Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

7 วิธีเตรียมบ้านให้รับมือแผ่นดินไหว ปลอดภัยไว้ก่อนไม่ต้องตื่นตระหนก

Homeday
2 เมษายน 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 2/4/2568

7 วิธีเตรียมบ้านให้รับมือแผ่นดินไหว ปลอดภัยไว้ก่อนไม่ต้องตื่นตระหนก

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นโดยไม่อาจคาดเดาล่วงหน้าได้ สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ในประเทศไทยแม้จะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวรุนแรงเท่าบางประเทศ แต่ก็เคยเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายมาแล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ การเตรียมบ้านให้พร้อมรับมือกับแผ่นดินไหวเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกครอบครัวควรตระหนักถึง บทความนี้จะแนะนำ 7 วิธีที่ช่วยให้บ้านของคุณและผู้อยู่อาศัยปลอดภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว
Article Image

1. การตรวจสอบโครงสร้างบ้านให้มั่นคงแข็งแรง

การเตรียมบ้านให้พร้อมรับมือกับแผ่นดินไหวเริ่มต้นที่โครงสร้างหลักของบ้าน โครงสร้างที่แข็งแรงคือด่านแรกในการปกป้องผู้อยู่อาศัยจากภัยแผ่นดินไหว
สำหรับบ้านที่สร้างใหม่ ควรออกแบบและก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐานการต้านทานแผ่นดินไหว (Seismic Design) ซึ่งจะทำให้โครงสร้างบ้านสามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี มาตรฐานดังกล่าวประกอบด้วยการเลือกใช้วัสดุที่มีความยืดหยุ่น การเสริมเหล็กในจุดสำคัญ และการออกแบบให้น้ำหนักกระจายตัวอย่างสมดุล
สำหรับบ้านที่มีอยู่แล้ว ควรตรวจสอบสภาพโครงสร้างอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะส่วนที่เป็นเสา คาน และฐานราก หากพบรอยแตกร้าว การทรุดตัว หรือความผิดปกติใดๆ ควรรีบซ่อมแซมทันที การเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การติดตั้งค้ำยันเพิ่มเติม การเสริมกำแพงรับแรงเฉือน (Shear Wall) หรือการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เสริมความแข็งแรงในจุดสำคัญ
นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับจุดต่อระหว่างโครงสร้างต่างๆ เช่น รอยต่อระหว่างเสากับคาน หรือผนังกับพื้น ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่มักเกิดความเสียหายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว การใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อที่แข็งแรงและยืดหยุ่น เช่น แผ่นเหล็กเสริมกำลัง หรือสลักเกลียวพิเศษ จะช่วยให้โครงสร้างสามารถเคลื่อนตัวและรับแรงสั่นสะเทือนได้ดีขึ้น
Article Image

2. การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของใช้ภายในบ้าน

การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของใช้ภายในบ้านอย่างเหมาะสมเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ เช่น ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ หรือชั้นหนังสือ มักล้มคว่ำเมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน ซึ่งอาจทำให้ผู้อยู่อาศัยได้รับบาดเจ็บหรือกีดขวางเส้นทางหนีภัย
ควรยึดตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ และเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ติดกับผนังหรือพื้นด้วยอุปกรณ์ยึดที่แข็งแรง เช่น สกรูสำหรับติดผนัง สายรัดเฟอร์นิเจอร์ หรือเข็มขัดนิรภัย สำหรับเฟอร์นิเจอร์ที่มีลิ้นชัก ควรติดตั้งตัวล็อคป้องกันลิ้นชักเปิดเองเมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน
ของตกแต่งที่แตกหักง่าย เช่น แจกัน กรอบรูป หรือของสะสมต่างๆ ควรจัดวางในพื้นที่ปลอดภัย เช่น ในตู้กระจกที่มีประตูล็อคได้ หรือใช้สารยึดติดชนิดพิเศษที่เรียกว่า มิวเซียมเจล (Museum Gel) หรือกาวแวกซ์ (Wax Adhesive) ซึ่งช่วยยึดสิ่งของให้อยู่กับที่แต่ยังคงถอดออกได้เมื่อต้องการ
เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เช่น โทรทัศน์ ตู้เย็น หรือเครื่องซักผ้า ควรยึดติดกับผนังหรือพื้นด้วยอุปกรณ์เฉพาะ โดยเฉพาะโทรทัศน์แบบแขวนผนังควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช้ขาแขวนที่ได้มาตรฐานและติดตั้งอย่างถูกต้อง
นอกจากนี้ ควรจัดเตรียมพื้นที่โล่งสำหรับเป็นเส้นทางหนีภัย โดยหลีกเลี่ยงการวางเฟอร์นิเจอร์กีดขวางทางเดินหลักหรือประตูทางออกฉุกเฉิน การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้เป็นระเบียบและมีพื้นที่ว่างเพียงพอจะช่วยให้สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
Article Image

