหล่น ก่อนจะติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการหรือศูนย์แจ้งเตือนภัยพิบัติ รวมถึงกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อตรวจสอบว่ามีโอกาสเกิด Aftershock หรือไม่ การตรวจสอบความเสียหายภายในอาคาร เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ช่างอาคารจะต้องทำการตรวจสอบความเสียหายในสองส่วนหลัก ได้แก่ o โครงสร้างของอาคาร โดยเฉพาะเสา คาน และส่วนอื่นๆ ที่อาจได้รับความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือน หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของอาคาร ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินเพิ่มเติม และห้ามไม่ให้มีผู้คนเข้าไปในบริเวณอาคารเพื่อความปลอดภัย o [...]

10/3/2568 • โดย Homeday
การตัดสินใจซื้อบ้านถือเป็นก้าวสำคัญในชีวิตที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง บ้านมือสองเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดงบประมาณ แต่การเลือกซื้อบ้านมือสองนั้นมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณามากกว่าบ้านใหม่ บทความนี้จะแนะนำวิธีการเลือกซื้อบ้านมือสอง เพื่อให้ได้บ้านที่คุ้มค่าและตรงตามความต้องการ ข้อดีของการซื้อบ้านมือสอง การซื้อบ้านมือสองมีข้อได้เปรียบหลายประการที่น่าพิจารณา ราคาที่ถูกกว่าบ้านใหม่เป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดผู้ซื้อ โดยทั่วไปบ้านมือสองมีราคาต่ำกว่าบ้านใหม่ประมาณ 20-40% ขึ้นอยู่กับสภาพและทำเลที่ตั้ง นอกจากนี้ บ้านมือสองมักตั้งอยู่ในทำเลที่พัฒนาแล้ว มีระบบสาธารณูปโภคครบครัน สภาพแวดล้อมและชุมชนที่เติบโตเต็มที่ ข้อดีอีกประการคือการเห็นสภาพจริงของบ้านและพื้นที่โดยรอบได้ชัดเจน ไม่ต้องจินตนาการจากแบบบ้านหรือห้องตัวอย่าง สามารถประเมินข้อดีข้อเสียได้ตรงตามความเป็นจริง อีกทั้งยังมีโอกาสต่อรองราคาได้มากกว่าบ้านใหม่ เนื่องจากเจ้าของบ้านแต่ละรายมีเหตุผลและความจำเป็นในการขายที่แตกต่างกัน การเตรียมตัวก่อนซื้อบ้านมือสอง ก่อนเริ่มมองหาบ้านมือสอง ควรมีการเตรียมความพร้อมในหลายด้าน เริ่มจากการประเมินความสามารถทางการเงิน ทั้งเงินดาวน์และความสามารถในการผ่อนชำระ ควรคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าโอน ค่าธรรมเนียม ภาษี และค่าซ่อมแซมปรับปรุง การกำหนดความต้องการและข้อจำกัดของตนเองให้ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งขนาดพื้นที่ใช้สอย จำนวนห้องนอน ห้องน้ำ ที่จอดรถ และพื้นที่ส่วนกลาง ต้องพิจารณาความต้องการในระยะยาว เผื่อการขยายครอบครัวหรือการใช้งานในอนาคต ทำเลที่ตั้งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ควรสำรวจเส้นทางการเดินทางไปทำงาน สถานศึกษา สถานพยาบาล และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงแผนพัฒนาพื้นที่ในอนาคตที่อาจส่งผลต่อมูลค่าของบ้าน การตรวจสอบสภาพบ้านและโครงสร้าง การตรวจสอบสภาพบ้านอย่างละเอียดเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ควรเริ่มจากการตรวจสอบโครงสร้างหลักของบ้าน ทั้งฐานราก เสา คาน และหลังคา มองหาร่องรอยการทรุดตัว รอยแตกร้าว หรือความเสียหายที่อาจส่งผลต่อความมั่นคงของบ้าน ระบบไฟฟ้าและประปาต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด [...]

