
24/4/2568 • โดย Homeday
การตัดสินใจซื้อบ้านเป็นหนึ่งในการลงทุนครั้งสำคัญของชีวิต ที่คนส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบ หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือวิธีการชำระเงิน โดยมีทางเลือกหลักๆ คือการซื้อด้วยเงินสดหรือการผ่อนชำระผ่านสินเชื่อจากธนาคาร แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป และเหมาะกับคนละกลุ่ม บทความนี้จะช่วยให้คุณได้เข้าใจถึงประโยชน์และข้อควรพิจารณาของการซื้อบ้านด้วยเงินสด เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและเหมาะสมกับสถานะทางการเงินของคุณ ข้อดีของการซื้อบ้านด้วยเงินสดที่คุณอาจไม่เคยรู้ การซื้อบ้านด้วยเงินสดนั้นมีข้อดีหลายประการที่หลายคนอาจมองข้าม เริ่มต้นจากความสะดวกในขั้นตอนการดำเนินการที่น้อยกว่าการขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน เพราะคุณไม่จำเป็นต้องเตรียมเอกสารมากมาย เพียงแค่บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านเท่านั้น ไม่ต้องใช้เอกสารแสดงรายได้หรือเอกสารอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการยื่นขอสินเชื่อ ทำให้กระบวนการทั้งหมดรวดเร็วและไม่ยุ่งยาก นอกจากนี้การซื้อบ้านด้วยเงินสดยังทำให้คุณไม่ต้องลุ้นผลการพิจารณาสินเชื่อจากธนาคาร ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สร้างความเครียดให้กับผู้ซื้อเป็นอย่างมาก เพราะโอกาสที่การขอสินเชื่อจะไม่ผ่านนั้นมีอยู่เสมอ แต่เมื่อคุณตัดสินใจซื้อด้วยเงินสด คุณสามารถเป็นเจ้าของบ้านได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือการประหยัดเงินจากการไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในการผ่อนบ้าน ในบางกรณี ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญาเงินกู้อาจมีมูลค่าสูงถึงร้อยละ 50-100 ของราคาบ้าน นั่นหมายความว่าคุณอาจต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกเท่าตัวหรือมากกว่านั้นเมื่อเทียบกับการซื้อด้วยเงินสด การตัดปัญหาเรื่องดอกเบี้ยออกไปจึงช่วยประหยัดเงินได้อย่างมหาศาล การซื้อบ้านเงินสดยังมีข้อดีอีกประการคือคุณไม่ต้องเสียค่าจดจำนอง ซึ่งโดยปกติแล้วจะเท่ากับร้อยละ 1 ของวงเงินกู้ เช่น หากกู้ 2 ล้านบาท คุณต้องจ่ายค่าจดจำนองประมาณ 20,000 บาท ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายที่คุณสามารถประหยัดได้เมื่อซื้อบ้านด้วยเงินสด อีกหนึ่งข้อดีที่สำคัญคือสิทธิพิเศษที่อาจได้รับจากโครงการ หลายโครงการมักมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อบ้านด้วยเงินสด เช่น ส่วนลดพิเศษ การลดค่าโอน หรือแม้กระทั่งการแถมเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับการซื้อบ้านของคุณ ใครเหมาะสมกับการซื้อบ้านเงินสด? เช็คลิสต์ก่อนตัดสินใจ การซื้อบ้านด้วยเงินสดอาจไม่เหมาะกับทุกคน การตัดสินใจซื้อบ้านด้วยเงินสดจำเป็นต้องประเมินความพร้อมและสถานะทางการเงินของตนเองให้ถี่ถ้วน กลุ่มคนที่เหมาะสมกับการซื้อบ้านเงินสดคือผู้ที่มี “เงินเย็น” [...]