3. การเสริมความแข็งแรงให้หลังคาและฝ้าเพดาน

หลังคาและฝ้าเพดานเป็นส่วนสำคัญของบ้านที่มักได้รับความเสียหายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว และสามารถก่อให้เกิดอันตรายอย่างมากหากพังถล่มลงมา การเสริมความแข็งแรงให้กับส่วนนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็น
โครงสร้างหลังคาควรได้รับการออกแบบให้มีความแข็งแรงและยืดหยุ่น โดยใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อที่เหมาะสมระหว่างจันทันกับอะเส และระหว่างโครงหลังคากับผนัง เช่น แฮงเกอร์จันทัน (Rafter Hangers) หรือเหล็กมุมยึด (Steel Angle Brackets) ซึ่งจะช่วยให้โครงหลังคาไม่หลุดออกจากกันเมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน สำหรับหลังคาเดิมที่มีอยู่แล้ว ควรตรวจสอบจุดเชื่อมต่อต่างๆ และเสริมความแข็งแรงในจุดที่อ่อนแอ
วัสดุมุงหลังคาควรมีน้ำหนักเบาแต่ทนทาน เช่น กระเบื้องไฟเบอร์ซีเมนต์ เมทัลชีท หรือแอสฟัลต์ชิงเกิล ซึ่งมีความเสี่ยงน้อยกว่าเมื่อเกิดการหล่นกระทบ ควรตรวจสอบการยึดติดของวัสดุมุงหลังคาอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหลังจากเกิดพายุหรือลมแรง ซึ่งอาจทำให้วัสดุมุงหลังคาหลวมและเพิ่มความเสี่ยงเมื่อเกิดแผ่นดินไหว
สำหรับฝ้าเพดาน โดยเฉพาะฝ้าเพดานแบบฉาบเรียบ ควรติดตั้งโครงคร่าวที่แข็งแรงและยึดติดกับโครงสร้างหลักของบ้านอย่างมั่นคง แผ่นฝ้าควรยึดติดกับโครงคร่าวด้วยสกรูที่มีความยาวและขนาดเหมาะสม ไม่ควรใช้ตะปูซึ่งอาจหลุดออกได้ง่ายเมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน
อุปกรณ์ที่ติดตั้งบนฝ้าเพดาน เช่น พัดลมเพดาน โคมไฟ หรือลำโพง ควรยึดติดกับโครงสร้างหลักหรือคานของบ้าน ไม่ควรยึดติดกับแผ่นฝ้าเพียงอย่างเดียว เนื่องจากแผ่นฝ้ามีความสามารถในการรับน้ำหนักต่ำ การติดตั้งที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้อุปกรณ์เหล่านี้ตกลงมาเมื่อเกิดแผ่นดินไหว
Article Image

