
26/2/2568 • โดย Homeday
ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จัดงานสัมมนาการลงทุนปี 2568 โดยให้ข้อมูลเชิงลึกและกลยุทธ์การลงทุนท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีความผันผวน แนะนำสร้างพอร์ตการลงทุนที่แข็งแกร่งผ่าน Core Investment ผ่านกลยุทธ์กระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย (Multi-asset) และตราสารหนี้ระดับ Investment grade เพื่อตอบโจทย์วัตถุประสงค์ทางการเงินในระยะยาว นอกจากนี้ ในงานสัมมนายังได้แนะนำถึงโอกาสในการลงทุน โดยเน้นกลยุทธ์ที่มุ่งสร้างรายได้ผ่านการลงทุนในหุ้นคุณภาพดีที่มีเงินปันผลเพื่อสร้างรายได้ประจำที่มั่นคง และการใช้ประโยชน์จากนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อคว้าโอกาสในการลงทุนที่หลากหลาย แนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปี 2568 จะมีความไม่แน่นอนและความผันผวนที่สูงขึ้นจากการกลับมาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ การดำเนินนโยบายที่เปลี่ยนไปจะส่งผลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลก ผลกระทบด้านเงินเฟ้อที่คาดว่าจะได้รับแรงกดดัน โดยเฉพาะจากภาษีการค้า สิ่งสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามคือการบังคับใช้ภาษีสินค้านำเข้า ที่มีการเปลี่ยนแปลงและมีการประกาศจากโดนัลด์ ทรัมป์อย่างต่อเนื่อง โดยเราคาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนในรายละเอียดมากขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2568 และคาดว่าจะดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบภายในครึ่งแรกของปี 2569 แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยยังคงมีความยืดหยุ่นแม้จะเผชิญกับความท้าทายจากภายนอก การคาดการณ์ผลิตภัณฑ์รวมในประเทศของประเทศไทยคาดว่าจะเติบโตร้อยละ 2.9 ในปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากงบกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมากและความคาดหวังในการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ดีขึ้น นายเอ็นริโก้ ทานูวิดจายา นักเศรษฐศาสตร์ Global Economics and Market Research กลุ่มธนาคารยูโอบี กล่าวว่า “เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต แม้ว่าการท่องเที่ยวจะทำได้ไม่ดีนักในปีที่แล้ว [...]

21/2/2568 • โดย Homeday
บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จัดงานสัมมนาพิเศษ “MY STYLE CLUB Special” มอบความรู้ด้านกลยุทธ์การลงทุนเชิงลึกสำหรับลูกค้าคนสำคัญ โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนชื่อดังระดับประเทศ อาทิ คุณอธิป กีรติพิชญ์ (คุณนิ้วโป้ง) พร้อมผู้บริหารจาก บลจ.ชั้นนำในไทยที่มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และเคล็ดลับความสำเร็จในการลงทุน พร้อมแนะนำเทคนิคการบริหารความเสี่ยงอย่างชาญฉลาดเพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว งานสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นอย่างเอ็กซ์คลูซีฟ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรม Waldorf Astoria Bangkok โดยมีลูกค้าและฝ่ายขายบริษัทฯ เข้าร่วมงานกว่า 250 คน ไฮไลท์สำคัญของงาน คือ การเสวนาพิเศษจากผู้บริหารระดับสูงของ 6 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ชั้นนำของประเทศ ได้แก่ คุณเกียรติศักดิ์ ปรีชาอนุสรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนทางเลือก บลจ.กรุงศรี คุณณัฐนนท์ อรัณยกานนท์ Investment Manager Asian Equities บลจ.อเบอร์ดีน คุณนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ คุณวิน พรหมแพทย์ ประธานกรรมการบริหาร [...]