26/4/2568 • โดย Homeday
การมีบ้านสักหลังเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของคนจำนวนมาก แต่ในความเป็นจริง การจะได้บ้านมาครอบครองนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องพึ่งพาสินเชื่อจากธนาคาร หลายคนต้องพบกับความผิดหวังเมื่อการยื่นขอสินเชื่อไม่ผ่านการอนุมัติ บทความนี้จะอธิบายถึงสาเหตุหลักที่ทำให้ธนาคารปฏิเสธการให้สินเชื่อบ้าน พร้อมแนะนำวิธีการเตรียมตัวและเทคนิคสำคัญในการยื่นขอสินเชื่อให้ผ่านการพิจารณา ทำไมธนาคารถึงไม่อนุมัติสินเชื่อบ้านให้คุณ? การที่ธนาคารปฏิเสธการอนุมัติสินเชื่อบ้านนั้นมีสาเหตุหลายประการ การเข้าใจถึงสาเหตุเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถเตรียมตัวและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ประวัติเครดิตมีปัญหาหรือคะแนนเครดิตต่ำเกินไป ประวัติเครดิตเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ที่ธนาคารนำมาพิจารณาเมื่อคุณยื่นขอสินเชื่อ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (National Credit Bureau) จะเก็บข้อมูลและประวัติการชำระสินเชื่อของคุณไว้ทั้งหมด หากคุณมีประวัติการชำระเงินล่าช้าเกิน 30 วัน มีการค้างชำระหนี้ หรือมีภาระหนี้เกินตัว ข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้และส่งผลต่อคะแนนเครดิตของคุณ คะแนนเครดิต (Credit Scoring) เป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือทางการเงินของคุณ โดยมีการจัดระดับความเสี่ยงตั้งแต่ AA (ดีมาก) ถึง HH (แย่มาก) ซึ่งธนาคารจะใช้คะแนนนี้ประกอบการพิจารณาว่าคุณมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้มากน้อยเพียงใด หากคะแนนเครดิตของคุณไม่เพียงพอ โอกาสที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อก็จะลดลงอย่างมาก รายได้ไม่แน่นอนหรือไม่เพียงพอ รายได้เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ธนาคารใช้พิจารณา โดยเฉพาะความสม่ำเสมอและความเพียงพอของรายได้ คนที่ประกอบอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์มักจะพบอุปสรรคในการขอสินเชื่อมากกว่าคนที่ทำงานประจำ เนื่องจากรายได้ไม่แน่นอนและยากต่อการพิสูจน์ นอกจากนี้ หากรายได้ของคุณเมื่อเทียบกับราคาบ้านที่ต้องการซื้อแล้วไม่เพียงพอ ธนาคารอาจปฏิเสธการให้สินเชื่อ โดยทั่วไปธนาคารมักกำหนดให้ค่าผ่อนชำระต่อเดือนไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้ต่อเดือน หากคุณขอวงเงินสูงเกินกว่าที่รายได้จะรองรับได้ ธนาคารก็จะไม่อนุมัติ มีภาระหนี้สินมากเกินไป หากคุณมีภาระหนี้สินอื่นๆ อยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถยนต์ [...]