4. การปรับปรุงระบบไฟฟ้า น้ำประปา และแก๊ส

ระบบสาธารณูปโภคภายในบ้าน ทั้งไฟฟ้า น้ำประปา และแก๊ส เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการเตรียมพร้อมรับมือแผ่นดินไหว เนื่องจากความเสียหายต่อระบบเหล่านี้อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง เช่น ไฟไหม้ การรั่วไหลของแก๊ส หรือน้ำท่วม
สำหรับระบบไฟฟ้า ควรติดตั้งเบรกเกอร์ตัดไฟอัตโนมัติเมื่อเกิดไฟฟ้าลัดวงจร (Circuit Breaker) หรือเครื่องตัดไฟอัตโนมัติเมื่อเกิดแผ่นดินไหว (Seismic Switch) ซึ่งจะช่วยป้องกันไฟไหม้เมื่อสายไฟเกิดความเสียหาย สายไฟภายในบ้านควรเดินในท่อร้อยสายที่มีความยืดหยุ่น โดยเฉพาะในจุดที่ผ่านรอยต่อโครงสร้าง ซึ่งอาจเกิดการเคลื่อนตัวเมื่อเกิดแผ่นดินไหว
อุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เช่น เครื่องปรับอากาศ หม้อแปลงไฟฟ้า หรือแผงควบคุมไฟฟ้า ควรยึดติดกับผนังหรือโครงสร้างที่แข็งแรงด้วยอุปกรณ์ยึดที่ออกแบบเฉพาะ ควรมีไฟฉุกเฉินที่สามารถทำงานได้อัตโนมัติเมื่อไฟฟ้าดับ เพื่อให้แสงสว่างในการอพยพหนีภัย
ระบบน้ำประปาควรใช้ท่อที่มีความยืดหยุ่น เช่น ท่อ PVC หรือท่อ PE ซึ่งสามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ดีกว่าท่อเหล็กหรือท่อคอนกรีต ในจุดเชื่อมต่อสำคัญ ควรใช้ข้อต่อแบบยืดหยุ่น (Flexible Coupling) ซึ่งจะช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือนและป้องกันการแตกหักของท่อ
ควรติดตั้งวาล์วตัดน้ำอัตโนมัติ (Automatic Water Shut-off Valve) ซึ่งจะทำงานเมื่อตรวจพบการรั่วไหลของน้ำในปริมาณมาก ช่วยป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วมหลังเกิดแผ่นดินไหว นอกจากนี้ ควรมีถังเก็บน้ำสำรองที่ยึดติดกับโครงสร้างอย่างมั่นคงสำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉิน
• สำหรับระบบแก๊ส ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่สุด ควรติดตั้งวาล์วตัดแก๊สอัตโนมัติเมื่อเกิดแผ่นดินไหว (Seismic Gas Shut-off Valve) ที่ท่อแก๊สหลักก่อนเข้าบ้าน อุปกรณ์นี้จะตัดการจ่ายแก๊สทันทีเมื่อตรวจจับการสั่นสะเทือนที่เกินระดับที่กำหนด ป้องกันการรั่วไหลของแก๊สและการเกิดเพลิงไหม้
ท่อแก๊สควรเป็นท่อที่ได้มาตรฐานและเหมาะสำหรับการใช้งานกับแก๊สโดยเฉพาะ และควรมีการตรวจสอบการรั่วซึมอย่างสม่ำเสมอ อุปกรณ์ที่ใช้แก๊ส เช่น เตาแก๊ส เครื่องทำน้ำร้อน หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ควรยึดติดกับพื้นหรือผนังอย่างมั่นคง และควรใช้ท่อแก๊สแบบยืดหยุ่น (Flexible Gas Line) เชื่อมต่อกับอุปกรณ์
ควรฝึกอบรมสมาชิกในครอบครัวให้รู้จักวิธีปิดระบบแก๊ส น้ำ และไฟฟ้าในกรณีฉุกเฉิน และควรมีเครื่องตรวจจับแก๊สและควันไฟติดตั้งในบ้าน เพื่อแจ้งเตือนเมื่อเกิดการรั่วไหลของแก๊สหรือเพลิงไหม้
Article Image