1/4/2568 • โดย Homeday
การปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์เป็นช่องทางการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ต้องการสร้างรายได้ประจำ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงข้อแตกต่างและข้อพิจารณาในการปล่อยเช่าระยะสั้นและระยะยาว กลยุทธ์การปล่อยเช่าระยะสั้น: โอกาสและความท้าทาย การปล่อยเช่าระยะสั้นได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะจากแพลตฟอร์มการให้เช่าออนไลน์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด นักลงทุนจำนวนมากหันมาให้ความสนใจกับการปล่อยเช่าระยะสั้นด้วยเหตุผลหลายประการ การสร้างรายได้ที่มีศักยภาพสูง: การปล่อยเช่าระยะสั้นสามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าการปล่อยเช่าระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในทำเลที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือพื้นที่ที่มีความต้องการสูง ราคาค่าเช่าต่อคืนสามารถสูงกว่าค่าเช่ารายเดือนประมาณ 30-50% ขึ้นอยู่กับทำเลและฤดูกาล ความยืดหยุ่นในการบริหารทรัพย์สิน: เจ้าของทรัพย์สินสามารถปรับราคาและช่วงเวลาการให้เช่าได้ตามความต้องการของตลาด รวมถึงสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินด้วยตนเองในช่วงที่ไม่มีผู้เช่า การควบคุมและบริหารทรัพย์สินจึงมีความคล่องตัวมากกว่าการปล่อยเช่าระยะยาว ความท้าทายในการบริหาร: อย่างไรก็ตาม การปล่อยเช่าระยะสั้นต้องอาศัยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพสูง ตั้งแต่การทำความสะอาด การดูแลทรัพย์สิน การติดต่อสื่อสารกับผู้เช่า และการจัดการด้านเอกสาร ซึ่งต้องใช้เวลาและความพยายามมากกว่าการปล่อยเช่าระยะยาว การปล่อยเช่าระยะยาว: ความมั่นคงและเสถียรภาพ การปล่อยเช่าระยะยาวถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การลงทุนที่ได้รับความนิยม โดยมีข้อดีและข้อพิจารณาที่แตกต่างจากการปล่อยเช่าระยะสั้น รายได้ที่มีความคงที่: การปล่อยเช่าระยะยาวให้ผลตอบแทนที่มีเสถียรภาพและคาดการณ์ได้ง่าย รายได้ค่าเช่ามีความต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหาผู้เช่าบ่อยครั้ง ซึ่งช่วยลดต้นทุนและความยุ่งยากในการบริหารทรัพย์สิน ผู้เช่าระยะยาวมักให้ความร่วมมือในการดูแลทรัพย์สินและมีแนวโน้มที่จะต่อสัญญาเช่า ต้นทุนการบริหารที่ต่ำกว่า: เมื่อเปรียบเทียบกับการปล่อยเช่าระยะสั้น การปล่อยเช่าระยะยาวมีค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ต่ำกว่า ไม่ต้องลงทุนกับการทำความสะอาด การเตรียมห้อง หรือการจัดการที่ซับซ้อนบ่อยครั้ง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนมีความน่าสนใจ ความเสี่ยงจากผู้เช่า: แม้ว่าจะมีข้อดี แต่การปล่อยเช่าระยะยาวก็มีความเสี่ยงเช่นกัน เช่น ความเสี่ยงจากผู้เช่าที่อาจค้างค่าเช่าหรือทำลายทรัพย์สิน การคัดกรองผู้เช่าจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่ง เปรียบเทียบผลตอบแทนและการตัดสินใจลงทุน การเลือกระหว่างการปล่อยเช่าระยะสั้นหรือระยะยาวขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ได้แก่ทำเลที่ตั้ง ประเภทอสังหาริมทรัพย์ ต้นทุน และเป้าหมายทางการเงินของผู้ลงทุน นักลงทุนควรพิจารณาอย่างรอบคอบ [...]