11/3/2568 • โดย Homeday
ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างสามารถทำได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส หลายคนที่ต้องการเงินฉุกเฉินอาจเผลอตกเป็นเหยื่อของแอปเงินกู้นอกระบบโดยไม่ทันระวัง ซึ่งนำไปสู่ภาระหนี้สินที่ไม่มีวันจบ และปัญหาทางการเงินที่รุนแรง เพราะแอปเหล่านี้มักเรียกเก็บดอกเบี้ยสูงเกินจริง คิดค่าธรรมเนียมแอบแฝง และใช้วิธีข่มขู่ในการทวงหนี้ ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อสถานะทางการเงินของผู้กู้ แต่ยังเสี่ยงต่อการถูกนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ในทางที่ผิดอีกด้วย 4 กลโกงของแอปเงินกู้นอกระบบ อย่าหลงตกเป็นเหยื่อ ดอกเบี้ยโหด กู้ 10,000 อาจต้องจ่ายคืนเกิน 50,000 บาท แอปเถื่อนมักคิดดอกเบี้ยสูงกว่ากฎหมายกำหนด เช่น 36%-50% ต่อปี หรือมากกว่านั้นหลายเท่า ทำให้ผู้กู้ต้องจ่ายคืนหลายเท่าตัว ค่าธรรมเนียมแฝง หลอกให้โอนเงินก่อน บางแอปเรียกเก็บเงินล่วงหน้าก่อนอนุมัติ เช่น ค่าดำเนินการ หรือค่าประกันวงเงิน หากโอนไปแล้วมักถูกปฏิเสธหรือหายไปโดยไม่สามารถติดต่อได้ ล้วงข้อมูลส่วนตัว ขู่ทวงหนี้แบบผิดกฎหมาย แอปเงินกู้เถื่อนมักขอเข้าถึงข้อมูลโทรศัพท์ เช่น รายชื่อ ผู้ติดต่อ และรูปภาพ เพื่อนำมาใช้ข่มขู่หากผู้กู้ผิดนัดชำระ ไม่มีใบอนุญาต ไม่ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย เงินกู้ที่ถูกต้องตามกฎหมายต้องได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย หากไม่มีข้อมูลจดทะเบียนหรือไม่สามารถตรวจสอบได้ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นแอปเถื่อน หากจำเป็นต้องขอสินเชื่อ ควรพิจารณาเลือกแหล่งสินเชื่อที่เหมาะสม มีความน่าเชื่อถือ ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือองค์กรการเงินที่มีชื่อเสียง และเตรียมความพร้อมในเรื่องเอกสารประกอบการขอสินเชื่อ ตรวจสอบประวัติการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ ปัจจุบันผู้สมัครขอสินเชื่อยังสามารถทำรายการสมัครบัตรกดเงินสด “เคทีซี [...]

11/3/2568 • โดย Homeday
ทำความเข้าใจสินเชื่อบ้านร่วม สินเชื่อบ้านร่วมคือการกู้เงินซื้อบ้านโดยมีผู้กู้มากกว่าหนึ่งคน ซึ่งแต่ละคนจะมีความรับผิดชอบร่วมกันในการชำระหนี้เงินกู้ วิธีนี้เปิดโอกาสให้ผู้กู้สามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือทางการเงินและโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ คุณสมบัติของผู้กู้ร่วม ผู้กู้ร่วมที่เหมาะสมมักเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เช่น: คู่สมรส บิดามารดากับบุตร พี่น้อง เพื่อนสนิท สิ่งสำคัญคือผู้กู้ร่วมต้องมีความน่าเชื่อถือทางการเงิน มีรายได้มั่นคง และมีประวัติการเงินที่ดี ประโยชน์ของการขอสินเชื่อบ้านร่วม เพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ การมีผู้กู้ร่วมช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับคำขอสินเชื่อ ธนาคารจะพิจารณาจากรายได้รวมและความสามารถในการชำระหนี้ของทั้งสองฝ่าย ซึ่งช่วยเพิ่มวงเงินกู้และโอกาสในการอนุมัติ กระจายภาระทางการเงิน การแบ่งภาระการผ่อนชำระทำให้ภาระทางการเงินเบาลง ทั้งยังช่วยลดความกดดันทางการเงินของแต่ละฝ่าย ข้อควรระวังในการขอสินเชื่อบ้านร่วม ความรับผิดชอบร่วมกัน ผู้กู้ร่วมทั้งสองฝ่ายมีความรับผิดชอบร่วมกันในการชำระหนี้ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดนัดชำระ จะส่งผลกระทบต่อคะแนนเครดิตของทั้งสองฝ่าย การวางแผนล่วงหน้า ควรมีการตกลงและวางแผนร่วมกันอย่างชัดเจนเกี่ยวกับ: วิธีการชำระเงิน การแบ่งค่าใช้จ่าย แผนสำรองกรณีมีปัญหาทางการเงิน เอกสารที่ต้องเตรียม เอกสารส่วนบุคคล สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เอกสารแสดงรายได้ (เช่น สลิปเงินเดือน) เอกสารทางการเงิน หนังสือรับรองการทำงาน งบเดินบัญชีย้อนหลัง เอกสารแสดงสินทรัพย์และหนี้สิน เกณฑ์การพิจารณาของธนาคาร ธนาคารจะประเมินปัจจัยต่างๆ เพื่อพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ ได้แก่: รายได้รวม ประวัติการเงิน อายุการทำงาน คะแนนเครดิต อัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ ขั้นตอนการขอสินเชื่อบ้านร่วม ตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน [...]