5. การเตรียมพื้นที่ปลอดภัยและเส้นทางอพยพ

การเตรียมพื้นที่ปลอดภัยและเส้นทางอพยพภายในบ้านเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถหลบภัยและออกจากบ้านได้อย่างปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว การวางแผนล่วงหน้าและการซักซ้อมเป็นประจำจะช่วยลดความสับสนและความตื่นตระหนกเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
พื้นที่ปลอดภัยภายในบ้านควรเป็นบริเวณที่มีโครงสร้างแข็งแรง ห่างจากหน้าต่างกระจก ชั้นวางของ หรือเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ที่อาจล้มทับ เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรง ใกล้ผนังรับน้ำหนัก หรือภายในวงกบประตูที่แข็งแรง ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้เตาไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้า หรือบริเวณที่มีสิ่งของแขวนอยู่เหนือศีรษะ
• เส้นทางอพยพควรมีอย่างน้อย 2 เส้นทางจากทุกห้องในบ้าน ทางเดินและบันไดควรปลอดโปร่ง ไม่มีสิ่งกีดขวาง กุญแจหรืออุปกรณ์ที่ใช้เปิดประตูหน้าต่างฉุกเฉินควรเก็บไว้ในที่ที่เข้าถึงได้ง่ายและทุกคนในบ้านทราบ ประตูและหน้าต่างควรสามารถเปิดออกได้โดยง่าย ไม่ติดขัดหรือล็อคด้วยอุปกรณ์ที่ซับซ้อนเกินไป
แผนที่แสดงเส้นทางอพยพและจุดรวมพลควรติดไว้ในที่ที่ทุกคนเห็นได้ชัดเจน พร้อมระบุตำแหน่งของอุปกรณ์ดับเพลิง ชุดปฐมพยาบาล และอุปกรณ์ฉุกเฉินอื่นๆ จุดรวมพลควรเป็นพื้นที่โล่ง ห่างจากสิ่งปลูกสร้าง สายไฟฟ้า หรือต้นไม้ใหญ่ที่อาจล้มทับ
แผนอพยพฉุกเฉินควรมีรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีติดต่อสมาชิกในครอบครัว วิธีปิดระบบแก๊ส น้ำ และไฟฟ้า และข้อมูลติดต่อหน่วยงานฉุกเฉินต่างๆ ควรมีการซักซ้อมแผนอพยพอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง โดยให้ทุกคนในบ้านมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยและสามารถปฏิบัติได้จริงเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
นอกจากนี้ ควรมีการเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินสำหรับการอพยพ ซึ่งประกอบด้วยสิ่งของจำเป็น เช่น น้ำดื่ม อาหารสำเร็จรูป ไฟฉาย วิทยุแบบใช้ถ่าน ยาประจำตัว เอกสารสำคัญ และเงินสดจำนวนหนึ่ง กระเป๋าฉุกเฉินควรเก็บไว้ในที่ที่หยิบฉวยได้ง่ายเมื่อต้องอพยพออกจากบ้านอย่างเร่งด่วน
Article Image

6. การติดตั้งอุปกรณ์เตือนภัยและอุปกรณ์ฉุกเฉิน

การติดตั้งอุปกรณ์เตือนภัยและอุปกรณ์ฉุกเฉินเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการเตรียมบ้านให้พร้อมรับมือกับแผ่นดินไหว อุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุ ช่วยลดความเสียหาย และช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถจัดการกับสถานการณ์หลังเกิดแผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เครื่องเตือนภัยแผ่นดินไหว (Earthquake Early Warning System) เป็นอุปกรณ์ที่ตรวจจับคลื่นแผ่นดินไหวเบื้องต้น (P-wave) ซึ่งเดินทางเร็วกว่าคลื่นที่ทำให้เกิดความเสียหาย (S-wave) ทำให้สามารถแจ้งเตือนได้ล่วงหน้าเป็นเวลาไม่กี่วินาทีถึงนาที แม้เวลาจะน้อยแต่ก็เพียงพอที่จะหลบเข้าที่ปลอดภัยหรือตัดระบบแก๊สและไฟฟ้าได้
• เครื่องตรวจจับควันและเครื่องตรวจจับแก๊ส ควรติดตั้งให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในบ้าน โดยเฉพาะบริเวณที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ห้องครัว ห้องเก็บของ หรือห้องที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าจำนวนมาก ควรตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์เหล่านี้อย่างสม่ำเสมอและเปลี่ยนแบตเตอรี่ตามคำแนะนำของผู้ผลิต
ถังดับเพลิงควรมีอย่างน้อย 1 ถังในทุกชั้นของบ้าน และควรเป็นถังดับเพลิงแบบอเนกประสงค์ (Multi-purpose หรือ ABC Fire Extinguisher) ซึ่งสามารถดับไฟได้หลายประเภท ถังดับเพลิงควรติดตั้งในที่ที่เข้าถึงได้ง่าย ไม่ถูกปิดบังด้วยสิ่งของ และควรตรวจสอบวันหมดอายุและความดันอย่างสม่ำเสมอ
ระบบสำรองไฟฟ้า เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเล็กหรือแบตเตอรี่สำรอง จะมีประโยชน์อย่างมากเมื่อไฟฟ้าดับหลังเกิดแผ่นดินไหว โดยเฉพาะสำหรับอุปกรณ์สำคัญ เช่น เครื่องปั๊มน้ำ ตู้เย็น หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ควรเก็บเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าไว้ในที่ปลอดภัย ห่างจากความร้อนและเปลวไฟ
ชุดปฐมพยาบาลควรมีอย่างน้อย 1 ชุดในบ้าน และควรประกอบด้วยอุปกรณ์พื้นฐาน เช่น ผ้าพันแผล ยาฆ่าเชื้อ ยาระงับปวด และอุปกรณ์ทำความสะอาดแผล นอกจากนี้ ควรมียาประจำตัวของสมาชิกในครอบครัวเก็บสำรองไว้ในชุดปฐมพยาบาลด้วย
อุปกรณ์สื่อสารฉุกเฉิน เช่น วิทยุสื่อสาร วิทยุแบบชาร์จไฟด้วยมือหมุน หรือโทรศัพท์ดาวเทียม จะช่วยให้สามารถติดต่อกับหน่วยงานช่วยเหลือหรือญาติพี่น้องได้เมื่อระบบโทรศัพท์ปกติใช้งานไม่ได้ นอกจากนี้ การมีนกหวีดหรืออุปกรณ์ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจะเป็นประโยชน์อย่างมากหากติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง
Article Image