17/3/2568 • โดย Homeday
การตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้างเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังจะซื้อบ้านหรือก่อสร้างอาคาร เพราะจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าโครงสร้างมีความแข็งแรง ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด บทความนี้จะแนะนำวิธีการตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้างอย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถประเมินคุณภาพได้ด้วยตนเอง การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน โครงสร้างพื้นฐานถือเป็นหัวใจสำคัญของอาคาร การตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนจะช่วยให้คุณมั่นใจในความแข็งแรงและความปลอดภัยของบ้าน เริ่มจากการตรวจสอบโครงสร้างหลัก ได้แก่ เสา คาน และรากฐาน ซึ่งมีความสำคัญต่อความมั่นคงของอาคารโดยตรง นักวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ตรวจสอบความสมบูรณ์ของโครงสร้างดังนี้: ตรวจสอบความเรียบร้อยของคอนกรีต ไม่มีรอยแตกร้าว สังเกตตำแหน่งเหล็กเสริมว่าอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ตรวจวัดขนาดและความหนาของโครงสร้างให้ตรงตามแบบก่อสร้าง ใช้เครื่องมือพิเศษวัดความแน่นหนาของคอนกรีต การตรวจสอบเหล่านี้ช่วยให้มั่นใจว่าโครงสร้างมีความแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักและแรงกระทำจากภายนอกได้อย่างปลอดภัย การตรวจสอบระบบไฟฟ้าและประปา ระบบไฟฟ้าและประปาเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่อาศัย การติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐานอาจก่อให้เกิดอันตรายและสร้างความไม่สะดวกในชีวิตประจำวัน การตรวจสอบอย่างละเอียดจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง วิธีการตรวจสอบระบบไฟฟ้า: ตรวจสอบความเรียบร้อยของการเดินสายไฟ สังเกตตำแหน่งและจำนวนปลั๊กไฟให้เพียงพอกับการใช้งาน ตรวจสอบระบบกราวด์และระบบป้องกันไฟรั่ว ทดสอบการทำงานของสวิตช์และอุปกรณ์ไฟฟ้า การตรวจสอบระบบประปา: ตรวจสอบการวางท่อน้ำประปาและท่อน้ำทิ้ง ทดสอบแรงดันน้ำและการรั่วซึม ตรวจสอบคุณภาพวาล์วและอุปกรณ์ประปา สังเกตการเชื่อมต่อของท่อว่ามีความแน่นหนาหรือไม่ การตรวจสอบวัสดุก่อสร้าง คุณภาพของวัสดุก่อสร้างส่งผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานและความปลอดภัยของอาคาร การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญ สิ่งที่ควรตรวจสอบในวัสดุก่อสร้าง: คุณภาพของปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างหลัก ความสม่ำเสมอของวัสดุมุงหลังคา คุณภาพของกระเบื้องและวัสดุปูพื้น การเลือกใช้สีและวัสดุตกแต่งที่มีคุณภาพ การใช้วัสดุที่ได้มาตรฐานจะช่วยยืดอายุการใช้งานของบ้านและลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมในอนาคต การตรวจสอบการระบายอากาศและความชื้น ระบบการระบายอากาศที่ดีมีความสำคัญต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ การควบคุมความชื้นช่วยป้องกันปัญหาเชื้อราและกลิ่นอับภายในอาคาร จุดที่ควรตรวจสอบ: ช่องลมและช่องระบายอากาศตามจุดต่างๆ ระบบระบายอากาศในห้องน้ำและห้องครัว การออกแบบช่องแสงและการไหลเวียนของอากาศ ระดับความชื้นภายในอาคาร การตรวจสอบรอยต่อและการเชื่อมประสาน [...]