6/3/2568 • โดย Homeday
สหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ จำกัด (สหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์) และบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์กลุ่มเปราะบาง” นับเป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ครูในภาคตะวันตกแห่งแรกที่เครดิตบูโรได้มีบทบาทสำคัญที่ให้การสนับสนุนการบริหารจัดการหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์ฯ โดยเครดิตบูโรจะช่วยจำกัดการขอสินเชื่อ พร้อมทั้งส่งเสริมการปรับพฤติกรรมทางการเงินของสมาชิกให้สามารถจัดการหนี้สินของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการดังกล่าวยังมุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้วินัยด้านการเงินให้กับข้าราชการครู และให้คำปรึกษาเพื่อช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ฯ ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน โดยการร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเสริมแกร่งความรู้ทางการเงินให้แก่ข้าราชการครู ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน พร้อมร่วมให้คำปรึกษาและแนะนำโครงการดังกล่าว นายพัฒชัย วิเศษสมบัติ ประธานคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า “ตามที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดให้มีโครงการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์กลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นกลุ่มสมาชิกที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเดิมที่ทางสหกรณ์ฯ ได้จัดไว้ให้แล้วนั้น เนื่องจากติดเงื่อนไขเงินเหลือหัก ณ ที่จ่ายไม่ถึง 30% และมีเงินงวดเหลือน้อย การช่วยเหลือสมาชิกกลุ่มเปราะบางกลุ่มนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้มีโอกาสถ่ายโอนหนี้จากสถาบันการเงินอื่น ๆ ที่มีดอกเบี้ยเงินกู้สูงมารวมไว้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ ที่คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รวมไว้ให้สมาชิกเพียงร้อยละ 4.50 บาทต่อปี อย่างไรก็ตาม สมาชิกกลุ่มนี้ต้องรักษาวินัยทางการเงินอย่างจริงจัง โดยไม่ไปก่อหนี้ผูกพันกับสถาบันการเงินอื่นอีก ในการนี้ เครดิตบูโรมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนข้อมูลเครดิตของสมาชิกกลุ่มดังกล่าวให้กับสถาบันการเงินอื่นๆ ได้พิจารณาการปล่อยสินเชื่อให้กับสมาชิกกลุ่มนี้ตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงไว้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ การร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยให้สมาชิกกลุ่มเปราะบางของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ได้มีโอกาสบริหารจัดการหนี้ของตนเองให้อยู่ในวงเงินที่เหมาะสมตามสถานการณ์ที่สมาชิกกลุ่มนี้ได้ผ่านความยากลำบากสู่การมีสถานะทางการเงินที่มีความคล่องตัวยิ่งขึ้นสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง สามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคตต่อไป” นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ เครดิตบูโร เปิดเผยว่า “ความร่วมมือโครงการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์กลุ่มเปราะบาง มีเป้าหมายในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์ฯ และส่งเสริมการปรับพฤติกรรมทางการเงินอย่างยั่งยืน [...]