7. การทำประกันภัยและการเตรียมเอกสารสำคัญ

การทำประกันภัยและการเตรียมเอกสารสำคัญเป็นมาตรการป้องกันความเสียหายทางการเงินและทรัพย์สินเมื่อเกิดแผ่นดินไหว แม้จะไม่สามารถป้องกันความเสียหายทางกายภาพได้โดยตรง แต่จะช่วยให้การฟื้นฟูหลังเกิดเหตุเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วขึ้น
ประกันภัยบ้านทั่วไปมักไม่ครอบคลุมความเสียหายจากภัยแผ่นดินไหว จึงควรพิจารณาทำประกันภัยแผ่นดินไหวเพิ่มเติม (Earthquake Insurance) ซึ่งจะให้ความคุ้มครองเฉพาะความเสียหายที่เกิดจากแผ่นดินไหวโดยตรง ควรศึกษาเงื่อนไขและข้อยกเว้นของกรมธรรม์อย่างละเอียด โดยเฉพาะวงเงินคุ้มครอง ค่าเสียหายส่วนแรกที่ต้องรับผิดชอบเอง (Deductible) และระยะเวลารอคอย (Waiting Period)
• สำหรับเอกสารสำคัญ เช่น โฉนดที่ดิน ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน พาสปอร์ต กรมธรรม์ประกันภัย หรือสมุดบัญชีเงินฝาก ควรเก็บต้นฉบับไว้ในตู้นิรภัยที่ทนไฟและกันน้ำ พร้อมทั้งทำสำเนาเก็บไว้ในรูปแบบดิจิทัลโดยอัปโหลดไว้บนคลาวด์หรือเก็บในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่พกพาได้
ควรจัดทำบัญชีทรัพย์สินมีค่าภายในบ้าน โดยระบุรายละเอียด มูลค่า และถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน เพื่อใช้ประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยเมื่อเกิดความเสียหาย นอกจากนี้ ควรมีการบันทึกข้อมูลติดต่อฉุกเฉิน เช่น เบอร์โทรศัพท์ของญาติ แพทย์ประจำตัว หรือหน่วยงานฉุกเฉินต่างๆ และเก็บไว้ในที่ที่เข้าถึงได้ง่าย
การวางแผนทางการเงินสำหรับภาวะฉุกเฉินก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ควรมีเงินสดสำรองไว้ใช้ในกรณีที่ระบบธนาคารหรือเครื่อง ATM ไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว และควรมีวงเงินสินเชื่อสำรองไว้สำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน เช่น ค่าซ่อมแซมบ้าน ค่าที่พักชั่วคราว หรือค่ารักษาพยาบาล
นอกจากนี้ ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับความช่วยเหลือจากภาครัฐและองค์กรต่างๆ ที่มีให้แก่ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว เช่น เงินช่วยเหลือเยียวยา สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือการยกเว้นภาษีสำหรับการซ่อมแซมบ้าน การรู้สิทธิและช่องทางการขอความช่วยเหลือล่วงหน้าจะช่วยให้สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุการณ์