12/5/2568 • โดย Homeday
การต่อเติมครัวหลังบ้านเป็นเรื่องที่เจ้าของบ้านหลายคนต้องการทำ โดยเฉพาะในบ้านทาวน์โฮมที่มีพื้นที่ครัวภายในตัวบ้านจำกัด แต่การต่อเติมที่ไม่ถูกหลักวิศวกรรมอาจนำมาซึ่งปัญหาโครงสร้างและการทรุดตัวในระยะยาว ซึ่งแก้ไขได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง บทความนี้จะรวบรวมเทคนิคสำคัญและข้อควรรู้เกี่ยวกับการต่อเติมครัวหลังบ้านอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และยั่งยืน เพื่อให้ท่านได้ใช้ห้องครัวได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาโครงสร้างในอนาคต ทำไมครัวหลังบ้านมักประสบปัญหาการทรุดตัว? การทรุดตัวของครัวที่ต่อเติมด้านหลังบ้านเป็นปัญหาที่พบบ่อย สาเหตุหลักมาจากการก่อสร้างที่ไม่คำนึงถึงโครงสร้างและฐานรากที่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับตัวบ้านหลัก ซึ่งมีการวางเสาเข็มที่ลึกถึงชั้นดินแข็ง ขณะที่ส่วนต่อเติมมักใช้เสาเข็มสั้นที่ลงลึกเพียง 3-6 เมตรเท่านั้น เมื่อเสาเข็มของส่วนต่อเติมไม่ได้ลงลึกถึงชั้นดินแข็งเช่นเดียวกับตัวบ้าน จึงทำให้การรับน้ำหนักและการทรุดตัวของโครงสร้างทั้งสองส่วนแตกต่างกัน ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นดินแข็งหรือดินดานมักอยู่ที่ระดับความลึกประมาณ 16-21 เมตร แต่เสาเข็มของส่วนต่อเติมมักวางอยู่บนชั้นดินอ่อน ซึ่งอาศัยแรงฝืดของดินเป็นหลัก ทำให้เมื่อดินมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีปัจจัยอื่นมากระทบ ส่วนต่อเติมจะทรุดตัวเร็วกว่าตัวบ้าน นอกจากนี้ หากโครงสร้างของส่วนต่อเติมเชื่อมติดกับตัวบ้านโดยไม่มีการแยกโครงสร้างอย่างถูกต้อง เมื่อเกิดการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน จะทำให้เกิดรอยร้าวและแยกตัวตามรอยต่อระหว่างส่วนต่อเติมกับตัวบ้าน บางกรณีรุนแรงถึงขั้นสามารถสอดแขนเข้าไปในรอยแยกได้ สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างบ้านในระยะยาว วิธีต่อเติมครัวอย่างไรให้โครงสร้างแข็งแรงและปลอดภัย? การต่อเติมครัวหลังบ้านให้มีความแข็งแรงและปลอดภัยในระยะยาวควรคำนึงถึงหลักการสำคัญหลายประการ ประการแรกคือการแยกโครงสร้างของส่วนต่อเติมออกจากตัวบ้านหลัก วิธีนี้จะช่วยป้องกันปัญหาการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันซึ่งอาจทำให้ตัวบ้านหลักเกิดความเสียหาย การแยกโครงสร้างทำได้โดยการออกแบบให้ครัวหลังบ้านมีเสา คาน และฐานรากแยกจากตัวบ้านอย่างชัดเจน เมื่อมีการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน ส่วนต่อเติมและตัวบ้านจะเคลื่อนตัวอย่างอิสระ ไม่ดึงรั้งซึ่งกันและกัน ทำให้ไม่เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างบ้านหลัก ในส่วนของหลังคา ควรออกแบบให้หลังคาของส่วนต่อเติมแยกออกจากหลังคาของตัวบ้าน และติดตั้งแฟลชชิ่งกันน้ำบริเวณรอยต่อของหลังคา เพื่อป้องกันน้ำรั่วซึมเมื่อเกิดการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน หลังคาที่ต่อเชื่อมกับตัวบ้านอาจทำให้เกิดปัญหาเมื่อส่วนต่อเติมทรุดตัว เพราะจะดึงรั้งหลังคาบ้านลงมาด้วย อีกทั้งควรใช้วัสดุก่อสร้างที่มีน้ำหนักเบาเพื่อลดน้ำหนักที่กดทับลงบนฐานราก เช่น การใช้อิฐมวลเบาแทนอิฐมอญ หรือการเลือกใช้วัสดุตกแต่งที่มีน้ำหนักเบา เช่น สแตนเลสแทนหินอ่อนหรือหินแกรนิต [...]