25/7/2568 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ดำเนินการตามนโยบายกระทรวงการคลัง ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนลูกค้า ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดนไทย – กัมพูชา จัดทำ “มาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าจากเหตุการณ์ชายแดน” เป็นการเร่งด่วน ทั้งลดอัตราดอกเบี้ยและ มอบอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับลูกค้าปลูกสร้าง ประกอบด้วย (1) ลูกค้าปัจจุบันที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือที่อยู่อาศัยเสียหาย อัตราดอกเบี้ยลดลงจากอัตราปัจจุบันเหลือ 0.01% ต่อปี นาน 5 ปี (2) ลูกค้าปัจจุบันที่ประสบปัญหาที่อยู่อาศัยเสียหายทั้งหลังจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ หรือทุพพลภาพถาวร หรือเสียชีวิต อัตราดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา และ (3) สำหรับลูกค้าในพื้นที่ที่ต้องการกู้ เพื่อปลูกสร้างอาคารใหม่ทดแทนอาคารเดิม ได้รับอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน สามารถแสดงหลักฐานประกอบการยื่นขอสินเชื่อได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ สาขาธนาคารทั่วประเทศ นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา เมื่อวันที่ 24 [...]

21/11/2567 • โดย Homeday
SC Asset จับมือธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ลงนามสนับสนุนสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนขององค์กร หรือสินเชื่อ Green Finance ในรูปแบบ Sustainability-Linked Loan (SLL) จำนวน 600 ล้านบาท โดย SC ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 35,000 ตันคาร์บอนตลอดระยะเวลาของสินเช

28/3/2567 • โดย Homeday
สมาคมอาคารชุดไทย สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เผยความสำเร็จการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 45 ที่จัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่าง 21 – 24 มีนาคมที่ผ่านมา มียอดคนเดินงาน ยอดขาย และขอสินเชื่อทะลุเกินเป้า สะท้อนดีมานด์ด้านที่อยู่อาศัยในช่วงไตรมาสแรกยังบวก เป็นผ

22/10/2567 • โดย Homeday
บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ สร้างวินัยทางการเงินที่ดี เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การมีบ้านก่อนการขอสินเชื่อกับธนาคาร ผ่านนวัตกรรมทางการเงิน “LivNex เช่าออมบ้าน….เช่าเพื่อเป็นเจ้าของ” ภายใต้การดำเนิน “โครงการบ้านธอส. โรงเรียนกา

6/1/2568 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) มอบโปรโมชันพิเศษ สนับสนุนคนไทยมีบ้านเป็นของตัวเองได้ง่ายขึ้น ให้แก่ผู้ที่สมัครสมาชิก และเลือกซื้อที่อยู่อาศัย พร้อมแจ้งความประสงค์การขอสินเชื่อผ่านเว็บไซต์ www.ghbankbigfamily.com จะได้รับ On Top ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในปีแรกอีก 0.25% ต่อปี จากอัตราดอกเบี้ยปกติของสินเชื่

1/4/2568 • โดย Homeday
เปรียบเทียบความต่างของสินเชื่อมีหลักประกันกับไม่มีหลักประกัน สำหรับคนที่กำลังมองหาแหล่งเงินทุน การเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะถ้าคุณมีทรัพย์สินอยู่แล้ว แต่ยังคงสงสัยว่าสินเชื่อแบบมีหลักประกันนั้นดีกว่าไม่มีหลักประกันไหม เราลองมาดูความต่างของสินเชื่อทั้งสองประเภทนี้กัน สินเชื่อแบบมีหลักประกันกับไม่มีหลักประกัน ต่างกันอย่างไร การนำทรัพย์สินมาค้ำประกันในการขอสินเชื่อมีผลต่อเงื่อนไขที่จะได้รับ ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ย วงเงิน หรือระยะเวลาผ่อน มาดูความแตกต่างของสินเชื่อทั้งสองประเภทกัน อัตราดอกเบี้ย สินเชื่อมีหลักประกัน : ดอกเบี้ยต่ำกว่า เพราะมีทรัพย์สินค้ำประกัน เช่น บ้าน รถ หรือที่ดิน ทำให้ผู้ปล่อยสินเชื่อมองว่ามีความเสี่ยงน้อย สินเชื่อไม่มีหลักประกัน : ดอกเบี้ยสูงกว่า เพราะไม่มีทรัพย์สินค้ำประกัน ทำให้ผู้ปล่อยสินเชื่อต้องคิดดอกเบี้ยสูงเพื่อชดเชยความเสี่ยง วงเงินที่ได้รับ สินเชื่อมีหลักประกัน : ได้วงเงินสูงถึง 70-90% ของมูลค่าทรัพย์สินที่นำมาค้ำประกัน และความสามารถการชำระค่างวดของผู้กู้ เหมาะกับผู้ต้องการเงินก้อนใหญ่ สินเชื่อไม่มีหลักประกัน : วงเงินจำกัดตามรายได้และความสามารถในการผ่อนชำระ มักได้วงเงินต่ำกว่าแบบมีหลักประกัน ระยะเวลาผ่อน สินเชื่อมีหลักประกัน : สามารถเลือกผ่อนระยะสั้น หรือ ระยะยาว ผ่อนได้นานถึง 6 ปี หรือ 72 เดือน หากเป็นสินเชื่อบ้านและที่ดิน ซึ่งทำให้ค่างวดในการผ่อนชำระไม่สูงมาก สินเชื่อไม่มีหลักประกัน [...]