สรุป

การเตรียมบ้านให้พร้อมรับมือกับแผ่นดินไหวเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกครอบครัวควรให้ความสำคัญ แม้ว่าในประเทศไทยจะไม่ได้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงบ่อยครั้ง แต่การเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้
7 วิธีเตรียมบ้านให้รับมือแผ่นดินไหวที่กล่าวมาข้างต้น ได้แก่ การตรวจสอบโครงสร้างบ้านให้มั่นคงแข็งแรง การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของใช้ภายในบ้าน การเสริมความแข็งแรงให้หลังคาและฝ้าเพดาน การปรับปรุงระบบไฟฟ้า น้ำประปา และแก๊ส การเตรียมพื้นที่ปลอดภัยและเส้นทางอพยพ การติดตั้งอุปกรณ์เตือนภัยและอุปกรณ์ฉุกเฉิน และการทำประกันภัยและการเตรียมเอกสารสำคัญ เป็นแนวทางพื้นฐานที่จะช่วยให้บ้านของคุณและผู้อยู่อาศัยปลอดภัยยิ่งขึ้น
การเตรียมความพร้อมไม่ใช่เพียงการปรับปรุงบ้านทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเตรียมความพร้อมของสมาชิกในครอบครัวด้วย การให้ความรู้เกี่ยวกับแผ่นดินไหว การซักซ้อมแผนอพยพ และการเตรียมจิตใจให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน จะช่วยให้ทุกคนสามารถรับมือกับเหตุการณ์ได้อย่างมีสติและปลอดภัย
แม้เราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงภัยธรรมชาติได้ แต่การเตรียมพร้อมอย่างเหมาะสมจะช่วยลดความเสียหายและอันตรายที่อาจเกิดขึ้น การลงทุนเวลาและทรัพยากรในการเตรียมบ้านให้พร้อมรับมือกับแผ่นดินไหวจึงเป็นการลงทุนเพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัวที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง
#แผ่นดินไหว #ความปลอดภัยในบ้าน #เตรียมพร้อมภัยพิบัติ #โครงสร้างบ้าน #อพยพฉุกเฉิน #อุปกรณ์ฉุกเฉิน #ประกันภัยบ้าน #สาระ
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#อุปกรณ์ฉุกเฉิน
#แผ่นดินไหว
#เตรียมพร้อมภัยพิบัติ
#ความปลอดภัยในบ้าน
#อพยพฉุกเฉิน
#โครงสร้างบ้าน
#ประกันภัยบ้าน
#สาระ

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
จัดบ้านอย่างไรให้ปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว? 5 จุดสำคัญที่มักมองข้าม
ทั่วไป

จัดบ้านอย่างไรให้ปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว? 5 จุดสำคัญที่มักมองข้าม

แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า การเตรียมความพร้อมของที่อยู่อาศัยจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายและการบาดเจ็บ แม้ประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวรุนแรง แต่เรายังคงสามารถรับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในประเทศเพื่อนบ้านได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดบ้านให้ปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยเน้นที่ 5 จุดสำคัญที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1. การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้าน การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้านอย่างเหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการป้องกันอันตรายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เนื่องจากขณะเกิดแรงสั่นสะเทือน วัตถุหนักอาจล้มหรือเคลื่อนที่จนเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย การยึดติดเฟอร์นิเจอร์กับผนังหรือพื้น เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่เช่น ตู้เสื้อผ้า ตู้หนังสือ หรือชั้นวางของ ควรได้รับการยึดติดกับผนังหรือพื้นอย่างแน่นหนา สามารถใช้อุปกรณ์ยึดเฟอร์นิเจอร์ (Furniture Anchor) หรือสายรัดกันล้ม (Anti-tip Straps) ซึ่งมีจำหน่ายตามร้านอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป การยึดติดจะช่วยป้องกันไม่ให้เฟอร์นิเจอร์ล้มทับผู้อยู่อาศัยขณะเกิดแผ่นดินไหว โดยเฉพาะในห้องนอนเด็กหรือห้องที่มีการใช้งานเป็นประจำ การจัดวางของหนักในระดับต่ำ ควรวางสิ่งของที่มีน้ำหนักมากไว้ในชั้นล่างของชั้นวางของหรือตู้ เช่น หนังสือเล่มใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือของสะสมที่มีน้ำหนัก ส่วนของเบาควรจัดเก็บไว้ในชั้นบน เพื่อลดความเสี่ยงที่ของหนักจะตกลงมาทำให้เกิดการบาดเจ็บ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการวางของหนักบนหัวเตียงหรือเหนือที่นั่งที่ใช้งานเป็นประจำ การจัดเตรียงทางหนีไฟ จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ไม่กีดขวางทางออกฉุกเฉิน ประตู หน้าต่าง หรือเส้นทางการอพยพ ควรมีเส้นทางอพยพอย่างน้อย 2 เส้นทางในแต่ละห้อง โดยไม่มีสิ่งกีดขวางที่อาจล้มขวางทางได้ขณะเกิดแผ่นดินไหว การจัดให้มีพื้นที่ว่างที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับหลบภัยเฉพาะหน้า เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรงหรือใกล้เสาบ้าน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม 2. การตรวจสอบโครงสร้างอาคารและจุดเสี่ยง บ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรงย่อมปลอดภัยกว่าเมื่อเกิดแผ่นดินไหว [...]