13/3/2568 • โดย Homeday
StashAway (สแทชอเวย์) แพลตฟอร์มบริหารการลงทุนด้วยเทคโนโลยีชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำควาทสำเร็จปี 2024 กับภารกิจช่วยคนไทยบรรลุเป้าหมายทางการเงินและสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน ลดอุปสรรคในการลงทุนต่างประเทศด้วยเทคโนโลยีบริหารการลงทุนที่เพิ่มศักยภาพการสร้างผลตอบแทนและบริหารความเสี่ยงอย่างมีหลักการ ในอัตราค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าการลงทุนแบบดั้งเดิมกว่าครึ่ง เดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 4 ในไทย ด้วยผลงานสร้างผลตอบแทนปี 2024 ในสกุลเงิน USD สูงสุด 14.6%* หรือเฉลี่ย 8.3%** ในทุกระดับความเสี่ยงสำหรับพอร์ต General Investing ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของลูกค้าเพราะช่วยให้เงินเติบโตอย่างมั่นใจโดยไม่ต้องเครียดเรื่องบริหารจัดการโดยมีกลยุทธ์การลงทุนมาตรฐานเดียวกับสถาบันการเงินระดับโลกอยู่เบื้องหลัง เหมาะสำหรับคนทำงานที่ต้องการลงทุนแต่ไม่มีเวลาและอยากใช้เวลาส่วนตัวไปกับเรื่องสำคัญอื่นๆในชีวิต นายยศกร นิรันดร์วิชย CFA กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน สแทชอเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “StashAway พลิกโฉมการลงทุนต่างประเทศให้เป็นเรื่องง่ายกว่า ดีกว่า และประหยัดกว่าด้วยเทคโนโลยีระดับโลก ด้วยการนำเสนอการลงทุนแบบ Global Asset Allocation ผ่าน ETF ในสินทรัพย์ทั่วโลกที่บริหารด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะแบบ Data-Driven ในการตัดสินใจแทนการใช้คนที่มักมีอารมณ์มาเกี่ยวข้อง ส่งผลให้สามารถสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งแม้ตลาดการเงินจะเผชิญความผันผวนในปี 2024 และยังช่วยให้นักลงทุนประหยัดค่าธรรมเนียมได้เกือบเท่าตัวโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมแฝง ซึ่งค่าธรรมเนียมที่สูงเป็นสิ่งกัดกินเงินลงทุนแบบที่เราไม่รู้ตัวและมักมองข้ามกันมาเสมอ” StashAway โดดเด่นในฐานะแพลตฟอร์มบริหารการลงทุนที่มีหลักการระดับสากล เข้าถึงง่าย ค่าธรรมเนียมต่ำ และตอบโจทย์ Pain Points ของนักลงทุนไทยที่ต้องการเตรียมความพร้อมทางการเงินในระยะยาวด้วยการลงทุนแต่ต้อง เผชิญกับความกังวล ขาดความมั่นใจ และขาดความรู้ในการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนในต่างประเทศที่ซับซ้อนทั้งด้านข้อมูล ภาษา และช่วงเวลาการเปิดตลาด ทำให้การบริหารจัดการการลงทุนด้วยตัวเองเป็นเรื่องท้าทาย นอกจากนี้ นักลงทุนจำนวนมากยังขาดคำแนะนำที่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดการตัดสินใจผิดพลาดและแบกรับความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น StashAway จึงเข้ามาเป็น “โซลูชันที่พลิกโฉมการลงทุนต่างประเทศ” ด้วยแพลตฟอร์มที่บริหารการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนที่ดี โปร่งใส ใช้งานง่าย ค่าธรรมเนียมต่ำและขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี เพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถสร้างและบริหารความมั่งคั่งได้อย่างมั่นใจและยั่งยืน [...]