4/12/2567 • โดย Homeday
การนอนหลับเป็นกิจกรรมที่สำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของเรา ทุกคนต่างปรารถนาการนอนหลับที่มีคุณภาพ เพื่อตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นและพร้อมรับมือกับวันใหม่ แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่า การจัดวางเตียงนอนในห้องนั้นมีผลต่อคุณภาพการนอนอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การวางเตียงใต้คานและหลอดไฟ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรหล

12/3/2568 • โดย Homeday
องค์ประกอบหลักของโครงสร้างบ้านที่ต้องตรวจสอบ รากฐานและพื้นดิน รากฐานถือเป็นหัวใจสำคัญของความมั่นคงของบ้าน การตรวจสอบรากฐานอย่างละเอียดช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต นักประเมินมืออาชีพจะให้ความสำคัญกับสัญญาณต่อไปนี้: รอยแตกร้าวบริเวณพื้นและผนัง การทรุดตัวของพื้นบ้าน น้ำขังหรือความชื้นรอบฐานราก รอยแตกที่มีขนาดเกิน 3 มิลลิเมตร โครงสร้างหลัก โครงสร้างหลักของบ้านประกอบด้วยเสา คาน และผนัง ซึ่งต้องมีความแข็งแรงและทนทาน การตรวจสอบควรครอบคลุมประเด็นดังนี้: สภาพของเสาและคานหลัก ความเรียบร้อยของผนังก่อ การยึดเกาะระหว่างโครงสร้าง สัญญาณการผุกร่อนหรือความเสียหาย หลังคาและระบบกันซึม หลังคาเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ปกป้องบ้านจากสภาพอากาศ การตรวจสอบควรให้ความสนใจ: สภาพของวัสดุมุงหลังคา ระบบระบายน้ำบนหลังคา รอยรั่วซึม สภาพของโครงหลังคา เครื่องมือและเทคนิคการตรวจสอบ เครื่องมือพื้นฐาน นักตรวจสอบมืออาชีพจะใช้เครื่องมือเฉพาะทาง เช่น: เครื่องวัดความชื้น กล้องถ่ายภาพความร้อน เครื่องตรวจจับโครงสร้าง เครื่องวัดรอยแตกร้าว เทคนิคการตรวจสอบเชิงลึก การใช้อุปกรณ์ตรวจจับโครงสร้างด้วยคลื่นเสียง การถ่ายภาพด้วยกล้องอินฟราเรด การทดสอบความแข็งแรงของวัสดุ ระยะเวลาในการตรวจสอบ ช่วงเวลาที่เหมาะสม ทุก 3-5 ปี สำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป ทุก 1-2 ปี สำหรับบ้านเก่าหรือมีอายุการใช้งานเกิน 20 ปี หลังเกิดภัยธรรมชาติรุนแรง เช่น แผ่นดินไหว [...]

11/4/2568 • โดย Homeday
เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 วิศวกรจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ได้เข้าร่วมสำรวจอาคารเรียนในโรงเรียนวิสุทธิกษัตรี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อประเมินสภาพความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง และตรวจสอบความปลอดภัยของอาคาร ทั้งโครงสร้างหลัก เช่น เสา คาน ผนังรับแรงด้านข้างและพื้น รวมถึงส่วนอื่น ๆ ของอาคาร เช่น ผนังก่ออิฐ ฝ้าเพดาน ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 AIT ถือเป็นหนึ่งในองค์กรที่ให้ความร่วมมือภายใต้เครือข่าย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ซึ่งเป็นศูนย์รวมวิศวกรจากสาขาต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุน ความรู้วิชาชีพทางวิศวกรรรมให้แก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยมีบทบาทต่อสังคมด้านสาธารณภัย เหตุการณ์ฉุกเฉิน และภัยพิบัติ การสำรวจในครั้งนี้ AIT ได้ส่งทีมวิศวกรโครงสร้าง (Structural Engineers) ที่มีความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบอาคารโดยเฉพาะเข้าร่วม โดยมีหน่วยงานทั้งจากภาครัฐและเอกชนเข้าสำรวจร่วมกัน ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) วิศวกรอาสา และมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา ทั้งนี้ได้รับการต้อนรับจากผู้อำนวยการ คณะครู และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนวิสุทธิกษัตรี ได้นำทีมวิศวกรเข้าตรวจสอบพื้นที่ในอาคารโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการวางแนวทางการปรับปรุง และซ่อมแซมอาคารเรียนในกรณีที่เกิดความเสียหายให้มีความปลอดภัยต่อการใช้งานในระยะยาว [...]

31/3/2568 • โดย Homeday
แอสเซทไวส์ (AssetWise) ยืนยันความแข็งแรงปลอดภัยโครงสร้างอาคารในทุกโครงการ พร้อมแจ้ง “4 มาตรการเร่งด่วน” เพื่อดูแลความปลอดภัยของลูกบ้าน และแนวทางปฏิบัติสำหรับการแจ้งซ่อม รวมถึงสิทธิ์การรับประกัน เพื่อให้ทุกท่านได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง สะดวก และรวดเร็ว ดังนี้ แอสเซทไวส์ได้จัดส่งทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้าตรวจสอบโครงการที่มีผู้พักอาศัยและโครงการที่กำลังก่อสร้างอยู่อย่างเร่งด่วน โดยโครงสร้างอาคารทุกโครงการของแอสเซทไวส์มีความแข็งแรง ปลอดภัย 100% ตามมาตรฐานวิศวกรรม และตามข้อบังคับอาคาร กฎกระทรวง ปี 2550 และมาตรฐานการออกแบบอาคารต้านทานการสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว กรมโยธาธิการและผังเมือง 1301/1302 ขณะนี้ลูกบ้านสามารถเข้าพักอาศัยได้ตามปกติอย่างมั่นใจ และกำลังดำเนินการตรวจสอบวิเคราะห์สถาปัตยกรรมอาคารเชิงลึกในทุกโครงการอย่างต่อเนื่อง ให้แล้วเสร็จ 100% ภายในวันที่ 1 เมษายน 2568 หากพบร่องรอยความเสียหายภายในห้องพัก เช่น รอยร้าว ผนังหลุดร่อน สามารถแจ้งขอรับบริการตรวจสอบและซ่อมแซมได้ตามขั้นตอนดังนี้ แจ้งปัญหาผ่านนิติบุคคลอาคารชุด หรือโครงการที่พักอาศัย เจ้าหน้าที่จะประสานงานกับทีมช่างเพื่อนัดหมายวันเข้าตรวจสอบ ทีมวิศวกรและช่างจะเข้าตรวจสอบและประเมินแนวทางการซ่อมแซม แจ้งผลการตรวจสอบ และเริ่มดำเนินการซ่อมแซมตามขอบเขตการรับประกัน การใช้สิทธิ์การรับประกัน และเงื่อนไขการเคลมต่างๆ ลูกบ้านสามารถใช้สิทธิ์การรับประกันงานซ่อมแซมตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด โดยครอบคลุมถึง โครงสร้างอาคาร – เสา คาน พื้น และองค์ประกอบสำคัญที่รองรับน้ำหนักของอาคาร [...]

18/4/2568 • โดย Homeday
นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล (คนกลาง) กรรมการบริหาร บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด พร้อมด้วย นางสาวชมฤดี สิทธิสาริบุตร (คนที่ 3 จากขวา) ผู้อำนวยการด้านการตลาด บริษัท โรยัล คานิน (ประเทศไทย) จำกัด สพ.ญ.นวพร ชวนปรีชา (คนที่ 3 จากซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ผศ.ดร.วัชรวิชญ์ วิยาภรณ์ (คนที่ 3 จากขวา) Brand director บริษัท แฟนสลิ้งค์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด ดร.ทิพา มหากิตติคุณ (คนที่ 2 จากซ้าย) Vice President of JTS & LOOK LOOK Project Leader บริษัท [...]