2 นาที
วิธีตรวจสอบโครงสร้างบ้าน อย่างไรให้ปลอดภัย?
ทั่วไป

วิธีตรวจสอบโครงสร้างบ้าน อย่างไรให้ปลอดภัย?

องค์ประกอบหลักของโครงสร้างบ้านที่ต้องตรวจสอบ รากฐานและพื้นดิน รากฐานถือเป็นหัวใจสำคัญของความมั่นคงของบ้าน การตรวจสอบรากฐานอย่างละเอียดช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต นักประเมินมืออาชีพจะให้ความสำคัญกับสัญญาณต่อไปนี้: รอยแตกร้าวบริเวณพื้นและผนัง การทรุดตัวของพื้นบ้าน น้ำขังหรือความชื้นรอบฐานราก รอยแตกที่มีขนาดเกิน 3 มิลลิเมตร โครงสร้างหลัก โครงสร้างหลักของบ้านประกอบด้วยเสา คาน และผนัง ซึ่งต้องมีความแข็งแรงและทนทาน การตรวจสอบควรครอบคลุมประเด็นดังนี้: สภาพของเสาและคานหลัก ความเรียบร้อยของผนังก่อ การยึดเกาะระหว่างโครงสร้าง สัญญาณการผุกร่อนหรือความเสียหาย หลังคาและระบบกันซึม หลังคาเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ปกป้องบ้านจากสภาพอากาศ การตรวจสอบควรให้ความสนใจ: สภาพของวัสดุมุงหลังคา ระบบระบายน้ำบนหลังคา รอยรั่วซึม สภาพของโครงหลังคา เครื่องมือและเทคนิคการตรวจสอบ เครื่องมือพื้นฐาน นักตรวจสอบมืออาชีพจะใช้เครื่องมือเฉพาะทาง เช่น: เครื่องวัดความชื้น กล้องถ่ายภาพความร้อน เครื่องตรวจจับโครงสร้าง เครื่องวัดรอยแตกร้าว เทคนิคการตรวจสอบเชิงลึก การใช้อุปกรณ์ตรวจจับโครงสร้างด้วยคลื่นเสียง การถ่ายภาพด้วยกล้องอินฟราเรด การทดสอบความแข็งแรงของวัสดุ ระยะเวลาในการตรวจสอบ ช่วงเวลาที่เหมาะสม ทุก 3-5 ปี สำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป ทุก 1-2 ปี สำหรับบ้านเก่าหรือมีอายุการใช้งานเกิน 20 ปี หลังเกิดภัยธรรมชาติรุนแรง เช่น แผ่นดินไหว [...]