18/2/2568 • โดย Homeday
คุณสุภาพร ลีนะบรรจง กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงศรี ร่วมกับ JP Morgan Asset Management บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนชั้นนำระดับโลก จัดสัมมนาพิเศษในหัวข้อ “Bridging the Gap: Passive Stability with Active Opportunity” เพื่อให้มุมมองเกี่ยวกับภาวะตลาดและแนวโน้มการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าหุ้นสหรัฐฯ จะเป็นทรัพย์สินที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในปี 2025 พร้อมแนะนำกองทุน KF-US-PLUS ที่มาพร้อมกลยุทธ์การลงทุนที่ผสมผสานทั้งข้อดีของ Passive Fund และ Active Fund เข้าไว้ด้วยกัน ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่า คุณเกียรติศักดิ์ ปรีชาอนุสรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนทางเลือก บลจ.กรุงศรี กล่าวในงานสัมมนาว่า “ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงมีโอกาสเติบโตสูง แม้จะมีความผันผวนจากปัจจัยต่างๆในระยะสั้นที่เข้ามากระทบอยู่บ้าง แต่ด้วยนโยบายที่ส่งเสริมเศรษฐกิจและการเติบโตของธุรกิจ จึงยังถือเป็นโอกาสที่ดีของการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯสำหรับนักลงทุนในระยะยาว ทั้งนี้การลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ได้รับแรงสนับสนุนจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ เศรษฐกิจมหภาคแข็งแกร่ง: โอกาสเกิดเศรษฐกิจถดถอยต่ำเพียง 15-20% และภาวะเงินเฟ้อที่อาจเพิ่มขึ้นคาดว่าจะมีผลกระทบเพียง [...]

17/3/2568 • โดย Homeday
การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ใกล้แหล่งท่องเที่ยว: กลยุทธ์อัจฉริยะสำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่ การเลือกซื้อบ้านใกล้แหล่งท่องเที่ยวถือเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่น่าสนใจในปัจจุบัน ไม่เพียงแต่เป็นที่อยู่อาศัยส่วนตัว แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าหรือขายต่อ ทำให้การตัดสินใจเลือกซื้อบ้านต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายประการเพื่อให้ได้มาซึ่งการลงทุนที่คุ้มค่าและปลอดภัย ทำความเข้าใจมูลค่าของทำเลใกล้แหล่งท่องเที่ยว ทำเลที่ตั้งใกล้แหล่งท่องเที่ยวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ การเลือกซื้อบ้านในพื้นที่ที่มีศักยภาพการท่องเที่ยวสูงจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ ดังนี้ การเติบโตของการท่องเที่ยว การวิเคราะห์แนวโน้มการท่องเที่ยวในพื้นที่เป็นสิ่งสำคัญ ต้องศึกษาสถิติจำนวนนักท่องเที่ยว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยวจากภาครัฐและเอกชน พื้นที่ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องย่อมหมายถึงโอกาสในการเพิ่มมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ ความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว การมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายประเภทในบริเวณใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม หรือแหล่งบันเทิง จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ส่งผลดีต่อการสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าหรือการขายอสังหาริมทรัพย์ ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อบ้านใกล้แหล่งท่องเที่ยว การเข้าถึงและคมนาคม ความสะดวกในการเดินทางเป็นหัวใจสำคัญของอสังหาริมทรัพย์ใกล้แหล่งท่องเที่ยว ตรวจสอบระบบคมนาคมที่ครอบคลุม เช่น ถนน ทางหลวง ระบบขนส่งสาธารณะ รวมถึงระยะทางจากสนามบิน ท่าเรือ หรือสถานีรถไฟ การเข้าถึงที่สะดวกจะเพิ่มความน่าสนใจให้กับพื้นที่ สาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก พิจารณาความพร้อมของสาธารณูปโภคพื้นฐาน อาทิ ระบบไฟฟ้า ประปา อินเทอร์เน็ต รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกใกล้เคียง เช่น ร้านอาหาร ซุปเปอร์มาร์เก็ต โรงพยาบาล และสถานศึกษา สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับพื้นที่ สภาพแวดล้อมและความปลอดภัย ความปลอดภัยของพื้นที่เป็นปัจจัยที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม ตรวจสอบอัตราอาชญากรรม ระบบรักษาความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อยของชุมชน [...]

28/3/2568 • โดย Homeday
ความสำคัญของทำเลรถไฟฟ้าในตลาดอสังหาริมทรัพย์ การเลือกทำเลที่ตั้งของคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจซื้อและการลงทุน นักลงทุนและผู้ซื้อต่างให้ความสนใจกับพื้นที่ที่มีระบบคมนาคมสาธารณะที่สะดวกและรวดเร็ว รถไฟฟ้าได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์การคมนาคมทำให้คอนโดในทำเลรถไฟฟ้ามีมูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคาคอนโด 1. ระยะห่างจากสถานีรถไฟฟ้า ระยะทางระหว่างคอนโดกับสถานีรถไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการกำหนดราคา คอนโดที่ตั้งอยู่ใกล้สถานีมากที่สุด (ภายใน 200-300 เมตร) จะมีราคาสูงกว่าคอนโดที่อยู่ไกลออกไป นักลงทุนและผู้อยู่อาศัยให้ความสำคัญกับความสะดวกในการเดินทาง การประหยัดเวลา และความคล่องตัวในชีวิตประจำวัน ราคาคอนโดจะลดลงเรื่อยๆ ตามระยะทางที่ห่างออกไปจากสถานีรถไฟฟ้า 2. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรอบพื้นที่มีผลกระทบโดยตรงต่อราคาคอนโด สาธารณูปโภคที่ครบครัน เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานศึกษา ร้านอาหาร และพื้นที่พักผ่อนสาธารณะ ล้วนเป็นปัจจัยดึงดูดมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ ยิ่งพื้นที่มีความสมบูรณ์และครอบคลุมมากเท่าไร ราคาคอนโดก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น 3. เส้นทางรถไฟฟ้าและการเชื่อมต่อ เส้นทางรถไฟฟ้าที่ครอบคลุมและเชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่นๆ เป็นอีกปัจจัยสำคัญ สถานีที่เป็นจุดเชื่อมต่อหลัก เช่น สถานีอินเตอร์เชนจ์ หรือสถานีที่เชื่อมกับรถไฟใต้ดิน รถบัส จะมีมูลค่าคอนโดสูงกว่าสถานีธรรมดา ความสะดวกในการเดินทางข้ามสายหรือเปลี่ยนระบบขนส่งเป็นสิ่งที่ผู้อยู่อาศัยต้องการมากที่สุด 4. ทิศทางการขยายตัวของระบบรถไฟฟ้า แผนการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าในอนาคตส่งผลต่อราคาคอนโดอย่างมาก นักลงทุนมักจับตามองพื้นที่ที่มีแผนก่อสร้างสถานีใหม่ เนื่องจากทราบดีว่าเมื่อมีสถานีรถไฟฟ้าเกิดขึ้น มูลค่าอสังหาริมทรัพย์จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด การซื้อคอนโดในพื้นที่ที่มีแผนการขยายเส้นทางจึงเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่น่าสนใจ 5. คุณภาพและแบรนด์ของโครงการ คุณภาพการก่อสร้าง การออกแบบ และชื่อเสียงของผู้พัฒนาโครงการมีอิทธิพลต่อราคาคอนโด [...]

18/3/2568 • โดย Homeday
การ์ทเนอร์ อิงค์ เผยเทรนด์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สำคัญในปี 2568 โดยเทรนด์เหล่านี้เป็นผลมาจากวิวัฒนาการของ generative AI, การกระจายศูนย์ทำงานดิจิทัล, การพึ่งพากันในห่วงโซ่อุปทาน, การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ, การขาดบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และภูมิทัศน์ภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา Alex Michaels นักวิเคราะห์อาวุโสของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “ผู้นำด้านความปลอดภัยและการจัดการความเสี่ยง หรือ Security and risk management (SRM) กำลังเผชิญกับความท้าทายและโอกาสที่หลากหลายพร้อมกันในปีนี้ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อเปลี่ยนผ่านและสร้างความยืดหยุ่นให้เกิดขึ้นในองค์กร ความพยายามเพื่อบรรลุเป้าหมายทั้งสองด้านนี้ขององค์กรมีความสำคัญมากกว่าแค่การสร้างนวัตกรรม แต่เพื่อให้มั่นใจว่านวัตกรรมเหล่านั้นมีความปลอดภัยและยั่งยืนในโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว” 6 เทรนด์สำคัญต่อไปนี้ส่งผลกระทบวงกว้างครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม: เทรนด์ 1: GenAI มีผลต่อการพัฒนาโปรแกรมความปลอดภัยข้อมูล (GenAI Driving Data Security Programs) ความพยายามและงบประมาณส่วนใหญ่ด้านความปลอดภัยมักมุ่งเน้นไปที่การป้องกันข้อมูลที่มีโครงสร้าง (Structured Data) เช่น ฐานข้อมูล อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ GenAI กำลังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับการพัฒนาโปรแกรมความปลอดภัยข้อมูล โดยเปลี่ยนไปเน้นปกป้องข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง (Unstructured Data) มากขึ้น อาทิ ข้อความ รูปภาพและวิดีโอ “หลายองค์กรปรับกลยุทธ์การลงทุนไปอย่างสิ้นเชิง [...]
![JMART ปลื้ม! TRIS ปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือเป็น “คงที่” เตรียมออกหุ้นกู้ชุดใหม่ อายุ 2 ปี 6 เดือน ดอกเบี้ย [5.30 – 5.50]% คาดเสนอขาย 17 – 18, 21 เม.ย. 68 นี้](/_next/image?url=https%3A%2F%2Fhomeday.co.th%2Fwp-content%2Fuploads%2F2025%2F03%2FIMG_1743058812_2437.png&w=3840&q=75)
27/3/2568 • โดย Homeday
บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “JMART”) ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 ที่อันดับเครดิต BBB+ โดยได้รับการปรับแนวโน้มจาก “ลบ” เป็น “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหวังของทริสเรทติ้ง ว่าบริษัทจะสามารถรักษาสถานะความเสี่ยงทางการเงินและดำเนินกลยุทธ์การลงทุนอย่างรอบคอบและระมัดระวัง โดยทริสเรทติ้งคาดว่าภาระหนี้สินรวมของบริษัท ซึ่งวัดโดยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ที่ปรับปรุงแล้ว จะลดลงจาก 3.8 เท่าในปี 2567 เป็น 3.4 เท่าในปี 2568 ซึ่งเป็นผลมาจากการคาดการณ์ว่าหนี้สินรวมของบริษัทจะลดลง นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ยื่นแบบแสดงรายงานข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เพื่อออกและเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ [...]

17/3/2568 • โดย Homeday
บริษัท เด็กซ์ซอน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ DEXON บริษัทผู้นำด้านการพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ให้บริการการตรวจสอบโครงสร้างทางด้านวิศวกรรม และการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย (NDT) ร่วมกิจกรรมบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นำเสนอผลการดำเนินงานประจำปี 2567 รวมถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2568 โดยมี ดร.อิทธิพัฒน์ ชินางกูรภิวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน และคุณนวรัตน์ คำศรี ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์และการตลาด บริษัท เด็กซ์ซอน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ DEXON เปิดเผยว่า บริษัทฯ ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในปี 2567 ด้วยรายได้ทะลุ 757 ล้านบาท เติบโตก้าวกระโดด 17% และกำไรสุทธิพุ่ง 13% เป็น 57 ล้านบาท การเติบโตนี้ขับเคลื่อนหลักโดยธุรกิจ In-Line Inspection ที่เติบโตถึง 37% และธุรกิจด้านการวิจัยและพัฒนาที่เติบโตโดดเด่นถึง 104% สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์การลงทุนด้านนวัตกรรมและการขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมปันผลให้ผู้ถือหุ้น [...]

30/3/2568 • โดย Homeday
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เปรียบเสมือนการวางเดิมพันที่ต้องใช้ความรอบคอบและกลยุทธ์ การวิเคราะห์การแข่งขันในพื้นที่จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญยิ่งก่อนการตัดสินใจลงทุน เหมือนนักธุรกิจที่ต้องสำรวจสนามก่อนเริ่มการแข่งขัน ทำไมต้องวิเคราะห์การแข่งขัน? การวิเคราะห์การแข่งขันในอสังหาริมทรัพย์เป็นเสมือนเข็มทิศนำทางการลงทุน ช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพรวมของตลาดอย่างชัดเจน โดยมีความสำคัญดังนี้ 1. เข้าใจสภาพตลาดปัจจุบัน การสำรวจสภาพการแข่งขันช่วยให้เข้าใจสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอุปสงค์ อุปทาน ราคา และแนวโน้มการเติบโต นักลงทุนจะได้ข้อมูลที่แม่นยำเพื่อประกอบการตัดสินใจ ตัวอย่างเช่น การสำรวจจำนวนโครงการในพื้นที่ ราคาขาย อัตราการปล่อยเช่า และความต้องการของตลาด 2. ประเมินโอกาสทางธุรกิจ การวิเคราะห์การแข่งขันเปรียบเสมือนการค้นหาช่องว่างทางการตลาด นักลงทุนสามารถระบุพื้นที่ที่มีศักยภาพ และโครงการที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ ช่วยให้สามารถวางกลยุทธ์การลงทุนได้อย่างแม่นยำ 3. ลดความเสี่ยงจากการลงทุน ข้อมูลการแข่งขันช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนที่ไม่มีประสิทธิภาพ นักลงทุนสามารถคาดการณ์ผลตอบแทนและความเป็นไปได้ของโครงการได้อย่างใกล้เคียง ป้องกันการลงทุนที่อาจขาดทุนหรือไม่คุ้มค่า วิธีการวิเคราะห์การแข่งขัน 1. เก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ ประกอบด้วย: ราคาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ จำนวนโครงการที่มีอยู่ อัตราการปล่อยเช่า แนวโน้มการเติบโตของพื้นที่ ปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม 2. วิเคราะห์คู่แข่ง ศึกษาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใกล้เคียง โดยพิจารณา: รูปแบบและการออกแบบโครงการ ราคาและเงื่อนไขการขาย กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จุดเด่นและจุดด้อยของแต่ละโครงการ 3. ประเมินความต้องการของตลาด สำรวจความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ ได้แก่: กลุ่มประชากรเป้าหมาย รูปแบบที่อยู่อาศัยที่ต้องการ [...]

3/4/2568 • โดย Homeday
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ บลจ. ไทยพาณิชย์ (SCBAM) ประกาศแผนเติบโตธุรกิจตามวิสัยทัศน์ มุ่งเป็นบริษัทจัดการกองทุนรายแรกของประเทศไทย ที่มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) 2 ล้านล้านบาท พร้อมยืนยันเจตนารมณ์การเป็น “The Best Fund House” ครองความเชื่อมั่นจากผู้ลงทุนทุกกลุ่ม เร่งเดินหน้าขยายฐานผู้ลงทุนให้ได้ 1 ล้านคนในอีก 3 ปีข้างหน้า ด้วยนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์การลงทุนของ SCBAM ที่นำเสนอทางเลือกและกลยุทธ์การลงทุนสอดคล้องกับสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา ตอบโจทย์ได้ตามความต้องการของผู้ลงทุน พร้อมเน้นย้ำความสำคัญด้านการบริหารจัดการที่โปร่งใส มุ่งเดินหน้าสู่การเป็น Digital Business ต่อเนื่อง เสริมสร้างนวัตกรรมทางการเงินด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัล และ AI มาใช้ในการบริหารจัดการกองทุน เพื่อรองรับการเติบโตอย่างมั่นคงและโอกาสการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ลงทุนในระยะยาว นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCBAM เปิดเผยว่า SCBAM ยังมุ่งเดินหน้าและผลักดันการเติบโตของธุรกิจให้เป็น “The Best Fund House” ตามวิสัยทัศน์หลักที่บริษัทตั้งใจ โดยที่ผ่านมา SCBAM ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถการบริหารจัดการกองทุนที่เป็นมืออาชีพ สร้างความเชื่อมั่นจนเป็นที่ไว้วางใจของผู้ลงทุนทุกกลุ่มและได้รับมอบหมายให้เป็นผู้บริหารจัดการเงินลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง โดย [...]