25/3/2568 • โดย Homeday
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ KKP HOME FLEXI สินเชื่อบ้านที่ออกแบบให้สามารถเปลี่ยนบ้านเป็นความยืดหยุ่นทางการเงินได้สุดสะดวก โดยนำเงินที่ผ่อนชำระค่างวดบ้านกลับมาใช้ได้โดยไม่ต้องยื่นขอสินเชื่อใหม่ พร้อมเบิกใช้เงินได้ตลอดเวลาผ่านแอปพลิเคชัน KKP MOBILE นายภัทรพงศ์ รักตะบุตร ประธานสายธุรกิจสินเชื่อรายย่อย และประธานสายเครือข่ายสาขา เปิดเผยว่า ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนไทยสูงถึง 90% ของ GDP โดยหนี้ส่วนใหญ่เป็นหนี้จากบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งเป็นสินเชื่อมีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 16% – 25% ต่อปี ยิ่งกว่านั้น หากสังเกตพฤติกรรมผู้บริโภคยังพบว่ามียอดการจำนองบ้านที่ต่ำ โดยมียอดคงค้างเพียง 70,000 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับยอดสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันอยู่ที่ 200,000 กว่าล้านบาท แม้ดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านจะมีอัตราต่ำกว่าสินเชื่อไม่มีหลักประกันถึงประมาณ 3 เท่า แต่ผู้บริโภคก็ยังไม่นิยมเลือกใช้ โดยสาเหตุสำคัญมาจากผู้บริโภคมีความกังวลเรื่องการถูกยึดทรัพย์หากผิดนัดชำระค่างวด ตลอดจนภาระด้านเอกสาร กระบวนการสมัคร และระยะเวลาในการขอสินเชื่อที่ยุ่งยากกว่าสินเชื่อไม่มีหลักประกัน KKP จึงต้องการเข้ามาปิดช่องว่างในส่วนนี้และเปิดทางเลือกทางการเงินให้เป็นไปได้มากกว่า สำหรับผู้ต้องการบริหารจัดการเงินให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด “ธนาคารพบว่าผู้กู้สินเชื่อบ้านที่มีศักยภาพจำนวนมากต้องการนำเงินก้อน เช่น โบนัสหรือเงินออม มาโปะบ้านเพื่อลดภาระดอกเบี้ยและปลดหนี้ได้เร็วขึ้นตามหลักการจัดการทางการเงินที่ดี แต่ในขณะเดียวกันก็ลังเลว่าหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน จะนำเงินที่โปะไปออกมาใช้ไม่ได้ หากต้องการกู้ใหม่ หรือต้องใช้เวลาในการดำเนินการซึ่งอาจไม่ทันกับการใช้จ่าย และต้องมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นอย่างค่าจดจำนองกับกรมที่ดินใหม่ในส่วนวงเงินกู้เพิ่มเติม [...]