1 นาที
จะปกป้องบ้านอย่างไรเมื่อต้องเดินทางไกล? เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ควรรู้
ทั่วไป

จะปกป้องบ้านอย่างไรเมื่อต้องเดินทางไกล? เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ควรรู้

การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัวเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่หลายคนรอคอย แต่สิ่งที่มักจะแทรกซึมความสุขนี้คือความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของบ้านที่ถูกทิ้งไว้โดยไร้คนดูแล เมื่อบ้านว่างเปล่า ความเสี่ยงจากการโจรกรรมหรืออุบัติเหตุก็เพิ่มสูงขึ้น ทำให้หลายครอบครัวต้องคอยกังวลและพะวงกับบ้านแทนที่จะเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยว บทความนี้จะแนะนำเทคโนโลยีและระบบรักษาความปลอดภัยสมัยใหม่ที่จะช่วยให้คุณสามารถเดินทางได้อย่างสบายใจ โดยมั่นใจว่าบ้านของคุณจะยังคงปลอดภัยแม้ไร้ผู้อยู่อาศัย ทำไมต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยของบ้านเมื่อเดินทางไกล? การที่บ้านถูกทิ้งไว้โดยไม่มีคนอยู่อาศัยเป็นเวลานานหลายวันหรือหลายสัปดาห์นั้นเป็นสัญญาณที่ชัดเจนสำหรับมิจฉาชีพที่อาจหมายตาทรัพย์สินของคุณ สถิติการโจรกรรมบ้านเรือนมักเพิ่มสูงขึ้นในช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาลท่องเที่ยว เมื่อเจ้าของบ้านจำนวนมากเดินทางออกนอกพื้นที่พร้อมกัน บ้านที่ดูเหมือนไร้ผู้อยู่อาศัย เช่น มีจดหมายหรือหนังสือพิมพ์กองสะสม ไม่มีไฟเปิดในยามค่ำคืน หรือมีหญ้าขึ้นรกในสวน ล้วนเป็นสัญญาณที่บ่งบอกกับผู้ไม่หวังดีว่าไม่มีใครอยู่บ้าน นอกจากความเสี่ยงด้านการโจรกรรมแล้ว อุบัติเหตุภายในบ้านก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ควรคำนึงถึง เช่น น้ำรั่ว ไฟฟ้าลัดวงจร หรือแม้แต่เหตุเพลิงไหม้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากหากไม่มีใครตรวจพบได้ทันเวลา เทคโนโลยีช่วยคลายกังวลได้อย่างไร? เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยสมัยใหม่ได้พัฒนาไปไกลกว่าการใช้กุญแจธรรมดาหรือการฝากเพื่อนบ้านช่วยดูแล ปัจจุบันมีระบบอัจฉริยะที่สามารถตรวจตรา ติดตาม และแจ้งเตือนได้แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในโลก ทำให้การดูแลบ้านเป็นเรื่องที่สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบกล้องวงจรปิด CCTV – ดวงตาที่มองเห็นทุกมุมบ้าน ระบบกล้องวงจรปิดเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาความปลอดภัยในบ้านยุคใหม่ ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า กล้อง CCTV ในปัจจุบันไม่เพียงแค่บันทึกภาพ แต่ยังสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเพื่อให้คุณสามารถตรวจสอบบ้านได้จากทุกที่ทั่วโลกผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต คุณสมบัติพิเศษของกล้อง CCTV สมัยใหม่ กล้อง CCTV รุ่นใหม่มีความสามารถหลากหลาย เช่น การบันทึกภาพคมชัดระดับ HD หรือ 4K ทำให้สามารถระบุรายละเอียดได้ชัดเจน มีระบบการมองเห็นในเวลากลางคืนที่ให้ภาพชัดเจนแม้ในที่มืด และบางรุ่นยังมีความสามารถในการหมุนได้ [...]

2 นาที
สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน แชร์องค์ความรู้ “บ้านหลังน้ำท่วม” แนะเช็ก 7 จุดสำคัญ ก่อนทำความสะอาด – ซ่อมแซม – กลับเข้าอยู่อาศัย
ข่าวสาร

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน แชร์องค์ความรู้ “บ้านหลังน้ำท่วม” แนะเช็ก 7 จุดสำคัญ ก่อนทำความสะอาด – ซ่อมแซม – กลับเข้าอยู่อาศัย

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) แนะนำเจ้าของบ้านตรวจสอบความปลอดภัย 7 จุดสำคัญหลังน้ำลด ก่อนทำความสะอาดและซ่อมแซมบ้าน พร้อมย้ำว่า “น้ำลด ไม่ได้หมายความว่าบ้านปลอดภัยแล้ว”

1 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent